facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 10 นายจ้างแสนสวย...

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 นายจ้างแสนสวย...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2560 12:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 นายจ้างแสนสวย...
แบบอักษร

“เออ…เจ้าของบ้านคนนี้มันต้อนรับแขกได้น่าประทับใจจริงๆเลยว่ะ” เปลวสัพยอกให้เพื่อน บ่นเบาๆไล่หลังทรงกลดที่ก้าวลับเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสียงหัวเราะ

“ทำไมนายไม่หาแม่บ้านสักคนวะ?” แขกผู้มาเยือนตะโกนถามเพื่อนที่กำลังราดน้ำโครมคราม

“คนที่มีชีวิตไม่ค่อยเป็นที่เป็นทาง และโหยหาความตื่นเต้นผจญภัยตลอดเวลาอย่างพวกเรา…สงสารคนที่จะมาเป็นลูกเป็นเมียเปล่าๆ” ทรงกลดตะโกนออกมาเสียงดัง คุยกับเพื่อนผ่านผนังห้องน้ำ จ้วงน้ำเย็นยะเยียบที่ตกตะกอนนอนก้นอยู่ในโอ่งดินเผาใบใหญ่ ราดพรวดลงบนร่างเปลือยเปล่าของตน กล่าวเหมือนออกมาเหมือนคนที่เข้าใจชีวิตและรู้จักตัวเองดี

แต่เปลวเข้าใจว่าทรงกลดหลงใหลความเป็นอิสระ รักเสรี และหวงแหนชีวิตโสดมากกว่า

ในชีวิตของทรงกลด มีผู้หญิงวนเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย แต่ทรงกลดก็ไม่เคยลงเอยกับผู้หญิงคนไหนง่ายๆสักที แม้แต่แม่สาวมาเนะที่เพิ่งจากไปก็เถอะ

ครู่เดียวจากนั้น กาแฟร้อนๆสองถ้วยที่แลเห็นควันสีขาวจางลอยวนเป็นสายอยู่เหนือปากถ้วย ก็ส่งกลิ่นกรุ่น หอมอบอวลไปทั่วบริเวณ

เสร็จจากอาบน้ำ ทรงกรดพาร่างกำยำหมาดน้ำ ก้าวออกมาจากห้องน้ำช้าๆ

ตรงมาหาเปลวที่เสือกถ้วยกาแฟให้เบาๆ

“ขอบใจเพื่อน” ทรงกรดกล่าวพร้อมกับคว้ากาแฟถ้วยนั้นขึ้นมาเป่าไล่ไอร้อนสองสามที กระดกดื่มเบาๆ ยิงฟันขาวๆที่ทุกซี่เรียงแนวสวย กำซาบรสชาติขมปนหวาน เหมือนต้องการให้กาแฟถ้วยนั้น ช่วยไล่ความง่วงงุนของยามเช้าที่อากาศเย็นชื้นน่ากลับไปนอนต่อเป็นยิ่งนัก

“อยู่ตีนดอยแบบนี้ อากาศยามเช้า…หนาวจนชวนให้คิดถึงกาแฟร้อนๆ”

เปลวกล่าว ยกกาแฟขึ้นกระดกดื่มช้าๆ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกล้วยไม้ที่ทรงกลดเอามาผูกไว้กับโคนต้นมะพร้าวที่หลังบ้าน แม้จะออกดอกเพียงปีละไม่กี่ครั้ง หากทุกครั้งที่ดอกของมันเผยสู่สายตา มันก็อวดความงดงามได้ละลานตาน่ามอง จีงไม่แปลก หากใครสักคนจะลุ่มหลงในความงามของกล้วยไม้ ถึงขั้นยอมเสี่ยงภัยเข้าไปเสาะหา

หลังจากจิบกาแฟและปรึกษาหารือกันอยู่อีกครู่ใหญ่ สองหนุ่มก็พากันออกไปที่หมู่บ้านกะเหรี่ยง อาศัยความสัมพันธ์ของทรงกลดที่รู้จักมักคุ้นกับกะเหรี่ยงในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้ธุระในตอนสายของวันนั้น ลุล่วงโดยราบรื่น

จากที่ได้พูดคุยกับคนที่ทรงกรดแนะนำให้หลายคน เปลวตัดสินใจเลือกพรานท้องถิ่นมากประสบการณ์คนหนึ่ง ชื่อ ‘พรานขะยี’ เป็นชายชราร่างเล็ก เบ้าตาลึก ดุ แก้มตอบจนเห็นแลเห็นโหนกแก้มชัด แต่แววตานั้นก็ฉายแววซื่อสัตย์

รอยยับย่นบนใบหน้าและร่องแก้มลึกกร้าน ประกอบกับปื้นรอยแผลเป็นที่กรงเล็บของหมีควายฝากเอาไว้เป็นที่ระลึกที่หลังแขนของพรานขะยี ก็ช่วยยืนยันถึงประสบการณ์ที่พรานผู้นี้เคยปล้ำกับหมีควาย เคยย่ำฝืนป่าสาละวินที่เต็มไปด้วยปริศนาและภยันตรายมาอย่างทะลุปรุโปร่งมาแล้ว

“สุสานสาละวิน!!!” พรานขะยีพึมพำ ทำตาโต

เมื่อเปลวบอกถึงจุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้

ดวงตาขรึมที่ซ่อนอยู่ในเบ้าตาลึกของพรานเฒ่า หรี่ลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าสุสานสาละวิน มือหยาบขยับลำนิ้วยาวที่แลเห็นเส้นเอ็นและข้อนิ้วปูดโปนของตน ยกขึ้นลูบเคราแพะของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเลื่อนฝ่ามืออ้อมไปคลำท้ายทอยของตัวเอง  เหมือนระลึกบางอย่างขึ้นมาได้ฉับพลัน

พรานขะยีค่อยๆลูบแนวนูนของรอยแผลเป็นจากคมเขี้ยวเสือที่ฝากเอาไว้เป็นที่ระลึก…รอยแผลที่ฝากบทเรียนให้พรานเฒ่าจดจำฝังใจ รอยแผลที่ได้มาเมื่อครั้งยังอยู่ในวัยคึกคะนอง เป็นรอยแผลที่พรานขะยีจดจำฝังใจ…จนวันตายก็ไม่ลืม

ทรงกลดเป็นคนกลางพูดคุยเรื่องค่าแรงเพียงสองสามคำ พรานเฒ่าก็ตอบตกลงโดยง่าย ไม่เรื่องมาก แววตาพึงพอใจกับค่าจ้างที่ทรงกลดเสนอให้โดยไม่เกี่ยงงอน  

ส่วนลูกหาบอีกสองคน ทรงกลดเลือกกะเหรี่ยงหนุ่มสองพี่น้อง ชื่อ ‘กะจา’ กับ ‘อะย่วย’ ซึ่งแม้ประสบการณ์ลุยป่าของสองพี่น้องคู่นี้ อาจจะยังไม่โชกโชน เทียบไม่ได้เลย กับพรานขะยีผู้มากประสบการณ์ ทว่าท่าทางทะมัดทะแมงแข็งขัน สีหน้ามีน้ำอดน้ำทน ก็ทำให้เปลวเห็นด้วยที่ทรงกลดตัดสินใจเลือกมันทั้งสองคนมาเป็นลูกหาบ เพราะชอบในดวงตาซื่อๆและท่าทางที่ไม่ว่อกแว่กของมันเช่นกัน

“เจอกันพรุ่งนี้เช้า”

เปลวกล่าวกับพรานขะยีและลูกหาบ ก่อนจะสตาร์ทรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีเขียวขี้ม้าคันใหญ่ บ่ายหน้าออกมาจากดงพราน หมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ตั้งอยู่ตรงรอยต่อของแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่า มุ่งหน้ากลับเชียงใหม่ในทันที

 

เมืองเชียงใหม่

เย็นวันเดียวกันนั้น เมื่อสองหนุ่มได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ นัดหมายเรื่องการเดินทางกับพรานชราและกะเหรี่ยงลูกหาบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เปลวรีบบึ่งรถกลับมาเชียงใหม่พร้อมกับทรงกลดในทันที

สายตาคมกริบของเปลวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือช้าๆ ขณะที่อีกมือยังบังคับคาพวงมาลัย

นับเวลาเดินทางได้เกือบสามชั่วโมง

จากนั้นรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีเขียวขี้ม้าของเปลวก็บุกป่าฝ่าดอยลงมาถึงพื้นราบ ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลดดวงสีแดงซึ่งแลดูกลมโตกว่าปกติ ค่อยๆเคลื่อนต่ำลงเป็นฉากหลัง ลดระดับลงช้าๆอยู่ทางเบื้องทิศตะวันตก

ไม่นาน ความมืดและความหนาวเย็นจะคลี่คลุมลงมาช้าๆ เหมือนผ้าสีดำผืนใหญ่ที่ถูกขึงตรึงเต็มผืนฟ้า  

เปลวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของตนอีกครั้ง เกือบลืมไปว่าหญิงสาวที่ชื่อพริมได้นัดหมายกับตนเอาไว้ว่าจะนำสัญญาว่าจ้างมาให้ในตอนค่ำ

“นัดสาวที่ไหนไว้รึ?” ทรงกลดแกล้งแซวเพื่อน เมื่อเห็นเปลวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือถึงสองครั้งสองครา ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน

“นัดนายจ้างเอาไว้ตะหาก” เปลวตอบ 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

#

#

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

 

#

 

# 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=52654

 

#

https://www.mebmarket.com/ebook-52553-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=Bo

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว