facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 9 ต้องการความช่วยเหลือ...

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ต้องการความช่วยเหลือ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2560 09:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ต้องการความช่วยเหลือ...
แบบอักษร

เงินสามแสนที่เปลวเรียก จะถูกแบ่งเป็นสัดส่วนอย่างยุติธรรม ระหว่างตนและสหายที่ชื่อทรงกลด ลดหลั่นลงไปตามสัดส่วนสำหรับกะเหรี่ยงพื้นเมืองอีกสามคน ซึ่งเปลวตั้งใจจะไปว่าจ้างด้วยตนเองในวันรุ่งขึ้น

                “พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับสัญญาว่าจ้าง” เธอกล่าว เหมือนรีบตัดบท

ต่างกับเปลวที่พยายามยื้อบทสนทนา ด้วยการชวนคุย

                “สำหรับผม…จะเป็นสัญญาที่ร่างขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรหรือสัญญาใจก็คงไม่ต่างกัน”

                “แต่สำหรับฉันคงไม่ใช่…เพราะฉันไม่เคยเชื่อสัญญาใจจากผู้ชายคนไหน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เปลวถึงกับเผลอหัวเราะออกมาเบาๆในลำคอ ก่อนจะกล่าว

“นั่นอาจเป็นเพราะผู้ชายส่วนใหญ่ที่คุณเคยได้รู้จัก คงเป็นพวกที่ไม่ค่อยรักษาคำพูด แต่อย่าเอาผมไปรวมกับผู้ชายพวกนั้นเด็ดขาด” น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง ตอบเมื่อได้ที

เธอรู้ได้ทันทีว่าเขายอกย้อนให้เธอ เพราะมันคือประโยคที่เธอเพิ่งกล่าวกับเขาไปก่อนหน้า

“ฝนใกล้ตกแล้วค่ะ เห็นทีต้องขอตัวกลับ”

กล่าวเสร็จ หญิงสาวก็หยัดกายขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ เมื่อเสียงลมและฟ้าที่ครางครืนอยู่ไม่ไกล คล้ายจะเตือนให้เธอรีบกลับ

“ใจคอจะไม่บอกให้ผมรู้จักชื่อคุณเชียวหรือ” ชายหนุ่มตัดพ้อ รู้สึกประทับใจกับท่าทีเย่อหยิ่ง ชอบท่าทางไว้ตัวและมีความลับของเธอ ซึ่งมันทำให้เขาอยากค้นหา  

“ขอโทษค่ะ ใจคอจดจ่ออยู่แต่ธุระและห่วงพี่ชายจนลืมแนะนำตัว พริม ค่ะ” เธอตอบบอกพร้อมกับยกลำนิ้วเรียวขึ้นช้อนเส้นผมยาวสยายบางส่วนที่ไปล่ปลิวไปตามแรงลม

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณพริม” เปลวทำท่าจะเอื้อมมือมาเชคแฮนด์ ทว่าหญิงสาวรีบกล่าวอำลาอย่างรู้ทัน แกล้งไม่เห็นมือใหญ่ของเขาที่เอื้อมรอเก้อ

“เจอกันพรุ่งนี้นะคะ…ขอบคุณที่รับงานนี้ค่ะ”

พริมกล่าวจบก็ก้าวยาวออกมาจากห้องรับแขก ไม่ทันได้เห็นเปลวฆวัจน์เก้ๆกังๆ หน้าแตกที่เธอไม่ยอมเชคแฮนด์ด้วย เขาแก้เก้อด้วยการยกมือข้างที่ยื่นออกไปนั้นขึ้นเกาศีรษะ  มองตามร่างรัดรึงของหญิงสาวที่ก้าวออกมาจากตัวบ้านซึ่งโอบล้อมด้วยแมกไม้ ก้าวจากไปช้าๆ

เมื่อถึงประตูหน้าบ้าน

พริมหยุดและมองกลับหลังไปสู่ตัวบ้านที่ไม่ต่างอะไรกับเดินลอดอุโมงค์ต้นไม้ออกมา เมื่อแลเห็นก้านกิ่งของแมกไม้เลื้อยระยื่นออกมาสานกันตลอดเส้นทางเดินสั้นๆ เแลเห็นร่างสูงใหญ่ของเปลวก้าวตามออกมาช้าๆ

เขาชะเง้อผ่านประตูไม้ มองรถแกรนด์เชอโรกีสีเทาดำของเธอแล่นจากไปช้าๆ ลำแสงจากดวงโคมเจิดจ้า สาดฝ่าฝอยฝนที่ปรอยลงมาเบาๆ พร้อมกับสายฟ้าแปลบปลาบ

เปลวสะกดชื่อนั้นอยู่ในใจ ‘พริม’  

มองตามจนกระทั่งหญิงสาวผู้สะสวย เชิด หยิ่ง มาดมั่น ลึกลับ เต็มไปด้วยความน่าค้นหา หายลับไปกับตา ก่อนจะหันหลังกลับเข้าบ้าน ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นโทรหาสหายเก่าที่ชื่อทรงกลดอีกครั้ง สั่งไปถึงเรื่องปืนผาหน้าไม้และกระสุนที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้โดยง่ายสำหรับทรงกลดที่คลุกคลีอยู่กับกะเหรี่ยงตามแนวตะเข็บชายแดนไทยพม่ามานาน

ดอยแม่สะเรียง

เช้ามืดที่อากาศรายรอบตัวยังคงเหน็บหนาว ความเยียบเย็นโรยตัวเอาไว้ทั่วผืนป่า นับจากหย่อมหญ้ารกรื้นเรี่ยต่ำที่แลเห็นอยู่รายรอบบ้าน ไปจนถึงกลางผืนป่าดิบ บนดอยเปลี่ยวชื้นผืนใหญ่ ทอดยาวเป็นฉากหลังให้กับบ้านหลังน้อย ชั้นเดียว ของทรงกด

ในโมงยามที่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า แลเห็นสายหมอกสีขาวเป็นทิวทาง ละลิ่วลอยรางๆ ผ่านหน้าไปช้าๆ ห่มคลุมผืนป่าอย่างอ้อยอิ่ง บ้างก็ทิ้งตัวลงนิ่งนอนอยู่ตามหุบต่ำในสุมทุมพุ่มพฤกษ์ของราวไพร

เปลวมาถึงแต่เช้าตรู่ จอดรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีเขียวขี้ม้าคันใหญ่เอาไว้ที่หน้าบ้าน

เมื่อสังเกตเห็นว่าบ้านหลังน้อยนั้นเงียบเชียบ จึงเดินไปเคาะประตูบ้านเบาๆ ครู่เดียว ร่างสูงใหญ่เกือบเปลือยของทรงกลดที่มีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียวนุ่งอยู่ ก็ก้าวยาวๆมาเปิดประตูต้อนรับเพื่อนรัก

“สวัสดี…ไอ้เพื่อนเกลอ” เปลวเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นมาก่อน

“ไม่คิดว่าจะมาถึงเช้าขนาดนี้” ทรงกลดตบไหล่เพื่อนเบาๆ รอยยิ้มทักทายผุดพรายขึ้นบนใบหน้าง่วงงุน ผมเผ้ายังยุ่งเหยิง

“เมื่อคืน…ท่าจะหนัก” เปลวทักอย่างคนที่รู้จักเพื่อนคนนี้ดี

ได้กลิ่นเหล้าจางๆจากลมหายใจของสหายผู้พิสมัยสุรานารีเป็นชีวิต

และจริงอย่างที่เปลวสันนิษฐาน เมื่อคืนที่ผ่านมา สหายขี้เหงาผู้นี้ไม่ได้นอนคนเดียว เมื่อทรงกลดก้าวไปรูดม่านกันแดด เปิดหน้าต่างให้แสงสีทองของพระอาทิตย์ที่เริ่มถักทอออกมาจากตีนฟ้า สาดเข้ามาทักทายถึงในห้อง

ร่างเปลือยล่อนของหญิงสาวที่บิดสะโพกกลมเกลี้ยง เบี่ยงหน้าหนีแสง ก่อนจะผงกศีรษะมองแขกผู้มาเยือน

หล่อนหยีตา ขยับลุกช้าๆ เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและคว้าเสื้อผ้าที่ถอดพาดเอาไว้บนพนักเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อคืน ก้มหยิบเสื้อชั้นในที่ตกอยู่ริมขอบเตียง

ด้วยความไม่ตั้งใจ เปลวเผลอมองทรวงอกอวบใหญ่ที่เหวี่ยวไหวไปตามจังหวะก้าวของหญิงสาว โดยที่หล่อนเองก็ไม่ได้สนใจว่าสายตาใครจะมอง

แวบหนึ่ง…สาวคนนั้นยังหันมาส่งยิ้มหวานอย่างมีนัยให้กับเปลว

“มาเนะ กลับก่อนนะคะนาย” หม้ายสาวชาวพม่า ชื่อมาเนะ สวมเสื้อผ้า กล่าวอำลาทรงกลด

มาเนะ เป็นสาวเลือดผสม ลูกสาวของพรานป่าชาวพม่ากับเมียคนไทยที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตรงรอยต่อของชายแดน หล่อนเป็นหม้าย สามีตายจากเหตุปะทะกันระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงไม่ทราบฝ่ายกับกองโจรที่รวมตัวขึ้นจากชนกลุ่มน้อยที่กระจัดกระจายอยู่หลายกลุ่ม มากมายจนรัฐบาลทหารพม่าไม่อาจควบคุมได้  

ทรงกลดพยักหน้า ระบายรอยยิ้มบางๆให้มาเนะ ราวจะบอกว่า ‘ขอบคุณเหลือเกิน สำหรับความอบอุ่นจากเรือนกายละมุน จากเนื้อหนังมังสาอุ่นๆที่เอื้อเฟื้อให้ตนได้คลุกเคล้าตลอดค่ำคืนเปลี่ยวเหงา…ไม่งั้นคงไม่รอดมาถึงรุ่งเช้า…เพราะหนาวตาย’

มาเนะมักจะแวะเวียนมาหาทรงกลด ไม่บ่อยนัก…แต่ทุกครั้งที่มาก็ล้วนเกิดจากหัวใจที่อดทนอดกลั้นต่อแรงปรารถนาของตัวเอง ที่ข่มเอาไว้ไม่ไหว

มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากผ่านการร่วมรักอันเร่าร้อน ทรงกลดคว้ากระดาษและดินสอมาเขียนรูปเปลือยของหล่อน ตามประสาคนเจ้าบทเจ้ากลอน อ่อนไหว

เขียนกลอนสั้นๆ เอาไว้ใต้รูปสรีระเปิดเปลือยของมาเนะ

 

‘กายยังอุ่น แต่ก็ไร้ ชายจะเอื้อ                              หนาวก็แนบ แอบเนื้อ ด้วยผ้านุ่ม

ผิ่มนุ่มนิ่ม เนินเนื้ออ่อน อาภรณ์คลุม   สองปทุม นุ่มเนื้อ และเนินนาง

                ก็แค่เพียง ความเหงา อันยาวนาน         ก็แค่คืน แค่วัน มันเวิ้งว้าง

                ร่างยังอุ่น รักจะไร้ ชายจะร้าง                              อกที่ว่าง…ไม่เคยร้าง ถึงอารมณ์’

 

ริมระเบียงหลังบ้านของทรงกรด ใกล้กับดงกล้วยป่าที่ระบัดใบเบาๆไปตามสายลมโบก สองหนุ่มสนทนากันอยู่ครู่ใหญ่ถึงงานที่เปลวเพิ่งตัดสินใจรับมา

ทรงกลดรับเป็นธุระจัดหาปืนผาหน้าไม้ ลูกหาบ รวมถึงจะพาไปหาพรานพื้นเมืองฝีมือดีที่เคยรู้จัก เพื่อช่วยนำทางไปสู่สุสานสาละวิน ตามประสงค์ของหญิงสาวผู้เป็นคนว่าจ้าง ซึ่งสันนิษฐานว่าพี่ชายของเธออาจพลัดหลงเข้าไปในวังวนของมัน

เมื่อเสียงจากฝาของกาต้มน้ำขยับกระทบกาเป็นจังหวะ เพราะแรงดันจากไอร้อนที่กำลังเดือดพล่าน ดันจนฝากาน้ำสั่นเบาๆ นั่งฟังได้เพียงชั่วอึดใจ เจ้าของบ้านก็ชูแขนขึ้นสูง บิดขี้เกียจไปมา แลเห็นขนรักแร้แลบเลยออกมาจากซอกรักแร้ ก่อนหยัดร่างกำยำที่มีเพียงผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียวนุ่งเอาไว้ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่เพื่อจะไปอาบน้ำ  

“ช่วยตัวเองนะเพื่อน ตามสบาย…คิดซะว่าเป็นบ้านของนาย”

ทรงกลดบิดขี้เกียจอีกครั้ง ผายมือไปที่กาน้ำร้อนและกาแฟคั่วบดสำเร็จรูปในโหลแก้ว บอกเป็นนัยว่าให้เปลวบริการตัวเอง ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูอีกผืน แล้วก้าวยาวๆ พาร่างกำยำหายลับเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้ผู้แขกมาเยือนนั่งชงกาแฟเอาเอง

“เออ…เจ้าของบ้านคนนี้มันต้อนรับแขกได้น่าประทับใจจริงๆเลยว่ะ” เปลวสัพยอกให้เพื่อน บ่นเบาๆไล่หลังทรงกลดที่ก้าวลับเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสียงหัวเราะ

(ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

#

#

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

 

#

 

# 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=52654

 

#

https://www.mebmarket.com/ebook-52553-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=Bo

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว