facebook-icon

กาสะลอง นักเขียนนิยายอีโรติก

ตอนที่ 7 ยอมช่วย... หรือไม่ยอมคะ... ?

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ยอมช่วย... หรือไม่ยอมคะ... ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2560 17:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ยอมช่วย... หรือไม่ยอมคะ... ?
แบบอักษร

เขา

กล่าวสั้นๆ แต่กังวานเสียงของเขา ราวกับมีมนต์สะกด

หญิงสาวรีบเล่าเรื่องพี่ชายในทันที

ชานนท์เป็นพี่ชายร่วมสายโลหิตของพริม หลังเรียนจบปริญญาตรีที่กรุงเทพได้ไม่นาน ก็ตัดสินใจเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาโททางด้านเกษตรศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เลือกเรียนในสาขาวิชาพืชไร่พืชสวน มีความสนใจในการเพาะพันธุ์กล้วยไม้มาตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยม

ด้วยความสนใจและรักกล้วยไม้มาก ถึงขั้นหลงใหล  ทำให้ชานนท์ลงทุนสร้างโรงเรือนเพาะชำกล้วยไม้ และห้องเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของกล้วยไม้สายพันธุ์แปลกๆที่ใกล้สูญพันธุ์ และหายากของโลก

อยู่มาวันหนึ่ง ด้วยความอยากเห็นกล้วยไม้ ‘เอื้องพลายชมพู’ (Pleione Praecox) ที่มีนักนิยมไพรร่ำลือๆต่อกันมาว่าเคยมีผู้พบเห็นกล้วยไม้หายากสายพันธุ์นี้ ที่สุสานสาละวิน ทำให้ชานนท์ตัดสินใจ จ้างคนนำทาง เพื่อบุกป่าฝ่าดงเข้าไปหากล้วยไม้เอื้องพลายชมพู ตามบันทึกบอกเล่าของผู้ที่เคยพบเห็น  

กระทั่งหนึ่งสัปดาห์ผ่าน ซึ่งเป็นเวลาที่สมควรจะกลับออกมาได้แล้ว หากก็ไร้เงาของชานนท์และคนที่ว่าจ้างให้นำทางเข้าไปที่ผืนป่าแห่งนั้น

“ไปกันกี่คน?” เปลวขัดขึ้นกลางคัน

“สามคนค่ะ” หญิงสาวตอบ

รู้มาจากปากของชานนท์ผู้เป็นพี่ชาย ที่โทรมาบอกก่อนหน้าวันที่จะเดินทางเข้าป่าเพียงวันเดียว

“ใครเป็นคนนำทาง” เปลวถามต่อ

“พี่ชานนท์จ้างกะเหรี่ยงพื้นเมืองสองคนค่ะ อีกคนช่วยนำทาง อีกคนเป็นลูกหาบ บอกเอาไว้ว่าจะกลับออกมาภายในสามวัน…แต่นี่ก็ผ่านมาสัปดาห์กว่าแล้วค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า

“นับเป็นโชคร้ายของพี่ชายคุณ ที่ไปเจอกะเหรี่ยงไม่ชำนาญไพร แต่ก็รับงานไว้เพราะเห็นแก่ค่าจ้างอันงดงาม”

เขาสันนิษฐานจากข้อมูลในเบื้องต้นที่เพิ่งได้ฟังจากปากของเธอ

“จากที่ผมได้ฟัง การจะติดตามหาพี่ชายของคุณ ก็ไม่ยากจนเกินไป…”

เปลวเปรยขึ้นมาลอยๆ หมุนปากปาที่วางอยู่บนโต๊ะไปมาด้วยความเคยชิน หยุดคิดชั่วครู่ ทิ้งบางประโยคเอาไว้ให้เธอสนใจ ดวงตาคมประกายของเขาที่จ้องมองใบหน้าของเธอ หรี่ลงเล็กน้อย

ก่อนจะกล่าวต่อ

“อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่า ‘เอื้องพลายชมพู’ คือสิ่งจูงใจของพี่ชายคุณ ไม่ใช่ลายแทงขุมทรัพย์ที่ลวงล่อให้ผู้มนุษย์ผู้ละโมบ เอาชีวิตไปสังเวยดินแดนแห่งนั้นมานักต่อนัก”

“หมายความว่าคุณจะรับงานนี้ใช่ไหมคะ”

หญิงสาวอารามดีใจ ทึกทักเพราะประโยคที่เปลวบอกว่า ‘ก็ไม่ยากจนเกินไป’

เปลวยังไม่ตอบ แต่พินิจใบหน้าสวยของเธออย่างลืมตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่หวานที่นั่งประจันหน้ากับตน ใกล้กันจนได้กลิ่นหอมจากเรือนกาย กลิ่นเรือนผมยาวสลวย สะท้อนเป็นมันวาววับกับแสงเรื่อเรืองจากดวงโคมเพดาน งามราวกับแพรไหมสีดำมัน คลุมอยู่ที่ศีรษะสวยได้รูปทรง ปลายผมยาวประป่า เลยลงมาถึงกลางหลัง ดูน่าลูบไล้ ยามที่แพรผมขยับ ทุกจังหวะที่ใบหน้าสวยสะบัดเบาๆระหว่างสนทนา

ดวงตาคมกริบราวกับสายตาของนักล่าของเปลวฆวัจน์ ลอบมองผิวพรรณเนียนขาว สะอาดสะอ้าน ทรวดทรงอรชรอ้อนแอ้น เอิบอิ่ม แอบชื่นชมดวงหน้าประพิมพ์ประพายของหญิงสาวที่เธอเองก็รู้ว่าเขากำลังลอบมองอย่างให้ความสนใจ

“ถ้าการเข้าป่าของพี่ชายคุณในครั้งนี้เป็นเพราะความละโมบในขุมทรัพย์ลายแทงเหมือนคนอื่นๆ...ผมก็คงไม่รับงานนี้ เหมือนกับที่เคยปฏิเสธมาแล้วนับรายไม่ถ้วน” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม จริงจัง

แม้สีหน้านั้นอาจจะดูเย่อหยิ่ง ทว่าเปลวก็พูดความจริง ไม่ได้ตั้งใจอวดอ้าง หรือยกตัวเองให้มีความสำคัญขึ้นมา เพื่อจะเรียกร้องค่าแรง ค่าจ้าง แต่อย่างใด

หล่อนนิ่งฟังด้วยดวงตาวาวประกาย ความหวังเริ่มผุดพรายขึ้นชัดในแววตาหวานวาวคู่นั้น

‘ถ้าสิ่งซึ่งชานนท์ผู้เป็นพี่ชายของเธอตั้งใจเข้าไปเสาะหานั้นคือขุมทรัพย์ลายแทง ไม่ใช่กล้วยไม้  นายเปลวฆวัจน์คนนี้คงไม่รับงานนี้อย่างแน่นอน’

หญิงสาวพึมพำในใจด้วยความดีใจ     

“จะออกเดินทางพรุ่งนี้เลยได้ไหมคะ” เธอเร่งเร้า

ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย เมื่อคำพูดเมื่อครู่ของชายหนุ่มได้ให้ความหวังกับเธอ

                “ใจคอจะไม่ให้เวลาผมได้เตรียมตัวเลยหรือคุณ” เขาว่า เมื่อเห็นเธอเร่งเร้า น้ำเสียงต้องการขัดจังหวะมากกว่า ไม่ได้ตำหนิจริงจังในความใจร้อนของเธอ

                “ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหนคะ?…เอ่อ…ฉันเป็นห่วงพี่ชายน่ะค่ะ”

เหมือนรู้ตัวว่าเร่งเร้า จึงสำทับเหตุผลที่ให้ต้องรีบร้อน     

“อย่างเร็วก็วันมะรืน” ชายหนุ่มตอบ ดวงตาคู่คมของเขาครุ่นคิด

                “เร็วกว่านั้นได้ไหมคะ” หล่อนต่อรอง มองตาเขา

                “ไม่ได้ครับ”

เปลวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดูเหมือนใจร้าย แต่เป็นเพราะความรอบคอบ

                “ผมต้องการทีม…สามคนเป็นอย่างต่ำ ไม่รวมลูกหาบ” เขาบอกเหตุผล

                “กี่คนก็แล้วแต่คุณ…มากกว่าสามคนก็ได้ ค่าจ้างฉันไม่เกี่ยง”

                “ผมขอแค่สาม…รวมลูกหาบอีกสองคนก็เป็นห้า หอบหิ้วกันไปมากโดยไม่จำเป็น ก็พาลจะเสียเวลา เยอะไปก็ถ่วงกันให้ชักช้าเสียเปล่าๆ แทนที่จะไปได้เร็ว” เขาบอกเหตุผลของเขา

                “หกคนค่ะ!...รวมฉันเข้าไปอีกหนึ่ง”  พริมนับตัวเองเข้าไปด้วย

                สิ้นคำของหญิงสาว ชายหนุ่มถึงกับชะงัก หัวคิ้วเข้มที่แลเห็นเส้นขนคิ้วเรียงแนวแน่น ถึงกับชะงักเล็กน้อย

                “เหมือนผมจะหูฝาด!...อย่าบอกนะว่าคุณจะร่วมคณะไปด้วย” สีหน้าของเขาตกใจ

“ที่คุณได้ยิน…ไม่ผิดหรอกค่ะ” เธอยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“คุณไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม?”

เขาเพ่งมองเธอด้วยแววตาและสีหน้าครุ่นคิด

“ฉันไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่น…โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของพี่ชายฉัน”

เปลวนิ่งคิด…

ครั้นแล้วจึงตอบกลับ

“ถ้าห่วงพี่ชาย…ก็ควรปล่อยให้เป็นงานของพวกผู้ชาย หากคุณร่วมคณะไปด้วย เกรงว่าจะเป็นภาระให้คนอื่นต้องดูแล”

“ฉันสัญญาว่าจะไม่เป็นตัวถ่วงใคร” หญิงสาวรีบยืนกรานเสียงแข็ง

สิ่งหนึ่งที่เปลวรู้สึกได้จากคำพูดของพริม ก็คือความมุ่งมั่นและแน่วแน่ที่เจือเอาไว้ในน้ำเสียงใสของหญิงสาว แววตาหวานวาวคู่นั้นมีความกล้าหาญฉาบเอาไว้ เชื่อว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแออย่างแน่นอน

“คุณคงยังไม่เคยนอนค้างแรมในป่าเปลี่ยวมาก่อน จึงนึกภาพไม่ออกว่ามันไม่น่าสนุกเลยสักนิด” เขาเตือน

“ฉันทำใจเอาไว้แล้วค่ะ…ว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุก…ฉันไม่แปลกใจที่การขอร่วมขบวนไปด้วยกับคุณ อาจทำให้คุณหนักใจ นั่นอาจเป็นเพราะว่าในชีวิตของคุณ คงเคยเจอผู้หญิงอ่อนแอมาเยอะ…แต่กรุณาอย่านับรวมฉันเข้ากับผู้หญิงอ่อนแอเหล่านั้น” น้ำเสียงที่กล่าวออกมานั้นเต็มไปด้วยความมาดมั่น

เปลวอมยิ้มกับความดื้อดึงและเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวผู้นี้ขึ้นมาทันที

นานแล้วที่เปลวไม่เคยเจอผู้หญิงลักษณะนี้ ดวงตาคมกริบของเปลวจ้องมองริมฝีปากสีชมพูอิ่มเต็มของหญิงสาวตรงหน้าอย่างลืมตัว ริมฝีปากหยักสวยบนดวงหน้าหวานหยาด หากวาจานั้นตรงกันข้าม ทั้งฉะฉาน กล้าหาญ เชื่อมั่น และแววตาที่มีประกายเว้าวอนวิบวับนั้นเอง ที่ทำให้เขาใจอ่อนในที่สุด

หลังจากตัดสินใจรับงาน เปลวหยัดร่างสูงใหญ่ขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นโทรหาเพื่อนรักที่ชื่อ ‘ทรงกลด’ อดีตป่าไม้จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ เพื่อนรักที่เคยร่วมผจญป่าด้วยกันมาโชกโชนเมื่ออดีต

สหายที่อยู่ปลายสายคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นกดรับ เอ่ยทักทายต้นสายด้วยน้ำเสียงดังลั่น แข่งกับเสียงดนตรีที่อึกทึกอยู่ภายในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่กลางตัวเมืองเชียงราย ภายใต้แสงไฟหลากสีสันที่ย้อมบรรยายกาศให้ดูเร้าใจ เร่งการคัดหลั่งของอะดรีนาลีนและเอ็นโดรฟีนที่บางครั้งมันก็หลั่งออกมาพร้อมๆกันอย่างสับสน

“สวัสดีไอ้เพื่อนยาก” กังวานเสียงที่คุ้นเคย กรอกกลับมาสู่ต้นสาย

“ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาหาความสำราญของนาย” เปลวแกล้งสัพยอกอย่างคนที่รู้ไส้รู้พุงกันเป็นอย่างดี

“ช่างรู้ทันจริงๆ…ไอ้เพื่อนคนนี้” ทรงกลดกล่าว 

 “ฉันมีงานด่วน…ต้องการให้นายช่วย” เปลวบอกกับสหายที่อยู่ปลายสาย

“มีงานไหนบ้าง…ที่นายโทรมาแล้วบอกไม่ด่วนบ้างวะเพื่อน” ทรงกลดแกล้งสัพยอกกลับ ขยับบุหรี่ที่เปลวไฟแดงไหม้ลามลงจนเกือบถึงก้นกรอง ดีดเบาๆตรงขอบจานเขี่ยบุหรี่ ยกขึ้นสูบช้าๆอีกที เหมือนเสียดายส่วนที่เหลือ

“ว่าไปเพื่อน…”

กล่าวพลางพ่นควันสีขาวจาง กระจายไปในความมืดที่ถูกย้อมด้วยแสงสีวูบวาบหลากสีสันคริสตัลดวงกลมที่หมุนควงอยู่ไปตามจังหวะทำนองของเสียงเพลงกระทึ่ม กระตุ้นเร้าด้วยเสียงกลอง รุนแรง เร้าใจ

ทรงกรดค่อยๆหยัดกายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่กลางโชฟาร์ภายในห้องคาราโอเกะส่วนตัว ท่อนแขนกำยำอีกข้างยังโอบเอวสาวเสริฟร่างอวบที่คอยรินเบียร์เคลียคลออยู่ใกล้ๆ

“ฉันขอแยกแกออกจากสาวๆที่กำลังห้อมล้อมแกอยู่สักเจ็ดวัน…ขอแรงไปเป็นเพื่อนฉันเดินป่า”

เหมือนตาเห็น

เปลวกลอกเสียงดังกลับไปอย่างรู้ทันนิสัยเจ้าสำราญของทรงกลด เมื่อเสียงเพลงอึกทึกฟ้องว่าเขากำลังอยู่ในผับ หรือไม่ก็กำลังทำตัวเป็นผีเสื้อที่ระเริงราตรีอยู่ในบาร์เบียร์ที่ไหนสักแห่ง

“ป่าไหนวะเพื่อน?” ทรงกลดถามขึ้นด้วยความอยากรู้

“สุสานสาละวิน”

“หา!...” ปลายสายอุทาน อ้าปากค้าง

บุหรี่ที่คีบคาอยู่ในมือถึงกับร่วงลงกลางโต๊ะ

“ลืมแล้วหรือวะ!...ที่ฉันเคยบอกว่าถ้าไม่จำเป็น เราจะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นเด็ดขาด”

ทรงกลดเตือนความจำให้สหายเก่า ว่าเมื่อครั้งหนึ่งในอดีต ทั้งคู่เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่สุสานสาละวินแห่งนั้น

“แต่ครั้งนี้จำเป็นว่ะ” เปลวตอบกลับไปสั้นๆ

“จะไปเมื่อไร”

“วันมะรืน…”

“เร็วขนาดนั้น…!.”

“ใช่…ถ้างั้นคืนนี้ก็ล่ำลาสาวๆของนายให้พอ จะได้ไม่ต้องหอบอารมณ์เปลี่ยวเข้าป่า พรุ่งนี้เช้าฉันจะแวะไปหานายที่แม่สะเรียง คุยรายละเอียดกัน”

 เปลวนัดหมายเพียงสั้นๆ จากนั้นจึงกดตัดสายเพราะไม่อยากรบกวนเวลาสำราญของเพื่อนมากไปกว่านั้น

เกริ่นเอาไว้เพียงคร่าวๆ เพราะรู้ดีว่ารุ่งขึ้นต้องหารือในรายละเอียดกันอีกยาว

(ฝากอีบุ๊คเรื่องใหม่ด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

#

#

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=53085

 

#

 

# 

(ฝากอีบุ๊คเรื่องล่าสุดด้วยนะครับ)

https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=52654

 

#

https://www.mebmarket.com/ebook-52553-%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B8

#

https://www.mebmarket.com/index.php?action=Bo

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว