กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่33 ตายซะเถอะ!!!!ไอ้ตัวแสบ

ชื่อตอน : ตอนที่33 ตายซะเถอะ!!!!ไอ้ตัวแสบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2559 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่33 ตายซะเถอะ!!!!ไอ้ตัวแสบ
แบบอักษร

ตายซะเถอะ!!!ไอ้ตัวแสบ

 

 

ปังๆๆๆๆ...ปังๆๆๆๆ.....

                 

               เสียงทุบประตูรัวๆดึงสติของหนุ่มสาวที่หล่นไปอยู่ในห้วงนิทรากลับมาอีกครั้ง สายตาทั้งคู่มองสบกันโดยไม่ต้องนัดหมายร่างหนารีบลงจากเตียงคว้าเสื้อผ้าตนเองมาสวมใส่และส่งชุดนักศึกษาให้คนรัก

               "เปิดเดี๋ยวนี้ไอ้ตัวแสบกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้ฮะ!!!" อานนท์โวยวายเสียงดัง   ทันทีที่รู้จากปากผู้จัดการหนุ่มว่าลูกสาวสุดที่รักมาหาภูวริศที่บ้านซึ่งมันผ่านมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว   "มัวทำอะไรกันอยู่บอกให้เปิดประตู!!!!" อานนท์ยังคงทุบประตูบ้านอย่างไม่ลดละ

              "ใจเย็นๆครับคุณลุง...คนงานมุงดูกันใหญ่แล้ว" อรุณที่เดินตามหลังเจ้าของไร่มาติดๆเอ่ยปากห้าม

              "หยุดเลยไม่ต้องพูดเราเองก็มีความผิดเหมือนกัน" อานนท์หันไปดุใส่

              "ผม...เหรอครับ"

              "ใช่!...นายรู้ทั้งรู้ยังปล่อยให้เขาอยู่กันสองต่อสองอีกนะอรุณ"

              "แล้วคนนอกอย่างผมจะทำอะไรได้ล่ะครับ...เขาเป็นคู่หมั้นกัน" อรุณพูดคำว่าคู่หมั้นด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าวในอก แค่เห็นคนทั้งคู่โอบกอดกันเขาก็รู้สึกชอกช้ำเกินกว่าจะทนแล้วจะให้เขาเอาความกล้าที่ไหนไปบอกเขาว่าควรอยู่ให้ห่างกันเอาไว้

             "นั่น...แหล่ะ..." อานนท์มองผู้จัดการไร่ที่หมองเศร้าอย่างสงสาร เขาโมโหและห่วงลูกสาวมากเกินไปเลยลืมไปว่าตอนนี้อรุณเองก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกัน

             

            ประตูบ้านที่เปิดออกดึงห้วงเวลาที่แสนตึงเครียดอึดอัดออกไปได้ในทันที อานนท์มองว่าที่ลูกเขยที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าหลุดลุ่ยต่างจากหนุ่มมาดเนี๊ยบเมื่อเช้าโดยสิ้นเชิง

             "มีอะไรครับคุณพ่อตา" ภูวริศยิ้มกว้างทำหน้าใสซื่อ

             "เอมอยู่ไหน...เรียกลูกสาวฉันออกมา!!!"

             "น้องเอม....ไม่...อยู่ที่นี่ครับ" ภูวริศบอกปัดเสียงสั่น

             "นายนี่มัน...." อานนท์กัดฟันกรอดๆพยายามข่มอารมณ์โมโหที่กำลังเดือดพล่าน

             "ใจเย็นครับคุณลุง" อรุณเข้ามาจับอานนท์ที่ยืนกำหมัดแน่นท่าทางโกรธจัด  "เข้าบ้านไปเลยไป...ทางนี้ฉันจัดการเอง" อรุณหันไปไล่ภูวริศ

             "ทำไมฉันต้องเชื่อนายวะ" ภูวริศย้อนอย่างคนดื้อรั้น

             "เอางั้นก็ได้...ขอให้โชคดีละกัน" อรุณปล่อยอานนท์และเดินลงบันไดไป เขาโมโหตัวเองที่ทำตัวเป็นคนดีอยากจะช่วยเหลือภูวริศขึ้นมาดื้อๆและสุดท้ายก็โดนปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า

              "เออ...เก็บความหวังดีเอาไว้เถอะไอ้พระเอก" ภูวริศตะโกนไล่หลัง

              "เรียกเอมออกมาคุณภู!"

              "ไม่ได้อยู่ที่นี่จริงๆครับ" ภูวริศปฏิเสธเสียงแข็ง

              "แน่ใจนะ" อานนท์จ้องตาอย่างเอาเรื่อง

              "ครับ" ชายหนุ่มพยักหน้า

         

              อานนท์ชนภูวริศเต็มแรงเพื่อเขี่ยชายหนุ่มออกไปให้พ้นทางชายสูงวัยถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านที่เขาเป็นเจ้าของแต่อยู่ในการครอบครองของว่าที่ลูกเขยตัวแสบ

              สายตาคนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมองเตียงนอนที่ยับยู่ยี่อย่างปวดใจนี่เขาเอาน้ำตาลมาใกล้มด เอาปลาย่างมาฝากไว้กับแมว เอาน้ำมันมาใกล้ไฟ.... สายตาคมหันไปมองห้องน้ำที่ปิดสนิทร่างหนาตรงเข้าไปหมายจะเปิดประตู

              "คุณพ่อ....อย่าครับ" ภูวริศรีบปรี่เข้ามายืนขวางหน้าห้องน้ำได้ทันก่อนที่ชายสูงวัยจะเปิดเข้าไป

              "มาห้ามทำไม...ข้างในนี้มันมีอะไรฮะ"

              "เอ่อ....คือ..." ภูวริศอึกอัก

              "ถอยไป!!!" อานนท์ขึ้นเสียงและออกแรงผลักชายหนุ่มให้ออกห่างจากประตู

              "อย่าเข้าไปเลยครับ...ผม...ยังไม่ได้กดชักโครกครับคุณพ่อ!" ภูวริศโกหกคำโต

              "ฉันก็ดู!!!" อานนท์ยืนยัน

              "ดะ...เดี๋ยวทานข้าวไม่ลงนะครับ..." ภูวริศขืนตัวขวางประตูไว้อย่างมั่นคง

               "ถอยยย.....ไปปปปป...." อานนท์รวมรวมกำลังเหวี่ยงภูวริศออกไปให้พ้นทาง

               ร่างหนาล้มกลิ้งไปกับพื้นพร้อมกับอานนท์ที่ขยับลูกบิดประตู

 

แต่...

 

มันล็อค....

 

               "มันล็อคได้ยังไง!" อานนท์หันมายิ้มเย็น

               "คือ...."

               "เก็บทองไว้ในห้องน้ำรึไงถึงได้หวงนัก" อานนท์เดินมาหาภูวริศที่ค่อยๆถอยหนี

              "คุณพ่อครับคือ...."

              "อย่ามาเรียกผมว่าพ่อคุณภู!....ทำเกินไปแล้วนะ!!!"

              "ผม....ขอโทษครับ" ภูวริศเปลี่ยนมานั่งคุกเข่าขอความเห็นใจ

              "ตายซะเถอะ!!!...ไอ้ตัวแสบ!!!" อานนท์ปรี่เข้าไปทำร้ายว่าที่ลูกเขยด้วยความโมโห

              ภูวริศไม่ได้ต่อต้านเขาเพียงแค่ยกมือขึ้นมาปกป้องใบหน้าเท่านั้น

              เอมอรเดินวนไปวนมาในห้องน้ำด้วยความเครียด เธอตัดสินใจไม่ถูกไม่รู้ว่าควรออกไปยอมรับสารภาพแต่โดยดีหรือปล่อยให้ชายหนุ่มแก้ปัญหาเพียงลำพัง

             "โอ๊ย!...ผมขอโทษครับ...โอ๊ย!!" เสียงภูวริศร้องขณะที่อานนท์ประเคนทั้งหมัดทั้งแข้งมาให้เขาเพราะความโมโห

             เสียงชายหนุ่มที่ร้องโวยวายยิ่งทำให้หญิงสาววิตกกังวล ถ้าเขายอมให้พ่อตีจนตายจะทำอย่างไรเอมอรคิดทบทวนอย่างหนัก

              "พ่อ!อย่าตีเขานะ!" เอมอรเปิดประตูห้องน้ำออกมาพร้อมประกาศกร้าวใส่บิดา

           

              

               "เอม!" อานนท์มองลูกสาวแล้วหันมาหาภูวริศเพื่อรอฟังคำแก้ตัว   "ยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกมั้ย!"

               "โอ๊ะ!...น้องเอมมาอยู่ที่นี่ได้ไงคะ" ภูวริศแสร้งตกใจด้วยหน้าใสซื่อ

               "ยังจะกล้าเถอีกนะ!" อานนท์ง้างมือหมายจะตีว่าที่ลูกเขยสุดแรง

               "โอ๊ย...ขอโทษครับ"

               "พ่อ!.." เอมอรร้องห้ามและเอาตัวเองมากั้นกลางขวางคนทั้งสองเอาไว้

               "นี่เข้าข้างมันเหรอ" อานนท์มองลูกสาวที่กางแขนป้องคนรักที่นั่งอยู่ที่พื้น

               "พ่อก็เลิกตีพี่ภูสิจ้ะ"

               "มันทำถึงขนาดนี้ทำไมพ่อจะตีไม่ได้อยู่บ้านเราแค่วันเดียวก็ก่อเรื่องงามหน้าแล้ว" อานนท์ชี้หน้า

                "เอมมาหาเค้าเอง...เอมผิดเองจ้ะพ่อ" เอมอรตอบเสียงหนักแน่นมองบิดาที่โกรธหน้าดำหน้าแดง

                "ว่าไงนะ!"

                "ผมขอโทษครับ...เป็นความผิดของผมเองอย่าโกรธน้องเอมเลยครับ"

                 "มันก็ต้องเป็นความผิดนายอยู่แล้วล่ะที่ล่อลวงลูกสาวฉัน!" อานนท์โมโห   "อยู่ที่นี่ยังไม่ครบวันก็ก่อเรื่องซะแล้ว...ผมจะไปไว้ใจอะไรคุณได้ฮะคุณภู" อานนท์เดินวนไปวนมาท่าทางหงุดหงิดโมโห   "เตียงนั่นอีกคุณอย่าคิดนะว่าผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นน่ะ!!" ชายชราหันมาจ้องหน้าชายที่เป็นว่าที่ลูกเขย

                 "ผมยินดีรับผิดชอบครับ"

                 "จะมารับผิดชอบอะไรกันอีกลูกสาวผมไม่เหลืออะไรแล้วโดนคุณย่ำยีจนไม่เหลืออะไรแล้ว!"

                 "ผม...จะแต่งงานกับเอมให้เร็วที่สุดครับ"

                 "ไม่!!!"

                 "ทำไมล่ะครับ"

                 "ใช่ว่าแต่งงานแล้วทุกอย่างจะจบนะคุณภูเรากำลังพูดกันถึงเรื่องที่คุณไม้ให้เกียรติเราต่างหาก" อานนท์ตอกหน้าภูวริศ

                 "พ่อ..." เอมอรเรียกบิดาเสียงแผ่วน้ำตารื้นขึ้นมาที่ตาคู่โศกในทันที

                 "ผมเห็นคุณมาแต่เล็กเอ็นดูคุณเหมือนลูกเหมือนหลานมาตลอดและผมจะไม่ห้ามถ้าลูกสาวผมคบหากับคุณแต่สามเดือนกว่าๆที่ผ่านมาผมไม่ชอบหน้าคุณเลยสักนิดนั่นไม่ใช่เพราะผมเกลียดแบบไม่มีเหตุผลแต่เพราะตัวคุณเองทั้งนั้น คุณไม่เคยให้เกียรติเอมในฐานะคนรัก คุณไม่เคยให้เกียรติผมในฐานะพ่อของคนรักและคุณยังไม่ให้เกียรติบ้านผมในฐานะบ้านของคนรัก คนเราถ้าไม่เคารพซึ่งกันและกันแล้วมันจะอยู่ร่วมกันได้ยังไงคุณจะเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางโดยไม่สนใจคนรอบตัวได้ยังไง คุณสุขแต่คนรอบตัวทุกข์คุณทำได้ยังไง"

               "พ่อ....พอแล้ว..."เอมอรเข้าไปกอดบิดาแน่นน้ำตาอาบสองแก้ม   "เราอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันอีกเลยนะ...เอมไม่อยากได้ยินอะไรแล้วถ้าพ่อโกรธพ่อก็ตีเอมตีพี่ภูเถอะ"

               "ผมมันเลวอย่างที่คุณพ่อพูดจริงๆครับ..." ภูวริศก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรออกมาอีก ร่างหนาสั่นเทาเพราะสะอื้นไห้ความรู้สึกผิดเมื่อคิดว่าตนเองเป็นคนเลวร้ายแค่ไหนทำให้น้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุด เขาสนใจแต่ตนเองสนใจแต่ความต้องการของตนเองเขาไม่เคยคิดถึงสิ่งที่สมควรถูกต้องเหมาะสมเลยสักครั้ง

               "ได้เวลากินข้าวเย็นแล้ว" อานนท์แกะมือลูกสาวที่โอบกอดตัวเองอยู่

               "พ่อ..." เอมอรร้องเรียกบิดาที่เดินออกจากบ้านไปทั้งน้ำตา

 

 

 

 

 

 

 

 

                ตอนแรกไรท์ก็ตั้งใจจะให้มันขำๆนะแต่ไปๆมาดราม่าซะงั้นhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/5.gif

ความคิดเห็น