ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขอเพียงโอกาส

ชื่อตอน : ขอเพียงโอกาส

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2559 09:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขอเพียงโอกาส
แบบอักษร

#

ตอนที่ 33

สองสาวเดินมาถึงโต๊ะฝั่งซ้ายของงาน เพื่อนในห้องอธิปยิ้มทักทายไวโอลินอย่างเป็นมิตร อัญชันหยิบผ้าคลุมไหล่ส่งให้เพื่อน

“หนาวหรือเทียน อะนี่...คลุมไว้นะ”

ทุกคนมองเพื่อนต่างห้องด้วยสายตาอยากรู้ หญิงสาวคนหนึ่งได้ข่าวว่าไวโอลินกำลังจะแต่งงานกับทวีภาค 

“ขอโทษนะไวโอลิน เราชื่อรสา ได้ข่าวว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับท็อปเหรอ”

ซวยแล้วคำนี้ธานินได้แต่ตะโกนในใจ เขาเหลือบมองคนนั่งก้มหน้า เธอไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบจนอีกฝ่ายหน้าเสีย

“เฮ้ยแต่งเติ่งอะไรกันล่ะ พ่อเพื่อนเพิ่งเสียนะแก พูดจาไรไม่รู้”

อัญชันปกป้องเพื่อนสุดฤทธิ์ ไวโอลินกำมือแน่น เธอชักทนไม่ไหวกับงานเลี้ยงรุ่นเสียแล้ว

“เฮ้ยฟังไอ้วิทย์พูดดีกว่า ไว้ค่อยคุยกันเถอะ”

ธานินตัดปัญหาให้ทั้งโต๊ะมองไปยังเวที ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยและทำตามทันที จะมีก็แต่ไวโอลินที่ยังก้มหน้าเหมือนจะร้องไห้ เธออึดอัดจนอยากจะเดินออกไปเสียเดี๋ยวนี้...

งานเลี้ยงรุ่นดำเนินไปเรื่อยๆ ธานินเอะใจที่อธิปหายไปนาน เขาโทรตามหากสหายไม่รับสาย ไอ้วายร้ายไปก่อเรื่องที่ไหนอีก

“อะเพื่อนๆ มาถึงคำถามต่อไป รุ่นพวกเราคนที่สอบได้คะแนนดีที่สุดคือใครกัน”

คำถามต่อไปนั้นง่ายแก่การตอบ...อธิป ภัทรกาญจน์ เขาเก่งทั้งเรื่องเรียน และกีฬา ชายหนุ่มเป็นหน้าเป็นตาให้โรงเรียนเสมอ

“ไอ้ภาคเก่ง”

หลายเสียงตะโกนตอบ สุวิทย์สะดุ้งเมื่อได้ยินชื่ออธิปเริ่มหาวิธีเอาคืนเพื่อนจอมมาร สปอร์ตไลท์ส่องหาหนุ่มป๊อปของโรงเรียน เจ้าตัวถอนหายใจเมื่อความวุ่นวายกำลังมาเยือน เขาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเงียบๆ

“โอ๊ะนั่นไง อธิป ภัทรกาญจน์ ห้อง1...หลายคนคงอยากรู้ว่าหน้าที่การงานของภาคเป็นยังไง และตอนนี้ดำรงกิจการครอบครัวไปถึงไหน แต่ที่แน่ๆ หลังกลับมาจากเมืองนอกนี่มีเมียหรือยัง เอ๊ะไม่สิได้พกเมียแหม่มกลับมาหรือเปล่า”

ไวโอลินสะอึกกับคำถามที่แว่วเข้าหู เงยหน้าสบตาเขาด้วยความร้าวระทม หากสิ่งที่ตอบกลับมามีแต่ความเย็นชา สายตามองเธอก็จริงแต่หามีสิ่งดีๆ ให้กันไม่

“หายไปไหนมาวะ ตอบๆ มันไปดิ กูรำคาญ”

ธานินกระซิบหากอธิปไม่สนใจ นั่งจ้องหล่อนจนทั่วทั้งงานหันมามองโต๊ะหนุ่มป๊อป แสงสปอร์ตไลท์สาดส่องรวมกับสายตาคนนับร้อย

“เฮ้ยทำไมแกมองเทียนแบบนี้อะภาค”

อัญชันเห็นท่าไม่ดีจึงถาม เพื่อนในโต๊ะสงสัยเช่นกัน สายตาอธิปที่มองไวโอลินทรงพลังเกินคาดเดา ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังทำอะไรในจังหวะนั้นเอง คนที่เป็นฝ่ายทนไม่ไหวคือเหยื่อของเขา หญิงสาวยืนขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อน

“ฉันขอตัว”

เพราะทนให้เขามองเหยียดไม่ได้จึงเลือกเดินจากไปเสียดีกว่า ในสภาวะแบบนี้ใครไม่เป็นเธอคงไม่เข้าใจ...

“อ้าวสาวสวยห้องบ๊วย เธอจะไปไหนล่ะจ๊ะ”

ไวโอลินหันขวับไปยังเวที สุวิทย์กัดคนอื่นไม่เลือกหน้า สายตาเพื่อนรุ่นเดียวกันมองคนห้องบ๊วยแล้วซุบซิบนินทา มันผิดนักหรือไงที่เธอเกิดมาโง่?

“ถ้าหนุ่มป๊อปไม่ตอบฉันยกยอดให้เธอแล้วกัน ไหนๆ ก็ยืนขึ้นแล้วเนอะ หนุ่มๆ เป็นไง อยากฟังสัมภาษณ์สาวขาวออร่านามว่าไวโอลินกันมั้ย”

เสียงตอบรับดีเกินคาดเมื่อเหล่าชายหนุ่มในงานต่างฮือฮารอฟังเรื่องราวชีวิตไวโอลิน เธอทนไม่ไหวเดินหนีท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ ธานินมองคนข้างกาย ซึ่งอธิปไม่แสดงอาการใดๆ

“อ้าวจะหนีไปไหนล่ะนั่น โกรธหรือจ๊ะแม่คู้น แต่เอ...วงในแว่วๆ มาว่างานแต่งเธอล่มไม่ใช่หรือ”

ร่างบางชะงักกลางงาน เธอโกรธจนตัวสั่นเมื่อเพื่อนเอาเรื่องไม่ดีขึ้นมาพูดในที่สาธารณะ ผ้าคลุมไหล่เลื่อนหลุดกองอยู่กับพื้นพรมสีแดง ไวโอลินไร้เรี่ยวแรงก้มเก็บ เธอก้าวขาไม่ไหวด้วยซ้ำ

“ฉันจะไปช่วยเทียน ไอ้วิทย์มันพูดหมาๆ กับเพื่อนสนิทฉันได้ไง”

อัญชันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทำท่าจะลุกจากเก้าอี้ไปช่วยเพื่อน ทว่าจังหวะนั้น...

“ไม่ต้องเธอนั่งอยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

 

หนาว...ในตอนนี้เธอเหน็บหนาวเหลือเกิน เหมือนทุกอย่างหมุนคว้างจนหยุดไม่ได้ ท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำมีเพียงเธอเท่านั้นที่เปียกปอนไร้คนปกป้อง จะหาชีวิตใครบัดซบได้เท่าเธออีกคงยาก บนโลกใบนี้คงไม่มีที่ให้เธอยืนอีกแล้ว...ไม่มีเลยสักนิด

ไวโอลินน้ำตาร่วงเมื่อนึกถึงเรื่องราวชีวิตที่แสนโหดร้าย หญิงสาวตัดสินใจรวบรวมสติอีกครั้ง เธอก้าวเท้าออกจากงานอย่างรวดเร็ว...

“รู้ดีนักเหรอ นายน่ะรู้ทุกเรื่องใช่มั้ย”

น้ำเสียงคุ้นเคยดังลั่นห้องจัดงานทำให้ทุกคนหันกลับไปยังเวทีอีกครั้ง ร่างบางหยุดอยู่กับที่...

“เอ่อทำไมเหรอ เรื่องอะไร”

พิธีกรปากมากเอ่อๆ อ่าๆ เหงื่อผุดเต็มใบหน้าเมื่อเห็นสายตาของหนุ่มป๊อป ณ ตอนนี้งานเลี้ยงรุ่นพังยับ สายตาเพื่อนทุกคนมองขึ้นไปยังเวทีที่มีอธิปและสุวิทย์ยืนจ้องหน้ากันถือไมค์คนละตัว

“ยัยนั่นเป็นยังไง อยู่ห้องบ๊วยแล้วทำไมอีก? อ่องานแต่งหล่อนล่มใช่มั้ย...ฉันถามว่าใช่มั้ย!

อธิปตะคอกใส่ไมค์เสียงดังจนเพื่อนทั้งงานตื่นตระหนก ไวโอลินก็เช่นกัน เธอตกใจน้ำตาไหลพรากหากไร้เสียงสะอื้น เขาคงต้องการย่ำยีเธอให้ต่ำจมธรณี อธิปคงอยากทำแบบนี้...

“เอ่อ...แกจะโมโหทำไมวะ ฉันก็แค่ฟังชาวบ้านพูดมาอีกที”

“เปล่าฉันไม่ได้โมโห ที่นายรู้มาน่ะถูกแล้วแหละ แต่เรด้าสอดรู้สอดเห็นของนายคงทำงานไม่ดี แถมยังหาเรื่องเลวๆ มาเผยแพร่อีกต่างหาก”

สุวิทย์หน้าซีดเมื่ออธิปซัดไม่ยั้ง ตัดสินใจวางไมค์ก่อนเดินลงจากเวที แต่หนุ่มป๊อปไม่ยอม...

“ถ้าแกลงจากเวทีนี้เมื่อไหร่ละก็...”

ไม่ถึงอึดใจสุวิทย์รีบเดินกลับมาหาอธิปอย่างรวดเร็ว เขาเช็ดเหงื่อที่หน้าด้วยความหวาดหวั่น ไวโอลินหันกลับมามองเขา เราทั้งสองสบตากัน ก่อนคนบนเวทีจะพูดบางอย่าง...

“มีบางเรื่องที่ทุกคนยังไม่รู้ ไวโอลินห้องบ๊วยกำลังจะแต่งงานเร็วๆ นี้”

เสียงฮือฮาดังไม่ขาดสาย สุวิทย์จอมสอดกลับมาถือไมค์อีกครั้ง เขาถามทันที

“กับใครงั้นเหรอ...แล้วทำไมนายรู้ล่ะ”

“เพราะเรด้าฉันทำงานดีกว่านายน่ะสิ คนที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วยเป็นเจ้าของธุรกิจส่งออกเครื่องหนังรายใหญ่”

ธานินนั่งไม่ติด ลุกยืนยิ้มแป้นจนอัญชันอดไม่ได้ที่จะถาม ขอให้สิ่งที่เธอคิดเป็นจริงด้วยเถิด

“เล่...ภาคกับเทียน...”

 ชายหนุ่มก็พยักหน้ายิ้มๆ หากอัญชันยิ้มกว่า คนที่ไวโอลินหลงรักมาตลอดคืออธิป แม้จะงงๆ อยู่ว่าทั้งคู่ไปคบหาดูใจกันตอนไหนก็เถอะ แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญเอาไว้ทีหลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือบนเวทีต่างหาก

“จำไว้นะต่อไปจะพูดอะไรหัดเกรงใจคนอื่นบ้าง สงบปากสงบคำหน่อยก็ดี เผื่อหน้าตาจะได้ดูดีขึ้นมานิดนึง”

เสียงหัวเราะดังก้องเมื่อเขาเอาคืนพิธีกรปากมาก ไวโอลินยังยืนอึ้งมองอธิปลงจากเวทีอย่างงงๆ เขาหยุดอยู่หน้าหล่อน ถอดสูทสีดำออกจากลำตัว

“สวมไว้นะ เธอหนาวมามากแล้ว”

สายตาและน้ำเสียงอธิปทำคนหนาวเหน็บดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เขาสวมเสื้อให้ไวโอลินท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากเพื่อนๆ ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งจับแน่นที่มือเล็ก

“พร้อมหรือยังเทียน”

ดวงตาคมหรี่ลงเป็นเชิงถาม หญิงสาวเหมือนถูกมนต์สะกด เธอพยักหน้าน้อยๆ

“งั้นไปเถอะ มีเรื่องมากมายที่เราต้องทำ”

ภาพคู่รักชายหญิงเดินออกจากพรมแดงของงานเลี้ยงรุ่นช่างเป็นสิ่งที่น่าจดจำ ผู้หญิงของอธิปคือไวโอลินจริงหรือ? คำถามนี้ชวนหาคำตอบแก่ทุกคนอย่างยิ่ง หากธานินไม่สนใจ เขานั่งกินต่อกับเพื่อนที่โต๊ะโดยไม่ปริปากพูดเรื่องของทั้งสอง

 

37 นาทีต่อมารถอธิปจอดสนิทยังลานกว้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขาจูงมือเธอลงมาจากรถ ทั้งสองทอดสายตามองผืนธาราเบื้องหน้าหากไม่มีใครพูดอะไร อธิปโอบกอดหญิงสาวด้วยความสบายใจล้นเหลือ

“เธอน่าจะบอกฉันนะ ว่านั่นคือจดหมายของพ่อ”

สายตาคมก้มมองคนตัวเล็ก ไวโอลินยืนนิ่งไม่พูดโต้ตอบ เขาเสียมารยาทเกินไป อธิปอ่านจดหมายของท่านก่อนเธอได้ยังไง

 “นึกว่ามันเอาอะไรมาให้ซะอีก”

“คิดว่าเงินใช่หรือเปล่า”

ถามพลางค่อยๆ เขยิบออกมาจากอ้อมกอดเขา สายลมโหมแรงทำให้เราทั้งสองต่างหนาววูบเป็นระยะๆ อธิปหันหน้ามาหาเธอ

“ฉันเกลียดมันมากเทียน อย่าไปยุ่งกับมันอีกได้มั้ย”

“ทำไมเธอไม่ลองฟังท็อปหน่อยล่ะ”

“ไม่ไอ้เลวนั่นไม่มีสิทธิ์พูดด้วยซ้ำ”

“แต่ฉันยังฟังเธอเลยนี่...ทั้งที่เธอทำไม่ดีกับฉันทุกอย่างแต่ฉันก็ยังยืนอยู่ตรงนี้...ตรงหน้าของเธอ”

“มันไม่เหมือนกัน หยุดพูดเรื่องของมันต่อหน้าฉันสักที ถ้าเธอยังขืนพูดต่อฉันคงทนไม่ไหว”

ท่าทางของเขาทำเธอถอนใจ ที่ยังเลือกอยู่ในบ้านภัทรกาญจน์ต่อเหตุผลหลักๆ คืออยากช่วยพิมพ์มาดา และทวีภาคให้ปรับความเข้าใจกัน อย่างน้อยท็อปก็ควรเข้ามาขอโทษฝ่ายหญิง ตลอดเวลาที่ผ่านมาไวโอลินพยายามหาทางเข้าไปหาน้องสาวฝาแฝดของอธิปอยู่บ่อยครั้ง ทว่าพิมพ์นารายังไม่มั่นใจในตัวคนป่วย นางกลัวลูกสาวร้องกรี๊ดยามเห็นคนแปลกหน้า

“เทียน มาคุยเรื่องของเราเถอะ”

 อธิปเป็นฝ่ายเปิดฉากเคลียร์ความในใจกับเธอ

“เรื่องของเราอีกแล้วเหรอ เรื่องอะไรอีก”

หลายครั้งที่เขาเหมือนจะทำดีแต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยเลวแสนเลว ตอนนี้ความรู้สึกไวโอลินทั้งรักทั้งชัง เธอเหนื่อยล้าเต็มทีกับผู้ชายตรงหน้า

“ก็ถ้าไม่มีเรื่องของมันเข้ามาฉันจะเป็นบ้าแบบนี้มั้ย บอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับมัน”

“เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“เพื่อนงั้นเหรอ? สรุปเธอเคยนอนกับมันหรือเปล่า เอาล่ะเทียน...คำถามนี้อาจทำให้เธอไม่พอใจ แต่ฉันเป็นผู้ชาย และเป็นผัวคนแรกของเธอ ไม่ว่าเธอพูดอะไรออกมาฉันจะเชื่อหมด...แต่ย้ำนะ ช่วยพูดเรื่องจริงด้วย”

“แล้วเธอคิดว่าฉันเป็นยังไงล่ะ ถ้าเธอคิดแบบไหนฉันก็เป็นแบบนั้นแหละ”

“เธอเป็นคนดี ฉันรู้แค่ว่าเธอนิสัยดี...แต่เธอก็ชอบทำเรื่องที่ฉันไม่ชอบใจอยู่เรื่อย”

“เธอเองก็ชอบทำเรื่องที่ฉันเกลียดเหมือนกันนั่นแหละ ร้ายแรงกว่าฉันร้อยล้านเท่าด้วยซ้ำ”

แววตาของเธอเจ็บช้ำน้ำใจ ร่างใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้สวมกอดเธอด้วยความรู้สึกที่พร้อมปะทุตลอดเวลา

“เอาล่ะ...หยุดทะเลาะกันเรื่องคนอื่นแล้วมาตกลงเรื่องของเราดีกว่า ฉันมั่นใจนะว่าเธอไม่เคยตกเป็นของมัน แม้ในหัวจะคิดเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งแต่ก้นบึ้งของใจฉันจริงๆ ไม่เชื่อแม้แต่นิด”

“แต่เธอก็ด่าว่าฉันเหมือนหมูเหมือนหมา คำพูดของเธอเหยียบฉันจมดิน”

สีหน้าของเธอตอบความรู้สึกข้างใน ทุกวันนี้ไวโอลินเหมือนคนใช้ชีวิตไปวันๆ เธอคงอยู่กับเขาไม่ถึง 3 เดือน

“ฉันรักเธอ...”

“หยุดทำแบบนี้ภาค ฉันประสาทเสียทุกครั้งที่เธอพูดโกหก”

“ไม่ได้โกหก ฉันตอบตัวเองได้แล้วว่ารู้สึกยังไงกับเธอ”

ไวโอลินมองอีกฝ่ายด้วยความรวดร้าว แววตาแสนเศร้ามีน้ำใสๆ คลอเบ้าทั้งสองข้าง คำว่ารักของอธิปไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกได้อีกแล้ว หัวใจดวงนี้ด้านชาไร้การตอบสนอง

“ส่วนเรื่องผู้หญิงที่ฉันกำลังคบ เพื่อเธอแล้วฉันจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เราจะเลิกกันแน่นอน”

“...”

ไม่มีการตอบสนอง เธอหลุบตาลงน้ำตาร่วงเผาะ ในหัวสับสนที่สุด ผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนอีก

“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปจดทะเบียน เราจะแต่งงานกัน”

“พอเถอะภาคเมื่อกี้ที่งานเลี้ยงรุ่นฉันขอบใจมาก แต่เทียนเจ็บมาพอแล้ว ฮึกๆ เจ็บจนไม่อยากตื่นมาเจอพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ ฮือๆ”

คนตัวเล็กทรุดลงทนไม่ไหว อธิปโผรับยอดดวงใจ เขานั่งลงกอดเธอไว้แน่นอุรา ชะตากรรมของเธอเป็นฝีมือเขา ความทรมานทั้งชีวิตของผู้หญิงคนนี้ควรถูกแบ่งเบา เขาจะจัดการเยียวยาบาดแผลของเธอให้หายดี

“อย่าร้อง...ได้โปรดอย่าร้อง ภาครักเทียน ถ้าไม่รักจะไม่สนใจ ฉันคงปล่อยเธอไปไหนต่อไหนตั้งนานแล้ว”

คนเลวบอกความในใจ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพาใครหน้าไหนเข้าบ้านสักคน แม้กระทั่งพาขวัญ ผู้หญิงที่ปากบอกว่ารักนักรักหนายังไม่เคยเจอมารดาและคนในครอบครัว

“ฉันบอกแล้วว่าหึงเธอกับมัน ถ้าเราจะมีกันและกันช่วยหยุดยุ่งกับมันตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”

“เห็นแก่ตัว!

ค้อนเขาทั้งตาแดงก่ำ ก่อนเดินจากไป หากอธิปพุ่งเข้าหาเร็วไว สวมกอดเธอไว้จากด้านหลัง

“เทียน ภาคกลับไปแก้ไขทุกอย่างไม่ได้ เรื่องพ่อไม่ใช่ฉันหลับหู หลับตาทำมึน ใจของฉันรู้สึกตลอดเวลา เนื้อความในจดหมายนั่น...”

“พอไม่ต้องพูด อย่าพูดเรื่องนั้น”

เพราะยังไม่ได้อ่านจดหมายเลยกระสับกระส่ายไม่อยากรับรู้ เธอหันหน้ากลับมาหาเขา ดวงตาแสนเศร้าตัดพ้อท้อใจ นัยต์ตาคมขลิบมองตอบด้วยความรู้สึกผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวในชีวิตเธอที่เขามองข้ามไม่ลง

“ฉันเสียใจ พรุ่งนี้เราจะไปขอขมาพ่อด้วยกัน”

ไวโอลินไม่ตอบตกลง หัวใจเธอกำลังร้องไห้เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นคำลวงอีกหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้โกหก เธอไม่รู้หรอกว่า กว่าฉันจะรวบรวมความกล้ามาบอกรักเธอมันยากแค่ไหน ผู้ชายที่เคยดูถูก ด่าว่าเธอสารพัดยอมทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่กับฉัน ภาครักเทียน... แม้เรื่องของเราจะเริ่มต้นไม่ดีแต่ต่อจากนี้ วินาทีนี้เป็นต้นไป ผู้ชายอย่างฉันจะรักและดูแลเธออย่างดีที่สุด”

“...”

ชายหนุ่มจ้องหล่อนจนตาแทบถลน แถบคิ้วเข้มขมวดหนักเพราะคิดไม่ตก เธอจะยกโทษให้เขาหรือเปล่า คนสูญเสียมาตลอดน้ำตาร่วงเผาะ ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตควรเดินไปเส้นทางไหนดี

“เทียน...อย่าร้องไห้ ต่อจากนี้ไปเธอไม่ควรมีเรื่องเสียใจสักนาที”

“ฉันเชื่อไม่ลงจริงๆ ภาค เทียนทำใจยอมรับไม่ได้เลย”

เธอส่ายหัวทั้งน้ำตานองหน้า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เชื่อ ทุกอย่างที่ผ่านมาสำหรับเราคือการแสดงตั้งแต่ต้น ครั้งหนึ่งเธอหลงทุ่มทั้งหัวใจให้กับการโกหกจนหมดสิ้น มันไม่เหลือแล้ว ทุกอย่างสูญสลายสิ้นซาก

“โอเค ฉันเข้าใจ ถ้าอย่างนั้นเธอไม่ต้องเชื่อก็ได้ แค่ขอเวลาให้ฉันพิสูจน์ตัวเอง”

“ฉันควรเอาชีวิตที่เหลือมาเสี่ยงกับเธออีกงั้นเหรอ ฉันเจ็บไม่พอใช่มั้ย”

ถ้าเธอกลับไปคงกลายเป็นคนโง่โดยสมบูรณ์แบบ หากหัวใจดวงนี้รักเขาอยู่มาก ไม่ว่าอย่างไรก็เกลียดอธิปไม่ลง เพราะบูชาความรักที่มีให้เขาเธอถึงเจ็บเจียนตายเช่นนี้ มันทรมานเพิ่มขึ้นหลายล้านเท่าเมื่อเขาเป็นต้นเหตุให้เธอเนรคุณพ่อ

“ฉันรู้แล้วว่าความทรมานที่เธอได้รับสาหัสแค่ไหน ฉันจะพูดอีกครั้ง แบ่งมันมาให้ฉัน...”

เขาโผกอดเธอแน่น ฝังปลายจมูกบนไหล่เล็ก อธิปน้ำตาคลอทั้งสองข้าง เขาสงสารและเจ็บปวดกับเรื่องราวที่เธอประสบพบเจอ

“ต้นเหตุทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะฉัน ให้มันจบลงและสิ้นสุดที่ฉัน...จะได้ไหม...นะเทียนภาคขอโอกาส”

ร่างเล็กในอ้อมกอดยังเงียบไร้การตอบรับ เธอพยายามคิดอย่างหนักว่าจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ได้อีกหรือไม่ แม้ในหัวจะคัดค้านต่อต้านเขาสักเพียงใด หากก้นบึ้งของหัวใจกลับสวนทาง

“ถ้าเธอเงียบฉันจะถือว่าตกลง ให้เวลาฉัน...แค่โอกาสได้ดูแลเธอเท่านั้น ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้ แค่คิดว่าเธอต้องไปอยู่กับใครที่ไม่ใช่ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว”

ไวโอลินสบสายตาอธิปแล้วตัดสินใจ เธอจะลองเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายคนนี้อีกครั้ง

“นะเทียน...”

เว้าวอนเสียงพร่า ส่งสายตาเหนื่อยล้าไปให้ อธิปปวดขั้วหัวใจเมื่อเธอนิ่งงันไม่ตอบสนอง น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน ดวงตาแดงก่ำสร้างความรวดร้าวให้คนมอง เธอยกมือประคองใบหน้าคม ฝ่ามือบางทั้งสองข้างเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้เขา

“อย่าร้องไห้...”

เสียงสั่นเครือห้ามเขาทั้งน้ำตา อธิปเหมือนคนสติหลุด โผกุมมือเธอพลางสะอื้นอึกใหญ่ ผู้หญิงคนนี้รักเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะทำชั่วกับเธอขนาดไหน หากเธอยังอภัยให้กันตลอดมา...ต่อจากนี้ อธิป ภัทรกาญจน์จะเป็นฝ่ายตอบแทนเธอบ้าง ทุกอย่างถึงเวลาของมันแล้ว

“ฉันรักเธอ...รักเธอจากใจจริง”

เขาบอกรักก่อนโน้มตัวพรมจูบทั่วใบหน้าชื้นน้ำตา ไวโอลินสะอื้นตอบสนอง ค่อยๆ ยกสองมือกอดตอบร่างใหญ่ด้วยความรู้สึกรักระคนทุกข์ทรมาน

“เทียนก็รักภาค...ฮือๆ อย่าทำร้ายเทียนอีกเลย มันทรมาน...ฮึกๆ”

อธิปกอดหญิงสาว รู้ซึ้งแล้วว่าเธอรักเขามากเพียงใด และเข้าใจเช่นกันว่าความเจ็บที่หยั่งลึกฝังรากก็มากเหลือร้าย หากเขาเลือกแล้วที่จะทำแบบนี้ เขาปล่อยหล่อนไปไม่ได้! ไม่มีสักวินาทีที่ผู้ชายหยิ่งผยองจะไม่รักและคิดถึงยัยโง่ในอ้อมกอด เขามอบหัวใจให้เธอไปจนหมดสิ้น

 

เกือบเที่ยงคืน กว่าไวโอลินจะถึงบ้าน รถอธิปหยุดนิ่งในโรงรถมองหญิงสาวข้างกายอีกหน มันอดไม่ได้ที่จะโผกอดเธอ เขากอดเธอแน่นจนฝ่ายหญิงตกใจ

“อีกวันเดียวเทียน เธอจะอยู่โดยไม่มีฉันอีกแค่วันเดียวเท่านั้น พรุ่งนี้ตื่นมาเธอจะพบฉันเป็นคนแรก”

“ภาคจะไปไหน...”

เธอถามคนตัวใหญ่ ไวโอลินใจเต้นแรงเพียงเขาสวมกอด แม้จะพยายามปกปิดมันสักเท่าใดก็ไม่เป็นผล เธอไปไม่เป็นเสมอเมื่อเขากอดแน่นๆ

“กลับไปเก็บของที่คอนโดไอ้เล่ เธอก็เข้าบ้านแล้วนอนเลยนะ อย่าคิดมากให้ปวดหัว”

กระซิบใกล้ใบหูขาว พลางจูบเบาๆ ยังต้นคอเนียนหอม ฝ่ายหญิงขนลุกเกรียวดันตัวเขาออก หากอธิปไม่ยอม วงแขนแข็งแรงรัดหล่อนแน่นกว่าเดิม

“ฉันอยากกอดเธอด้วยความรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว มันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันโคตรคิดถึงเธอเลยยัยโง่เอ๊ย”

“...”

คนฟังค้อนใส่หากไม่พูดอะไรสักคำ อธิปยิ้มแป้นมีความสุขจูบแก้มขาวเต็มฟอด

“เธอโกรธหรือเปล่าที่ฉันเรียกเธอแบบนี้”

“ฉันชิน”

 ถอนกอดมองหน้าหญิงสาว เขาประคองใบหน้ากลมไว้ด้วยสองมืออบอุ่น ระบายยิ้มบางๆ ลักยิ้มของเขาทำคนมองเผลอยิ้มตาม

“ฉันเรียกเธอได้คนเดียวนะจำไว้ ห้ามใครหน้าไหนบังอาจเรียกเธอแบบนี้เด็ดขาด”

เขาสบตาเธอในขณะที่อีกฝ่ายตอบรับเพียงรอยยิ้มแสนเหนื่อย วันนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน หญิงสาวขอตัวลงจากรถ ทว่าชายหนุ่มยังไม่ยอม

“พรุ่งนี้ค่อยคุยกันเถอะ เทียนง่วง”

“กอดฉันก่อน”

คนมีเล่ห์เหลี่ยมอ้อนขอหน้าไม่อาย ไวโอลินเพลียเกินกว่าจะสนใจ เธอกอดเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนถอนตัวกลับมา ทว่าอธิปไม่ยอมรัดเธอไว้สุดแรง

“ภาค ปล่อยเลยนะ”

เธอได้กลิ่นแปลกๆ ติดเสื้อของเขา มันทำให้คนสูดดมคลื่นไส้วิงเวียน ฝ่ามือเล็กดันอธิปสุดแรง

“สูบบุหรี่เหรอ” ไวโอลินหน้างอทันตา

“อือ”

“เหม็น ฉันไม่ชอบ...”

“อือ จะไม่สูบแล้ว”

“แล้วทำไมต้องสูบด้วย” ถามต่อไม่เว้นว่าง อธิปถอนใจ...

“เวลาเครียดเธอทำอะไร”

“วาดรูป”

“นั่นคือวิธีคลายเครียดของเธอ ส่วนฉันก็มีสิ่งนี้ช่วยบรรเทา”

“ฉันไม่ชอบ”

“ก็จะไม่ทำแล้วไง ไม่ดูดแล้ว”

อธิปยิ้มหวานเลื่อนหน้าจุมพิตหน้าผากขาว ไวโอลินหลับตารับสัมผัส หัวใจเต้นตึกตักเมื่ออธิปสบสายตา

“เข้าบ้านเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะมาหาแต่เช้า”

 

คนกลับตัวกลับใจทำตามสัญญาที่ให้ไว้ไม่บิดพลิ้ว อธิปกลับเข้ามาอีกครั้งช่วงเช้ามืดของวันใหม่ ชายหนุ่มผิวปากถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าบ้าน แม้ไม่ได้นอนก็ไม่เป็นไร เขาอิ่มใจที่จะได้เริ่มต้นใหม่กับเธอ

“อ้าวภาค...”

พิมพ์นาราที่เดินลงมาจากชั้นบนตกใจเมื่อเห็นลูกชาย อธิปยิ้มตอบแม่หน้าบาน เขาชวนมารดามาสนทนาหารือที่ห้องนั่งเล่น

“วันนี้หรือลูกคิดดีแล้วใช่ไหม”

“ครับผมคิดดีแล้ว เช้านี้หลังจากไปหาพ่อเทียน ผมจะพาเธอไปจดทะเบียนทันที”

“ถ้าลูกคิดอย่างนั้นแม่ก็ไม่ค้าน แต่อย่าทำให้หนูเทียนเสียใจอีกนะ”

“แม่ครับ แต่ผมไม่อยากจัดงานแต่งงาน”

“ไม่ได้ ทำอะไรหัดให้เกียรติฝ่ายหญิงเขาบ้าง”

“มันจะยุ่งยาก คือว่า...”

เขาจะบอกกับแม่ได้อย่างไรว่ายังสะสางเรื่องของอีกคนไม่เรียบร้อย เมื่อวานทั้งวันเขาติดต่อพาขวัญไม่ได้เลย ถ้าข่าวการแต่งงานหลุดออกไปหล่อนคงรับไม่ได้

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมลูกไม่อยากจัดงาน อย่าโกหกนะ ตอบแม่มา”

“ผมจะจัดงานแต่งงานที่บ้านคุณยาย แม่เห็นด้วยมั้ยครับ”

 

เช้าวันนี้ไวโอลินไม่ได้ลุกขึ้นมาใส่บาตรกับพิมพ์นารา เธอวิงเวียนศีรษะแต่ก็ฝืนใจลุกไปอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เป็นวันหยุดพิมพ์พรรณเลยไม่ไปทำงาน เธอปล่อยให้น้องนอนก่อนเดินออกจากห้องลงไปข้างล่าง

ทว่าเพียงบานประตูเปิดออก หญิงสาวถึงกับผงะ ใบหน้าคมเข้มยิ้มแป้นก่อนฉวยโอกาสจูบปากเธออย่างรวดเร็ว

Morning Kiss.

สายตาอธิปหยาดเยิ้มโหยหา ไวโอลินตัวชาหน้าร้อบวาบ เธอไม่คิดว่าเขาจะมาเช้าขนาดนี้

“ภาคทำไมมาแต่เช้า”

“มารับเมียไปหาพ่อตา”

 

 

สนใจดาวน์โหลดนิยายได้ที่ https://www.mebmarket.com/ พิมพ์ที่ช่องค้นหา เล่ห์เสน่หา อาญาสวาท หรือ อักษราภัค ก็จะเจอค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

 

 

 

สำหรับวิธีการสั่งซื้อนะคะ เข้าไปตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://www.mebmarket.com/index.php?action=HowToBuy จะมีขั้นตอนแจ้งอย่างละเอียดค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยเข้ามาถามอ๊อฟในเพจได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ  พิมพ์ที่เสิร์ทเฟชบุ๊คว่า Auksaraphak Niyay  ^___^

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว