ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1 (1-2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 182

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2565 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 (1-2)
แบบอักษร

จี้หรานถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นข้างหู

           เดี๋ยวนะ นี่มันเสียงโทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะ… ดังมาจากที่ไหนกัน

           เขาตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง กำลังจะยกมือขึ้นเพื่อรับโทรศัพท์ แต่แค่ขยับแขนเท่านั้น ความเจ็บแปลบลึกถึงกระดูกก็ปลุกเขาให้ตื่นเต็มตาทันที

           ตาเขาเบิกกว้าง ดวงตาสีเข้มกวาดมองรอบๆ ห้องที่มืดสลัว แพขนตาสั่นไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว

              แม่งเอ๊ย ต่อให้เขานอนหนุนแขนตัวเองทั้งคืนก็ไม่มีทางที่จะปวดขนาดนี้แน่ๆ

              เสียงโทรศัพท์ยังดังอย่างต่อเนื่อง เขาขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับสบถอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพยายามขยับไปรับโทรศัพท์อย่างทุลักทุเล

              “สวัสดีครับคุณลูกค้า ทางโรงแรมต้องเช็คเอาท์ตอนเที่ยง ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าต้องการจะจองห้องต่อไหมครับ”

              พอลืมตาแล้วเห็นการตกแต่งห้อง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองอยู่ในโรงแรม

              จี้หรานหลับตาลง เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เจ็บแค่แขนเท่านั้น แต่ยังมีขาทั้งสองข้างที่เจ็บยิ่งกว่า รวมไปถึงตั้งแต่ช่วงเอวลงไปที่ไม่ต่างจากคนพิการสักนิด “จองต่อเลย” ก็เขายังนอนไม่พอเลยนี่    

              “ได้ครับ ถ้ามีเวลารบกวนคุณลูกค้ามาทำเรื่องจองห้องต่อที่แผนกต้อนรับด้วยนะครับ”

              หลังจากวางสาย จี้หรานกลัวว่าถ้านอนทับแขนตัวเองต่อไปแบบนี้คงพิการขึ้นมาจริงๆ แน่ ดังนั้นหลังจากครุ่นคิดสักพักเขาจึงพลิกตัวเพื่อเปลี่ยนท่า

              การขยับร่างกายแบบนี้มันแย่ชะมัด

              ความเจ็บแสบและรวดร้าวอย่างรุนแรงของร่างกายส่วนล่างพุ่งจากฝ่าเท้ามาจนถึงศีรษะ มันเจ็บจนเขาต้องกัดฟันแน่น ในขณะเดียวกันมันก็เรียกความทรงจำที่กระจัดกระจายเมื่อคืนของเขาให้กลับมา

              ยังไม่ทันได้ปะติดปะต่อภาพความทรงจำเหล่านั้น เขาก็ต้องตกใจจนอ้าปากค้างกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเสียก่อน

              กางเกงในสีแดงสดนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม้ เป็นตัวที่เขาตั้งใจซื้อให้ตัวเองเพราะปีนี้เป็นปีเบญจเพสพอดี ตัวละตั้งสองพันหยวน

              ไม่สิ นี่ไม่ใช่ประเด็น

              ประเด็นคือข้างๆ กางเกงในสีแดงของเขายังมีบ๊อกเซอร์สีดำวางไว้ด้วย

              ในตอนนั้นเองมือซ้ายของเขาก็สัมผัสโดนอะไรบางอย่าง

              จี้หรานค่อยๆ หันศีรษะอันแข็งทื่อกลับไป

              ยังมีผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่ข้างๆ เขาด้วย

              ผู้ชายคนนี้ผมสั้น เพราะเจ้าตัวนอนหันหลังให้ เขาจึงมองไม่เห็นรายละเอียดอื่นๆ หากแค่เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและลำคอเรียวยาว ก็รู้แล้วว่าคงเข้ายิมเป็นประจำ เป็นประเภทที่ถ้าเอาไปทิ้งไว้ในยิม ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงคงเข้ามาจีบเป็นว่าเล่น

              แต่ตอนนี้จี้หรานไม่มีอารมณ์มาชื่นชมกล้ามเนื้อของคนตรงหน้าแน่ๆ

              มีรอยประทับสีแดงจำนวนมากบนแผ่นหลังของผู้ชายคนนี้ แค่ดูก็รู้แล้วว่ารอยพวกนี้มีที่มายังไง และยังมีร่องรอยอันคลุมเครือมากมายที่กระจายอยู่ตามบริเวณอื่นๆ ด้วย

              ความทรงจำมากมายถาโถมเข้ามาในหัว

              ถึงจี้หรานจะเป็นเกย์ แต่เขาก็ไม่เคยทำแบบนั้นกับผู้ชายมาก่อน เมื่อคืนเขาไม่ได้ให้ใครมานั่งด้วย ดังนั้นผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเป็นหนุ่มๆ ในไนต์คลับพวกนั้นแน่

              และคงไม่ใช่พวกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวของเขา เพราะต่อให้ใจกล้าแค่ไหน พวกนั้นก็ไม่กล้าแตะต้องเขาอยู่แล้ว

              และยิ่งไม่มีทางเป็นคนที่เจอกันตามข้างทางแน่นอน เขาไปไนต์คลับนั้นเป็นประจำ ใครๆ ก็รู้จักเขา ต่อให้เป็นพวกที่ไปไนต์คลับเพื่อวันไนต์สแตนด์ก็ไม่กล้ามายุ่งกับเขาอยู่ดี

              เมื่อคืนเขายังเจอใครอีกนะ

              และแล้วใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรก็โผล่เข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว

              หลังจากจำรายละเอียดบางอย่างได้ จี้หรานก็ตกใจจนแทบช็อก

              เชี่ยเอ๊ย!!!

              นี่เขาโง่หรือไง แผ่นหลังกวนตีนแบบนี้ นอกจากไอ้เวรฉินหม่านแล้วจะมีใครอีก

              จี้หรานรู้สึกถึงความปวดร้าวอย่างรุนแรงบริเวณช่วงล่าง ทั้งโมโหทั้งหงุดหงิด ความรู้สึกทั้งหมดประเดประดังเข้ามาในใจ แม้แต่แก้มเขายังกลายเป็นสีแดงจัดด้วยความโกรธ ไม่กล้ายอมรับความจริงด้วยซ้ำ รีบก้าวขาลงจากเตียงอย่างทำอะไรไม่ถูก

              แต่ไม่คาดคิดว่าทันทีที่เขาขยับ ของเหลวบางอย่างในร่างกายจะขยับตามไปด้วย ยังไม่ทันได้รู้ตัว ของเหลวนั้นก็ไหลลงมาตามเรียวขาเสียแล้ว ความรู้สึกเหนียวเหนอะไม่สบายตัวถูกส่งตรงไปยังสมองทันที

              เชี่ย!

              F*ck!

              จี้หรานมองที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งอยู่ใกล้ตัว ขณะที่ประเมินประสิทธิภาพในการใช้ฆ่าของมันก็ปลอบใจตัวเองไปด้วย

              ใจเย็นๆ จี้หราน… นายต้องใจเย็นๆ กำลังจะฉลองตรุษจีนแล้ว นายจะเข้าไปฉลองในคุกไม่ได้!

              จี้หรานอยากสูบบุหรี่เพื่อสงบสติอารมณ์ แต่เห็นๆ กันอยู่ว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงหยิบกางเกงในสีแดงบนพื้นขึ้นมาแล้วพยายามสวมมัน แต่ใครจะไปรู้ว่าเพราะร่างกายที่ร้าวระบมอย่างหนัก มือถึงได้สั่นไม่หยุด สวมยังไงก็สวมไม่ได้

              “นายจะไปไหน”     

              เสียงทุ้มต่ำปนแหบพร่าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

              จี้หรานตัวแข็งทื่อทันที

              ไม่รู้ว่าคนบนเตียงตื่นขึ้นมาตอนไหน พอหันกลับไปก็เห็นว่ากำลังมองมาที่เขาอยู่แล้ว

              ชายตรงหน้าดวงตาคมเฉียบ ใบหน้าคมคาย คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัย แต่ในขณะเดียวกันก็ดูไม่ได้ใส่ใจจริงจังนัก

              จี้หรานตัวแข็งทื่ออยู่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น

              ชีวิตนี้เขาไม่มีทางแสดงความอ่อนแอต่อหน้าฉินหม่านเด็ดขาด

              เขาทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไปพลางกัดฟันตอบ “ไปซื้อโลงศพให้นายไง! นายชอบแบบไหนล่ะ แบบมีสีสันหน่อยหรือแบบเรียบๆ”

              ฉินหม่านหัวเราะในลำคอ “ได้หมด... ฉันนึกว่านายกำลังจะหนีไปซะอีก”

              จี้หรานถลึงตา “หนี? นายไม่หนี แล้วฉันจะหนีทำไม!”

              “ใครจะไปรู้”

              ฉินหม่านลุกขึ้นนั่งแล้วก้มลงไปหยิบซองบุหรี่และไฟแช็กจากกางเกงใครก็ไม่รู้ จากนั้นก็จุดบุหรี่ก่อนสูดควันเข้าลึกเต็มปอด “ว่าแต่นายจะเป็นคนจ่ายค่าโลงศพใช่ไหม ฉันไม่มีเงิน”

              ในขณะที่เขาเจ็บจนต้องกัดฟัน หมอนี่กลับนั่งสูบบุหรี่ด้วยท่าทางสบายๆ เนี่ยนะ

              “นายตายอย่างสบายใจได้เลย นายตายกี่รอบ ฉันก็จะซื้อโลงศพให้นายทุกรอบ” จี้หรานพูดด้วยใบหน้าบึ้งตึง ยังคงพยายามทำสิ่งที่ค้างอยู่ในมือต่อ

              “รอเดี๋ยว” ฉินหม่านพ่นควันบุหรี่ “นายจ่ายเงินครั้งนี้มาก่อน ฉันกลัวนายจะหนี”

              จี้หรานยังไม่เข้าใจในทันที “จ่ายเงิน? จ่ายค่าอะไร”

              ฉินหม่าน “เมื่อคืนนายพูดว่าจะ ‘เปย์’ ฉันไม่ใช่หรือไง ทำไม พอนอนกับฉันแล้วก็คิดจะเบี้ยวงั้นเหรอ”

              “…”

              จี้หรานจำทุกอย่างได้แล้ว

              เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาเมามากแล้วพุ่งเข้าไปในห้องน้ำ พอเห็นฉินหม่านกำลังยืนล้างมืออยู่ก็หยิบแบล็คการ์ดออกมาโยนไปให้ พร้อมทั้งโวยวายว่าต้องการเลี้ยงดูอีกฝ่าย

              จี้หรานโกรธจนต้องหัวเราะออกมา “ฉันนอนกับนายหรือนายนอนกับฉันไม่ทราบ”

              ฉินหม่านเคาะมวนบุหรี่พลางเงยหน้าขึ้นถาม “แล้วนายรู้สึกดีไหมล่ะ”

              จี้หรานชะงัก เขาเคลื่อนสายตาตามคำพูดของฉินหม่านไปยังส่วนล่างของอีกฝ่ายที่อยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว

              “ฉันเนี่ยนะรู้สึกดี?” จี้หรานขำพรืด “นายฝันอยู่หรือไง ไม้จิ้มฟันอันนั้นของนายน่ะเหรอ ยัดร่องฟันยังไม่เต็มด้วยซ้ำ”

              ฉินหม่านยิ้ม “งั้นนายก็มาลองอีกรอบสิ ขอดูหน่อยว่าร่องฟันนายจะใหญ่แค่ไหน”

              จี้หรานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งเขาจะได้คุยเรื่องลามกกับฉินหม่านตอนกลางวันแสกๆ แบบนี้

              “ไสหัวไปซะ ฉันไม่ได้รู้สึกดีโว้ย!” เขาตะคอก

              ฉินหม่านได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ดับบุหรี่แล้วเปิดผ้าห่มออก “นายรอก่อน”

 

 

เพราะฉินหม่านไม่ได้สวมเสื้อผ้า จี้หรานจึงหยิบบ๊อกเซอร์บนพื้นขึ้นมาแล้วโยนไปให้ “ให้รออะไร จะต่อยกันหรือไง ถ้าจะต่อยกันนายก็สวมเสื้อผ้าให้ดีๆ ไม่งั้นพอรถพยาบาลมาคงทุเรศสายตาน่าดูถ้าถูกหามออกไปในสภาพล่อนจ้อนแบบนั้น”

              ฉินหม่านสวมเสื้อผ้าตามที่เขาขอ “ฉันไม่ต่อย ฉันเป็นมืออาชีพมากพอ ไม่ต่อยเสี่ยเลี้ยงหรอก ฉันก็แค่จะไปถามห้องข้างๆ หน่อย”

              จี้หรานไม่เข้าใจ “ถามอะไร”

              ฉินหม่านหัวเราะในลำคอ “ถามว่าเมื่อคืนพวกเขาได้ยินเสียงนายร้องหรือเปล่า”

              “…”

              ฆ่าคนผิดกฎหมาย... ฆ่าคนผิดกฎหมาย... จี้หรานท่องในใจ

              นะโม อามิตตาพุทธ

              ฉินหม่าน “แล้วก็จะไปบอกเพื่อนนายด้วยว่านายคิดจะกินฟรี”

              จี้หรานไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าฉินหม่านจะหน้าไม่อายขนาดนี้

              ถึงแม้ปกติพวกเขาจะเป็นศัตรูกัน แต่ที่ผ่านมาฉินหม่านเป็นพวกหน้าตายตลอดเวลา พูดจากวนประสาทแถมยังเย็นชายิ่งกว่าอะไร แค่คำพูดง่ายๆ ไม่กี่คำก็ยั่วโมโหคนอื่นได้แล้ว

              ต่างกับคนที่ในตอนนี้เอาแต่ขอให้เขาเปย์เป็นคนละคน                    

              จี้หราน “ฉินหม่าน นายไม่มียางอายแล้วหรือไง”

              ฉินหม่าน “ฉันล้มละลายแล้ว จะมียางอายไปทำไม”

              โอเค

              นายชนะแล้ว

              จี้หรานสงบสติอารมณ์แล้วรูดซิปกางเกงให้เรียบร้อย “นายหยุดก่อน”

              ฉินหม่านยิ้ม หยุดฝีเท้าตามคำขอแล้วนั่งลงบนโซฟาข้างๆ

              เพราะเมื่อกี้รีบร้อนเกินไปจี้หรานจึงไม่ได้สังเกตให้ละเอียด ตอนนี้เองเขาถึงพบว่าบนพื้นไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าพวกเขาเท่านั้น แต่ยังมีถุงยางอนามัยใช้แล้วที่ถูกทิ้งเกลื่อนไปหมด แถมยังมีบางสิ่งที่ไม่น่ามองนักหลงเหลืออยู่ในนั้นด้วย

               

 

              จี้หรานสูดหายใจเข้าลึกๆ อยากนั่งแต่ก็เป็นห่วงบั้นท้ายตัวเอง จึงทำได้แค่ยืนอยู่อย่างนั้น

              “ใช่” เขาคลึงขมับตัวเอง “ฉันพูดว่าจะเลี้ยงดูนาย”

              “เดี๋ยว” ฉินหม่านหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนเปิดการบันทึกเสียง “นายพูดอีกทีซิ ฉันจะอัดเสียงไว้”

              จี้หรานโมโห “ฉันไม่เบี้ยวหรอกน่า!”

              ฉินหม่านยักไหล่ “ใครจะไปรู้ เมื่อกี้นายก็ตั้งใจจะเบี้ยวอยู่ไม่ใช่หรือไง”

              จี้หรานสูดหายใจลึกๆ อีกครั้งแล้วพูดซ้ำ “ฉันจะเลี้ยงดูนาย!” สูดหายใจลึกๆ อีกที...

              “ฉันจะให้เงิน… แต่การเปย์มันก็ต้องมีกฎ เรื่องนี้นายก็รู้ใช่ไหม”

              ฉินหม่าน “ไม่รู้”

              จี้หราน “…สรุปสั้นๆ! ระหว่างการเปย์ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับฉันคนเดียวเท่านั้น!!”

              “ตราบใดที่ไม่คุกคามความปลอดภัยส่วนตัวของฉันก็โอเค” ฉินหม่านเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “แล้วนายต้องการอะไรบ้างล่ะ”

              คำถามของอีกฝ่ายทำเอาจี้หรานชะงัก

              เขาไม่เคยเลี้ยงใครมาก่อนสักหน่อย จะไปรู้ได้ไงว่าต้องเสนอความต้องการอะไร?!

              “อย่างอื่นเอาไว้ทีหลัง ตอนนี้มีแค่ข้อเดียว!” จี้หรานกัดฟันกรอด “หลังจากนี้ถ้ามีใครถามนายเกี่ยวกับ… เรื่องอย่างว่า นายต้องตอบว่าฉันเป็นคนทำนาย!”

              ฉินหม่านเลิกคิ้วและพยักหน้าพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นนิดๆ “อืม รู้แล้ว”

              จี้หรานโกรธจนหน้าแดงก่ำอีกครั้ง “ยิ้มทำบ้าอะไร นายมีจรรยาบรรณในอาชีพบ้างไหมฮะ!”

              “มีสิ” ฉินหม่านเอนหลัง “ถ้ามีคนถาม ฉันจะบอกว่า…”

              เสียงอีกฝ่ายผ่อนคลายมาก “บอกว่านายเก่งมาก ทำจนฉันแทบขาดใจตาย แถมยังทำจนฉันร้องทั้งคืน…”

              “ฉันไม่ได้ขอให้นายพูดละเอียดขนาดนั้น!” จี้หรานรู้สึกว่าตัวเองอายุสั้นลงยี่สิบปี

               “โอเค” ฉินหม่านพยักหน้า

              จี้หรานคิดว่าตัวเองคงคุยกับอีกฝ่ายต่อไม่ได้แล้ว เขากัดฟันกลั้นความเจ็บปวดแล้วสวมเสื้อผ้าแบบลวกๆ จนเสร็จ

              ก่อนออกไปเขาหยิบแบล็คการ์ดออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนมันให้ฉินหม่านอีกครั้ง

              “การ์ดใบนี้… นายเอาไปก่อน รหัส 199511”

              ฉินหม่านรับมันได้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วที่หนีบการ์ดพลิกไปมา “ฉันรูดได้เท่าไหร่”        

              “นายอยากรูดเท่าไหร่ไม่ทราบ นายแม่งมีค่าแค่ร้อยหยวนเท่านั้นแหละ” จี้หรานกัดฟัน “รูด… ห้าแสนหยวนละกัน ถ้าเกิน ฉันฆ่านายตายแน่”

              “โอเค” ฉินหม่านวางการ์ดไว้ข้างๆ

              ขณะที่จี้หรานหมุนตัวเตรียมเดินออกไปก็ได้ยินเสียงคนด้านหลังเรียกไว้ก่อน “เดี๋ยว”

              จี้หรานหันหน้ากลับมาอย่างหัวเสีย “อะไรอีก!”

              “เราแลกข้อมูลติดต่อกันไว้ดีกว่า” ฉินหม่านเอ่ยต่อ “ฉันรับเงินมาแล้วก็ต้องทำงาน ถ้าเมื่อไหร่นายต้องการ… ก็เรียกฉัน”

              ถ้าอยากฆ่าคน ฉันเรียกนายได้ไหม!

              สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างยุ่งยาก จี้หรานจึงไม่อยากทะเลาะกับอีกฝ่าย เขาขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิดแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา “วีแชทนายไอดีอะไร”

              หลังจากแลกข้อมูลติดต่อกันเสร็จ จี้หรานก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อสักวินาทีเดียว แต่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู เสียงข้างหลังก็ดังขึ้นอีกครั้ง

              “เดี๋ยวก่อน ยังมีอีก” ฉินหม่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ “นายมีสวัสดิการอะไรให้บ้างล่ะ ครอบคลุมพอหรือเปล่า”

              คำตอบที่ได้มีเพียงเสียงปิดประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวเท่านั้น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว