ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ข้ามเส้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 848

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2565 23:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้ามเส้น
แบบอักษร

 

"ยังปวดหัวอยู่เหรอ" โคซาที่นั่งอยู่อีกฝั่งของกองไฟถามขึ้น องศาเงยหน้าสบตาเขาก่อนจะส่ายหน้า 

"แค่รู้สึกเหมือนตื่นจากฝันน่ะ" 

"คงเป็นฝันร้ายสินะ ก่อนหน้านี้เจ้าร้องไห้ออกมาเสียงดังหลายครั้ง" เคปที่กำลังย่างเนื้อพูดขึ้นมา องศาก็ตาโตอย่างตกใจ 

"ไม่จริงน่า?" 

โตขนาดนี้เขายังร้องไห้ตอนฝันเหมือนเด็กๆอีกเหรอ  

"ก็ไม่จริงน่ะสิ" ชายวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้าง ยื่นเนื้อเสียบไม้ชิ้นนั้นมาให้เขา องศาถอนหายใจ ก่อนจะยื่นมือไปรับ 

"ขอบคุณครับ" องศาคล้ายนึกอะไรออกจึงชะงักไปเล็กน้อย กวาดตามองไปรอบๆกองไฟ มือก็วางเนื้อเสียบไม้ไว้บนตัก พลางก้มศีรษะลง 

"ขอบคุณพวกคุณทุกคนที่ช่วยผมนะครับ" 

ครั้งนี้เขาประมาทเกินไปจริงๆ เพราะเรื่องเฮียติกวนใจจนลืมเรื่องสามัญไปเลยว่าการเดินตามคนแปลกหน้าไปนั้นอันตราย อีกอย่างถ้าเขาจำไม่ผิด เหมือนจะหายไปสองคน  

...คงเป็นคนดูต้นทางสองคนที่ว่า 

ชายฉกรรจ์รอบๆมองหน้ากัน เสียงพูดคุยเงียบลงทันที สุดท้ายก็เป็นโคซาที่พูดกับเขา 

"เงยหน้าขึ้นเถอะ ทุกคนที่นี่ออกจากหมู่บ้านมาโดยรู้อยู่แล้วว่ามีความเสี่ยงไม่จากสัตว์ป่าก็จากคนหรือไข้ป่า แต่ละคนต้องดูแลตัวเองแต่ก็ต้องดูแลกันและกันด้วย เจ้าไม่ได้มีเจตนาให้เกิดเรื่องนี้สักหน่อย" เสียงทุ้มว่า 

องศามองสบตาร่างสูงใหญ่ ก่อนจะมองคนอื่นรอบๆ ถึงส่วนหนึ่งที่คนพวกนี้ช่วยเขาอาจเป็นเพราะมีหลายคนรู้ว่าเขาคือคนนอก แต่ทุกคนก็เสี่ยงอันตรายเพื่อเขาจริงๆ ข้อนั้นองศาปฏิเสธไม่ได้เลย  

"ขอโทษนะครับ แล้วก็ขอบคุณมาก" คนตัวเล็กพยักหน้า ก่อนจะหยิบเนื้อย่างขึ้นมากิน บรรยากาศโดยรอบจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง 

มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นมาลูบผมเขา องศาหันไปมองก็เห็นว่าเป็นซีค  

องศา "..." 

นี่ถ้าดูแค่ภายนอกจะดูออกมั้ยว่าคนผมยาวนี่อายุน้อยกว่าเขาน่ะ องศาแอบถอนหายใจปลงๆ เอาเถอะ วันนี้จะยอมให้หน่อยก็ได้ องศากลับไปกินเนื้อย่างต่อ 

อัสกาเองก็มองเขาอยู่ครู่ใหญ่ พอองศาหันไปมองเมื่อรู้สึกถึงสายตานั้น ชายหนุ่มก็เพียงยิ้มให้เหมือนปกติ องศาจึงไม่ได้ติดใจอะไร  

ชายหนุ่มเหมือนจะนึกอะไรออกขึ้นมาอีกอย่าง พอเห็นองศาค้นหาบางอย่างตามตัว อัสกาก็ถามอย่างแปลกใจ "มีอะไรเหรอ" 

"หน้าไม้ของฉันหายไปแล้ว" องศาตบๆข้างเอวที่ว่างเปล่าพบว่าหน้าไม้และกระบอกลูกดอกที่อุตส่าห์ให้ช่างไม้ทำให้เหมือนจะหล่นหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ เขายังแทบไม่ได้ใช้มันเลยนะ 

"อาจจะหล่นระหว่างทาง กลับไปค่อยทำใหม่ก็ได้" 

"อืม" องศาสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้า "มา ให้ฉันดูแผลนายหน่อยดีกว่า" ว่าพลางคนตัวเล็กก็ขยับไปหาคนผมเงินข้างๆ 

"ไม่ใช่แผลใหญ่อะไร ไม่ต้องกังวลหรอก อีกอย่างเพิ่งทำแผลไปเมื่อครู่"  

องศามองแผลตามตัวที่เหมือนจะได้รับการดูแลแล้วของอัสกาจึงพยักหน้า ก่อนจะหันไปถามซีคที่อยู่อีกข้างต่อ "ตานายเป็นยังไงบ้าง" 

ซีคเลิกคิ้ว เห็นมือเล็กยื่นมาหาก็ไม่ได้หลบเลี่ยง กลับเงยหน้าให้องศาจับแก้มตัวเองซ้ายขวาอย่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 

องศาเพ่งมองดวงตาที่แดงก่ำของซีค แม้จะไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้มากนัก แต่ดูแล้วเหมือนจะโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก อาการตกค้างที่เหลืออยู่ตอนนี้คล้ายเป็นอาการระคายเคืองตา 

นิ้วเรียวลูบหางตาของซีคตรงขมับที่เส้นเลือดชายหนุ่มปูดนูนขึ้นมาเป็นเส้น ซีคก็ทาบมือทับบนมือเขา "แค่ระคายเคืองนิดหน่อย" 

"อืม" องศาค่อยคลายใจลงที่ทั้งอัสกากับซีคเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก 

ร่างเล็กกลับลงไปนั่งตรงกลางระหว่างอัสกากับซีคตามเดิม สายตาหลายคู่มองพวกเขาอย่างแปลกใจโดยไม่คิดจะปิดบัง คนผมดำได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้น ก่อนขดตัวนอนพัก อัสกากับซีคก็ขยับเข้ามาหาเขา ช่วยบังลมยามค่ำคืนให้คนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี 

 

 

พวกองศาเดินทางกลับหมู่บ้านโดยสวัสดิภาพ ตอนที่ผ่านประตูหน้าเข้าไปในหมู่บ้าน เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่จับมือเคียลอสอยู่ก็วิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาโคซาหมับ 

"คาลู?" โคซาก้มลงอุ้มลูกชายขึ้น ก่อนจะมองพ่อตัวเองอย่างแปลกใจ 

"เขาถามหาเจ้าหลายครั้ง วันนี้เลยพาออกมาเดินเล่น" 

ใบหน้าหล่อเหลาหันไปหาเด็กน้อยวัยสี่ห้าขวบ ก่อนจะลูบศีรษะป้อมๆอย่างรักใคร่ 

องศามองสองพ่อลูกอย่างสนใจเล็กน้อย อันที่จริงเขาเคยเล่นกับเด็กน้อยสองสามครั้งตอนที่เคียลอสพาคาลูมาหาฮีวา แต่เพิ่งจะเคยเห็นตอนที่โคซาอยู่กับลูกครั้งแรก ชายหนุ่มที่ปกติเคร่งขรึมดูเป็นคนเอาจริงเอาจังก็มีมุมอ่อนโยนแบบนี้เหมือนกันสินะ 

"กรู๊วววว" เสียงร้องเรียกคุ้นเคยมาพร้อมกับปีกที่กางแผ่กว้างโผบินลงมา ซาบินโฉบลงมาจะเกาะแขนองศา อัสกาที่อยู่ข้างๆก็ยื่นแขนมากั้นตรงหน้าระหว่างองศากับมันซะก่อน เจ้าเหยี่ยวอ้วนเบรกเอี๊ยด กระพือปีกอีกสองสามครั้ง ก่อนจำเป็นต้องร่อนลงเกาะบนแขนกำยำของชายหนุ่มแทน หัวเล็กๆของมันหันไปส่งเสียงประท้วงใส่อัสกาอย่างไม่พอใจ 

"เขาไม่ได้ใส่ปลอกแขน" อัสกาเอ่ยตอบเจ้านกอ้วนก่อนจะยื่นแขนที่มีมันเกาะอยู่มาตรงหน้าองศา 

องศาหัวเราะ พลางลูบปีกเจ้านกอ้วนที่ไม่ได้เจอมาหลายวันอย่างคิดถึง ซาก็เอาหัวมาถูๆมือเขา ตีปีกพั่บๆ ท่าทางตื่นเต้นดีใจมากกว่าปกติ 

"กรู๊ววว กรู๊วๆ" มีอะไรจะให้ดู มาด้วยกันหน่อยๆ 

"หิวเหรอ? แปบหนึ่งนะ" องศาถูกจะงอยปากเหยี่ยวสะกิดหลายครั้ง ก็นึกว่ามันน่าจะหิวเลยค้นเนื้อตากแห้งส่งให้มัน 

"กรู๊วว" มาด้วยกันก่อน 

ซาสะกิดมือเขาอีก แต่พอองศายื่นเนื้อตากแห้งให้ก็อ้าปากงับอัตโนมัติ กลืนลงคอเสร็จก็ยังสะกิดต่อ 

"หมดแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านจะทำอาหารให้นะ" องศาแบมือบ๋อแบ๋สื่อว่าอาหารหมดแล้วจริงๆ เจ้านกอ้วนเอียงคอมองเขาก่อนจะใช้ปีกตีๆมือองศา 

องศา "?" 

ทำไมวันนี้เจ้านกอ้วนดูกระวนกระวายเหมือนตื่นเต้นชอบกล หรือจะเพราะไม่ได้เจอกันหลายวัน 

อัสกามองท่าทีนั้นของนกอ้วน มือใหญ่ก็รวบตัวมันไว้ "ข้าจะพามันกลับบ้านเอง" 

"เอ๊ะ?"  

"เจ้าไปหาฮีวากับซีคเถอะ" อัสกาชูเจ้านกอ้วนที่ดิ้นในอ้อมแขนให้เขาดู องศาเห็นแบบนั้นก็พยักหน้า ตาของซีคอาจจะต้องให้ฮีวากับหมอจริงๆดูก่อนว่ามีปัญหาร้ายแรงหรือไม่ 

"เอางั้นก็ได้"  

"กรู๊ววว?"  

"กลับบ้านกับอัสกาก่อนนะซา เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วฉันจะรีบตามไปทำข้าวให้กินนะ" องศาลูบหัวเจ้านกอ้วน ซามองเขาสลับกับมองอัสกา ก่อนจะร้องเสียงอ่อยคล้ายเข้าใจที่เขาพูด  

อัสกาพยักหน้าให้องศากับซีค ก่อนร่างสูงใหญ่ผมสีเงินจะเดินแยกออกไป เจ้าเหยี่ยวอ้วนก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนอัสกาพลางย้ายไปเกาะบนบ่าชายหนุ่มแทน 

เคียลอสที่กำลังเล่นกับคาลูในอ้อมแขนโคซาหันมามองพอดี เห็นอัสกาเดินแยกออกไปชายวัยกลางคนก็ไม่ได้รั้งเอาไว้ เพียงเดินเข้ามาหาองศา ก่อนจะหันไปมองซีคที่อยู่ข้างๆ "ปลอดภัยกันสินะ" 

"ครับ แต่ก็เกือบไปเหมือนกัน" 

"อืม...เจ้า ไม่สิพวกเจ้า ไปหาฮีวากันหน่อยเถอะ" 

องศากับซีคมองหน้ากันงงๆ แม้แต่เคปและโคซาที่กำลังอุ้มคาลูอยู่ยังหันมามองเมื่อได้ยินหัวหน้าเผ่าพูดแบบนั้นอย่างแปลกใจไม่ต่างกัน 

"มีอะไรเหรอครับ?" องศาถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะรู้คำตอบโดยที่เคียลอสไม่ต้องบอก เมื่อพวกเขามาถึงกระโจมของฮีวาโดยที่เขายังไม่ได้เข้าไปข้างในด้วยซ้ำ 

ควันสีดำที่เขาเคยเห็นมาก่อนกลับมาอีกครั้ง มันลอยวนเวียนบางๆอยู่รอบๆกระโจม องศานิ่งอึ้งไปครู่ ก่อนจะเดินตามพวกเคียลอสเข้าไปข้างใน ควันสีดำด้านในก็ยิ่งหนาแน่นกว่าด้านนอก 

"ฮีวา?"  

ชายชราที่นั่งพิงกองหมอนในกระโจมหันมามองพวกเขาก่อนจะยิ้มอย่างใจดีให้เหมือนทุกครั้ง แต่สีหน้าชายชราดูอิดโรยมากกว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกันเมื่อหลายวันก่อนมาก 

นาทีนั้นองศาก็รู้แล้วว่าควันดำที่เขาเห็นหมายถึงอะไร มันคือลางอัปมงคลหรือสิ่งชั่วร้าย ควันดำที่ลอยวนเวียนรอบๆตัวฮีวาแม้จะไม่หนาแน่นและดำมืดเท่าที่เคยเห็นที่เฮียติ แต่ก็ให้ความรู้สึกหม่นหมองอึมครึมเหมือนคอยสูบพลังชีวิตของคนที่ปล่อยมันออกมาอย่างไรอย่างนั้น 

"แค่โรคชราน่ะ ไม่ต้องตกใจหรอก" มือเหี่ยวย่นผายมือบอกให้พวกเขาหาที่นั่งได้ตามใจ โคซาวางลูกชายลง คาลูน้อยพอเท้าแตะพื้นก็วิ่งไปหาฮีวาที่อ้าแขนรับเด็กชายเข้าไปกอด 

"ปลอดภัยกันสินะ" 

"เราเสียคนไปสองคนเพราะปะทะกับพวกฮาซา" เคปที่หาที่นั่งของตัวเองได้แล้วเอ่ยเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฮีวาและเคียลอสฟัง 

องศาเดินไปที่กาต้มน้ำชาด้วยความเคยชิน ตอนแรกกะจะต้มชาหอมๆที่ช่วยผ่อนคลายให้หมอผีเฒ่าก่อนจะนึกได้ว่าในถุงข้างเอวมีฝักวานิลลาอยู่ องศาขูดเอาเมล็ดข้างในออกมาใส่กา ก่อนจะใส่ฝักเปล่าลงไปต้มในกาด้วย ครู่เดียวก็ยกลง กลิ่นหวานหอมอ่อนๆของมันก็ลอยวนเวียนไปทั่วกระโจมเรียกสายตาหลายคู่ที่กำลังคุยกันให้หันมามอง 

องศาเทชาวานิลลาให้ผู้อาวุโสที่สุดก่อน ฮีวารับถ้วยหอมกรุ่นไปสูดดมอย่างแปลกใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้องศา 

"หอมกว่าปกติที่ข้าเคยชงซะอีก เจ้าไม่ได้แค่ใช้เมล็ดข้างในอย่างเดียวหรือ?" 

องศาที่แจกจ่ายน้ำชาให้คนอื่นหันมาตอบ "ฝักของมันเองก็ให้กลิ่นหอม ไม่ควรทิ้งนะครับ สามารถเอาไปต้มหรือใส่ในโถน้ำตาลหรือเทียนเพิ่มความหอมได้" 

ราคาฝักวานิลลาที่โลกเขาฝักเดียวก็ปาเข้าไปหลายร้อยบาทแล้ว เมล็ดข้างในฝักยังมีนิดเดียว ถ้าใช้แค่เมล็ดแล้วทิ้งฝักไปก็เสียดายของแย่ 

ฮีวาจิบชาหอมกรุ่นก่อนจะหัวเราะเบาๆ "อย่างนี้นี่เอง" 

หลังจากฟังที่เคปเล่าจบ ชายชราก็กวักมือเรียกซีคให้เข้าไปหาใกล้ๆ มือเหี่ยวย่นลูบดวงตาที่แดงก่ำของชายหนุ่ม ก่อนจะถอนหายใจออกมาพลางยีผมยาวนุ่มนั้นหลายครั้ง 

"ไม่เป็นอะไรมาก พักสักวันสองวันก็ดีขึ้น...ที่จริงข้าไม่ได้ประเมินเจ้าต่ำเลยนะ แต่เหมือนจะยังไม่สูงพอ ก่อนที่ข้าจะตายคงต้องเร่งสอนทุกอย่างที่รู้ให้เจ้าแล้ว" ซีคพัฒนาไปได้ไวกว่าที่เขาคิดมาก อายุแค่นี้ก็สามารถใช้ดวงตานั่นให้เป็นประโยชน์มากกว่าเขาได้แล้ว 

"ฮีวา!" ซีคท้วงเสียงดังเมื่อชายชราพูดเหมือนตัวเองใกล้จะตายวันตายพรุ่ง หมอผีเฒ่าเพียงหัวเราะ ลูบหัวเขาเสร็จก็หันมากวักมือเรียกองศาเข้าไปหาด้วย 

องศาชี้ตัวเองงงๆ ก่อนจะขยับไปนั่งข้างๆฮีวา มืออีกข้างของชายชราก็ลูบดวงตาที่มืดบอดข้างนั้นของเขา 

"นี่...ได้มาอย่างไรหรือ?" 

"..." องศานิ่งอึ้ง เขาอาจจะโกหกเคปได้ว่าตาบอดจากการสู้กับคน แต่ทำไมพอมองดวงตาที่เป็นประกายเจิดจ้าไม่เข้ากับอายุของฮีวาถึงคิดว่าไม่อาจมีอะไรปิดบังคนคนนี้ได้กันนะ 

องศามองซีคที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่ซีคถูกวิญญาณเร่ร่อนสิงออกมา ในกระโจมเงียบกริบคล้ายทุกคนกำลังนิ่งอึ้ง แม้แต่ซีคเองก็มีสีหน้าตกตะลึงเพราะจำช่วงเวลาที่ถูกสิงไม่ได้ 

องศาบอกแค่เรื่องที่ซีคถูกสิง ไม่ได้บอกว่าอัสกาเองก็ถูกสิงด้วย หลังฟังองศาเล่าจบ ในกระโจมก็ตกอยู่ในความเงียบไปครู่ใหญ่ 

"หรือว่าจะเป็น...มัน?" 

เคียลอสกับเคปสบตากัน ก่อนจะหันไปมองฮีวาเหมือนจะถามว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า ทิ้งให้คนเด็กกว่าอีกสามคนที่ไม่เข้าใจมองหน้ากันไปมา  

ฮีวาถอนหายใจ "เรเวนลอร์ด" 

? 

อะไรนะ เรเวนลอร์ด? องศามึนงงเมื่อเจอศัพท์ใหม่ที่ไม่คุ้น 

"เรเวนที่หมายถึงอีกาเหรอครับ" คนผมดำยกมือขึ้นถาม ชายชราก็หันมาหาเขา 

"เรเวนกับอีกาแตกต่างกันทางกายภาพเล็กน้อย แต่ก็เป็นสัตว์ตระกูลเดียวกัน ที่สังเกตได้ชัดๆ คือปกติอีกาจะอยู่ด้วยกันเป็นฝูงแต่เรเวนมักจะอยู่ลำพังตัวเดียวหรืออยู่เป็นคู่เท่านั้น" 

"แล้วเกี่ยวอะไรกับที่ซีคถูกวิญญาณเร่ร่อนเข้าสิงเหรอครับ" 

"นั่นไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อน แต่คือปีศาจนก อืม ต้องพูดว่าเกือบจะเป็นปีศาจ เจ้านั่นคล้ายกับไททันโบอาก่อนที่จะกลายเป็นปีศาจเต็มตัวนั่นละ" 

องศาอ้าปากค้าง นอกจากปีศาจงูยักษ์ ที่นี่ยังมีปีศาจนกด้วย? เป็น zoo paradise (สวนสวรรค์ของสัตว์) หรือไง! 

"หมอผีเผ่าเราจับมันขังไว้มาหลายชั่วอายุคน ที่ผ่านมามันไม่เคยหลุดออกมาได้มาก่อน...เจ้าเคยเจอนกนั่นมาก่อนรึเปล่าซีค" 

นัยน์ตาทุกคู่นอกจากคาลูที่นอนหนุนตักปู่ตัวเองหลับไปแล้วหันไปมองซีค คนถูกถามเงียบไปครู่ก่อนจะพยักหน้า 

ถ้าหมายถึงโครงกระดูกนกยักษ์นั่น เขายังจำได้ดี 

พอเห็นซีคพยักหน้า เคปก็ยกมือตีหน้าผากตัวเองป๊าบ "ข้าว่าแล้วว่ามีเจ้านั่นอยู่หลังบ้าน อย่างไรก็ต้องมีใครสักคนหลงไปเจอมันเข้าสักวัน" 

"เจ้าทำสัญญากับมัน?" เสียงเคียลอสดังขึ้น เรียกให้ลูกชายตัวเองหันไปมอง 

"เปล่าพ่อ ข้าไม่ได้..." ซีคที่กำลังตอบพ่อตัวเองชะงัก ก่อนจะเหลือบมององศาที่อยู่ข้างๆ 

องศา "?" 

"...บางทีข้าอาจจะทำสัญญากับมันไปแล้วก็ได้" 

"เจ้าลูกโง่!" เคียลอสว่าเสียงดังจนคาลูน้อยสะดุ้ง ชายวัยกลางคนถลึงตาใส่ลูกชายคนเล็ก ก่อนจะกลับไปลูบหลังกล่อมหลานชายให้นอนหลับต่อ 

"ตอนนั้นข้าเผลอคิดบางอย่างในใจตอนที่มันถาม"  

ฮีวาลูบคางไปมา "ความปรารถนาของเจ้าสมบูรณ์แล้ว?"  

ซีคมององศาที่สีหน้าเหลอหลา "จะว่าอย่างนั้นก็ใช่" 

โคซาที่นั่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยมองหน้าน้องชาย ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

"คงเป็นตอนนั้น" ฮีวาพยักหน้า ไม่ได้ถามว่าความปรารถนานั้นของซีคคืออะไร "ฟังจากที่โอซาเล่า คาดว่าเรเวนลอร์ดคงสามารถยึดร่างคู่พันธะสัญญาได้เมื่อคนคนนั้นอยู่ในภาวะอารมณ์ไม่ปกติหรือรุนแรง เช่น โกรธหรือกลัว" 

เคปสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะโพล่งออกมา "หรือว่าอัสกาก็ด้วย?"  

แต่ละคนหันไปมองคนพูด เขาก็พูดต่อ "ตอนที่โอซาถูกจับตัวไป อัสกาเหมือนเกือบขาดการควบคุมตัวเองไปครู่หนึ่ง ทั้งยังพูดอะไรแปลกๆเหมือนกำลังต่อสู้กับใครอยู่ในหัว" 

"..." องศาหันไปมองฮีวาสลับกับเคียลอส ถ้าพวกเขารู้ว่าอัสกาก็สามารถถูกปีศาจนกสิงตอนไหนก็ได้แบบนี้จะมีปฏิกิริยาอย่างไร กับซีคพวกเขาคงพยายามหาทางป้องกันให้ แต่อัสกาล่ะ? 

มองสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดของเคียลอสและเคป องศาก็เม้มริมฝีปาก 

ฮีวามองสีหน้าเคร่งเครียดขององศา มือก็ตบๆศีรษะที่มีผมสีดำของชายหนุ่มเบาๆ 

"ไม่เป็นไรหรอก แค่ซีคกับอัสกาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ เจ้านั่นก็แทรกแซงพวกเขาลำบากแล้ว ไม่ต้องกังวล" 

ทุกคนหันมามองคนพูด สีหน้าค่อยผ่อนคลายลง 

องศารู้สึกได้ว่ามือเหี่ยวย่นนั้นยังลูบปลอบอยู่บนหัวเขา ก็เอ่ยเสียงค่อย "ขอบคุณนะครับ ฮีวา ได้คุณช่วยอีกแล้ว" 

ถ้าไม่ใช่ฮีวาพูดรับรอง บางทีคนอื่นอาจจะไม่เชื่อว่าอัสกาไม่มีอันตรายก็ได้ 

จะว่าไปตั้งแต่รู้จักกันมา ฮีวาช่วยเขาหลายครั้งมาก เขาเองก็อยากจะช่วยอะไรชายชราได้บ้าง 

องศามองควันสีดำที่ลอยบางๆรอบมือฮีวา ก็ยกมือขึ้นเหมือนอยากปัดมันออก ควันนั้นถูกปัดออกไปเล็กน้อยก่อนจะลอยกลับมาใหม่ 

"..." 

ฮีวาหัวเราะเบาๆ เรียกให้องศาเงยหน้ามองสบตาเขา 

"แค่เจ้ามีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ก็ช่วยข้าได้มากแล้ว ไม่ต้องคิดมาก" 

นัยน์ตาของหมอผีเฒ่ามององศากับซีคที่อยู่ข้างๆกัน ก่อนจะหันไปมองโคซาที่นั่งอยู่ไม่ไกล ชายชราก็ยิ้มออกมา  

"เจ้าพวกคนหนุ่มที่ยังมีแรงล้นเหลือ ดูข้ากับพ่อๆเจ้าไว้แล้วใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีก็พอ ปัญหาน่ะถ้าแก้เองไม่ได้ก็หาคนช่วย จงใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองไม่ต้องมารู้สึกเสียดายทีหลัง เข้าใจมั้ย" พูดจบชายชราก็ตบๆศีรษะองศากับซีค ก่อนยกน้ำชาหอมกรุ่นขึ้นจิบคล้ายพูดเยอะไปจนคอแห้ง 

องศายิ้มออกมาบางๆ ฮีวาทำให้เขานึกถึงอากงที่บ้านจริงๆ 

 

 

 

อัสกาเดินกลับมาถึงบ้าน แต่ชายหนุ่มไม่ได้ตรงไปที่ครัวเพื่อทำอาหารให้นกอ้วน กลับตรงดิ่งไปที่บ้านหลังเล็กของซา เจ้าเหยี่ยวอ้วนส่งเสียงร้องออกมาทันทีพลางกระพือปีกพั่บๆใส่เขาเหมือนกำลังไม่พอใจ แขนใหญ่เพียงยกขึ้นดันตัวนกอ้วนที่พยายามห้ามไม่ให้เขาดูรังของมันออก ก่อนจะก้มดูข้างใน 

"..." 

มองของที่อยู่ข้างในครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมก็เหลือบขึ้นมองซาที่บินลงมาเกาะบนหลังคารังของมันอย่างฮึดฮัดใส่เขา 

"แกเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว เมื่อไหร่ที่ได้ของแปลกๆมาแล้วอยากให้ชาห์รามชมก็จะตื่นเต้นแบบเมื่อกี้" อัสกาล้วงเข้าไปข้างใน หยิบของรูปทรงยาวในนั้นออกมา 

มือใหญ่พลิกๆสิ่งนั้น พลางค้นในความทรงจำก็แน่ใจว่าใช่ "ของดีนี่นา ยังเป็นเจ้านกจอมหยิ่งสายตาดีเหมือนเดิมนะ" 

"กรู๊วว" ซาเชิดหน้าขึ้นคล้ายจะบอกว่า แน่นอนสิ ข้าสายตาดีมาก 

"กระดูกผุๆนี่แกกินไม่ได้หรอกนะ จะปักท้องตายเอา ให้ข้าละกัน"  

"กรู๊ววว!!" ซาร้องเสียงดัง ไม่พอใจที่กำลังจะถูกยึดของเล่น 

อัสกายิ้มให้มัน ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กๆและขนปีกนุ่มลื่นของเหยี่ยวอ้วน เจ้าซาขืนตัวไว้น้อยๆ "ไว้จะล่าสัตว์ตัวใหญ่ๆแล้วให้โอซาเอามันมาทำอาหารให้เจ้ากินจนพุงกาง...ดีหรือไม่?" 

นกอ้วนเอียงคอไปมาคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างกระดูกท่อนหนึ่งกับเนื้อกองเท่าภูเขา ผ่านไปครู่หนึ่งก็เชิดหน้าขึ้น มองอัสกาด้วยหางตา 

"กรู๊ววววววว" ก็ได้ ในเมื่อเด็กนี่อยากได้ของเล่นของมัน มันที่โตกว่าจะยอมยกให้ก็ได้ เห็นแก่ที่พ่อบอกให้ดูแลน้องหรอกนะ 

"ขอบใจ" อัสกาเห็นว่าซาเหมือนจะยอมรับข้อเสนอแล้ว คนตัวใหญ่ก็หยิบถั่วออกมาให้นกอ้วนกำมือหนึ่งเป็นของเซ่น ก่อนจะใช้ผ้าพันกระดูกท่อนนั้นที่ยาวเกือบสองฝ่ามือใส่ไว้ในถุงข้างเอว นัยน์ตาสีทองทอประกายวาบ 

 

 

 

ฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเดินอย่างมั่นคง แสงจากคบเพลิงที่เผาไหม้ในมือสะท้อนเส้นผมสีเงินเป็นประกาย ร่างสูงใหญ่เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก่อนจะโผล่ออกมาบริเวณโถงถ้ำกว้าง เปลวไฟในคบเพลิงบนเสาที่เรียงเป็นวงกลมไหววูบวาบก่อเกิดเงาเลือนลางบนผนังถ้ำให้ดูลี้ลับ เพลิงนั้นลุกโชนตลอดเวลาไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนไม่รู้จบอย่างน่าแปลกใจทั้งที่ดูเหมือนจะใช้เพียงเทียนไขมันสัตว์ 

นัยน์ตาสีทองมองโครงกระดูกนกยักษ์ที่ถูกตรึงอยู่ตรงกลางวงล้อมเหมือนครั้งแรกที่เขาเห็นมัน อัสกาค้นพบที่นี่โดยบังเอิญ ตอนแรกที่เจอมันเขาคิดว่ามันน่าจะตายแล้ว แต่เจ้านกตัวนี้กลับเริ่มพูดกับเขาก่อน ชายหนุ่มคิดว่านี่อาจเป็นเขตหวงห้ามและความลับของเผ่าบาบิลูกับหมอผีจึงไม่ได้บอกใครว่าตัวเองหลงมาเจอมันเข้า 

[ข้ารู้อยู่แล้ว ว่าเจ้าต้องมา] 

เสียงนกร้องลากยาวดังขึ้น น่าแปลกที่ความหมายของเสียงร้องนั้นกลับผุดขึ้นมาในสมองของคนฟังโดยตรง ก่อนหน้านี้เขามัวแต่สนใจว่ามันเป็นโครงกระดูกพูดได้ มาตอนนี้ชัดเจนว่านั่นเป็นเสียงนกแหบต่ำตัวหนึ่ง 

"เป็นเจ้า" 

อัสกาจ้องโครงกระดูกนกเขม็ง "เจ้าสิงร่างข้าได้อย่างไร" เขาจำได้ว่าครั้งก่อนที่หลงเข้ามา ถึงจะได้ยินมันพูดด้วยแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรไป 

[เดาดูสิ] เสียงนั้นดังคล้ายขบขัน [แต่ผิดคาดนะ เจ้าดูใจเย็นเกินคาด ข้าคิดว่าจะมีอะไรสนุกๆเกิดขึ้นซะอีกตอนคืนร่างให้ อืม แย่จริง รู้มั้ยว่ามันยากแค่ไหนที่ยอมคืนร่างให้ในตอนแบบนั้น] 

อัสกาสีหน้าราบเรียบ ไม่ใส่ใจคำพูดยั่วยุของนกผี นัยน์ตาสีทองมองเข้าไปในดวงตากลวงโบ๋ของมัน 

"ทำให้ดวงตาของโอซากลับมามองเห็นเหมือนเดิมซะ" สิ่งนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่าที่เขาถูกมันยึดร่างซะอีก 

เรเวนลอร์ดหัวเราะคิกคักแต่เสียงที่ออกมากลับแหบต่ำจนน่าขนลุก [ง่ายมาก เจ้าเห็นปีกข้างนี้ของข้าหรือไม่? หากเจ้าเอากระดูกข้าที่เจ้าพวกหมอผีเก็บไว้มาได้ ข้าก็สามารถคืนดวงตาให้เขาได้] 

อัสกาหรี่ตาลง "เจ้าโกหก" 

[นึกว่าจะหลอกง่ายเหมือนหน้าตาซะอีก] 

เจ้านกดูจะไม่มีทีท่าอยากให้ดวงตาของโอซาคืน หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะมันคืนให้ไม่ได้แล้ว?  

คิดถึงความเป็นไปได้นั้นมือใหญ่ก็ยกขึ้นเสยผมตัวเองพลางนวดหัวคิ้ว ก่อนดวงตาสีทองจะมองลอดช่องว่างนิ้วมือตัวเองออกมาจ้องโครงกระดูกนกผีตรงหน้า ประกายวาววามดุดันฉายวูบหนึ่งก่อนจะหายไปเมื่อชายหนุ่มลดมือลง สีหน้าก็กลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนหน้าอีกครั้ง 

"เจ้าล้ำเส้นแล้ว" 

[อ้อ?] เรเวนส่งเสียงออกมาคำหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ 

ร่างสูงใหญ่เดินวนรอบตัวนกยักษ์ 

ถ้าเรเวนเป็นคน ตอนนี้มันคงกำลังหรี่ตาลงอย่างแปลกใจกับการที่อยู่ๆก็เงียบไปของมนุษย์ผู้มีผมสีเงินแปลกตาตรงหน้า 

เจ้าเด็กเมื่อวานซืนตรงหน้าไม่กลัวมันก็แล้วไปเถอะ ครั้งแรกที่เจ้าเด็กนี่หลงเข้ามาก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวอะไรมันที่เหลือเพียงโครงกระดูกแต่ยังไม่ตาย ครั้งนี้มันกลับรู้สึกแปลกไปเล็กน้อย คล้ายกับมีสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนขึ้น ซึ่งเรเวนไม่ชอบความรู้สึกนี้เท่าไหร่ ความรู้สึกที่แวบขึ้นมาของมันมักจะแม่นยำมากซะด้วย 

"ไม่รู้ตัวเลยสินะ" อยู่ๆอัสกาก็พูดโพล่งออกมา เสียงฝีเท้าของเขาดังไม่เบาไม่หนัก แข่งกับเสียงลุกไหม้ของเปลวไฟ 

"ทั้งที่ข้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เจ้ายังไม่เอะใจ" รอยยิ้มหนึ่งผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา มือใหญ่ล้วงเข้าไปในถุงข้างเอวหยิบบางอย่างข้างในออกมา กางผ้าออก 

[!]  

เงาบนผนังไหววูบวาบทันทีที่เห็นสิ่งนั้น 

นั่นคือกระดูกปีกของมันที่เจ้าสารเลวหมอผีพวกนั้นเอาไป เด็กนี่ไปเอามาจากไหน?! 

[ส่งมาให้ข้า!]  

อัสกาสีหน้าเรียบเฉย มองโครงกระดูกนกที่ยังนิ่งไม่ขยับแม้เสียงของมันจะฟังดูเกรี้ยวกราดและเขายืนอยู่ห่างจากมันไม่ไกลแบบนี้ก็ตาม 

"อย่าแตะต้องโอซาและสิงร่างข้ากับซีคอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายกระดูกนี่ ให้เจ้าบินไม่ได้อีกตลอดกาล" เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังราบเรียบ จริงจัง 

เรเวนทำเสียงครืดๆคล้ายมันกำลังกัดงับจะงอยปากตัวเองกระทบกันไปมา [เหอะ ข้าก็อยากเห็นเด็กอย่างเจ้าพยายามดู] 

อัสกากลับไม่หวั่นไหว นัยน์ตาสีทองคมกริบขึ้นเรื่อยๆ "ข้าอาจทุบทำลายมันตรงๆไม่ได้ แต่ขนาดมันอยู่ตรงหน้า เจ้าก็ยังสัมผัสไม่ได้ ถ้าหากข้าขุดดินฝังมันไว้ หรือโยนทิ้งลงแม่น้ำหรือทะเล?" 

[...] 

"หมอผีของบาบิลูคงไม่รู้เรื่องนี้สินะ" 

เงานกบนผนังถ้ำคล้ายจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างคุกคาม [เจ้าเด็กไม่มีขนและบินไม่ได้อย่างเจ้า กล้าดีอย่างไรมาข่มขู่ข้า!] 

"นี่ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการเตือน" 

อัสกาสีหน้าเย็นชา "ห้ามแตะต้องโอซาและสิงร่างข้าหรือซีคอีก จำไว้" 

ร่างสูงใหญ่เดินกลับไปทางเดิมที่เข้ามา ไม่สนใจว่านกปีศาจที่อยู่ข้างหลังจะมีปฏิกิริยาอย่างไรอีก ชายหนุ่มเดินไปตามเส้นทางมืดๆ มีเพียงคบเพลิงท่อนเดียวที่เผาไหม้ในมือส่องทางให้เขา เมื่อมาถึงครึ่งทางที่ผนังด้านข้างเริ่มมีคบเพลิงติดผนัง อัสกาก็วางคบเพลิงในมือคืนไว้ที่เดิมของมัน ก่อนร่างสูงใหญ่จะหยิบมีดสั้นของตัวเองขึ้นมาจ่อเข้ากับเปลวไฟ เผาลนใบมีดนั้นจนแดงขึ้นมา 

"..." 

นัยน์ตาสีทองมองใบมีดที่เริ่มเรืองแสงสีแดงจากความร้อน ก่อนจะพิงร่างเข้ากับผนังถ้ำ ถอดกางเกงผ้าที่สวมใส่ออกจนแทบจะเรียกได้ว่าร่างกายเปลือยเปล่าเพราะท่อนบนก็แทบไม่ได้สวมอะไรนอกจากสร้อยคอเขาสัตว์ 

มือใหญ่จับมีดที่ผ่านการเผาฆ่าเชื้อกรีดลงไปบนท่อนขากำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของตัวเอง 

กระฉูด! 

เลือดสีแดงก็กระฉูดออกมาทันทีก่อนไหลลงไปตามขาและหยดลงพื้นเป็นด่างดวง 

"อึ่ก" เสียงทุ้มและเสียงบดฟันแทบแตกดังเล็ดลอดออกมาจากถุงหนังใส่น้ำที่เจ้าตัวเอาขึ้นมากัด นัยน์ตาสีทองมองรอยกรีดลึกจนเลือดสีแดงทะลักออกมาท่วมขา เมื่อเห็นว่ายังไม่พอก็กดมือลงไปกรีดให้เป็นรอยยาวขึ้น 

"ฮ่าา แฮ่ก" เหงื่อผุดพรายบนใบหน้าหล่อเหลา มีดสั้นร่วงจากมือเขาตกลงพื้นดังเคร้ง อัสกาก็กัดถุงหนังใช้น้ำล้างมือ ก่อนเอื้อมไปหยิบกระดูกสีขาวในห่อผ้าท่อนนั้นออกมา ยัดมันใส่เข้าไปในรอยแผลที่เปิดอยู่ของตัวเอง 

นิ้วเรียวคว้านเข้าไปในแผลที่ลึกเกือบถึงกระดูก ยัดสิ่งแปลกปลอมที่ยาวเกือบสองฝ่ามือเข้าไปแทรกกลุ่มกล้ามเนื้อจนมองไม่เห็นสีขาวๆของกระดูก เห็นเพียงเลือดสีแดงที่ย้อมทั้งนิ้วมือทั้งท่อนขาของชายหนุ่มจนแดงก่ำอย่างน่าสยดสยอง  

อัสกากระแทกศีรษะตัวเองกับผนังถ้ำเย็นๆดังโป้กๆ คลายความเจ็บปวด ก่อนมือใหญ่จะล้วงเข้าไปในถุงผ้า หยิบเข็มเย็บหนังสัตว์และด้ายม้วนหนึ่งออกมา มือใหญ่ลนเข็มนั้นเข้ากับคบเพลิง เทน้ำราดแผลล้างเลือดส่วนหนึ่งออก ก่อนจะจัดการเย็บแผลเปิดกว้างนั้นให้ชิดติดกัน 

คนผมเงินหอบหายใจรุนแรง ฉีกผ้าออกมามัดแผลเรียบร้อย ร่างสูงใหญ่ก็สไลด์ตัวนั่งลงไปกับพื้น ชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่ง พิงศีรษะกับผนังถ้ำ เหงื่อออกตามไรผมจนชื้นเล็กน้อย 

เขาเลือกบริเวณที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ไม่มีเส้นเลือดหรือเส้นประสาทสำคัญแล้ว แต่การค่อยๆกรีดแผลด้วยตัวเองกับถูกฟันอย่างรวดเร็ว แบบแรกก็ยังเจ็บปวดมากกว่าอยู่ดี  

อัสกานั่งอยู่ตรงนั้น รอจนเลือดคล้ายจะหยุดไหลแล้ว มือใหญ่ก็แกะผ้าพันแผลเปื้อนเลือดนั่นทิ้ง ก่อนพันผ้าสะอาดใหม่อีกครั้ง แผลนั้นก็ดูไม่เตะตาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว 

"..." 

โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ให้โอซาดูแผลให้ หากคนตัวเล็กพบว่าอยู่ๆเขาก็ได้แผลใหญ่เพิ่มมาอีกแผล คงปิดเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ 

อัสกาหยิบกางเกงผ้าที่โยนทิ้งไปไม่ให้เปื้อนเลือดกลับมาสวมเงียบๆ 

กระดูกนี่เผ่าบาบิลูคงเก็บรักษาไว้ในที่ลับและไม่คิดว่าจะมีใครหาเจอเป็นแน่ แต่พวกนั้นคงลืมไปว่ามีสิ่งมีชีวิตอย่างเจ้านกจอมหยิ่งซาอยู่ด้วย 

อัสกาถอนหายใจออกมา 

เขาจำเป็นต้องใช้กระดูกนี้เพื่อเป็นข้อต่อรองกับนกผีจึงไม่อาจคืนมันให้บาบิลูได้ แต่ก็กลัวว่าหากนกนั่นแอบยึดร่างเขาหรือซีคอีกครั้ง มันจะหากระดูกของมันเจอ เพราะงั้นจึงต้องเก็บไว้ที่ที่ไม่มีใครรู้หรือหาเจอนอกจากเขา 

ร่างสูงใหญ่ค่อยๆลุกขึ้นยืน ยืดแผ่นหลังขึ้นตั้งตรง ก่อนจะเดินออกไปจากถ้ำเช่นปกติ มองจากท่าเดินจะดูไม่ออกเลยว่าเขามีแผลใหญ่ที่ขา 

เคยมีคนบอกว่าต่อให้เป็นคนที่จิตใจดีมากแค่ไหน ก็มีบางอย่างที่ไม่ควรจะล้ำเส้นเขา ครั้งนี้ปีศาจนกข้ามเส้นนั้นของอัสกาไปแล้ว 

 

 

 

อัสกาเดินกลับมาบ้าน ก็เห็นว่าองศากับซีคกลับมากันก่อนแล้ว ร่างเล็กนั้นหันมาทันทีเมื่อเห็นเขา ก่อนจะถามอย่างเป็นห่วง 

"นายหายไปไหนมา ฉันตกใจแทบแย่" องศากลับมาแล้วกลับไม่เจออัสกา เขาก็นึกไปว่าหรืออาการบาดเจ็บของชายหนุ่มจะแย่ลงจนต้องไปหาหมอ ชายหนุ่มเกือบจะพุ่งไปที่กระโจมพักของหมอของเผ่าแล้วแต่อัสกากลับมาซะก่อน 

"ไปเดินสูดอากาศมาน่ะ" อัสกายิ้มให้เขา ก่อนจะหันไปหาคนผมยาวข้างๆองศา "ตาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" 

"ฮีวาบอกว่าพักไม่กี่วันก็หาย" ซีคยักไหล่สื่อว่าไม่เป็นอะไรมาก 

อัสกาพยักหน้า ตอนที่เดินผ่านข้างตัวซีค คนผมน้ำตาลแดงก็หันไปมองตามหลังเขา อัสการู้สึกถึงสายตานั้นจึงหันไปเลิกคิ้วเหมือนจะถามว่ามีอะไร 

"ข้าได้กลิ่นเลือด" ซีคเอ่ยอย่างแปลกใจ 

องศาตาโต รีบคว้าตัวคนผมเงินมาดู "หรือจะมีแผลปริออก?" 

"ไม่หรอก" อัสกาตบมือเล็กเบาๆ ปลอบเขา "ข้าไปอาบน้ำก่อน รู้สึกเหนียวตัวนิดหน่อย" 

องศากลับส่ายหน้าห้าม "อย่า ใครเขาอาบน้ำตอนที่มีแผลกัน" เกิดแผลชื้นหรือติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง 

"เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้ นายไปนั่งรอตรงนู้น" องศาชี้ไปที่ตั่งกว้างข้างกระโจม อัสกามองเขาอึ้งๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา นัยน์ตาโค้งลง 

"ได้" 

ตั้งแต่รู้จักกันมาโอซายังไม่เคยเช็ดตัวให้เขาเลยนี่นา เขาจะพลาดโอกาสนี้ไปได้อย่างไร อัสกาแทบจะถอดเสื้อผ้าออกด้วยความไวแสง คนตัวใหญ่ไปนั่งรอที่ตั่งนอกบ้านอย่างให้ความร่วมมือเต็มที่ แอบคิดในใจว่าถ้าบาดเจ็บแล้วโอซาคอยเช็ดตัวให้เขาแบบนี้ ให้ได้แผลกี่ครั้งก็ไม่มีปัญหา 

ซีคเห็นแบบนั้นก็ตาโตขึ้นมาอีกคน 

"อึ่ก โอซา ข้าเองก็รู้สึกเวียนหัวอยู่บ้าง คงจะอาบน้ำไม่ถนัด เจ้าเช็ดตัวให้ข้าด้วยได้มั้ย?" คนผมยาวตีหน้าซื่อทำท่านวดหัวตา เนียนถามขึ้นมาทันที 

องศาที่กำลังรองน้ำสะอาดใส่ถังหันมามองคนพูด "หือ? ได้สิ ไปนั่งรอข้างๆอัสกาเลย" 

อัสกาหันมาหรี่ตามองคนที่นั่งลงข้างๆอย่างรู้ทัน ซีคกลับฉีกยิ้มกว้างให้สายตานั้นของคนเด็กกว่า 

"กรู๊วววววว" 

พอเห็นองศาใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเช็ดตัวเช็ดหลังให้อัสกากับซีค เจ้านกอ้วนก็ตีปีกพั่บๆลงมาเกาะตั่งข้างๆเขาอีกตัวสื่อว่าอาบให้มันด้วยทันที 

นัยน์ตาสามคู่หันไปมองเจ้าเหยี่ยวอ้วนที่เดินไปเดินมาบนตั่ง 

"อะไร? แกก็อยากให้อาบน้ำให้ด้วยเหรอ" องศามองมันอึ้งๆ เค้นหัวคิดว่าเหยี่ยวนี่ปกติอาบน้ำรึเปล่านะ แต่เหมือนว่าจะเคยเห็นคนเช็ดขนให้ไก่ชนอยู่ คงอาบได้แหละมั้ง 

"กรู๊วว♡" 

ซากางปีกออกให้องศาเช็ดปีกและขนข้างในของมันพลางหลับตาพริ้ม ทำสีหน้าเหนือกว่า จนอัสกากับซีคที่อยู่ข้างๆมองมันอย่างหมั่นไส้ 

ซีค "...ที่กระโจมข้ามีนกตากแห้งเก็บไว้อยู่นะ" 

ซา "กรู๊ว?" 

อัสกา "พอดีเลย ได้อาหารเย็นแล้ว" 

ซา "..." 

องศาหัวเราะฮ่าๆ ก่อนจะเช็ดตัวให้สองคนกับหนึ่งตัวสลับกันไปจนสะอาดสะอ้าน 

........ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว