email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๕ ม่ายสาว

ชื่อตอน : บทที่ ๕ ม่ายสาว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2565 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๕ ม่ายสาว
แบบอักษร

"ฉันรู้ เธอไม่ได้หลับอยู่" เสียงคนรักผมกระซิบข้างหู ผมยิ้ม ก่อนจะลืมตาขึ้น เรานอนอยู่บนเตียง เธอเอามือเท้าคางมองดูผมนอน ก่อนจะเอื้อมมือ ใช้นิ้วแตะที่ปลายจมูกของผม ผมหันไปมองดูเธอ เราสบตากัน เธอพูดเบาๆ 

"อาลีโทรมา"  

"ว่ายังไงนะ" ผมทวนถามคำพูดเธอ 

เธอพูดดังขึ้น "อาลีโทรมา!!" 

ทันใดนั้น ผมรู้สึกถึงน้ำเย็น ที่สาดเข้ากระทบใบหน้า พลันหายใจเข้า เฮือกใหญ่ ก่อนรู้ตัวว่า เมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน สะดุ้งตัวลุกขึ้นจากพื้น มองคนที่อยู่ด้านหน้า 

"บอส อาลีโทรมา ต้องไปเชียงใหม่ด่วนเลย!" หมิว เลขาหน้าหมวย ผมถักเปีย ประคองหลังผม ขณะที่ในมือถือแก้วน้ำ  

...เธอคงสาดน้ำปลุกผมตื่นจากความฝัน... ฝันถึงอดีตคนรักเก่า อีกคนที่ยืนอยู่ และยื่นมือฉุดผมให้ลุกขึ้น  

"ชิ" อาตี๋ร่างสันทัด ใบหน้ากลมผมรองทรง ภายใต้กรอบแว่นแฟชั่น กรอบดำทรงกลม ที่ยิ่งเสริมใบหน้าเขาให้กลม แลดูหัวหลิมมากขึ้น 

เขาส่งชาร้อนให้ผม ซึ่งเป็นอะไรที่ผมต้องการมาก จากอาการเมาค้าง ผมยังมึนๆ อยู่ ตายังไม่อาจเบิกกว้างได้มาก กระทั่งหมิวพยักหน้า ให้สัญญาณกับชิ ทั้งคู่หิ้วปีกผม และดันตัวผมเข้ารถคันหนึ่ง  

อาการเมาค้าง ทำให้ผมรู้สึกขนลุกสั่น เพราะแอร์ที่เย็นแรง หลายครั้งตะโกนขอให้เบาแอร์ แต่ฤทธิ์แบล็กเลเบิล ที่ซัดออนเดอะร็อกไปขวดหนึ่ง ในขณะท้องว่าง ก็ทำให้ผม ไม่อาจบังคับรูปปาก ให้พูดเป็นภาษามนุษย์ได้ โชคดีที่เจ้าชิ โยนเสื้อหนังตัวโปรดให้ผม ห่มหลับสบาย 

รู้ตัวอีกทีเหมือนภาพตัด ผมนั่งเน่า สภาพเหมือนกุ๊ยขี้ยา อยู่ที่สนามบิน ในมือถือกาแฟกระป๋องอยู่  

"กินหน่อยเฮีย จะได้ตื่น" ชิบีบมือผม ที่ถือกระป๋องเพื่อให้จับแน่นขึ้น  

ผมกระดกกาแฟเข้าไปรวดเดียวหมด และหลับตานอนอย่างหมาข้างถนน 

ด้วยฤทธิ์กาแฟหลายกระป๋อง ดังร่างกายถูกสั่ง ให้ทำงานแบบเครื่องจักร ตามที่ ชิและหมิว จะพาไปขึ้นเครื่องบิน และถึงจุดหมาย  

...ที่เชียงใหม่ หมิวจัดการเช่ารถ ผมนั่งเบาะหน้าเอนนอน ใส่แว่นกันแดด เจ้าชิขับรถ ส่วนหมิวนั่งเบาะหลัง อธิบายเรื่องที่อาลีเล่า ตลอดทางไปที่เกิดเหตุ ผมฟังไป และเคลิ้มหลับในที่สุด 

........................................... 

 

"ตื่นได้แล้วที่รัก"  

เสียงเมียเก่าผมกระซิบข้างหู ก่อนที่เธอจะใช้นิ้วแตะที่จมูกผม ผมสะดุ้งตื่น กลับมาสู่ชีวิตปัจจุบัน ภายใต้เสื้อหนังมอซอบนรถเช่า ที่มีกลิ่นน้ำยา ทำความสะอาด เบาะหนังเก๊  

"ถึงละเฮีย" ชิเลี้ยวรถเข้าจอด ระหว่างรถมูลนิธิและรถเช่าอีกคัน หน้าแปลงดอกไม้เราลงจากรถ และได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนคุยกัน เสียงหนึ่งสาวและอีกเสียงมีอายุ 

"เพราะแก ถ้าแกไม่เลี้ยงดาวเรืองบ้าบอ ผึ้งคงไม่มาต่อยลูกชายฉัน โถ... ฮัสซัน แกมันไม่น่าเลือกเมียแบบนี้มาเลย" หญิงชราสวมฮิญาบสีดำ ซึ่งเดาไม่ยาก เธอคงจะเป็นม่ะ หรือแม่ของซัน ศพที่นอนอยู่บนแปลงดอกดาวเรือง สีเหลืองสด 

พระอาทิตย์ทำมุมตั้งฉากกับพื้นโลก แดดแรงแผดเผาผิวของทุกคน บริเวณนี้ ผมมองไปที่ผู้ถูกต่อว่า หญิงสาวหน้าตาสะสวย ในชุดเสื้อแขนยาวสีดำ และกางเกงสแลคขายาว ผู้ชายที่ยืนข้างเธอ ลูบหัวไหล่เธออย่างปลอบโยน คือ อาลี  

อาลีหันมาเห็นพวกเรา จึงเก็บมือสำรวม และเดินตรงมาทักทายผม 

"ต้องรบกวนพี่ชาญด้วยครับ ผมทราบว่า พี่รีบบินมาจากกรุงเทพ ต้องขออภัยด้วยครับ ขอโทษจริงๆ"  

อาลียกมือพนมอย่างหลวมๆ โค้งตัวอย่างสุภาพเล็กน้อย  

"เข้าเรื่องดีกว่าอาลี ฉันได้ฟังเรื่องคร่าวๆ มาบ้างแล้วจากผู้ช่วย" ผมผายมือไปทางผู้ช่วยทั้ง 2 คน ทั้ง 2 คนยกมือไหว้อาลี แม่ของซัน และนาเดีย 

"คือ ผมยืนดูดอกดาวเรืองตรงนี้กับบังซัน ซึ่งมีผึ้งหลายตัวบินวน แล้วมันก็ต่อยบังซัน แกกับผมช่วยกันไล่ ทีนี้ผมก็เปิดขวดน้ำ แล้วเขย่าสาดน้ำไล่มันไป  

แต่มาเห็นบังซันอีกที ดูปากซีดคอบวม แกหายใจไม่ออก และกระหายน้ำ แกดื่มน้ำเยอะมาก แต่ดูเหมือนไม่ช่วยอะไรเลย แกน่าจะแพ้พิษผึ้ง" 

"อย่างที่เห็นใครก็รู้ ไม่จำเป็นต้องเรียกนักซงนักสืบ มาให้เสียเงินเสียทอง แถมเสียเวลาอีก ม่ะก็เรียกมูลนิธิรวมน้ำใจของบังซุปมาแล้ว จะได้ประกอบพิธี" ม่ะของผู้ตายบ่นทั้งน้ำตาที่ไหลอาบหน้า 

ผมใส่ถุงมือพร้อมแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่ต้อนรับขับสู้ ผมก้มลงจับที่คอของศพ หยิบขวดน้ำอาลี แก้วน้ำของซันมาดู ซึ่งไม่ได้มียาพิษ เหมือนกับบทน้ำเน่าในละครจำอวด  

ผมจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ไล่ผึ้งที่บินวนอยู่แถวนั้น มองผึ้งที่บินหนี ชำเลืองมองปลายทางที่มันบินไป มันบินลงไปที่ดิน อยู่ไม่ไกลนัก 

ส่วนแม่ของผู้ตาย มองผมด้วยสายตารังเกียจ เธอป้องปิดจมูก และแกล้งไอให้รู้ว่าไม่พอใจ อาลีหมุนปลอกยาดมและดมมัน ผมถามอาลี  

"มียาดม แล้วได้ให้บังซันดมไหม ที่จริงอย่างน้อย มันก็ช่วยให้ หายใจคล่องขึ้นได้เล็กน้อยนะ" 

อันที่จริง ยาดมนี่ของบังซันครับ แกดมตลอดทางที่เดินมา และเอาน้ำ ป้ายจมูก ป้ายขมับ”  

ผมแบมือขอยาดม ที่อาลีดมอยู่ เขาหัวเราะพลางพูด  

"ยาดมผมก็ดมอยู่ ไม่มียาพิษหรอก นี่ไงพี่ชาญ" อาลีพูดจบ ก็ดมและเอาน้ำที่ตูดยาดม ป้ายที่จมูกตนเอง เป็นทีว่าผมคิดมากไป  

ผมมองศพของบังซัน มดจำนวนหนึ่ง เริ่มเข้ามาไต่ที่ร่างกายศพ ผมกล่าวกับอาลี "นายเอามือจับที่คอ ของบังซันสิว่าบวมไหม" อาลีก้มลง และเอามือวางบนคอศพ ฝูงมดแตกกระเจิง 

"จะทำให้มันยุ่งยาก เพื่อเรียกเงินเพิ่มรึไง" ยัยแก่แม่คนตาย เหน็บผม พลันม่ายสาวแสนสวยขัดไว้ 

"ม่ะคะ ม่ะไปนั่งพักที่บ้านเถอะค่ะ คุณนักสืบ อย่างไรหนูกับม่ะก็ไม่ติดใจอะไร เข้าใจว่าบังซัน แกแพ้พิษผึ้งจริงๆ ค่ะ" 

"ถ้าสรุปกันแล้ว ฉันก็จะกลับ แล้วจะส่งเลขบัญชีมา เรียกเก็บค่าเสียเวลา” ผมหมุนตัวเดินกลับตรงไปที่รถ หันมองรถมูลนิธิ และรถตำรวจที่เพิ่งขับมาถึง 

"บอส กลับเลยเหรอ" หมิวจับแขนผม และเดินกลับ  

เจ้าชิ สตาร์ทรถ ผมเปิดประตูและตะโกน ทั้งที่หันหลังให้คนกลุ่มนั้นอยู่ 

 

"นี่คือเหตุฆาตกรรม ฆาตกรอยู่ในหมู่พวกแก!!" 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว