email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Round 27 (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 เม.ย. 2565 20:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Round 27 (END)
แบบอักษร

Round 27 (END) 

 

เข้าใจความรู้สึกคนกำลังจะแต่งงานก็วันนี้ ลูอิสลุกๆ นั่งๆ เดินไปมาตั้งแต่เย็น ตื่นเต้นชนิดที่ว่าถ้าไม่มาอยู่จุดนี้คงไม่มีวันเข้าใจ ตอนนี้พวกเขาสองคนแยกกันอยู่ในรอบหลายเดือนเพื่อพรุ่งนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ที่เตรียมงานมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ลูอิสเดินไปเปิดประตูห้องให้คนที่จู่ๆ ก็มาหาไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า แต่พอได้เจอหน้าเพื่อนก็ตกใจระคนดีใจบอกไม่ถูก

“เซเวียส!?”

“ไง ทำหน้าเหมือนเจอผี” เซเวียสยิ้มให้พลางเดินเข้ามาในคอนโดของลูอิส ซึ่งหลังจากผ่านพ้นคืนนี้ที่นี่ก็จะไม่มีใครพักอาศัยอยู่อีกแล้ว

“มึงมาได้ไง”

“คิดว่าเจ้าสาวคนต่อไปน่าจะตื่นเต้นกับงานพรุ่งนี้จนนอนไม่หลับ กูเลยมาอยู่เป็นเพื่อนไง”

“อะไร กูเปล่า” ลูอิสไม่สบตาเพื่อนเดินตามหลังมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน “แล้วนี่โอเมก้าลูกอ่อนไม่ต้องอยู่คฤหาสน์เลี้ยงลูกเหรอ”

“ให้จากัวร์เลี้ยงเองสักคืนไม่เป็นไรหรอก รายนั้นเห่อลูกจะแย่”

“ดีละ ให้มันเลี้ยงเยอะๆ เหมือนตอนที่ขยันเสกลูกเข้าท้องมึงบ้าง” พอได้ทีลูอิสก็เปลี่ยนเรื่องคุย แต่ดูเหมือนว่าเซเวียสจะรู้ทันจึงพาวกกลับมาที่คนกำลังจะเป็นเจ้าสาวเหมือนเดิม

“ทำพูดไป ถ้ามึงท้องได้กูว่าบรู๊คลินคงทำมึงป่องเร็วๆ นี้แหละ เซ็กส์จัดอย่างมึงน่ะว่าคนอื่นได้เหรอ” ใครล่ะที่บอกว่าไปเป็นโฮสต์ให้มันจบๆ ซะเลยสิ จะได้มีเซ็กส์กับคนไม่ซ้ำหน้าทุกวัน แล้วคิดว่าบรู๊คลินจะเหลือเหรอ เซเวียสยิ้มอย่างรู้ทัน

“เหอะ ไม่ต้องท้องน่ะดีแล้ว จะทำเท่าไรก็ได้เท่าที่อยาก”

“เห็นไหมล่ะ มิน่าพ่อหนุ่มเอฟบีไอถึงติดมึงแจ ก็เลี้ยงดีซะขนาดนี้” เซเวียสเอื้อมมือมาเกาคางลูอิสแกล้งแหย่เพื่อน พอเห็นคนเขินเซเวียสก็หัวเราะเสียงดังชอบใจขึ้นมา

บรรยากาศเก่าๆ ของมิตรภาพหวนกลับมาอีกครั้ง คนที่อยู่ในทุกช่วงชีวิตของกันและกันแบบพวกเขามันไม่มีวันตัดกันขาด ต่อให้ต่างคนต่างมีครอบครัวไปแล้วไม่ว่ายังไงเพื่อนก็คือเพื่อนวันยังค่ำ เอาเข้าจริงลูอิสเองก็เพิ่งมาเข้าใจถ่องแท้ว่าที่เซเวียสไม่ยอมรับรักเขานั่นก็เพราะต้องการรักษาสิ่งที่ยิ่งใหญ่นี้เอาไว้

“เหมือนวันที่กูกับมึงหนีไปเป็นโฮสต์เพิ่งผ่านมาไม่นานนี่เอง เผลอแปปๆ มึงก็มีลูกเต็มบ้านแล้ว”

“อือ เขาว่าเพราะมีความสุขเวลามักผ่านไปไว เมื่อก่อนกูก็ไม่เชื่อหรอก” แต่หลายอย่างมันพิสูจน์ได้ตามคำกล่าวนั้น

ลูอิสมองเพื่อนยิ้มกว้างขยับมานั่งบนโซฟาใกล้ๆ แล้วเอียงตัวเข้ามาเปิดรูปลูกแฝดสามให้ดูไล่ตั้งแต่วันคลอด ไหนจะคลิปวีดีโอที่ถ่ายจากัวร์ตอนเลี้ยงลูกหัวหมุน ตอนนอนหลับโดยมีเจ้าแฝดนอนก่ายอยู่ข้างกาย กิจวัตรในอิริยาบถต่างๆ ดูไปก็หัวเราะไป เซเวียสมีความสุขมากจนลูอิสยิ้มตาม ความรู้สึกใจเต้นรัวแบบที่เคยรู้สึกเมื่อก่อนนี้มันไม่หลงเหลืออีกแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนอยู่ใกล้กันขนาดนี้คงทนไม่ไหว

“กูอยากขอบคุณมึง”

“ไม่เอาน่า มาขอบคุณกูเรื่องอะไร”

“ขอบคุณที่มึงยังรักษามิตรภาพนี้ไว้อย่างดี ทั้งที่กูเคยทำให้มันร้าวไปแล้วครั้งหนึ่ง” ลูอิสเอ่ยด้วยความรู้สึกที่ปลดล็อคทุกๆ อย่าง

“กูรู้ว่าทุกอย่างมันต้องใช้เวลา” ส่วนเซเวียสก็แค่ยิ้มรับอย่างดีใจที่ได้เพื่อนคนเดียวกลับคืนมาเสียที

“เชื่อไหมตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา กูไม่เคยเห็นแววตามึงดูมีความสุขเท่าวันที่มึงแต่งงานกับจากัวร์เลยเซเวียส มึงทำให้กูต้องกลับมาคิดอีกหลายตลบว่าทำไมกูถึงไม่มีความสุขแบบนั้นบ้าง”

“กูก็เหมือนกัน ตอนนี้กูก็กำลังเห็นแววตามีความสุขแบบนั้นในตามึงเหมือนกัน บรู๊คลินนี่สุดยอดจริงๆ ทำให้มึงมีความสุขได้ขนาดนี้”

“นี่ถ้ามันมาได้ยินเข้าคงดีใจหูผึ่ง”

ในสายตาเซเวียสลูอิสก็ยังเป็นลูอิสเหมือนเดิม สิ่งที่แสดงออกให้คนอื่นเห็นคือความแข็งแกร่งและกำแพงสูงเสียดฟ้า ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นดาบสองคมที่หวนกลับมาทำร้ายเจ้าของมันเอง เพราะข้างในมันเปราะบางแตกสลายจนไม่เหลืออะไรแล้ว แต่เมื่อมีบรู๊คลินเข้ามาลบความคมของดาบเล่มนั้นไปทีละนิดๆ ลูอิสจึงไม่ต้องเจ็บปวดกับมันอีกต่อไป

“จริงนะ จากัวร์บอกกูว่าบรู๊คลินน่ะใส่ใจคนอื่นเสมอ มึงยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งอีกลูอิส”

“รายนั้นก็อวยเพื่อนเก่งไม่เบา”

“มึงรู้ดีที่สุดว่าที่อวยมันไม่เกินจริง”

ยังไม่ทันขาดคำเสียงเรียกจากอินเตอร์คอมก็ดังขึ้น อัลฟ่าร่างสูงโปร่งจึงเดินไปเปิดประตู เมื่อเห็นในจอว่าเป็นลูกน้องตัวเองถือถุงกระดาษขึ้นมาให้

“จากคุณโรดส์ครับบอส”

ลูอิสพยักหน้าและรับถุงกระดาษเดินเข้ามาในห้อง เซเวียสก็ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นเข้ามาดูด้วย พอเปิดออกเห็นว่าข้างในเป็นกล่องอาหารมื้อค่ำแพ็คมาอย่างดีคู่กับน้ำผลไม้ส่งมาให้ แถมมีโน้ตเขียนแนบมาด้วย พออ่านมันจบปุ๊บลูอิสก็นึกถึงหน้าคนตั้งใจทำแล้วอดเอ็นดูไม่ได้

‘ผมคิดว่าคุณคงนอนไม่หลับเหมือนกัน หรืออาจจะท้องว่างแล้วหิวตอนดึก ทานสักหน่อยดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้อง’  

“แหม หวานกันจังนะคู่นี้”

ลูอิสเม้มปากกลั้นยิ้มไม่มิด แถมยังไม่ทันจะหุบยิ้มดี โทรศัพท์เครื่องบางที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดๆ เด้งแจ้งเตือนขึ้นมาให้พวกเขาสองคนเห็นข้อความสุดหวานจากว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงบนหน้าจอ

บรู๊คลิน : แย่ชะมัด  

บรู๊คลิน : ผมเกลียดการรอคอย อกผมมันจะระเบิดให้ได้เลยคุณ  

บรู๊คลิน : อยากเจอหน้าเจ้าสาวจะแย่แล้วครับ  

เพียงเท่านั้นคนเขินเก็บอาการไม่อยู่ก็ลุกหนีเพื่อนไปเลย

นี่มันไม่ใช่แค่รางวัลที่หนึ่ง แต่เป็นรางวัลแจ็คพอตเลยล่ะ 

-

พิธีแต่งงานถูกจัดอย่างใหญ่โตในบริเวณริมทะเลสาบกว้างขวางบรรยากาศดี ท้องฟ้าสดใสรับวันสำคัญ ดอกไม้ธีมสีขาวประดับประดาทั่วทุกมุมอย่างอบอุ่น แขกคนสำคัญมาร่วมงานมากมาย จากัวร์กับเซเวียสเองก็มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ลูอิสและบรู๊คลิน คอยช่วยรับแขกและจัดการงานหลายๆ อย่างแทนเจ้าตัว เพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ทุกอย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ว่าลูอิสตื่นเต้นจนโรคหอบเกือบจะกำเริบก็ตาม

“ฮึก นมดีใจค่ะ คุณชายของนมได้เป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว”

ลูอิสมองนมโรสจัดแจงสูทสีขาวและจัดดอกไม้บนอกเสื้อให้ไปพลางร้องไห้ปาดน้ำตาไปพลาง ตอนนี้ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดที่สุดในบ้านสำหรับลูอิสก็เหลือแค่นมโรสที่รักเขาเหมือนลูกในไส้ตัวเอง

“ดีใจก็อย่าร้องสิครับ เดี๋ยวถ่ายรูปไม่สวยทำไง”

“ก็นมดีใจแทนคุณท่านนี่คะ ถ้าท่านยังอยู่ท่านคงมีความสุขมากที่ได้เห็นภาพวันแต่งงานของคุณชายกับคนที่คุณเลือกด้วยตัวเอง”

“ตอนนี้พ่อก็มีความสุขอยู่ข้างบนอยู่แล้ว”

ลูอิสตอบพลางมองออกไปนอกหน้าต่างห้องแต่งตัว พ่อน่ะทำหน้าที่พ่อจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต เพราะแบบนั้นลูอิสถึงได้แต่งงานกับบรู๊คลินไง พ่อไปแบบที่ไม่เหลืออะไรให้ต้องห่วงอีกแล้ว ลูอิสเชื่อว่าท่านกำลังมองดูอย่างมีความสุข

เมื่อถึงเวลาอันสมควรเสียงไวโอลินจากวงออเคสตร้าก็เริ่มบรรเลงทำนองเพลงแสนไพเราะขึ้นมา บรู๊คลินในชุดสูทเจ้าบ่าวเรียบหรูตั้งแต่หัวจรดเท้าออกมายืนรอเจ้าสาวของตัวเอง กระทั่งดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความปิติมองตรงไปยังคนๆ เดียว คนที่กำลังเดินมาพร้อมกับนมโรสผ่านซุ้มดอกไม้สีขาวประดับประดารอบกาย

คนที่สง่างามสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้วจนสามารถสะกดให้บรู๊คลินตกลงไปในห้วงภวังค์ได้อย่างเหลือเชื่อ ดวงตาเย็นชาคู่นั้นมองตรงมายังบรู๊คลินอย่างมีความหมายลึกซึ้ง วินาทีนั้นผู้คนหลักร้อยรอบกายก็หายวับไปกับตา ราวกับตรงนี้เหลือแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น ความตื้นตันมันท่วมท้นไปหมด

ราวกับไม่ใช่เรื่องจริง...มันยิ่งกว่าความฝัน 

มือหนาเอื้อมไปรับมือลูอิสมาจับไว้ ทันใดนั้นต่างคนต่างรับรู้ว่าอีกฝ่ายตื่นเต้นขนาดไหน มือบรู๊คลินเย็นไปหมด ส่วนมือลูอิสก็สั่นแบบที่เจ้าตัวเองก็ควบคุมมันไม่ได้ ทั้งสองคนจับมือกันแน่นมองสบตากันตลอดเวลา

“ขอเชิญทั้งคู่กล่าวอะไรสักหน่อยครับ”

“ไม่นานมานี้ผมได้ฝันถึงงานแต่งงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด หลังจากลืมตาตื่นขึ้นผมคิดแค่เพียงเรื่องเดียว ว่าต่อจากนี้ยอมเสียอะไรไปก็ได้แต่จะไม่ยอมเสียคนๆ นี้ไป คนที่รักผมมากกว่าตัวเอง คนที่บอกว่าผมสมบูรณ์แบบ แต่ไม่เคยหันหลังให้สักครั้งเมื่อเห็นความสมบูรณ์แบบของผมถูกทำลายลงจนย่อยยับ คนที่แม้ผมจะยืนอยู่ตรงหน้าผาเขาก็จะกระโดดลงไปข้างล่างเพื่อรอรับผม โดยไม่สนใจว่าตัวเองจะต้องเจ็บแค่ไหน”

ลูอิสเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนต่อหน้าสักขีพยานหลักร้อยคน สองสายตาประสานกันเป็นหนึ่ง พวกเขาต่างเห็นภาพตัวเองในดวงตาอีกฝ่าย ความรู้สึกข้างในเบ่งบานพรั่งพรู

“กูเป็นของมึงแล้ว บรู๊คลิน กูรักมึง”  

“ผมรักคุณ ลูอิส ผมจำวินาทีที่ผมตกหลุมรักความสมบูรณ์แบบของคุณได้ดี ใครก็บอกว่าคุณอันตรายและไม่ควรเข้าใกล้แต่มีแค่ผมที่รู้ว่าคุณไม่ใช่ และตอนนี้ผมไม่สนอีกแล้วว่าคุณจะสมบูรณ์แบบหรือไม่ ผมรู้แค่ว่าผมรักคุณ คิดแค่ว่าต่อไปนี้ผมจะได้ตื่นมาเจอหน้าคุณทุกเช้า ได้เห็นคุณยืนแปรงฟันอยู่หน้ากระจก แล้วผมก็จะเข้าไปจูบคุณ ได้เห็นคุณมีความสุขทุกวัน จากนี้เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว อ่อใช่ ผมมีคู่เพื่อนเป็นตัวอย่างนะครับ รักและเทิดทูนภรรยามักจะได้ดีทุกคน ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้เจ้าสาวช่อนั้นด้วยครับ”

ลูอิสร้อนไปทั้งหน้าทั้งที่กำลังซึ้งจนน้ำตาคลอ เช่นเดียวกับคู่ของเซเวียสและจากัวร์ที่ถูกกล่าวถึงก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข กลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างก็ปรบมือโห่แซวสร้างบรรยากาศอบอุ่น แหวนแต่งงานวงสวยถูกสวมให้แก่กันอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งถึงเวลาที่ทั้งสองคนจะต้องตอบรับคำปฏิญาณครองคู่

“ทั้งสองคนจะรับกันและกันเป็นคู่ชีวิตหรือไม่”  

“รับครับ”  

ทั้งสองตอบรับกันและกันเป็นคู่ชีวิตด้วยน้ำเสียงประสานเป็นหนึ่งเดียว ทุกเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดแฟลชแบ็คให้เห็นถึงช่วงเวลาที่พวกเขาต่างตกหลุมรักกัน ขณะที่ริมฝีปากทั้งคู่ประทับจูบแนบแน่นต่อหน้าพยานรักทั้งหมด ณ ที่แห่งนั้น

-

 

สามปีต่อมา...

 

“ลูเซียไปปลุกคุณพ่อสิครับ จะได้ไปโรงเรียนกัน”

“ไม่เอา ปะป๊าไปปลุกสิ คุณพ่อชอบทำหน้าดุตอนโดนปลุกอ่า” เด็กชายโอเมก้าผมสีบลอนด์ตาสีฟ้าราวกับอัญมณี อายุเพิ่งสามขวบหมาดๆ จับมือบรู๊คลินดึงมาทางเตียงขนาดใหญ่กลางห้องที่ลูอิสยังคงหลับไม่รู้เรื่องอยู่

“คุณ...ลูกมาปลุกแล้ว”

“อืมม”

ลูอิสงัวเงียปรือตาขึ้นมามองบรู๊คลินที่อุ้มลูกอยู่บนท่อนแขนหนาไม่ห่าง แล้วโน้มตัวลงมาสะกิดเรียกปลุกให้เขาตื่นในตอนเช้าตรู่ เหลือบมองนาฬิกาก็เพิ่งจะเจ็ดโมง เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งฝันถึงงานแต่งงานของพวกเราเมื่อสามปีก่อนอยู่เลย พอลืมตาขึ้นก็เจอคนตรงหน้าพอดี เวลานี่มันผ่านไปไวจริงๆ

“ตื่นแล้วรึยัง เมื่อคืนคุณทำงานจนดึกเลยนี่” มือหนาเกลี่ยแก้มคนที่ปรือตามองแล้วส่งเสียงงัวเงียในลำคอพยายามซุกผ้าห่ม แต่บรู๊คลินก็ดึงมันออกอีก “วันนี้ลูกต้องไปโรงเรียนวันแรก คุณไปส่งด้วยกันไหม”

“ไปสิ แต่ขอสิบห้านาที”

“งั้นผมพาลูกลงไปรอข้างล่า–” บรู๊คลินกำลังจะพาลูกที่ติดเขาแจลงไปรอข้างล่าง แต่ลูอิสกลับเป็นฝ่ายยันตัวขึ้นมาแล้วประคองโครงหน้าหล่อนั้นเข้ามากดจูบริมฝีปากต่อหน้าลูก

“อ๊ะ คุณพ่อคิสๆ เลิฟๆ ปะป๊าอีกแล้ว” เสียงลูกร้องแซวแล้วยกแขนขึ้นมากอดคอพวกเขาทั้งสองคนที่มัววุ่นกับการกดริมฝีปากคลอเคลียจูบกันอยู่ ลูกก็ต้องเลี้ยงอยากจูบก็อยาก

“อื้มม ลูอิส ลูกมองเราอยูนะ”

พอถูกอีกคนปรามลูอิสจึงยอมผละออกมาหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ ใส่ชุดนักเรียนน่ารักเชียว ถึงจะฟัดลูกแต่สายตาก็ยังหันมามองบรู๊คลินอยู่ดี

“นมโรส มาพาลูเซียลงไปทานมื้อเช้าก่อน”

ลูอิสส่งเสียงเข้าไปที่อินเตอร์คอมบริเวณหัวเตียง เมื่อนมโรสมาอุ้มลูเซียออกไปจากแขนบรู๊คลิน เรียวแขนคนบนเตียงก็ยกขึ้นมาเกี่ยวลำคอแกร่งแล้วขยับตัวเข้าไปให้บรู๊คลินอุ้มแทน

“กูอยากได้คนช่วยอาบน้ำ”

ทำสายตาแบบนี้บรู๊คลินก็ชักไม่แน่ใจว่าเมียอยากจะอาบน้ำอะไร...

“แต่ผมว่าสิบห้านาทีมันน้อยไป”

“แค่มือก็ทันถมเถ”

“งั้นต้องเร่งหน่อยเดี๋ยวลูกรอนาน” ลูอิสตัวลอยหวือขึ้นเพราะแรงยกจากท่อนแขนแกร่งพาเดินตรงเข้าไปที่ห้องอาบน้ำ “เวลาน้อยต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด”

-

และใช่...แค่สิบห้านาทีไม่มีอยู่จริง เพราะกว่าจะได้ไปส่งลูกที่โรงเรียนก็เล่นเอาเกือบสาย ลูเซียถึงกับนั่งเบะปากน้ำตาคลอกอดตุ๊กตาน้องแมวไปตลอดทาง เพราะกลัวว่าจะไปโรงเรียนสายตั้งแต่วันแรก แต่พอมาถึงปุ๊บก็รีบวิ่งเข้าประตูโรงเรียนนำหน้าไปก่อนใคร

ลูอิสมองบรู๊คลินหอบหิ้วกระเป๋าลูกวิ่งตามหลังไม่ห่างก็ได้แต่คิดอยู่ในใจว่า ที่ผ่านมาต่อให้เขาไม่เชื่อในเรื่องโชคชะตาแต่วันนี้เขากลับรู้สึกขอบคุณโชคชะตา ที่ไอริสได้มอบของขวัญมีค่าให้กับเขา นั่นก็คือลูก ถึงแม้ว่ามันจะเริ่มต้นด้วยฝันร้ายแต่สุดท้ายแล้วลูกก็ไม่ผิดที่เกิดมา

“ปะป๊า คิสๆ เลิฟๆ คุณพ่อด้วย จุ๊บบ!”

“คิสครับเด็กดี เก่งมากไม่ร้องเลย”

“บ๊ะบายย”

“ตอนบ่ายสามปะป๊ามารับนะ” บรู๊คลินสวมกอดลูกหลังจากบอกลากันที่หน้าห้องเรียนวันแรก หันมาอีกทีก็เห็นลูอิสกำลังยืนถ่ายคลิปอยู่ “แอบถ่ายผมเหรอคุณ ไหนมาดูหน่อย”

“กูจะเก็บเป็นคอลเล็คชั่นไว้ให้ลูกดูตอนโต”

“งั้นต้องถ่ายผมกับคุณด้วย”

“ไม่เอากูไม่ชอบกล้อง”

ลูอิสเอียงตัวหลบกล้องแล้วรีบเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ แต่เจ้าหมาร่างยักษ์ก็ยังไม่หยุดหยอกเขา ปลายจมูกโด่งกดหอมแก้มฟอดใหญ่ แล้วจับมือมากุมเอาไว้ตลอดทาง

“ผมรักคุณ ลูอิส”

“กูก็รักมึง”

 

ข่าวใหญ่ในช่วงสองสามสัปดาห์มานี้มีแต่คดีคนหายเด็กหาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นโอเมก้าที่ยังเป็นผู้เยาว์ นับว่าสะเทือนใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน

“คดีเด็กหายนี่นับวันยิ่งรุนแรง เอฟบีไอก็จับตาดูกันอยู่” บรู๊คลินเสริมขึ้นหลังจากข่าวในจอทีวีรายงานจบ

“กูได้ข่าววงในมาว่านายพลดายเออร์กำลังเคลื่อนไหวลักลอบพาโอเมก้าอายุต่ำกว่าสิบห้าจากหลายประเทศในแถบเอเชียเข้ามาค้าประเวณี”

“คุณคิดว่ามันเกี่ยวข้องกัน?”

“ไม่รู้สิ แค่สังหรณ์”

“ผมจะลองแกล้งกระซิบท่านผ.อ.ดู”

“ฝากกระซิบด้วยว่ากูจะให้ความร่วมมือเต็มที่ ถ้าเอฟบีไอรับรองความปลอดภัยของเราจนกว่าจะทลายแก๊งนายพลดายเออร์ได้”

บรู๊คลินพยักหน้ารับ ตอนนี้เขาไม่ได้กลับไปเป็นเอฟบีไอแล้วก็จริง แต่ก็ยังติดต่อกับทีมที่เหลือและบุคคลใหญ่ๆ ในระดับผู้บริหาร พบเจอกันได้ตามงานสังสรรค์ พอเป็นเออร์ไวน์แล้วคอนเนคชั่นมันก็ยิ่งใหญ่แบบนี้ สามารถเข้าถึงตัวคนที่หากเป็นคนธรรมดาไม่มีทางได้เข้าพบ

ลูอิสยกยิ้มมีเลศนัยก่อนจะลุกจากเก้าอี้ประธานเดินเข้ามาหาคนเป็นคู่ชีวิต มือเรียวเอื้อมมาจัดคอเสื้อให้คนเป็นสามี ก่อนจะเลื่อนนิ้วเรียวมาดันเนคไทบรู๊คลินและเลื่อนใบหน้าเข้ามาสบตาใกล้ๆ

“การแก้แค้นน่ะ อีกยี่สิบปีมันก็ยังไม่สาย กูไม่ปล่อยให้ไอ้คนที่มันเอาเท้าเหยียบหน้ามึงลอยนวลไปได้นานหรอก” ลูอิสแสยะยิ้มร้าย คนฉลาดต้องรู้จักรอจังหวะที่ดี เวลาที่เหมาะสม

“แล้วจริงไหมที่คุณบอกว่าจะวางมือจากธุรกิจมืด”

“แค่ธุรกิจเหมืองแร่ของเราก็ทำกำไรมหาศาล กูไม่อยากให้ลูกต้องโตมาเจอการฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาแบบที่กูเคยเจอ”

“ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณท่านจะต้องภูมิใจ เหมือนที่ผมภูมิใจในตัวคุณ เมื่อลูกโตขึ้นลูกก็จะภูมิใจเหมือนกัน”

บรู๊คลินยิ้มกว้างจับมือเรียวขึ้นมาแนบแก้มตัวเองไว้ก่อนจะหันไปจูบฝ่ามืออุ่นของคนที่เป็นอีกครึ่งชีวิต ลูอิสเองก็หลับตารับจูบอย่างรู้สึกดี มองตาบรู๊คลินทีไรโลกมันสว่างสดใสทุกที จนเขารู้สึกอยากสัมผัสโลกที่ไม่ใช่มีแค่สีหม่นๆ แบบที่เขาอยู่มาทั้งชีวิต

ถ้าไม่มีบรู๊คลินลูอิสก็คงไม่มีความสุขขนาดนี้

“กูแค่อยากทำสิ่งที่ถูกต้อง เออร์ไวน์ใช้ช่องโหว่อยู่เหนือกฎหมายมามากพอแล้ว”  

 

จบบริบูรณ์ 

#อัลฟ่าล่าเนื้อ 

 

 

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนจบแล้ว นัดอยากขอบคุณทุกกำลังใจที่นักอ่านมอบให้เสมอ เชื่อว่ามีหลายคนเลยที่ติดตามมาตั้งแต่ #คุกทดลองอัลฟ่า และคาดหวังเอาไว้สูงว่าเรื่องนี้จะพล็อตใหญ่และหักมุมเท่าคุกไหม ซึ่งอ่านจบแล้วหลายคนอาจผิดหวังก็ได้ แต่นัดไม่ได้ตั้งใจให้พล็อตใหญ่เท่าคุกอยู่แล้ว มันเป็นภาคแยกที่อยากเล่าถึงความสัมพันธ์ของคู่นี้ผ่านแบ็คกราวนด์ตัวละครมากกว่า ตามที่จั่วหัวว่าโป๊ 99% ดราม่า1% และตอนจบก็ค่อนข้างจะเป็นปลายเปิด นัดขอขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกยอดวิว พวกคุณมีคุณค่าต่อจิตใจนักเขียนตัวเล็กๆ คนนี้ให้พัฒนาตัวเองต่อไปอย่างมาก หากนิยายเรื่องนี้มีข้อผิดพลาดหรือไม่ตรงใจนักอ่านประการใด นัดก็ต้องขออภัยไว้ตรงนี้นะคะ 

หากใครอยากอ่านตอนพิเศษ 4 ตอน อย่าลืมตามไปพรีฯ หนังสือ หรือซื้อ E-book น้า 

แล้วก็ๆๆ นัดอยากให้ทุกคนยังอยู่ด้วยกันต่อในเรื่องสุดท้ายของนิยายเซ็ตนี้กับโบ้ตัวพ่ออย่าง #พันธะเหลือร้าย กำลังจะลงตอนแรกเร็วๆ นี้ ฝากเฮียเจสัน กับน้องวาเลนเทียด้วยนะค้าบ 

 

ด้วยรัก 

ณคุณ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว