ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : buckwheat (บัควีท)

คำค้น : #แวมไพร์ #แวร์วูล #แมว #ยักษ์ #น่ารัก #ซื่อบื้อ #วิ้งของวิค #ทาสรัก #ยักษ์ของพ่อมด #แฟนตาซี #Yaoi #นิยายวาย #BoyLove #BL #คลั่งรัก #ชายรักชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 95

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2565 18:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
buckwheat (บัควีท)
แบบอักษร

 

“วินเทอร์...ขอบคุณนะ” ข้าหันไปยิ้มให้เจ้าหัวแตงโมก่อนจะมองกวาดไปจนทั่วทุ่งกว้าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยเข้าจมูกมันทำให้ข้ารู้สึกผ่อนคลายจนต้องยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องตอนเช้า

ก๊อกๆ

นาซาระตื่นรึยัง? ผมมีที่ที่หนึ่งอยากให้นาซาระเห็น 

ข้าที่นอนไม่ค่อยจะหลับพยักหน้ารับและเดินตามวินเทอร์ออกจากปราสาทอย่างว่าง่าย ไม่คิดเลยว่าที่ที่วินเทอร์บอกจะเป็นที่ที่ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจขนาดนี้

“เมื่อคืนวิคเตอร์บอกผมว่านาซาระชอบดอกไม้” เจ้าหัวแตงโมพยายามชวนข้าที่ยืนเงียบไปเฉยๆ คุย

“ข้าแค่ชอบกลิ่นของพวกมัน” ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ มักทำให้ข้ารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้สัมผัส ในตอนที่ข้ากลายเป็นปีศาจแมวช่วงแรกๆ มีตอนที่ข้าไม่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ และเกือบจะโดนพวกหมาป่าฆ่าตายไปแล้ว แต่ก็รอดมาได้เพราะกลิ่นของดอกไม้พวกนี้

การได้นั่งมองทุ่งดอกบัควีทที่มีมากจนมองไปทางไหนก็เจอทำให้ข้าอารมณ์ดี

“นาซาระ...เรื่องคุณแบด”

“ข้ารู้อยู่แล้วละ เรื่องที่แบดจำข้าไม่ได้” วินเทอร์ทำหน้าเศร้าจนข้าต้องฝืนยิ้มออกมาเพื่อที่จะทำให้เจ้าหัวแตงโมสบายใจ

“ข้าจะอยู่ที่นี้ได้แค่1เดือน” ข้ายิ้มให้วินเทอร์เพื่อกลบเกลื่อนความจริง หนึ่งเดือนที่ข้าบอกมันไม่ได้มีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้ว แต่เรื่องที่ข้าจะอยู่ที่นี้ได้ไม่นานนั้นมีอยู่จริงๆ

เวลาของข้ามันค่อยๆ หายไปเรื่อยๆ ยิ่งถ้าแบดเกลียดข้า ผลักไสข้า เวลาของข้าก็จะยิ่งเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่ข้าต้องหายไปจากที่นี้

นั่นคือ1ในข้อตกลงที่ข้าทำกับท่านแม่

 

แม่จะช่วยแต่ต้องมีข้อแม้ 

 

ข้าที่หมดความอดทนและอยากจะเจอคนรักรีบตอบตกลงทันที

 

ทุกครั้งที่เจ้าร้องไห้ ทรายจะไหลเร็วขึ้น เมื่อทรายที่อยู่ข้างบนไหลลงไปข้างล่างจนหมด และเจ้ายังทำให้เขาจำไม่ได้ เจ้าต้องยอมกลับบ้าน 

 

ข้าพยายามที่จะไม่ร้องไห้ถึงแม้จะร้องไปแล้วก็ตาม วินเทอร์มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปหลังจากที่ข้าเล่าทุกๆ อย่างที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ให้ฟัง

“ผมขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย”

“อย่าคิดมากเลย” พอเห็นเจ้าหัวแตงโมทำหน้าเศร้าข้าเลยพลอยเศร้าไปด้วย ข้านั่งเงียบๆ มองดอกบัควีทไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้จะชวนคุยอะไร

สายลมที่ผัดผ่านมาจากทุกทิศทางจะมีกลิ่นหอมอ่อนติดมาด้วย อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้ข้ารู้สึกสบายใจ เวลาผ่านไปไม่นานความสบายใจของข้าก็ถูกแวมไพร์ขี้โมโหรบกวน

“อยู่คนเดียวได้จริงๆ นะ” วินเทอร์หันมาถามย้ำอีกครั้งก่อนจะโดนวิคเตอร์ที่มาตามกลับปราสาทลากตัวไป

“ข้าไม่ใช่เด็กๆ แล้ว” ข้าตะโกนตอบอีกฝ่าย

“อะไรกันละ นาซาระยังเป็นแค่ลูกแมวแท้ๆ” มีเสียงบ่นเหมือนเด็กขี้น้อยใจดังแว่วมา ก่อนที่ข้าจะมองไม่เห็นทั้งเจ้าหัวแตงโมและวิคเตอร์

ข้ายังคงนั่งมองทุ่งดอกบัควีทต่อไปเงียบๆ บางทีความเงียบก็ทำให้ข้าที่กำลังเครียดเพราะคิดอะไรไม่ออกรู้สึกดีได้เหมือนกัน จากที่เอาแต่นั่งมองมันเฉยๆ ข้าก็ตัดสินใจลงไปนอนตรงที่ว่างๆ แล้วปล่อยให้ทุ่งดอกบัควีทล้อมตัวเอาไว้

“แดดเริ่มแรงแล้วนะ” มีเงาของใครบางคนบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ ข้าที่กำลังนอนสนใจดอกบัควีทหอมๆ ไม่ทันได้หันไปมองก็ตาโตเพราะตัวลอยขึ้นมาจากพื้น

“ปล่อยข้านะ” ข้าพยายามดิ้นๆ แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกรัดแน่นกว่าเดิม

“ในที่สุดน้องก็กลับมาหาพี่ ลูกแมวน้อย”

“พูดอะไรน่ะ ปล่อยข้านะ” ข้ายิ่งดิ้นแรงกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่อุ้มตัวเองขึ้นมาจากพุ่มดอกบัควีท แบดกอดข้าเอาไว้แน่นก่อนจะจูบเบาๆ ที่ต้นคอด้านหลัง

“ปล่อยนะ ปล่อยๆๆ” ข้าร้องออกมาอย่างตกใจและดิ้นแรงขึ้นจนถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

อิสระที่ไม่นานก็ถูกทำให้หายไปด้วยอ้อมกอดของคนที่ตัวโตกว่า แบดดึงข้าเข้าไปกอด เอามือลูบหลังอย่างที่เคยชอบทำ ท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนกันทำให้ข้าสงสัย

เมื่อวานเจ้ายังไล่ข้าให้ไปไกลๆ อยู่เลย อยู่ๆ วันนี้ก็มากอดข้า ทำตาอ้อนใส่ข้า อย่างกับว่า....

“มันนานเกินไปนะ รู้ตัวไหมเจ้าแมวน้อย” แรงรัดมันมากขึ้นจนข้าต้องเอามือมาดันตัวเองออก และเมื่อมองเข้าไปในดวงตาของแบดข้าก็เต็มไปด้วยความสงสัย

จนแบดก้มตัวลงมาและมอบจูบอันแสนหวานให้ข้านั่นแหละ ความสงสัยทั้งหมดถึงได้หายไป

“เมื่อคืนมีคนมาหาพี่ที่ห้องนอน” แบดที่ไม่ยอมให้ข้าออกจากอ้อมกอดนั่งซ้อนหลังเอาคางมาวางที่ไหล่แล้วค่อยๆ เล่าให้ฟังว่าความทรงจำกลับมาได้ยังไง

 

สนุกไหม?  

 

มีเสียงปริศนาดังขึ้นมารบกวนการนอนของแวมไพร์ที่กล้ามเนื้อบนใบหน้าเป็นอัมพาล ในห้องที่ทั้งมืดและไม่มีใคร ข้าขำแทบตายที่ได้ยินแบดเรียกตัวเองแบบนั้น

 

ตอบข้าสักหน่อยสิ...เจ้าคนใจร้าย 

 

แบดที่ถูกเรียกว่าคนใจร้ายแอบกอดข้าแน่นขึ้น

 

เจ้ากล้ามากเลยนะ ที่ทอดทิ้งลูกชายสุดที่รักของข้า 

 

“อือออ” ข้าต้องเอามือมาดันหน้าของแบดออกจากซอกคอ นอกจากจะลีลาไม่ยอมเล่าต่อยังแอบเอามือมาจับหน้าอกของข้าด้วย

ให้ตายเถอะแบดกลายเป็นไอ้โรคจิตไปตั้งแต่เมื่อไร?

สงสัยติดมาจากไอ้แวมไพร์ขี้โมโหอย่างวิคเตอร์แน่ๆ

“ต้องการอะไร” แบดเล่าว่าตอนนั้นรู้สึกโมโหมากๆ ที่อยู่ก็ถูกปลุกขึ้นมากลางดึก ข้ายิ้มเพราะยังจำได้ดีว่าแบดเป็นคนที่ชอบนอนมากๆ เวลาที่ถูกปลุกแบดจะดูเอื่อยเฉื่อยสุดๆ กว่าข้าจะงัดแบดขึ้นมาจากเตียงได้ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย

นอกจากจะเปลืองแรงแล้ว...ยังเปลืองตัวอีกต่างหาก

ข้าได้แต่นั่งนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วยิ้ม

“หื้อ?” มือที่กอดข้าเอาไว้ยื่นออกมาข้างหน้า และเมื่อคล้ายออกก็มีสิ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกแปลกใจ

ลูกอม?

ไม่สิมันดูเป็นจี้อะไรสักอย่างมากกว่า จี้ที่มีรูปกลมๆ เหมือนกับขนมที่ข้าชอบกิน แต่พอแบดพลิกจี้ที่ถือเอาไว้ข้าถึงกับหยุดความหิวของตัวเองได้ทันที เพราะข้ามองเห็นชื่อตัวเองถูกสลักอยู่บนนั้น

“Black Obsidian” อยู่ๆ แบดก็พูดในสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจออกมา และใบหน้ามึนงงของข้าก้เรียกรอยยิ้มของแบดได้

“ออบซิเดียนสีดำ เป็นลูกแก้วที่ได้มาหลังจากที่ภูเขาไฟระเบิด กว่าจะทำให้ผลึกดาวเรียกกันเป็นชื่อน้อง มันยากมาก” ข้าก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่แบดพูดอยู่ดี

ทำไมเจ้าไม่พูดภาษาคนละ ถึงข้าจะเป็นปีศาจแมวแต่ข้าก็เข้าใจภาษาของมนุษย์นะ

“เพราะทำยาก มันจึงมีแค่ชิ้นเดียวในโลก” แบดพูดแล้วก็กอดข้าแน่นขึ้น ถ้าข้าตัวอ้วนกว่านี้คงหายใจไม่ออกแล้ว

“หลังจากที่มอบสิ่งนี้ให้ พี่ก็ถูก*** มอร์เฟียส ทำให้หลับไป” แบดค่อยๆ เล่าว่าการนอนหลับเมื่อคืนมันเหมือนการออกไปรบไม่มีผิด เพราะในความฝันแบดต้องเจอกับภาพการจากลาของข้าวนซ้ำไม่มานับครั้งไม่ถ้วน

นี้ยังไม่รวมภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ยากจะลืมของข้าด้วย มันน่าแปลกที่แบดจำมันไม่ได้ ไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่ในหัวของแบดเลยจนได้เจอมันอีกครั้งในฝันเมื่อคืน คล้ายกับว่ามีใครบางคนพยายามเอาความทรงจำเหล่านี้ไปซ้อน

กว่าจะหาทางออกมาจากวังวนนั้นเล่นเอาแทบหมดแรง

“สัญญากับพี่ได้ไหม ว่าจะไม่ทิ้งพี่ไปอีก” ข้าค่อยมุดตัวเข้าหาหน้าอกของแบด ยกมือขึ้นมากอดตอบแล้วพยักหน้าให้อีกฝ่าย

“ข้าจะไม่ไปไหนแล้ว” หลังจากที่แบดกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ข้าก็เงยหน้ามองพร้อมกับยิ้มให้ แบดค่อยๆ พรมจูบเบาๆ ที่ดวงตาทั้งสองข้างของข้า ก่อนจะมอบจูบที่หวานที่สุดในชีวิตให้กับข้า

การเดินทางที่แสนยาวนานจบลงแล้ว และนี้คือการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับคนที่เคยเดินเคียงข้างกันในวันวาน

จากนี้ชีวิตที่แสนเศร้าของข้าคงหมดไป ราวกับมันเป็นเพียงฝันร้ายที่หายไปทันทีเมื่อข้าลืมตา

“ข้ารักเจ้า ต่อให้หลังจากนี้เจ้าจะลืมข้าอีกสักกี่ครั้งข้าก็ยังจะรักเจ้าต่อไป” มีโอกาสไม่บ่อยนักที่ข้าจะพูดออกมาอย่างที่ข้างในหัวใจรู้สึก

“สัญญา..” แบดที่ใบหน้ามีรอยยิ้มยกนิ้วขึ้นมาให้ข้าเกี่ยวทำสัญญา

“ข้าให้สัญญา...เจ้า..ทาส” แน่นอนว่าข้าคือผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นรักครั้งไหนข้าคือคนนำ และแบดก็มีหน้าที่ต้องทำตามที่ข้าบอก ห้ามหือห้ามอือข้าพูดคำไหนก็คือคำนั้น ชี้นกบอกว่าเป็นไม้แบดก็ต้องเชื่อในสิ่งที่ข้าพูด

ห้ามเถียง!

 

หลังจากที่ข้าและแบดเข้าใจกันดีแล้ว ข้าก็ได้กลับมาอยู่ในห้องของแบดอีกครั้ง มันดูลงตัวไปซะทุกอย่างยกเว้นอยู่เรื่องเดียว...

“แบด....” ข้าพยายามมองไปทางอื่น ใบหน้าของข้าเต็มไปด้วยความกังวล

“บทลงโทษที่เจ้าทิ้งพี่ไป” ข้าก็พอจะเข้าใจได้เรื่องที่แบดโกรธเพราะข้าทิ้งไป แต่...

“จะได้ตัวหอมๆ ไง” แล้วปกติตัวข้าไม่หอมรึยังไง ถ้ามันไม่หอมเจ้าจะทั้งกอด ทั้งดมข้ามาตลอดทั้งวันทำไม นั้นไม่ใช้ข้ออ้างที่ข้าต้องมาโดนเจ้าจับอาบน้ำนะ

“ข้าไม่ชอบ...อาบน้ำ” ข้าพูดพร้อมกับพยายามจะหาทางหนีออกไปจากนรกนี้ ห้องน้ำคือนรกสำหรับข้า ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ ข้าไม่มีทางเข้ามาที่นี้หรอก

“กอดพี่ไว้สิ อาบแปบเดียว” แบดมองข้าด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเล็กน้อย ทำไมข้าถึงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เวลาที่แบดใช้ดวงตาคู่นั้นมองข้าที่ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวเลยสักชิ้นด้วยละ

“แปบเดียวแน่นะ” ข้าเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ

“อืม...นิดเดียว”

“นิดเดียวอะไร...บ...แบด!” ข้าร้องลั่นเมื่อมือร้อนๆ ของแบดจับเข้าที่สะโพก นิ้วมือคนรักของข้ากลายเป็นงูที่ค่อยๆ เลื้อยไปเลื้อยมาตามตัวของข้า

มันแสนจะน่าอายเมื่อทุกสัมผัสของแบดมันทำให้ข้ารู้สึกดีจนต้องร้องครวญครางออกมา

“แง๊ว!แง๊ว!แง๊ว!” ข้าทั้งขู่และก็กางเล็บสู้ มันเป็นการอาบน้ำที่เหนื่อยที่สุดเท่าที่ข้าจำความได้ หลังจากนี้ข้าจะไม่มีทางยอมอาบน้ำพร้อมกับคนรักอีกเด็ดขาด

ข้าเกลียดเจ้า!

“แง๊ว!” แต่เสียงร้องของข้ากลับฟังดูไม่น่ากลัวสักนิด แถมแบดยังพูดอีกว่า ไม่มีใครโกรธลูกแมวที่กำลังร้องโวยวายลงหรอก เล่นเอาข้าที่โดนลงโทษด้วยการจับอาบน้ำไม่มีแรงเถียงต่อเลย

“เช็ดตัวหน่อยนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

“แง๊ว...แง๊ว...แง๊ว!” ข้ายังคงร้องโวยอยู่อย่างนั้นจนแบดเช็ดตัวให้เสร็จ ถ้าข้าจะไม่สบายขึ้นมาจริงๆ มันก็เป็นเพราะเจ้านั่นแหละ

เพราะเจ้าคนเดียวเลย!

เจ้าทาสบ้า!

ลามก!

ข้าทั้งบ่นทั้งเอามือข่วนจนแขนเจ้าทาสเป็นรอย แต่ถึงจะทำอย่างนั้น เจ้าทาสก็ยังดูสนุก และก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“นาซาระ...ทำพี่เลือดไหลแล้วนะ” เพียงแค่ประโยคบอกเล่าสั้นๆ ก็ทำให้ข้ามือหยุดดิ้นแล้วทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาได้

ก็ข้าไม่ชอบอาบน้ำ ข้าเกลียดฝน 

“ง๊าว..ง๊าว” ข้าพูดออกมาเสียงเบาก่อนจะค่อยๆ หันไปดูแผลที่มือของแบด น้ำลายของแมวช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ถึงมันจะต้องรู้สึกแปลกๆ ที่โดนลิ้นสากๆ นั่นสัมผัสไปมา

ข้าค่อยๆ เลียแผลที่มือให้ช้าๆ ถึงแม้รอยข่วนมันจะไม่ได้หายไปแบบทันทีทันใด แต่คราบเลือดนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว

“ถึงพี่จะเป็นทาส แต่น้องก็ต้องเชื่อฟังพี่นะรู้ไหม อย่าดื้อ” แบดที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้ข้ารู้สึกผิดที่ทำตัวไม่ดี

แต่มือที่ลูบหัวและเกาคางเพื่อเอาใจก็ทำให้ข้ายอมทิ้งตัวลง ข้าเอาหัวไปไถอุ้มมือของแบด เงยหน้าทำตาอ้อนๆ เพื่อจะบอกว่าข้าขอโทษ

“ที่วันนี้ต้องอาบน้ำ เพราะเมื่อวานตากฝนมาใช่ไหมตัว” ข้ากลิ้งตัวไปตะคลุบก้อนไหมพรมบนเตียง พอใกล้จะจับมันได้แบดก็อุ้มขึ้นมาเสียก่อน

“เข้านอนได้แล้วนะ” แบดเอาข้าวางลงข้างๆ บนเตียงที่ทั้งกว้างและก็อุ่นน่านอน หลังจากที่เดินไปปิดไปก็ดึงข้าเข้าไปกอดไว้หลวมๆ จูบเบาๆ ลงที่ปลายจมูกเล็กๆ ของข้าแล้วก็หลับตาลง

มีเพียงข้าที่ยังไม่ยอมนอน ข้าค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ เมื่อเลือกที่นอนที่ใกล้กับหัวใจของคนรักได้ ข้าก็ทิ้งตัวลงพร้อมกับเอาหัวซุกที่ซอกคอของแบด

“แง๊ว..”

ฝันดีนะ...เจ้าทาส 

 

ยามเช้าที่แสนสดใสมาเยียนชีวิตรักของข้าพร้อมกับเสียงร้องตกใจของใครบางคน

“โฮ้ววว” เมื่อแบดหันไปมองข้าก็ได้เห็นวินเทอร์ทำตาโต

“คุณแบดไม่หนักเหรอครับ” ข้าเกือบจะเก็บเล็บที่กางออกไม่ทันเมื่อถูกเจ้าหัวแตงโมแซว วินเทอร์ที่ลงมาจากห้องแล้วเห็นข้านอนอยู่บนไหล่ของแบดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ข้าไม่ได้ตัวโตถึงขนาดที่จะนอนขดบนไหล่กว้างๆ ของเจ้าทาสไม่ได้หรอกนะ ก็ข้าเป็นแค่เจ้าลูกแมวนี่นา

“อาหารเช้าพร้อมแล้ว” แบดที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเดินเอาจานไปวางบนโต๊ะอาหาร ข้ายิ้มเพราะในจานของข้ามีไข่ดาวถึงสองฟอง

“ล้างมือก่อนกินนะ” แบดหันมากระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ข้ารีบกระโดดลงจากไหล่ของคนรัก เดินอุ้ยอ้ายไปที่อ่างล้างมือ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วอ่างล้างมือที่เคยสูงเกินเอื้อมก็มีขนาดเล็กลงและดูเหมือนมันจะสูงได้แค่ที่หน้าท้องของข้า

“เด็กดี...” แบดเอามือมายีผมข้าจนมันฟูไม่เป็นทรง ก่อนจะค่อยๆ จัดทรงให้เมื่อข้าเดินมานั่งลงบนเก้าอี้พร้อมลงมือกินมื้อเช้า

“ทำไมในจานของข้าถึงมีแต่ไส้กรอก แฮมกับไข่หายไปไหน” ข้าที่กำลังเคี้ยวเบคอนกรอบๆ หันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของวิคเตอร์ และพอลองชะโงกหน้าไปดูในจานของวิคเตอร์ก้มีแค่ไส้กรอกอยู่จริงๆ

มีไส้กรอกอยู่แค่2รึ3ชิ้นเอง ถ้าเป็นข้ามีหวังกินไม่อิ่มหรอก

“หมด” แบดพูดแล้วเอาผ้ามาเช็ดที่มุมปากของข้า

“เปื้อนเหรอ?” ข้าเอียงคอสงสัย

“ไม่เปื้อนแล้ว” แบดพูดแล้วก็ยิ้มให้ ข้าก็เลยเลิกสนใจวิคเตอร์แล้วนั่งหั่นไข่ดาวเป็นชิ้นๆ แต่ทำได้ไม่ถึงไหนจานของข้าก็ถูกแบดแย่งไป

“แบด!” ข้ากำลังจะหันไปเอาเรื่องคนรัก แต่พอเจอจานที่มีแฮมถูกหั่นเป็นคำเล็กๆ วางลงตรงหน้าข้าก็เอียงคอสงสัย

“ให้พี่ป้อนไหม มือจะได้ไม่เลอะ” แบดอมยิ้มก่อนจะลงมือหั่นไข่ดาวที่อยู่ในจานที่เพิ่งจะแย่งไปจากข้า คำพูดของแบดทำให้ต้องหยุดกินแล้วพลิกมือดูว่ามันมีรอยเปื้อนอย่างที่แบดว่าจริงหรือเปล่า

ก็ไม่มีสักหน่อย สงสัยข้าจะคิดมากไปเลยกินต่อดีกว่า

มื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข้าเผลอกินอิ่มจนเกือบจะลุกไม่ไหว ดีหน่อยที่มีแบดอยู่ข้างๆ

แบดอุ้มข้าขึ้นมาจากเก้าอี้ด้วยแขนข้างเดียว ข้าหันไปเห็นเจ้าหัวแตงโมตาโตที่เห็นข้าโดนแบดอุ้มเดินไปมาในห้องครัว

“ออกไปเดินเล่นกันไหม” แบดเงยหน้าถามข้าและข้าก็ส่ายหัวเบาๆ

“ขี้เกียจเดิน” ข้าว่าแล้วเอามือคล้องคอคนรัก

“เดี๋ยวพี่อุ้ม เท้าน้องจะได้ไม่เปื้อน” เมื่อได้ยินแบดพูดอย่างนั้นข้าก็ไม่คิดที่จะขัดใจ ข้ากลายเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่ายไปตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ไม่เห็นจะจำได้เลย

“แบด...ปู่เรียก” วิคเตอร์เดินเข้ามาหาพร้อมกับทำหน้าไม่พอใจ แบดต้องยอมวางข้าลง เอามือลูบแก้มของข้า จูบเบาๆ แล้วค่อยยอมเดินไปหาปู่ที่รออยู่ในห้อง

ส่วนวิคเตอร์ที่กำลังยืนจ้องหน้าข้าอย่างหาเรื่องก็พูดอะไรสักอย่างออกมา แต่มันเบามากจนข้าต้องขอให้พูดอีกครั้ง

“เอาแฮมของข้าคืนมา เจ้าแมวผี”

“โอ๊ยๆ ข้าเจ็บ ปล่อยข้านะ” นอกจากจะต้องดิ้นให้หลุดจากอุ้มมือของเจ้าผีขี้โมโหแล้ว ข้ายังต้องวิ่งให้เร็วด้วยไม่งั้นคงได้โดนอีกฝ่ายตามาหักคอแน่ๆ

“คนไม่สำคัญอย่างเจ้า กินแค่ไส้กรอกก็พอแล้ว” ข้าตะโกนใส่หน้าวิคเตอร์ก่อนจะรีบสิ่งกลับเข้าห้องแบด รอยยิ้มที่ยังติดอยู่บนใบหน้าของข้าเป็นสิ่งที่บอกได้ว่าตอนนี้ข้ามีความสุขมากแค่ไหน

เจ้ายิ้มแล้ว...ลูกรักของแม่ 

แล้วในห้องที่แสงสว่างส่องถึงได้ไม่เท่าไรก็ปรากฏเงาของหญิงงามผู้มีออร่าลอยอยู่รอบตัว ข้าดีใจมากจนเผลอกระโดดเข้าไปกอด

“ท่านแม่” ข้าเรียกคนตรงหน้าเสียงดังและยิ่งได้เห็นอีกฝ่ายยิ้มข้ายิ่งกอดแน่นกว่าเดิม ถ้าไม่มีท่านแม่ข้าคงจะไม่ได้กลับมายิ้มเพราะมีความสุขมากขนาดนี้

“ถึงเวลา...ที่แม่ต้องปล่อยเจ้าไปแล้วใช่ไหม” เทพีหน้าสวยเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ มันทำให้ข้ารู้สึกผิดเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าเป็นลูกที่เอาแต่ใจที่สุด แถมยังไม่ค่อยได้เอาอกเอาใจคนเป็นแม่เหมือนลูกคนอื่นๆ สักเท่าไร

ข้าดื้อ...ข้ารู้ตัวดี

“ข้าจะคิดถึงท่านให้มากๆ” ด้วยความเป็นข้า ข้าที่มักจะถูกตามใจมาตลอดจึงติดที่จะขี้อ้อนเวลาที่ต้องการขออะไร

“ข้าจะแอบกลับบ้านบ่อยๆ เวลาที่แบดหลับ” เมื่อยิ่งพูดยิ่งไม่มีรอยยิ้มบนหน้าของเทพีเทอร์ร่าข้ายิ่งกังวล

“ท่านแม่...” มีหยดน้ำตาร่วงหล่นลงมาบนใบหน้า ข้าจะทำยังไงดี ข้าไม่เคยต้องปลอบใจใครมาก่อน

“แม่รักเจ้ามาก รักมากที่สุด” ยิ่งได้ยินเสียงที่สั่นเครือของคนที่พยายามกอดข้าเอาไว้ข้ายิ่งแทบจะหมดแรง ตั้งแต่จำความได้ทุกครั้งที่ข้าฟื้นขึ้นมาจากความตาย มีเพียงผู้เดียวที่อยู่ข้างๆ ข้าเสมอ นั่นก็คือท่านแม่คนนี้

ข้าตอนที่ยังเป็นคนธรรมดาเกิดในครอบครัวที่แสนยากจน ถึงจะมีพี่น้องแค่ไม่กี่คนแต่ข้าคือลูกที่ไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย

ข้าไม่ได้เข้าเรียนหนังสือ ไม่ได้มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่เหมือนพี่หรือน้อง นอกจากแบดที่เอ็นดูข้าก็ไม่ได้มีใครที่จะใจดีห่วงใยคนอย่างข้า ขนาดพ่อและแม่แท้ๆ ของข้าก็ไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแลข้าเหมือนกัน

“สัญญากับแม่...ว่าเจ้าจะไม่ร้องไห้แล้ว”

“ข้าสัญญา” หลังจากที่เกี่ยวนิ้วสัญญาข้าจึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ยังไหลออกมาของคนเป็นแม่ หากมีใครถามว่าคนที่รักข้าโดยไม่เคยหวังอะไรมีอยู่จริงไหมบนโลกใบนี้ ข้าพร้อมจะตะโกนออกมาดังๆ ว่ามี

ข้ามีท่านแม่ที่รักข้ามากกว่าใคร รักข้ามากกว่าสิ่งใดในโลก ความรักของท่านแม่มันยิ่งใหญ่เหลือเกิน ท่านแม่ถึงขั้นยอมทะเลาะกับความตายเพื่อที่จะทำให้ข้าได้กลับมามีลมหายใจอีกครั้ง

เพื่อที่จะทำให้ข้ายิ้มได้ท่านแม่ของข้ายอมทำผิดกฎมากมายที่มีอยู่มาแสนนาน ท่านแม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ข้ามีความสุข

“ท่านจะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ข้ารัก” ข้าเงยหน้ามองคนเป็นแม่ บอกรักท่านด้วยรอยยิ้มที่สดใส เราได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ก๊อกๆ

“ท่านหญิง” ปู่ของแบดเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับแบดที่มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ข้าเริ่มกลัวว่ามันจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้น

“หลานของข้าโวยวายเรื่องที่มื้อเช้าได้กินแค่ไส้กรอก” ปู่หันไปดุแบดหลังจากที่พูดจบ ข้ากับท่านแม่ที่ยืนกอดกันได้แต่หันหน้าหนี ไม่ใช่แค่ข้าที่ต้องกลั้นเสียงหัวเราะ ท่านแม่เองก็เช่นกัน

“ก็ลูกของข้ากินเก่ง ส่วนหลานของเจ้าต่อให้กินน้อยลงอีกสักหน่อย ก็คงไม่เป็นไร” ข้าแอบก้มหน้ายิ้ม ท่านแม่ก็คือท่านแม่ เรื่องที่จำยอมให้ข้าโดนตำหนิน่ะคงจะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก

ข้าว่าข้าน่าจะเริ่มมีนิสัยเอาแต่ใจก็ตอนที่ได้ฟื้นขึ้นมาในร่างของปีศาจแมวนี่แหละ

“ท่านปู่...อย่าดุแบดเลยนะ ข้าผิดเอง” เมื่อสาเหตุที่ทำให้วิคเตอร์ไม่พอใจคือข้า ข้าก็พร้อมจะยอมรับผิดข้าพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ได้แต่หวังว่าจะได้รับการให้อภัย

แวมไพร์ผู้มากด้วยประสบการณ์หันมามองหน้าข้าแล้วก็ยิ้มให้ ทุกๆ คนในห้องยิ้มให้ข้าจนข้าเริ่มเกิดความสงสัย

“ขี้อ้อนขนาดนี้ ใครจะกล้าดุเจ้า” ท่านแม่เดินมาลูบหัวข้าเบาๆ ก่อนจะเอามือดันหลังให้ข้าเดินไปหาคนรัก และเมื่อข้าเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงหน้า อ้อมกอดที่คุ้นเคยก็วิ่งเข้ามาหา

กอดของแบดคือสิ่งที่ข้าชอบที่สุด ข้ารักชายคนนี้ รักอ้อมกอดนี้ที่สุด

“เดี๋ยวข้าจะแวะไปทักทายวินเทอร์สักหน่อย” ข้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ท่านแม่ที่มายืนเอามือลูบหัว แล้วไม่นานในห้องกว้างๆ ก็มีเพียงแค่ข้ากับคนที่ข้ารัก

“แบด...เจ้าโดนปู่ดุเรื่องเมื่อเช้าเหรอ” ข้าเอาคางวางบนหน้าอกของแบดแล้วถามขึ้นมาอย่างสงสัย ไม่มีคำตอบ แบดยิ้มแล้วก็ก้มหน้าลงมาจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของข้า

“ข้าไม่กินแฮมแล้วก็ได้ เจ้าจะได้ไม่โดนดุ” แบดเอามือมาบีบแก้มทั้งสองข้างของข้าแล้วหัวเราะออกมา

“ขำอะไร...หน้าข้าดูตลกมากเหรอ” นอกจากจะไม่ยอมตอบคำถามของข้า แบดยังเอาแต่ยืนนวดแก้มทั้งสองข้างของข้าเล่น

ข้าชักจะรำคาญแล้วนะ

“พอแล้วข้าเจ็บ” ข้าทำปากยู่ใส่ แบดยิ้มพร้อมกับประทับริมฝีปากลงมา มันเป็นจูบช้าๆ ที่กินเวลาไม่นาน และเมื่อแบดยอมปล่อยมือข้าถึงกับต้องเอามือขึ้นมานวดหน้าตัวเองแก้เขิน

“มื้อเย็นเป็นอะไร” ข้าเอ่ยถามทั้งๆ ที่มือข้างหนึ่งยังนวดหน้าตัวเองอยู่

“สเต๊กเนื้อวัว” แบดที่เดินๆ อยู่หยุดนิ่งหลังจากที่พูดจบ และเมื่อหันกลับมาก็จะได้เจอกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของข้า

“ว้าว~ข้าขอ2จานได้ไหม” เพราะเนื้อคือเมนูสุดโปรดของข้า

วันนี้ข้าจะกินเนื้อ!

“ในครัวมีเนื้ออยู่3ชิ้น วินเทอร์กำลังลดน้ำหนักเลยทานได้แค่สลัด ส่วนวิคเตอร์ไม่ชอบกินมื้อเย็น” แบดที่หันมายิ้มให้ก่อนจะเดินเข้ามาและจับมือข้าเอาไว้ ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิดวันนี้ข้าคงจะได้กินสเต็กเนื้อคนเดียวถึงสามชิ้นเลยสินะ

แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว...

“แบด...ข้ารักเจ้า” ข้าดึงมือแบดเพื่ออยากจะให้อีกฝ่ายหยุดเดิน

“ข้าเองก็เช่นกัน” เมื่อมือที่จับกันเอาไว้คือสิ่งที่ทำให้ทุกๆ คนรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของข้ากับแบด ข้าก็จะจับมันเอาไว้แบบนี้ จับเอาไว้นานๆ แบดเองก็คงจะรับรู้ได้ถึงยอมยิ้มกว้างๆ ให้ข้าเป็นครั้งแรก

“เจ้ายิ้มแล้วดูดี” ข้าเอ่ยปากชมคนรัก

“พี่ยิ้มได้เพราะเจ้า...แมวน้อย” ข้าอายแทบอยากจะเอาหน้ามุดดินหนี เพราะนอกจากแบดจะยิ้มให้ข้าในแบบที่ข้าไม่เคยเห็นแล้ว แบดยังกอดและจูบข้าราวกับเราจะไม่ได้เจอกันอีก ทั้งๆ ที่ข้าก็ไม่ได้คิดที่จะหายไปไหน ถ้าแบดยังทำตัวน่ารักแบบนี้ สักวันหนึ่งข้าคงได้บ้าตายแน่ๆ ได้มีเจ้าทาสที่คลั้งรักขนาดนี้ ชีวิตข้าก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว

*****

***

*

***มอร์เฟียส หรือมอร์ฟีอุส เทพแห่งความฝัน ว่ากันว่ามอร์เฟียส สามารถเข้าไปในฝันของใครก็ได้

แต่บางตำนานก็เล่าว่า มอร์เฟียสไม่ได้ทำอย่างนั้น มอร์เฟียสเป็นเพียงผู้ที่คอยส่งภาพความฝันไปยังอีกฝันหนึ่งต่างหาก นอกจากนี้มอร์เฟียสยังรับผิดชอบในการสร้างความฝันให้เป็นรูปเป็นร่างด้วย

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว