ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -1- 2/2 ยัดเยียด

คำค้น : ซ่อนกมล, นิยายวายพีเรียด, โอเมกาเวิร์ส, omegaverse, นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 93

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2565 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-1- 2/2 ยัดเยียด
แบบอักษร

ประตูเหล็กดัดสีดำทองเปิดต้อนรับเมอร์เซเดส-เบนซ์สามร้อยเอสแอลเปิดประทุน รถนำเข้าหรูสีดำเงาวิ่งเข้ามาในอาณาเขตวังอัครจักรที่กินพื้นที่ราวสิบสามไร่ ขนาบข้างด้วยต้นชาฮกเกี้ยนที่ถูกตัดแต่งเป็นทรงสี่เหลี่ยมเป็นระเบียบ สนามหญ้าอีกฝั่งโล่งเตียนเหมาะกับการนั่งจิบน้ำชายามบ่าย น้ำพุโรมันถูกจัดวางหน้าทางเข้าตำหนักอันเป็นที่ประทับหลักของหม่อมเจ้าสุรเดช ตำหนักใหญ่ถูกสร้างตามสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลหรือคนทั่วไปมักเรียกกันว่าตึกฝรั่ง ภายนอกอาคารถูกทาด้วยสีเหลืองอ่อนสลับกับสีครีม ผนังไม้ตีซ้อนเกล็ดสลับกับผนังปูน ซุ้มหน้าต่างเป็นทรงโค้งช่วยขับให้ตัวตำหนักสวยงามละมุนตา ทางเข้าตำหนักมีเสาโรมันขนาดใหญ่สองต้นตั้งตระหง่านรับกับประตูไม้เนื้อดี ตัวหลังคาถูกมุงด้วยกระเบื้องว่าว ภายในใหญ่โตโอ่อ่าสมฐานะของผู้อยู่อาศัย ทว่าเจ้าของรถสีดำกลับขับเลยไปทางเรือนไทยที่ผสมผสานกับสไตล์ขนมปังขิงที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล 

"คุณชายกรกลับมาแล้ว" ประนอม คนรับใช้เก่าแก่ประจำเรือนหลังเล็กวิ่งมารับคุณหนูที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด 

"ป้านอม บ่ายนี้เตรียมมื้อเที่ยงให้ฉันด้วย อาบน้ำเสร็จแล้วจะลงมากิน" เจ้าของร่างสูงใหญ่เอ่ยกับแม่นมพลางหยิบสูทสีครีมที่ถอดทิ้งไว้ออกมาจากรถ 

"อ้าว คุณชายกรยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยเหรอคะ" 

"ยังจ้ะ พอดีเกิดเรื่องก่อนเลยไม่มีอารมณ์เข้าร้านอาหาร" 

"เกิดอะไรขึ้นคะ" 

สิ่งที่ทำให้หม่อมราชวงศ์ศรัณย์กรนึกหงุดหงิดจนพาลผิดนัดเพื่อนฝูงที่รอรับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารเห็นจะเป็นกลิ่นดอกนมแมวของเด็กหนุ่มที่เขาช่วยไว้เมื่อตอนสาย แม้ว่ายามนั้นจะไม่ใช่ช่วงเวลาฮีทของอีกฝ่าย แต่กลิ่นนั้นกลับเตะจมูกคุณชายกรแห่งวังอัครจักรไม่สามารถสลัดทิ้งได้จนถึงตอนนี้  

"เหม็น"  

"คะ" โมราวัยเฉียดเลขหกรีบดมเสื้อผ้าของตนเอง 

"ฉันไม่ได้เหม็นป้า ฉันเหม็นกลิ่นดอกนมแมว"  

คุณชายกรพยายามสะกดจิตตนเองให้รู้สึกเหม็นกับกลิ่นฟีโรโมนของเด็กหนุ่มเซ่อซ่า ก็แค่โมราอ่อนแอคนหนึ่ง เหตุใดเขาต้องให้ความสนใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียเวลาอันมีค่า ตลอดยี่สิบหกปีที่ผ่านมา หม่อมราชวงศ์ศรัณย์กรไม่เคยคบหาดูใจกับพวกโมราเลยสักครั้ง แม้จะถูกเย้ายวนด้วยกลิ่นต่าง ๆ มากมาย คุณชายกรก็หาได้หวั่นไหว หากโมราคนไหนกล้ามาส่งกลิ่นเรียก คุณชายจะปล่อยฟีโรโมนข่มจนคนพวกนั้นหวาดกลัวและต้องหลบไปเสียเอง อันที่จริงแล้วชายหนุ่มเคยมีคนรักจริง ๆ จัง ๆ เพียงสองคน และสองคนก็เป็นอัคนีสาวที่มีสถานะเป็นหม่อมราชวงศ์เหมือนเช่นตน สาเหตุที่เลิกรามีเพียงเหตุผลเดียว หญิงสาวสองคนนั้นไม่สามารถตอบสนองสิ่งที่คุณชายกรต้องการได้ สิ่งนั้นไม่ใช่ความเสน่หา หากแต่เป็นอนาคตที่เขาจะต้องอยู่เหนือกว่าพี่ชายต่างมารดาทั้งสอง 

หม่อมราชวงศ์ศรัณย์กรเป็นโอรสของหม่อมเจ้าสุรเดชกับหม่อมปราณีผู้เป็นภรรยาคนกลาง จากโอรสธิดาทั้งหมดห้าคน คุณชายกรนับเป็นบุตรคนที่สาม ท่านชายเดชมีภรรยาทั้งหมดสามคน ภรรยาคนแรกคือหม่อมราชวงศ์วิภา มีโอรสด้วยกันสองคนคือหม่อมราชวงศ์สุรศักดิ์และหม่อมราชวงศ์สุรเศรษฐ์ มีอายุมากกว่าคุณชายกรห้าและสามปีตามลำดับ ส่วนภรรยาคนสุดท้ายคือหม่อมสีดา มีธิดาฝาแฝดคือหม่อมราชวงศ์ศรัญญาและหม่อมราชวงศ์ศรัณย์รัตน์ ทั้งคู่กำลังศึกษาระดับมหาวิทยาลัย โอรสธิดาทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นอัคนีที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหาร คงจะเอ่ยได้เต็มปากว่าตระกูลอัครจักรล้วนมีเพศรองเป็นอัคนีหากไม่นับรวมผู้เป็นมารดาของคุณชายกร หม่อมปราณีเป็นเพียงโมราที่มักจะถูกคนอื่นค่อนขอดว่าเป็นรอยด่างพร้อยของตระกูลอันทรงเกียรติ 

ยามนั้นท่านชายเดชทรงมีเพศสัมพันธ์กับอดีตหญิงขายบริการอย่างปราณี หลายเดือนต่อมาปราณีอุ้มท้องมาที่วังอัครจักรก่อนจะบอกว่าเด็กในท้องเป็นบุตรของท่านชายเดช หญิงสาวสาบานว่านอกจากท่านชายเดชแล้วตนก็ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นมานานร่วมปี ทุกคนในวังเกิดข้อกังขากันใหญ่โต จนกระทั่งเด็กคลอดออกมามีเพศรองเป็นอัคนี ท่านชายเดชทรงรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณและทรงเชื่ออย่างสนิทใจว่าเด็กน้อยเป็นบุตรของเขา เด็กคนนั้นก็คือหม่อมราชวงศ์ศรัณย์กร ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อ จนถึงตอนนี้คุณหญิงวิภายังคงคลางแคลงใจหม่อมปราณีเรื่องที่อีกฝ่ายอาจทำการยัดเยียดบุตรชายให้เป็นโอรสของท่านชายเดชไม่มีเปลี่ยนแปลง 

"คุณแม่ล่ะ"  

"ไปที่ตำหนักใหญ่ค่ะ"  

"ไปให้เขาใช้งานอีกแล้ว" ชายหนุ่มที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างไม่สบอารมณ์ 

คุณชายกรอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นหลัก จะไปตำหนักของท่านพ่อก็ต่อเมื่อถูกเรียกเท่านั้น หากไม่จำเป็นชายหนุ่มไม่มีทางที่จะไปเหยียบที่นั่นเด็ดขาด พี่ชายทั้งสองคนเคยบอกเขาว่าตำหนักอันสูงส่งคู่ควรกับคนที่มีมารดาเป็นอัคนี และยังทิ้งท้ายว่าอัคนีอย่างเขาอาจไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของท่านพ่อ คำพูดพวกนั้นได้สร้างแผลในใจที่ยากจะลบเลือน แผลนั้นยังคงสถิตมาจนถึงตอนนี้ คุณชายกรไม่ใช่พวกขี้แพ้ ตอนเด็กเจ้าตัวมักจะมีเรื่องชกต่อยกับพวกพี่ ๆ และคนที่โดนทำโทษก็มักจะเป็นตนอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งคุณหญิงวิภาเคยทำโทษคุณชายกรโดยการเฆี่ยนตีจนสลบไปหลายวัน เมื่อคุณชายกรเติบใหญ่จึงพบว่าเปล่าประโยชน์ที่จะใช้กำลังสู้กัน หากจะต้องฟาดฟันให้ฝ่ายนั้นเจ็บใจ สิ่งเดียวที่ทำได้เห็นจะเป็นการมีชีวิตที่ดีกว่าและเพรียบพร้อมกว่าร้อยเท่าพันเท่า 

 

 

กระเป๋าหวายใส่เสื้อผ้าพร้อมของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชะลอมหล่นจากมือเล็กทั้งสองข้าง นี่หรือบ้านอัครจักรที่เดื่อฝากฝังให้เขามาทำงาน ป้ายตัวอักษรไทยสีทองเขียนชัดว่าสถานที่แห่งนี้คือวังอัครจักร หาใช่บ้านของคนร่ำรวยปกติอย่างที่กมลเคยคิดไว้ กมลยืนด้อม ๆ มอง ๆ จนเด็กรับใช้เพศรองเพทายคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูรั้วหน้าบ้านด้วยความสงสัย สายตามองเหยียดจนกมลสัมผัสได้ เด็กหนุ่มชินชาเสียแล้ว เป็นปกติที่โมราฐานะยากจนอย่างเขามักจะโดนดูถูก กระดาษพร้อมตราประทับประจำตระกูลถูกยื่นให้อีกฝ่าย ไม่ต่างอะไรจากบัตรเชิญร่วมงานอันทรงเกียรติ ในที่สุดกมลก็สามารถเข้ามาในเขตวังอัครจักรได้ 

เด็กหนุ่มไม่แน่ใจว่าสถานที่นี้มีหน้าตาเหมือนสวรรค์หรือไม่ ในความคิดของตนแล้ว นี่คือสวรรค์บนดินไม่มีผิดเพี้ยน หญ้าเขียวขจีชวนให้ลงไปนอนกลิ้ง ทั้งไม้ดอกไม้ประดับที่แข่งกันเบ่งบาน ต้นไม้ยืนต้นอยู่ถูกที่ถูกทาง ห่างไกลจากคำว่ารกหูรกตา มองจากตรงนี้จะเห็นตำหนักหลังใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า รถยนต์หรูถูกจอดอยู่ในโรงเก็บรถเกือบสิบคัน สิ่งมหัศจรรย์พวกนี้ถูกสรรค์สร้างและประดิดประดอยออกมาเป็นอย่างดี แต่สิ่งประดิษฐ์พวกนี้หรือจะสู้ธรรมชาติที่กมลจากมาได้ 

"รอตรงนี้" เพทายสาวเอ่ยเสียงแข็งใส่กมลก่อนจะเดินหายเข้าไปในตำหนัก 

ระหว่างที่รอคอย ดวงตาของเด็กหนุ่มก็กวาดมองทุกสิ่งทุกอย่างราวกับต้องการซึมซับให้คุ้นชิน คนรับใช้ที่วังอัครจักรมีมากมาย บ้างก็เดินเข้าออกตำหนัก บ้างก็เดินอ้อมไปทางด้านหลัง คนตัวเล็กเพิ่งสังเกตเห็นเรือนหลังหนึ่งที่ให้ความรู้สึกผิดแผกไปจากตำหนักหลังใหญ่ เรือนนั้นดูร่มรื่นและอบอุ่น มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมเข้ากับธรรมชาติเป็นอย่างดี ไม่นานก็ต้องถูกขัดด้วยเสียงห้วนจากเพทายคนเดิม ดาวเรืองเรียกให้กมลเข้าไปด้านในตำหนักที่ในเวลานี้มีเจ้านายอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จะขาดก็เพียงคุณชายกรกับคุณหญิงฝาแฝดที่ยังคงไม่กลับมาจากมหาวิทยาลัย 

โซฟาสีครีมเหลือบทองถูกจับจองโดยเหล่าคนชนชั้นสูง หม่อมเจ้าสุรเดชประทับกลาง ข้างกายถูกขนาบด้วยคุณหญิงวิภาและหม่อมสีดา ขณะที่หม่อมปราณีนั่งอยู่ที่โซฟาเดี่ยว บุตรทั้งสองของคุณหญิงวิภายืนด้านหลังผู้เป็นมารดา คนตัวเล็กยืนอึ้งกับภาพตรงหน้า นี่หรือเหล่าคุณหญิงคุณนายเหมือนหนังขายยาแถวบ้านที่กมลเคยดู แต่นั่นคือการแสดงไม่ใช่เรื่องจริง เครื่องประดับจากคอและมือของพวกหล่อนสะท้อนเล่นแสงจนเด็กหนุ่มนึกอยากเป็นลมอีกครั้ง กมลแอบหยิกเนื้อของตนเองหลายครั้ง หากว่าฝันอยู่ก็ควรจะตื่นได้แล้ว 

"คลานไปหาท่านชาย" ดาวเรืองเรียกสติของเด็กหนุ่มให้กลับคืนมา 

เจ้าของแว่นหนาคุกเข่าก่อนจะคลานไปหาคนพวกนั้นตามคำแนะนำแกมสั่งของเพทายสาว ดวงตาที่ฉายแววประหม่ามองพื้นพรมลายวิจิตร ดอกนมแมวส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วห้องรับแขก ขัดกับภาพลักษณ์ที่ดูเฉิ่มเชยไร้ความมั่นใจในตนเอง กมลเพิ่งรู้ว่าชายวัยกลางคนตรงหน้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ คำราชาศัพท์ที่เคยร่ำเรียนมาก็หาจำได้ไม่ ความประหม่าทำให้กมลยากที่จะเอื้อนเอ่ยคำใดใดออกมา สายตาหลายคู่จ้องมองมาที่คนแปลกหน้าอย่างกมลเป็นตาเดียว พาลให้ร่างเล็กสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด 

"ชื่อกมลใช่ไหม" ท่านชายเดชตรัสด้วยเสียงอ่อนโยน 

"..." 

"ว่าอย่างไร ฉันถามเหตุใดถึงไม่ตอบ"  

"เอ่อ...พะ...พะยะค่ะ" เด็กหนุ่มกลั้นใจตอบขณะที่ดวงตายังคงหลุบต่ำมองพื้นพรมราวกับเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในยามนี้ เสียงหัวเราะในลำคอของใครสักคนดังขึ้นราวกับกำลังเย้ยหยันคนตัวเล็ก ท่านชายเดชทรงหันไปปรามโอรสคนรองในทันที  

"ฉันไม่ได้สูงศักดิ์ปานนั้น"  

"หรือโมราอย่างเธอไม่เคยเรียนหนังสือ จึงไม่รู้ว่าควรตรัสแบบไหนกับท่านชาย"  

"วิภา" ทรงปรามบุตรได้ไม่นานก็ต้องหันมาปรามภรรยาหลวงอีกคน 

"..." 

"เด็กคนนี้คือลูกของเดื่อ สหายที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน ฉันจะรับเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในวัง" 

เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนมีจดหมายจากคนแปลกหน้าส่งมาถึงหม่อมเจ้าสุรเดช ในคราแรกคุณหญิงวิภาเตรียมจะให้คนนำจดหมายไปทิ้ง ด้วยว่ากลัวจะเป็นจดหมายก่อกวน โชคดีที่ท่านชายเดชทรงมาพบเข้า ใบหน้าของท่านชายฉายแววดีพระทัยเมื่อรู้ว่าเป็นจดหมายที่ส่งมาจากสหายรัก เพียงไม่นานสีหน้าก็แปรเปลี่ยนมาเป็นหนักพระทัยแทน เดื่อกลับมาทวงสัญญาที่ท่านชายทรงสัญญาไว้ สัญญาที่จะช่วยเหลือกันในยามยากลำบาก หากเป็นเรื่องขอเงิน หรือขอความช่วยเหลือที่ไม่เกี่ยวข้องกับวงศ์ตระกูล ท่านชายคงไม่ต้องคิดหนักถึงเพียงนี้ นานโขกว่าที่ท่านชายเดชจะทรงตอบจดหมายของเดื่อ เจ้าของวังอัครจักรตอบกลับไปว่าหากเดื่อต้องการเช่นนั้นจริง ๆ ก็ขอให้อีกฝ่ายนำบุตรมาให้ตนดูเสียก่อน 

"..." กมลอยากปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเดื่อ แต่ปากเจ้ากรรมกลับไม่นำพา เด็กหนุ่มจึงทำได้เพียงนั่งเงียบ ไม่ต่างอะไรจากธาตุอากาศที่ไร้ตัวตน 

"จะมีประโยชน์เหรอเพคะ ไม่รู้ว่าจะทนได้นานแค่ไหน..." 

"เงยหน้าขึ้นมาสิ" ท่านชายเดชไม่ปล่อยให้คุณหญิงวิภาเอ่ยความอะไรมาก ยิ่งเอ่ยยิ่งรังแต่จะทำให้กมลเสียใจ 

กมลค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาให้อีกฝ่ายเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน แว่นตาถูกถอดออก ใบหน้าถูกบิดซ้ายบิดขวาไปมา การเป็นคนใช้ในวังอัครจักรต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนถึงเพียงนี้เชียวหรือ โมราตัวเล็กได้แต่นึกสงสัยอยู่ภายในใจ หม่อมเจ้าสุรเดชทรงคิดการณ์ไกล เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาดี รูปร่างสมส่วนไม่ผอมเกินไป ทั้งยังมีผิวพรรณที่เกลี้ยงเกลาแม้จะมาจากต่างจังหวัดที่ห่างไกล เดื่อคงรักและหวงแหนลูกคนนี้มาก หากแต่ต้องปรับนิสัยและความมั่นใจของอีกฝ่ายกันยกใหญ่ การมีเพศรองที่ต่ำกว่าคนอื่นเป็นเหตุสุดวิสัย ท่านชายเดชทรงเข้าพระทัยเรื่องพวกนี้ดี มิเช่นนั้นคุณชายกรคงไม่มีโอกาสได้ลืมตามาดูโลก 

"ชายกร รับน้องไปเป็นภรรยานะ"  

หม่อมเจ้าสุรเดชทรงพินิจพิเคราะห์เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องล่างก่อนจะหันไปตรัสกับชายผู้หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรับแขก คุณชายกรถูกผู้เป็นบิดาเรียกให้มาพบเป็นการด่วน เจ้าของร่างสูงชะงักเพราะประโยคที่ท่านพ่อตรัสออกมา น้องที่ว่าคือคนที่นั่งพับเพียบบนพรมงั้นหรือ เหตุใดเขาต้องแต่งงานกับคนคนนั้น คำถามนับร้อยผุดขึ้นในสมองของชายหนุ่ม เจ้าของแผ่นหลังบางเป็นใคร พ่อแม่ทำงานอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างรวดเร็วจนคุณชายกรตั้งตัวไม่ทัน ไม่ต่างจากคนตัวเล็กที่หลงคิดว่าตนกำลังหูฝาด กมลผินหน้ามามองว่าที่เจ้าบ่าวในอนาคตของตนเอง 

"เธอ..." คุณชายกรเผลออุทานออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน 

หากจะมีผู้ใดที่ต้องทำตามสัญญาใจนั้น คงจะหนีไม่พ้นหม่อมราชวงศ์ศรัณย์กร บุตรชายของหม่อมปราณี ภรรยาผู้ต่ำต้อยแห่งวังอัครจักร... 


ออเดิร์ฟค่ะ บทแรกว่าจะแต่งไม่เยอะ ไป ๆ มาๆ สี่พันกว่าคำ ฮาา... ปูเรื่องยาวเลย  อันนี้แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าชอบหรือต้องการแนะนำอะไรอย่าลืมฟีตแบคมานะคะ ต้องการกำลังใจที่สุด
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว