email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Dragon's Heart - 15 ฉันไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นแล้ว (2)

ชื่อตอน : Dragon's Heart - 15 ฉันไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นแล้ว (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 489

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 เม.ย. 2565 18:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dragon's Heart - 15 ฉันไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้นแล้ว (2)
แบบอักษร

 

จิ้มมม
null
0

 

ราคาโปร 159 เท่าน้านน 

138,xxx คำ ยาวได้อี๊กก555 

ฝากด้วยนะคะทุกคลล 

 

 

“เอ๊ะ หามังกร…หมายถึงหานายเหรอ?”  

ฉันรู้สึกอุ่นวาบยามที่ความอุ่นจากมือหนาวางลงบนกลุ่มผมอ่อนนุ่ม นึกอยากให้เขาลูบมันไปมาแบบนั้นนานๆ 

นอกจากคุณพ่อคุณแม่ และเมสันแล้ว ก็มีเขานี่แหละที่ลูบหัวฉันเหมือนเป็นเด็กๆ แบบนี้  

ใบหน้าหล่อเหลาพยักหน้าช้าๆ ตอบรับ “ถูกต้อง มังกรในตำนานของเมืองนี้ที่ถูกผนึกใต้ที่ดินตระกูลคุณ ก็มีแค่ผมนี่ล่ะ เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการตัวผมไปทำอะไร” 

“แล้วข้อดีของการมีมังกรไว้ในครอบครองมันทำอะไรได้บ้างล่ะคะ บอกฉันหน่อยได้ไหม เผื่อจะช่วยเดาด้วย”  

เขายกยิ้มมาให้แล้วเอ่ยอธิบายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังเล่านิทาน “การได้ครอบครองผูกพันธะกับมังกรสามารถรังสรรค์เกือบทุกสิ่งขึ้นมาได้หมด ไม่ว่าจะแก้วแหวนเงินทอง ความรัก พลังอำนาจ ยกเว้นก็แต่ความอมตะและการฆ่ามังกรคู่พันธะทิ้ง…ทว่าหากขออะไรที่เกินตัว สิ่งนั้นอาจจะเผาผลาญพลังวิญญาณของคนๆ จนตายหรือสูญสลายไป” 

ยิ่งฟังยิ่งปวดหัว เลยถอนหายใจยาว “เฮ้อ เอาเถอะ ฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาพยายามทำอะไรหรอกนะ ถ้าได้ตัวนายไปดูเหมือนจะทำได้สารพัดอย่างจริงๆ และพวกมันคงไม่มีทางฆ่านาย” 

“ถูกต้อง” 

“แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวของกับพวกเราที่เป็นแค่โบสถ์เล็กๆ ใจกลางภูเขาด้วย ฉันกลัวก็แต่พวกมันจะมาทำร้ายเราน่ะสิ” 

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกอดอกแน่น ปรายตาไปทางคนที่อยู่ข้างนอกบ้าน “คงไม่ง่ายหรอก นอกจากผมแล้ว ก็มีหมอนั่นอยู่ ดูเหมือนเด็กของคุณจะชอบคุณไม่เบานะ” 

ฉันยิ้มตอบก่อนจะเอ่ยประชด “หึ ชอบเหรอ แค่เคยชอบมากกว่า…หรือไม่ก็แค่คนเห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่ไม่ยอมบอกความจริงเรื่องคู่หมั้นของเขา ปล่อยให้ฉันหวังลมๆ แล้งๆ เรื่องอนาคตของเราอยู่ตั้งนาน” 

เดรโกเลิกคิ้วขึ้นมองฉันด้วยสายตาไม่เชื่อถือ “แต่ผมว่าเขาจริงจังกับคุณนะ ที่ผ่านมาถ้ามีคนที่หลุดเข้าอาณาเขตโบสถ์ ผมก็ลงมือจัดการพวกนั้นไปพอสมควร แม้จะมีข่าวเรื่องสมบัติใต้บ้านคุณแต่ก็ไม่ได้แห่กันมามากอย่างที่คิด เจ้าหนูนั่นคงปกป้องบ้านคุณอยู่อย่างลับๆ ล่ะ” 

ฉันหันขวับไปอ้าปากพะงาบๆ มองหน้าเขา ในขณะที่ฉันนอนหลับสบายอยู่ในบ้าน มันเกิดเรื่องด้านนอกด้วยเหรอ 

“เดี๋ยวนะ หมายความว่าไง มีคนลอบเข้ามาในโบสถ์เรา…นี่อย่างบอกนะว่าคุณไปกินหัวคนมาอีกแล้ว!” 

“โอ๊ะ ลืมไป คุณหนูนาเดียไม่ชอบให้ผมกินหัวคน แต่ผมไม่ได้กินให้ใครเห็นนะ” 

ไอ้คนพูดเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแสร้งเอามือปิดปากราวไม่รู้สึกผิดอะไรกับเรื่องที่ทำ จนฉันได้แต่มองค้อนใส่ นึกระแวงว่าเขาแอบทำอะไรลับหลังโดยที่ฉันไม่รู้อีกไหมเนี่ย 

กริ๊งง 

เสียงกริ่งประตูดังขึ้นมาทำให้เราสองคนหันไปมอง ฉันมองเห็นเงาร่างในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและเรือนผมสีทองจากนอกหน้าต่่างมาด้อมๆ มองๆ ก็รู้ได้ในทันทีว่านั่นคือเมสัน 

“ไปเปิดประตูเถอะ เผื่อเขาจะมาคุยอะไรที่เป็นประโยชน์กับเรา” เดรโกเอ่ยพลางหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสนใจ “น่าแปลกที่หมอนั่นมีกลิ่นอายวิญญาณที่เข้มแข็งและบริสุทธิ์มาก แม้เขาจะเคยฆ่าคนไปเยอะทว่าดวงวิญญาณก็ยังดูสว่างไสวดีจริงๆ คล้ายพวกเทพบุตรที่ผมเคยเห็นเลย” 

“ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากคุย ไม่อยากเจอหน้าเขา” ฉันยังงอนหมอนั่นอยู่ แต่พอได้ยินสิ่งที่เดรโกพูดก็ลอบคิดในใจ ไม่แน่เมสันอาจจะเป็นเทพอย่างที่อีตามังกรนี่บอกก็ได้ใครจะรู้ 

“อืม…หรือให้ผมจัดการให้เอาไหม กินหัวเขาเข้าไปก็น่าจะทำให้รู้อะไรได้มากขึ้น” นัยน์ตาคมวิบวับเหมือนคนกระสันอยากจะกินเมสันจริงๆ ฉันเลยรีบค้านก่อนที่อีตานี่จะมีความคิดแปลกๆ อีก 

“หยุดความคิดนายไปเลยนะ! ยังไงซะเขาก็เป็นเพื่อนฉัน นายห้ามกินเขาเด็ดขาด” 

ปังๆๆๆ 

“เปิดประตูเถอะนาเดีย ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเธอ” เสียงตะโกนของเมสันดังเข้ามาถึงในบ้าน พอชั่งใจพอควรแล้วเลยตัดสินใจเดินไปเปิดประตู โดยไม่ลืมที่จะโบกมือไล่เดรโกให้ไปหลบที่อื่นก่อน 

“ไล่ผมทำไม ผมจะนั่งนี่”  

แต่อีตานี่ยังหน้าด้านได้อีก ไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก เลยขมวดคิ้วแล้วลองตั้งใจออกคำสั่งในฐานะ ‘เจ้านาย’ ดู 

“คุณเดรโก ฉันขอสั่งให้คุณออกไปจากตรงนี้!” 

พรึ่บ! 

“ยัยเด็กขี้โกง” 

เขากัดฟันกรอดเมื่อจู่ๆ ขาทั้งสองก็ลุกขึ้นพาตัวเองเดินขึ้นข้างบน ก่อนจะได้ยินเสียงกระแทกประตูปิดอย่างแรงจนฉันลอบขำ 

ได้ผลเฉยเลย สมน้ำหน้า 

เอาเถอะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมสันมีเรื่องอะไรจะคุย 

แอ๊ด 

“มีอะไรเหรอเมส” ฉันเปิดประตูออกกว้างแล้วยืนเผชิญหน้ากับเขาด้วยสีหน้าเย็นชา เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าฉายแววหม่นหมองลงทันที 

“ทำไมเธอเมินฉันขนาดนี้ โทรไปก็ไม่รับ ยังไม่หายโกรธกันอีกเหรอนาเดีย…” 

“ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ นายก็กลับไปเถอะ อ๊ะ”  

ฉันกำลังจะงับประตูปิด ทว่าเขากลับยื่นเท้าเข้ามาคั่นจนฉันตกใจ แล้วเหวี่ยงร่างเข้ามาในบ้านพร้อมดันประตูปิดดังสนั่น อีกทั้งยังขังร่างเล็กไว้กลางลำแขนแกร่งด้วยท่าทีคุกคาม สีหน้าแววตาเจือแววเศร้าก็จริงแต่กลับดูจริงจัง 

“ทำอะไรของนายน่ะเมส! ปล่อยฉันนะ” 

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน มันสำคัญมาก และมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของโบสถ์เธอด้วย” 

“…” 

ดวงตากลมโตสั่นไหวเมื่อมองใบหน้าหล่อเหลานั้น แม้เขาจะหล่อคนละแบบกับเดรโก ทว่าเมื่อก่อนเวลามองหน้าเขาฉันก็ใจสั่นควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ 

แต่หลังผ่านเหตุการณ์การแนบชิดกับมังกรหนุ่ม ส่งให้ฉันก้าวข้ามความเป็นผู้ใหญ่ได้ครึ่งก้าว จึงทำให้เวลานี้ฉันรู้สึกนิ่งเฉยได้มากขึ้นยามใกล้ชิดเมสัน 

“นายก็คุยกับฉันธรรมดาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใกล้กันขนาดนี้หรอก” แววตาเย็นชาแหงนมองหน้าเขา พร้อมยกมือดันอกเขา แต่ว่า 

หมับ 

“เมส!!” ฉันตกใจทำอะไรไม่ทัน เมื่อจู่ๆ เขาก็โผกอดฉันเอาไว้ในอ้อมแขน ฉันพยายามผลักไสตบตีแผ่นหลังกว้างแต่ดูเหมือนมันจะไม่สะทกสะท้านกายหนา  

“ฉันไม่อยากเห็นสายตาเย็นชาจากเธอเลยนาเดีย ได้โปรดเถอะอย่ามึนตึงกับฉันเลย…” 

น้ำเสียงน่าสงสารนั้นทำให้ฉันเริ่มใจอ่อน ในเมื่อทำอะไรเขาไม่ได้ก็ปล่อยเขาไปสักพักละกัน  

“ฉันยังไม่พร้อมน่ะเมส นายอย่าลืมสิว่าก่อนหน้านี้เรา…ช่างเถอะ ฉันทำใจได้สักพักแล้ว ถ้านายสบายใจอยากทำแบบนี้ก็เชิญ แต่บอกฉันมาก่อนว่าเรื่องที่เป็นปัญหาน่ะคือเรื่องอะไร” 

อีกฝ่ายสะอึกไปครู่ ก่อนจะยอมพูดเสียงอ่อย “…ความจริงมันเป็นความลับของตระกูล แต่ฉันทนเก็บมันไว้ไม่ได้จริงๆ เมื่อมันเสี่ยงกับตัวเธอและคุณพ่อโนแวน” 

“เอ๊ะ ยังไง?” 


กว่าจะยอมบอกนะสู สมกับเป็นพระรอง ๕๕๕
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว