ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2565 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

 

วันนี้ไป๋ลั่วชวนน้อยสวมชุดใหม่ บนหัวสวมหมวกไหมพรม บนสุดของหมวกยังมีลูกบอลไหมพรมหนึ่งลูก เวลาเขาหันหน้า ลูกบอลไหมพรมก็แกว่งตาม เวลานี้เขากำลังนั่งประคองส้มเขียวหวานลูกใหญ่หนึ่งลูกหัวเราะคิกๆ อยู่ตรงนั้น เมื่อดวงตาหยีลงดูคล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว น่าเอ็นดูเป็นพิเศษ 

               หมี่หยางนอนขยับมืออยู่ตรงนั้น ก็ถูกเฉิงชิงอุ้มขึ้นมา วางไว้ที่เดียวกันกับไป๋ลั่วชวน เฉิงชิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “หยางหยางก็ตื่นแล้ว มา มาเล่นกับพี่ พี่เขามาหาเราอีกแล้ว ดีใจไหม”

               หมี่หยางกะพริบตาปริบๆ ยื่นแขนจะให้ผู้ใหญ่อุ้ม แต่ก็ไม่ได้ถูกอุ้มไปสมใจปรารถนา กลับถูกยัดส้มลูกใหญ่ใส่มือแทน

               คุณนายไป๋หัวเราะชอบใจ “ให้หยางหยางของเราหนึ่งลูกเหมือนกัน เหมือนพี่เขา ดีไหม”

               หมี่หยางก้มหน้ามองส้มลูกนั้น จมูกเต็มไปด้วยความหอมของผลไม้ เขาขยับจมูกเล็กๆ คิดในใจว่าก็ได้

               หมี่หยางกัดส้มไม่ไหว แต่อุ้มไว้ดมจนจุใจแล้วก็รู้สึกว่าไม่เลว ส้มหอม พอใช้ปลายนิ้วสัมผัสเล็กน้อยก็รู้สึกเย็นเฉียบ

หมี่หยางหวนนึกถึงรสหวานอมเปรี้ยวของเนื้อส้ม ทำปากแจ๊บๆ เล็กน้อย

               คุณนายไป๋มองเด็กน้อยทั้งสอง สายตาทอดมองไปที่หมี่หยาง เธอเอ่ยชม “ตาหยางหยางอย่างกับองุ่นดำ ขนตาก็ยาว ตอนแรกฉันยังหลงคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงแน่ะ  ไม่น่าล่ะคนเขาว่ากันว่าลูกชายเหมือนแม่ สวยเหมือนเธอเลย”

               เฉิงชิงเขินเล็กน้อย รีบชมทันทีเช่นกัน “ที่ไหนกันคะ ลั่วชวนสิถึงจะดูดี ผิวขาว เหมือนพี่ลั่ว”

               หมี่หยางหันหน้าไปมองคุณชายไป๋น้อย จริงด้วย คนผู้นี้ขาวตั้งแต่เด็กยันโตจริงๆ ไม่ว่าจะตากแดดยังไงอย่างมากผิวก็แค่แดงเล็กน้อย ขาวมาตลอด เขาจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งพวกเขาออกไปตั้งแคมป์กัน ไป๋ลั่วชวนหงุดหงิดที่ในภูเขาร้อนอบอ้าว จะลากเขาไปว่ายน้ำในแม่น้ำให้ได้ พอไป๋ลั่วชวนถอดเสื้อยืดตัวนั้น บนร่างกายก็ขาวจนแทบจะส่องแสง มัดกล้ามน้อยๆ บนร่างนั้น ทำเขาอิจฉามาก

               ไป๋ลั่วชวนน้อยคงจะรู้สึกถึงสายตาของหมี่หยาง หันหน้ามามองเขาเช่นกัน แต่รักษาสมดุลได้ไม่ดี พอหันตัวมา ก็เกือบจะล้มทับหมี่หยาง หมี่หยางก็ทำท่าช่วยเหลือฉุกเฉินได้แค่ท่าเดียว คือแหงนหน้าพยายามหลบไปข้างหลังสุดชีวิต——ดูจากประสบการณ์เมื่อวาน คุณชายไป๋จะแทะหน้าเขาอีกแล้ว! 

               หมี่หยางทายไม่ผิดจริงๆ แต่ถึงจะรู้สึกได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลบพ้น ภายในเวลาอันรวดเร็วเขาก็ถูกคุณชายไป๋น้อยแทะหน้าข้างหนึ่งพลางหัวเราะเอิ้กๆ ทิ้งคราบน้ำลายไหลเยิ้มไว้หนึ่งรอย

               หมี่หยางถูกทับอยู่ตรงนั้นมือเล็กเท้าเล็กดิ้นไม่หยุด ปากร้อง “อาอา” สองทีเรียกผู้ใหญ่!

               คุณแม่ทั้งสองเอาแต่ยืนมองพวกเขาพลางหัวเราะอยู่ข้างเตียงอย่างเดียว เฉิงชิงหัวเราะจนตาหยี คุณนายไป๋ถึงกับให้

ทหารยามกลับไปเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายไว้เป็นที่ระลึก

               หมี่หยางก็ไม่ดิ้นอีกต่อไป นอนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าหมดสิ้นความหมายในชีวิตให้ไป๋ลั่วชวนน้อยแทะหน้า

คุณชายไป๋น้อยจับเขาเล่นอยู่นาน การแสดงความเป็นมิตรของเด็กทารกก็คงจะมีอยู่แค่สองอย่างนี้ กอดอย่าง

แรง แล้วก็ชอบแทะหน้า แสดงความเป็นมิตรจบแล้ว คุณชายไป๋น้อยก็เริ่มกลิ้งส้มเล่นอีก แล้วยังร้อง “อา” ใส่หมี่หยางด้วย

               หมี่หยาง “…”

               หมี่หยางหันหน้าไปมองเฉิงชิง ชูมืออย่างดึงดัน เขาต้องล้างหน้าก่อน! บนหน้าเป็นคราบน้ำลายไป๋ลั่วชวนเต็ม

ไปหมดเลย!

               ดีที่เฉิงชิงดูแลเขามาหลายเดือน พอรู้นิสัยของเขาบ้าง หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดให้เขาจนสะอาด หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นเด็กน้อยหอมฉุยอีกครั้ง และจับเด็กทั้งสองคนมาวางไว้ด้วยกันอีกที ครั้งนี้หมี่หยางให้ความร่วมมือขึ้นมาก พอเข้าไปก็ร่วมเล่นเกมกลิ้งส้มกับคุณชายไป๋ ผลักส้มของตัวเองให้อีกฝ่ายเล่น พยายามรักษาความปลอดภัยของตัวเองอย่างยิ่ง

               เฉิงชิงมองพวกเขาสองคนเล่นกันอย่างสนุกสนานและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “หยางหยางไม่เคยเจอเด็กคนอื่นมาก่อน ก่อนหน้านี้ฉันยังห่วงอยู่ว่ากว่าพวกเขาจะเล่นกันได้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ นี่เพิ่งไม่กี่นาทีก็สนิทกันขนาดนี้แล้ว!”

               คุณนายไป๋ก็ดีใจเช่นกัน เธอต้องมาอยู่เป็นเพื่อนสามีหลายเดือน อยู่ที่นี่พวกเธอที่เป็นผู้ใหญ่ลำบากก็ไม่เป็นไร แต่เธอเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ยากที่จะหาเพื่อนเล่นสักคนให้ลูกชายได้ นี่ดีกว่าที่เธอคาดคิดไว้มาก เมื่อมองไปทางหมี่หยาง ในสายตาของเธอก็มีความรักใคร่

               ตอนกลางวันคุณนายไป๋มีธุระเล็กน้อย ตอนแรกเธออยากจะอุ้มลูกกลับไป แต่เฉิงชิงเป็นคนจริงใจ โน้มน้าวเธอว่า “พี่ลั่วคะ ในค่ายมีเราเป็นภรรยาทหารแค่สองคน พี่อุ้มเด็กกลับไปเสี่ยวเจ้าก็เป็นคนช่วยพี่ดูอยู่ดี ถ้าพี่วางใจล่ะก็ฝากลั่วชวนไว้กับฉันที่นี่นะคะ ให้เสี่ยวเจ้าอยู่ที่นี่คอยช่วยด้วย ฉันเลี้ยงหยางหยางก็คือเลี้ยงเหมือนกัน เลี้ยงเพิ่มมาอีกคนก็ไม่เสียหายอะไร!”

               เสี่ยวเจ้าคือทหารยามของไป๋จิ้งหรง แม้ปกติก็ช่วยเลี้ยงเด็กด้วย แต่ให้ผู้ชายเป็นคนเลี้ยงเด็กก็วางใจไม่ลงอยู่ดี คุณนายไป๋ได้ยินเฉิงชิงพูดแบบนี้ก็ดีใจ เอ่ยถามขึ้นว่า “ไม่รบกวนเธอทำงานใช่ไหม”

               เฉิงชิงหัวเราะ “ฉันมีงานอะไรล่ะคะ ก็แค่ทำกับข้าวให้พ่อหมี่หยางเขา ไม่รบกวนค่ะ!”

               คุณนายไป๋เม้มปากยิ้ม “อย่างนั้นก็รบกวนเธอแล้ว”

               คุณนายไป๋ทิ้งทหารยามไว้ช่วยดูแลลูกกับเฉิงชิงที่นี่ ส่วนตัวเองขอตัวก่อน พูดไว้เรียบร้อยว่าช่วงบ่ายเธอก็กลับมาแล้ว

               เฉิงชิงปูผ้าห่มผืนเล็กให้เด็กสองคน จากนั้นก็ใช้หมอนล้อมไว้ กันไม่ให้พวกเขาตกลงมา แล้วนั่งลงเริ่มถักไหมพรมอยู่ข้างๆ  ท่าทีเธอผ่อนคลาย บางครั้งยังหยอกเด็กน้อยเล่น แต่ทหารยามเสี่ยวเจ้าที่สะพายกระเป๋ายืนอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย ถามขึ้นตรงเวลา “คุณนาย พวกเขาควรจะกินผลไม้บดแล้วหรือเปล่าครับ”

               หมี่หยางก็หิวนิดหน่อยแล้ว เงยหน้ามองแม่เขาตาปริบๆ

               เฉิงชิงพยักหน้า “ได้ ฉันจะไปเตรียมให้พวกเขา”

               ทหารยามตอบ “ผมเอามาครับ ตอนออกจากบ้านเอาอาหารว่างมานิดหน่อย วันนี้เป็นแอปเปิล”

               เฉิงชิงเอ่ย “อย่างนั้นก็ดี เธอดูแลพวกเขาเดี๋ยวนะ ฉันจะไปชงนมให้หมี่หยางพอดี”

               ทหารยามรับคำ หยิบผ้ากันเปื้อนเด็กสีเหลืองอ่อนออกจากกระเป๋าสะพายผูกให้ไป๋ลั่วชวนน้อย เดาว่าคุณชายน้อยคงรู้ว่าพอผูกผ้ากันเปื้อนแล้วจะมีของกิน จึงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเชื่อฟัง วางมือสองข้างที่มีรอยบุ๋มหลังมือไว้บนท้อง ตาโตเป็นประกายมองไปทางทหารยาม หลังจากเห็นทหารยามเอากล่องข้าวใบเล็กลายการ์ตูนของตัวเองออกมา ดวงตาก็แวววาวอีกสองสามส่วน ยื่นมือออกมาตีหน้าท้องตัวเองร้อง “แอ้ๆ!”

               ในกล่องข้าวคือแอปเปิลหนึ่งลูก แล้วยังมีช้อนเล็กหนึ่งคัน ทหารยามผ่าครึ่งแอปเปิลแล้วก็อยากให้หมี่หยางกินบ้าง

ทว่าเฉิงชิงปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม แกว่งขวดนมในมือเอ่ย “ไม่ต้องจ้ะ หยางหยางกินผลไม้บดมากเกินไม่ได้ เขาดื่มอันนี้”

               ทหารยามป้อนผลไม้บดให้กับคุณชายไป๋น้อย ยื่นไปช้อนหนึ่ง ก็ถูกคุณชายน้อยที่อ้าปากรอให้ป้อนอยู่ก่อนแล้วกินเข้าไปแจ๊บๆ ทันที เด็กน้อยกินอย่างอร่อยยิ่ง ดวงตาหยีลง หลังกินผลไม้บดไปบ้างแล้ว ยังหยิบแอปเปิลที่ปอกแล้วชิ้นหนึ่งมากำไว้หน้าผ้ากันเปื้อน แทะอย่างเอร็ดอร่อย

               หมี่หยางที่อยู่ข้างๆ ก็กำลังรออาหารว่างของตัวเอง

               ปกติหมี่หยางดื่มนมผง เวลานี้รอเฉิงชิงชงนมเสร็จทดสอบอุณหภูมิที่หลังมือแล้ว เขาก็ค่อยๆ ดื่มช้าๆ หลังจากหมี่

หยางดื่มไปได้สองอึกก็ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่แล้ว ดื่มนมอย่างใจลอยพลางมองข้างนอกหน้าต่าง หิมะเมื่อคืนหยุดตกแล้ว แต่ข้างนอกยังปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลน สีเขียวเพียงหนึ่งเดียวอาจจะเป็นต้นสนที่ถูกหิมะจับกิ่งสองสามต้น เพียงแค่มองก็รู้สึกหนาวเย็นอย่างยิ่ง

               เด็กทารกง่วงนอนง่าย เหตุการณ์กินๆ นอนๆ เป็นเรื่องปกติ

               หมี่หยางกัดจุกนมแล้วหลับตาลง ไม่นานก็ผล็อยหลับไปแล้ว ในระหว่างนั้นก็ถูกแม่เขาอุ้มขึ้นมาป้อนนมอีกครั้งหนึ่ง แม้กำลังหลับอยู่เขาก็ยื่นแขนเล็กข้างหนึ่งออกมาโอบขวดนมไว้หลับตาพริ้มพลางดื่มอึกใหญ่ จนกระทั่งเรอออกมา

               ไป๋ลั่วชวนเห็นเข้า ก็ยื่นมือออกมาจับขวดนมเขา “อา?”

               หมี่หยางโกรธแล้ว นี่มันนิสัยเสียอะไรกัน! เมื่อก่อนเขาชอบอะไรไป๋ลั่วชวนก็แย่งไปทุกอย่าง เป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ของที่เขามองหลายที ไป๋ลั่วชวนก็จะแย่ง ดาวโรงเรียนที่เขียนจดหมายรักให้เขาก็แย่ง ตอนนี้ขวดนมหนึ่งขวดยังจะแย่งอีก!

               หมี่หยางคลายจุกนม เลิกคิ้วเล็ก พ่นนม “ฟู่” ใส่ไป๋ลั่วชวนน้อย——เอาให้นายแย่ง! 

               คุณชายไป๋น้อยจิตใจอดทน จิตวิญญาณโจรผู้ร้ายยังคงดื้อดึงอยู่ ดึงขวดนมของหมี่หยางเข้าปากตัวเองดื้อๆ ดื่มแจ๊บๆ เข้าไปสองอึกใหญ่

               กว่าหมี่หยางจะแย่งขวดนมนั้นกลับมาได้ นมก็ลดลงไปเยอะแล้ว เขาก้มหน้ามอง ให้มันได้อย่างนี้สิ จุกนมถูกคุณชายไป๋น้อยกัดทะลุเป็นรูเล็กหนึ่งรู ไม่น่าล่ะเมื่อกี้ถึงดื่มได้ไวขนาดนั้น!

               เฉิงชิงร้องด้วยความตกใจ “ว้าย ลั่วชวนฟันขึ้นแล้ว!”

               ตอนแรกหมี่หยางกอดขวดนมหลบอยู่ในอ้อมแขนแม่ ตอนนี้พอได้ยินก็หันหน้าไปมอง ไป๋ลั่วชวนน้อยกำลังคลี่ปากหัวเราะอยู่ตรงนั้น เผยฟันน้ำนมขนาดเมล็ดข้าวสองซี่ ในใจหมี่หยางเกิดอิจฉาอีกครั้ง ถึงวันเกิดของพวกเขาจะห่างกันแค่สองเดือน แต่รู้สึกว่าพัฒนาการของพวกเขาแตกต่างกันมากเลย

               หมี่หยางจำได้ว่าในตอนหลังไป๋ลั่วชวนสูงได้ถึง 180 กว่าเซนติเมตร ส่วนตัวเองเตี้ยกว่าไป๋ลั่วชวนครึ่งหัว สูง 176 เซนติเมตร ทางตอนเหนือถือว่าค่อนข้างเตี้ยแล้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สาย กินข้าวให้มาก ดื่มนม ดื่มน้ำแกงกระดูกและอื่นๆ ให้เยอะๆ น่าจะเสริมได้อีกสองเซนติเมตรไม่มากก็น้อยล่ะมั้ง? เขาไม่ขอมาก 178 เซนติเมตรก็พอใจแล้ว

               ไป๋ลั่วชวนน้อยคิดจะยื่นมือมาแย่งขวดนมอีก คราวนี้หมี่หยางไม่ยอมให้เขาสักนิดเดียว อ้าปากกัดขวดนมไว้ดื่มเข้าไปเองก่อนอึกใหญ่อึกๆ

               เฉิงชิงจิ้มหน้าผากเขา แล้วหัวเราะ “เด็กขี้งก ให้พี่เขากินหน่อยจะเป็นไรไป”

               ไป๋ลั่วชวนน้อยนั่งรออยู่ข้างๆ  คงคิดว่าพอหมี่หยางดื่มเสร็จแล้วอาจจะยังมีส่วนของเขา ถือแอปเปิ้ลในมือกัดๆ แทะๆ และกะพริบดวงตาโตมองขวดนมของหมี่หยาง

               หมี่หยางหันหน้าหลบไม่ให้เขากิน บ่นงึมงำหนึ่งที

               เฉิงชิงขำพวกเขาไม่หวาดไม่ไหว เธอหาขวดนมมาอีกขวดชงนมให้ไป๋ลั่วชวนน้อยดื่ม เด็กน้อยทั้งสองถือขวดนมดื่มนมกันอึกๆ คนละขวด อย่างกับแข่งกันอย่างไรอย่างนั้น กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย

               ทหารยามถอนใจอยู่ข้างๆ  “จับมาเลี้ยงด้วยกันสองคนง่ายกว่า”

               เด็กน้อยกินอิ่มแล้วก็ง่วงนอน ไป๋ลั่วชวนแข็งแกร่งกว่าหมี่หยางนิดหน่อย แต่ยังไงก็ยังเป็นเด็กทารกอยู่ ดื่มนมไปกว่าครึ่งขวดก็เริ่มขยี้ตาอย่างรวดเร็ว เฉิงชิงหยิบผ้าห่มผืนเล็กมา ผ้าห่มทำจากฝ้ายใหม่นุ่มเบามาก เธออุ้มเด็กน้อยสองคนไป ให้พวกเขานอนกลางวันกัน หมี่หยางหาววอด มือเล็กถูลงบนใบหน้าเล็กน้อย ภายในเวลาอันรวดเร็วก็หลับตาลงและผล็อยหลับไป ไป๋ลั่วชวนน้อยข้างๆ ท่านอนไม่ได้เป็นระเบียบขนาดนั้น พลิกตัวเองนอนคว่ำหน้า แก้มขาวนุ่มถูกับผ้าห่มนุ่มนิ่ม คล้ายกำลังยืนยันกลิ่นของมัน ลืมตาหลับตาไม่กี่ครั้งถึงค่อยๆ หลับไป

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว