email-icon facebook-icon Line-icon

รบกวนทุกท่านด้วยนะคะ ><

Dragon's Heart - 05 เดรโก 2

ชื่อตอน : Dragon's Heart - 05 เดรโก 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 720

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2565 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Dragon's Heart - 05 เดรโก 2
แบบอักษร

อีบุ๊กราคาโปร 159 เท่าน้านน 

138,xxx คำ ยาวได้อี๊กก555 

ฝากด้วยนะคะทุกคลล 

 

จิ้มมม
null
0

 

 

 

 

บ้านของครอบครัวเราสามคนพ่อแม่ลูกตั้งอยู่หลังโบสถ์แห่งนี้มานานหลายร้อยปีแล้ว เป็นบ้านเก่าของบรรพบุรุษตระกูลเนเวอร์ดารุ่นก่อนๆ ที่สร้างเอาไว้เพื่อให้ทายาทได้อยู่อาศัยเพื่อสืบทอดดูแลโบสถ์ต่อไป โดยจะส่งต่อตำแหน่งบาทหลวงให้กับทายาททั้งชายและหญิงเพื่อเป็นผู้ดูแลโบสถ์เนเวอร์ดา ตอนนี้ก็ผ่านมาถึงสิบห้ารุ่นแล้ว ส่วนฉันนั้นเป็นรุ่นที่สิบหก 

ที่นี่มีบราเดอร์และซิสเตอร์อย่างละหนึ่งคน และมีพวกเด็กกำพร้าที่ทางเราดูแลอีกจำนวนสิบกว่าคน ก็จะมีห้องพักแยกอยู่อีกจุดหนึ่งอันเป็นเรือนนอนของโบสถ์ 

เนื่องจากธรรมเนียมการเป็นบาทหลวงของประเทศเวโรนิสไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ชายเท่านั้นถึงจะเป็นบาทหลวงได้ ดังนั้นจึงมีบาทหลวงหญิงด้วยเช่นกัน พวกเขาสามารถแต่งงานและมีครอบครัวเพื่อสืบเชื้อสายตระกูลเจ้าของโบสถ์คล้ายกับธรรมเนียมวัดในบางประเทศ แถมโบสถ์ของตระกูลเราแม้จะเป็นโบสถ์เล็กๆ แต่ก็อยู่มาอย่างยาวนานถึงสิบห้ารุ่น ดังนั้นทายาทแต่ละรุ่นเมื่อเติบโตก็มักจะรับช่วงต่อในการดูแลโบสถ์เป็นทอดๆ นั่นเอง 

ทว่าพอมาที่รุ่นฉัน พ่อกับแม่ดันมีแค่ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะมีชีวิตได้อีกนานแค่ไหน เรียกได้ว่าผู้สืบทอดเจตจำนงของโบสถ์เนเวอร์ดาอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้แก่ผู้คนในบริเวณนี้อาจจะจบลงที่รุ่นฉันแล้วส่งต่อให้กับตระกูลอื่นมาดูแลแทนก็ได้ 

 

 

ภายหลังฉันอาบน้ำแต่งตัวแล้ว ก็เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ แล้วเดินลงมายังห้องรับรองแขกของบ้าน ก่อนจะพบเข้ากับภาพชวนอึ้งทึ่ง  

เพราะเห็นคุณพ่อคุณแม่ของฉันกำลังนั่งพูดคุยกับ ‘หมอนั่น’ ด้วยรอยยิ้ม 

“ไอ้หมอนั่น!”  

ใช่เลย มันคือไอ้คนเมื่อคืนที่บอกว่าตัวเองเป็นมังกร เขาในตอนนี้ฉีกยิ้มหน้าระรื่นด้วยสีหน้าเบิกบานสดใสราวกับผู้มีเมตดาเอื้อเฟือเผื่อแผ่มนุษย์โลก จนเมื่อคุณแม่หันมาเห็นฉันถึงได้กวักมือเรียกให้ไปนั่งคุย 

“สวัสดีค่ะ” แม้จะรู้สึกตงิดใจ แต่จำต้องแค่นยิ้มส่งให้เดรโกเพื่อไม่ให้คุณพ่อคุณแม่สงสัย 

น่าแปลกที่หมอนี่เข้ามาในบ้านฉันได้ ทั้งๆ ที่มีสิ่งของศักดิ์สิทธิ์มากมายวางอยู่ในบ้านเพื่อป้องกันภูติผีปีศาจเข้ามาข้างใน 

แสดงว่าพวกมังกรมันไม่ใช่จำพวกเดียวกับปีศาจเหรอ? 

ฉันที่คิดอะไรเพลินๆ อยู่ถูกไอ้หมอนั่นเปิดปากถาม “คุณเป็นยังไงบ้างครับ พอดีว่าผมหลงทางในป่าแล้วเจอคุณนอนสลบอยู่ในนั้นเมื่อคืนนี้ ผมพยายามปลุกคุณอยู่นานคุณก็ไม่ตื่น ผมเลยอุ้มคุณออกมาจากป่าจนกระทั่งมาเจอโบสถ์แห่งนี้…บังเอิญจริงๆ ที่ที่แห่งนี้คือบ้านคุณ”  

ชายหนุ่มตรงหน้าเล่าเรื่องราวออกมาด้วยสีหน้าเป็นธรรมชาติอย่างแนบเนียนเสมือนเรื่องโกหกเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจริงจนฉันกำหมัดให้กับความแหล 

แม้ใจอยากจะเปิดโปงรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเขาก็เถอะ แต่หากเขาไม่พอใจแล้ว ‘กิน’ พ่อแม่ฉันเข้าไปนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดี 

ทว่าการที่เขาพาฉันกลับมาที่นี่โดยไม่บุบสลาย แสดงว่าเขาไม่ได้กะจะกินฉันเข้าไปใช่ไหมนะ? 

 

 

Drago’s Talk 

 

เหตุการณ์เมื่อคืนก่อนหน้านี้ ในตอนที่ผมเอาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้มนุษย์ง่วงงุนเผาในตะเกียง ส่งผลให้หญิงสาวเจ้าของผมสีบลอนด์ผล็อยหลับไป เพื่อที่ผมจะได้สำรวจตรวจตราประทับบนกายเธอได้เต็มที่ 

“หึ คิดว่าของพวกนี้จะทำอะไรผมได้เหรอ” ผมปัดสร้อยไม้กางเขนและลูกประคำพวกนั้นไปด้านข้าง ก่อนจะแหวกอกเสื้อเธอออก เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวกระจ่างชวนให้รู้สึกร้อนรุ่ม 

แม้จะเคยเห็นของหญิงสาวมามากมายนับไม่ถ้วน ทว่าอะไรบางอย่างในกายเธอมันเชิญชวนเย้ายวนใจให้ผมอยากเสพสมกับเจ้าหล่อนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมหวานอบอวลรอบกาย หรือแม้แต่ความใสสะอาดของพลังวิญญาณเธอที่ทำให้ผมรู้สึกอยากดูดกลืนเธอเข้าไป 

อ่า…อาจจะเพราะแบบนี้ใช่ไหม กลิ่นอายของวิญญาณนี้ถึงได้ล่อพวกปีศาจชั้นต่ำเหล่านั้นให้เข้ามาด้อมๆ มองๆ หวังครอบครองร่างอันโอชะของหญิงสาว 

“หึ หลังจากนี้พวกมันแตะต้องตัวเธอไม่ได้หรอก ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่” 

เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยบอกเผื่อแผ่ถึงพวกวิญญาณเร่ร่อนและปีศาจชั้นต่ำที่มาอออยู่เหนือปากทางเข้าถ้ำด้านบน ทว่าไม่สามารถเข้ามาในอาณาเขตอาคมนี้ได้  

ดูเหมือนว่าเจ้าคนที่ผนึกเขาให้หลับไหลจะป้องกันสถานที่นี้ไว้เป็นอย่างดี พลังวิญญาณธาตุแสงที่ครอบคลุมอาณาเขตโบสถ์เอาไว้จึงเป็นผลดีกับตัว ‘นายสาว’ คนใหม่ของผม 

“อื้อ” มือหนาสัมผัสไปตามเนินเนื้ออวบอิ่มนั้น จนร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นแพขนตาสั่นไหว นิ้วร้อนเคลื่อนเข้าไปใกล้ตราสัญลักษณ์คล้ายรูปพระอาทิตย์คล้องพระจันทร์เสี้ยวทับซ้อนกัน ทว่าผมหยุดมือไว้แค่นั้นเพราะไม่กล้าแตะต้องตราสุ่มสี่สุ่มห้าอีก 

รอบก่อนถูกพลังบางอย่างดีดร่างผมออกไปจนปลิวไปติดผนัง แม้กริชบนอกจะถูกดึงออกไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพันธะทาสที่บรรพบุรุษตระกูลเนเวอร์ดาทำไว้กับผมมันถูกย้ายมาอยู่ที่หญิงสาวคนนี้แทนโดยสมบูรณ์ 

ดังนั้นหากอยากจะหลุดพ้นพันธะนี้ มนุษย์คู่พันธะต้องตายเสียก่อน  

แต่ผมไม่สามารถฆ่าเธอได้ เพราะหากเธอตายก่อนเวลาอันควรผมก็จะตายตาม หน้าที่ผมคือต้องดูแลเธอไปจนกว่าจะแก่ตายไปเอง สิ่งที่ทำได้มากสุดก็แค่แตะต้องเนื้อตัวเธอ ขบกัดได้ทำให้เลือดออกได้โดยห้ามก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต 

“แทนที่จะปล่อนให้ผมได้อิสระ ดูเหมือนการผูกพันธะจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เธอถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย” ผมมองใบหน้างามหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใด 

การถูกผูกพันธะเลือดนี้นอกจากผมจะไร้ซึ่งอิสระแล้ว ยังต้องทำตามคำสั่งของเจ้านายอีกด้วย แน่นอนว่าผมต้องปกป้องร่างกายและชีวิตของนาเดียไปโดยปริยาย เพราะหากเธอตายก่อนที่จะหมดสิ้นอายุขัย ความเจ็บปวดจากพันธะที่สะท้อนกลับจะทำให้ผมตายตาม  

สมัยหลายพันปีก่อนผมเคยรู้จักมังกรที่ถูกผูกพันธะทาส แล้วตัวมันเองพยายามแหกคอกเพราะไม่อยากตกเป็นทาสพวกพ่อมด จึงวางแผนให้มีคนมาสังหารนายของมัน แต่ความเจ็บปวดจากการที่คู่สัญญาตายทำให้หมอนั่นทรมานจนกระทั่งตายไปทั้งๆ แบบนั้น  

ดังนั้นหากใครพลาดท่าถูกผูกพันธะก็แค่ยอมๆ ทำไปให้จบๆ เพราะอายุขัยพวกมนุษย์มันก็ไม่กี่ปี ดีกว่าทนเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อสนองความต้องการเพียงชั่ววูบ 

น่าเสียดาย ไอ้คนตระกูลเนเวอร์ดาที่ผูกพันธะกับผมมันน่าจะถูกฆ่าให้ตายสักหลายๆ รอบ เพราะแทนที่มันจะใช้งานผมสักสี่สิบห้าสิบปีพอมันตายผมจะได้อิสระ กลับสั่งให้ผมหลับอยู่ในโลงนั่นเป็นพันๆ ปี  

โชคดีที่นาเดียมาปลุกให้ตื่น ไม่อย่างงั้นผมคงได้นอนจนหมดอายุขัย (ก็พอจะรู้สาเหตุอยู่หรอก คงเพราะผมทำกรรมฆ่าคนมาเยอะ หมอนั่นเลยแก้ปัญหาแบบนี้แทน) 

“ในเมื่อคุณทำให้ผมตื่น งั้นผมจะตอบแทนด้วยการยอมเป็นทาสให้คุณละกันนาเดีย…ผมจะดูแลคุณจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อแลกกับอิสระของผม และผมจะปกป้องคุณจากสิ่งชั่วรายพวกนั้นเอง” 

 

Drago’s Talk ended 

 


หลังจากนี้เขาทั้งสองก็แยกจากกันบ่ได้แล้วววว
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว