facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ ๑๐ (1/2)

คำค้น : พร้อมทิวา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2565 16:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑๐ (1/2)
แบบอักษร

บทที่ ๑๐ 

[๑/๒] 

 

 

           เมื่ออาหารคาวจบลงอาหารหวานก็ถูกจัดขึ้นโต๊ะ ซึ่งของหวานนั้นไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่เป็นขนมที่พร้อมภพหิ้วมาจากบ้านคุณนมนั่นเอง

           “ขนมนี่คุณชายเธอเอามาฝาก พ่อเลยให้จัดขึ้นโต๊ะ จะได้กินด้วยกันเสียเลย” ทองเทพพยักหน้ารับก่อนจะหันไปถามคุณชายที่นั่งอยู่

           “ขนมที่วังหรือครับคุณชาย”

           “เปล่าครับ เป็นขนมจากร้านของคุณนม นางข้าหลวงของท่านย่าครับ” พร้อมภพตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่ากลับดูภูมิฐานจนทองเทพชื่นชม และนอกจากนั้นอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างทองเทพเอง ก็รู้สึกพอใจในตัวคุณชายรองคนนี้ไม่น้อย

           “อร่อยทุกอย่างเลยครับคุณลุง อย่างลูกชุบนกขมิ้นนี่ ผมเองไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน” ทิวารีบบอก

           “นั่นซี สวยแปลกตาเชียว” เป็นเศรษฐีช่างทองที่พูดขึ้น ก่อนจะหยิบเอาลูกชุบขึ้นมาดู จากนั้นก็กัดชิมตามลำดับ “อร่อยอย่างที่ว่า ไม่หวานแหลมจนแสบคอ ตาชอบ”

           ทิวายิ้มอย่างพอใจ เขาและคุณตาชอบรสชาติเดียวกัน คือขนมที่ไม่หวานจัดจนเกินไป

           เมื่อทุกคนได้ยินท่านเศรษฐีพูดแบบนั้นจึงหยิบลูกชุบขึ้นมาชิมบ้าง ทองเทพและมานพเองก็ดูจะพอใจกับขนมตรงหน้าไม่น้อย ส่วนคนที่นั่งอยู่ระหว่างสองพ่อลูกนั้น...

           “อร่อยค่ะ หอมควันเทียน เสียแต่ว่าหวานน้อยไปนิด” คนช่างติอย่างมณีว่าออกไปอย่างไม่เกรงใจคนที่นำมา จนสามีรู้สึกหน้าชาแทบอยากแทรกแผ่นดิน ทว่าตัวเธอไม่ได้รู้สึกว่ามันผิดจนนิด ของมันจืดจะให้ชมว่าอร่อยได้อย่างไร นั่นคือสิ่งที่เธอคิด สุดท้ายจึงเป็นทิวาเองที่ทนไม่ได้ จากไม่เคยคิดจะท้วงติงเพราะพอจะรู้นิสัยป้าสะใภ้ดี ทว่าครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่ามันออกจะเสียมารยาทไปหน่อย

           “อย่างนั้นคุณป้าทานอย่างอื่นเถอะ อย่างทองหยอดนั่นน่าจะหวานถูกใจคุณป้า” มณีเลือดขึ้นหน้าทันทีที่ทิวาพูดจบ หน็อย! ไอ้เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน มณีคิดเท่านั้นก็ขบฟันแน่น นี่มันกล้าดีอย่างไรถึงมาต่อปากกับเธอ เธอเหลือทนจึงเตรียมจะอ้าปากด่า ทว่าเป็นเศรษฐีช่างทองนั่นเองที่มองออก จึงได้เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย

           “แล้วคุณชายจะกลับไปเรียนต่อเมื่อไรล่ะ” มณีเก็บปากเก็บคำของเธอลง พลางมองไปยังพ่อตาอย่างไม่พอใจนัก ทว่าเศรษฐีช่างทองกลับไม่ได้สนใจ แสร้งเป็นว่าไม่เห็นอาการโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของลูกสะใภ้เสีย

           “สิ้นเดือนครับคุณตา ผมมีเวลาอยู่เพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น ต้องรีบกลับไปสอบครับ”

           “เสียดาย กลับมาแค่เดี๋ยวเดียวก็ต้องไปอีกแล้ว” ชายชราพูดพลางจิ้มเอาลูกชุบขึ้นมากัดคำเล็ก ๆ ส่วนทิวาหลังจากได้ตอกกลับบ้านป้าสะใภ้ไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินขนมไม่พูดไม่จา

           “มาแล้วเจ้าค่ะ มาแล้ว” จนกระทั่งเมื่อนางนิ่มเอ่ยแทรกขึ้น เธอเดินมาพร้อมกับขนมจานใหญ่สีคุ้นตา ที่ทำเอาพร้อมภพแปลกใจ

           “หยกมณีหรือ” ชายชราถามขึ้น

           “เจ้าค่ะท่านเศรษฐี” นางนิ่มตอบก่อนจะถอยออกไปนั่งด้านหลัง แล้วบอกต่อ “คุณทิวาเธอทำไว้เจ้าค่ะ แต่ไอ้ขันลืมยกมา”

           พร้อมภพหันมองคนที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่ข้างกันแล้วยกยิ้ม กลับมาคราวนี้ถือว่าคุ้มแล้ว เมื่อได้กินหยกมณีฝีมือน้องน้อยของพี่ เห็นอีกฝ่ายยังไม่พูดไม่จาแบบนั้นเขาจึงโน้มลงกระซิบถาม

           “ขนมนี่ เธอทำให้พี่หรือ”

           ทิวาเงยหน้าขึ้นหวังจะตอบอีกฝ่าย ทว่าสายตากลับไปสบเข้ากับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสียก่อน และวันนี้ทิวาไม่คิดจะลดราให้อีกฝ่ายจนนิด เพราะเขาคิดว่าเธอไม่มีสิทธิ์ว่าขนมของคุณนม!

           “ครับ ทำให้พี่ชาย รสชาติหวานน้อย พี่ชายกับคุณตาน่าจะชอบ” ทิวาเน้นชัดว่าทำให้ใคร มณีที่กำลังจะยกขนมเข้าปากถึงกับชะงัก เธอวางหยกมณีสีสวยลงจานแล้วลุกพรวดขึ้น

           “ลูกลาก่อนนะคะคุณพ่อ อาหารมื้อนี้รสชาติดี เสียแต่ว่าบรรยากาศแย่ไปสักหน่อยเท่านั้น” เธอพูดขึ้นอย่างเดือดดาล แววตาเอาเรื่องถูกส่งไปยังเด็กชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีต่อมาสีหน้าของเธอกลับต้องเจื่อนลง เมื่อพร้อมภพเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็น

           “ผมต้องขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้อาหารมื้อนี้ของคุณมณีไม่น่าภิรมย์” พร้อมภพไม่เพียงพูดเปล่า แต่เขาถึงกับยกมือไหว้มณีจนเธอแทบรับไหว้ไม่ทัน

           “น้าไม่ได้ว่าคุณชายนะคะ แต่น้าหมายถึงคนอื่น” เธอแทนตัวเองราวกับคนสนิทชิดเชื้อกับพร้อมภพ อีกทั้งยังกดกระแทกเสียงลงในประโยคสุดท้ายใส่ร่างบางที่นั่งอยู่ข้างเขา สีหน้าและท่าทางยังคงไม่ลดราวาศอกจนนิด

           วันนี้ทิวาไม่รู้ไปเอาแรงฮึดมาจากไหน แต่เขารู้เพียงว่าจะไม่ยอมให้คุณป้าแสดงอาการไร้มารยาทต่อหน้าแขก ทิวาคิดได้ดังนั้นจึงกำลังจะสวนกลับ เมื่อคุณป้าไม่คิดจะขอโทษคุณชายเธอ เขาก็จะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ เช่นกัน

           ทว่าตอนนั้นเองเศรษฐีช่างทองก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน...

           “ไปเถอะแม่มณี” เสียงแหบพร่ากดต่ำอย่างที่ไม่ค่อยได้ทำบ่อยนัก น้ำเสียงจากชายชราที่ยังคงทรงอำนาจทำเอามานพและทองเทพรู้สึกขนลุกเกรียว นานแล้วที่ไม่เห็นเศรษฐีช่างทองมีท่าทางโกรธแบบนี้

           เมื่อมณีได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอสะบัดตัวพลางย่ำเท้าเสียงดังออกไปอย่างไม่พอใจ เศรษฐีช่างทองถึงกับส่ายหน้าอย่างที่ไม่เคยทำ นึกระอาใจกับลูกสะใภ้ของตนเอง แต่ก็ไม่เคยพูดออกไปสักครา เพราะเกรงว่าลูกชายจะไม่สบายใจไปด้วย

           “อย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับคุณปู่” มานพเห็นท่าทางของมารดาแบบนั้นก็รีบขอตัวตามออกไป เพราะหากไม่ตามไปเขาก็รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทองเทพเองที่รู้นิสัยเมียดีจึงรีบพูดขึ้นอีกคน

           “ผมต้องขอโทษด้วยครับคุณพ่อ” ทองเทพบอกบิดาของตนอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะหันไปยังอีกสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน “ลุงขอโทษแทนป้าเขาด้วยนะลูก”

           “ไม่เป็นไรครับคุณลุง”

           “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคุณชาย ไว้คราวหน้าหวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมโต๊ะกันอีก” ทองเทพเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ แม้อีกฝ่ายจะมีอายุน้อยกว่าเขา แต่ด้วยศักดิ์ที่สูงกว่าเขาจึงรู้สึกเกรงใจพร้อมภพไม่น้อย

           “ไม่เป็นไรครับ ผมเองต้องขอโทษเช่นกันที่มาโดยไม่ได้แจ้งไว้ก่อน”

           “ไม่หรอกครับคุณชาย คุณชายจะมาเมื่อไรก็ได้ คุณพ่อท่านจะได้มีเพื่อนคุย” พร้อมภพพยักหน้ารับเพียงเล็ก ๆ เพื่อรับทราบ ก่อนร่างบางที่นั่งเงียบมาตลอดมื้ออาหารจะเอ่ยลา

           “ลาครับคุณชาย” พร้อมภพไม่พูดสิ่งใด เขาเพียงยกมือรับไหว้อีกฝ่ายเท่านั้น

           สายตาเชื่อมของมานพไม่อาจดึงความสนใจของพร้อมภพที่มีต่อคนข้างกายได้จนนาทีเดียว มานพเห็นแบบนั้นจึงได้บอกลาคุณปู่แล้วเดินก้มหน้าก้มตาออกไป ไม่นานนักทองเทพก็ขอตัวกลับบ้านเช่นกัน

           

           บ้านของทองเทพเดินจากไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ที่โต๊ะอาหารเหลือเพียงแต่ชายชรา ทิวา และพร้อมภพ ทิวายังคงนั่งเงียบสีหน้าบอกบุญไม่รับอยู่อย่างนั้น

           พร้อมภพไม่เคยเห็นน้องในมุมนี้สักครั้ง จึงไม่รู้จะต้องทำอย่างไร เพราะปกติแล้วทิวาจะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว เรียกได้ว่าแค่เง้างอนเท่านั้น ยังไม่เคยเห็นเจ้าตัวมีฤทธิ์ถึงเพียงนี้มาก่อน

           ทว่าเศรษฐีช่างทองกลับรู้นิสัยของหลานตัวเองดี ทิวาไม่ใช่คนที่จะแสดงออกด้วยอาการไม่น่ารักเช่นนี้บ่อยนัก แม้จะโดนว่าหรือกระแนะกระแหนมากเพียงใด ทิวาก็ไม่เคยแสดงออกว่าไม่พอใจ เขามักเก็บความรู้สึกเอาไว้เพียงคนเดียว แต่หากคนที่เขาเคารพรักหรือคนใกล้ตัวต้องโดนว่าแล้วนั้น หลานชายคนนี้จะไม่ยอมปล่อยผ่านมันไปเด็ดขาด นี่ก็เพิ่งจะเห็นทิวาสวนกลับมณีเป็นครั้งแรก ทั้งที่เมื่อก่อนเก็บความกรุ่นในใจเงียบมาตลอด ไม่ว่าแม่มณีจะว่าอะไรก็ตาม

           “ช่างเขาเถิดลูก ทิวาก็รู้นิสัยป้าเขาดี เขาเป็นของเขาอย่างนั้นมานานแล้ว ทิวาจะไปหงุดหงิดให้ใจของเรามันรุ่มร้อนตามเขาทำไม” ถ้อยคำของคุณตาเรียกสติทิวาได้เป็นอย่างดี เขาซบเข้าที่ไหล่ลู่ของคุณตาอย่างหมดแรง

           “ไม่คิดเลยว่าการต่อปากต่อคำจะเหนื่อยถึงเพียงนี้ ต่อจากนี้ทิวาจะไม่ทำแล้วครับคุณตา ทิวาเหนื่อย” ร่างบางบ่นกระปอดกระแปด เมื่อครู่ยังแผลงฤทธิ์อย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เสียแล้ว

           “เป็นอย่างนั้นไปเสียได้ไอ้หลานคนนี้” เศรษฐีช่างทองหัวเราะกับคำของหลานชาย ที่หลานชายไม่ได้รู้สึกดีหรือไม่ดี แต่กลายเป็นว่าหลานชายของเขารู้สึกเหนื่อยเสียได้

           นอกจากเศรษฐีช่างทองจะหัวเราะอย่างชอบใจแล้ว อีกคนที่นั่งอยู่ข้างทิวาก็ยิ้มออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง เจ้าตัวเล็กของเขาแสบเอาเรื่องอยู่พอตัว เดิมทีก็รู้อยู่ว่าเจ้าแสบของเขาทั้งรอบรู้และเป็นคนเก่ง ทว่าเพิ่งรู้วันนี้เองว่าเรื่องปากก็ไม่น้อยหน้าใคร

           เก่งจริงเชียว ตัวก็เท่านี้....

 

           พร้อมภพและทิวาลากลับเมื่อถึงเวลาอันสมควร ในมือของพร้อมภพมีตะกร้าที่เขานำติดมือมาด้วย ทว่าขนมข้างในกลับไม่ใช่ฝีมือคุณนม แต่เป็นหยกมณีฝีมือทิวาที่ถูกจัดไว้จนเต็มตะกร้า

           ทั้งสองก้าวขึ้นรถก่อนจะเคลื่อนตัวออกจากบ้านของเศรษฐีช่างทอง ถนนสายเล็กมืดสลัวมีเพียงแสงสว่างจากไฟหน้ารถที่ส่องไปด้านหน้า ทิวายังคงนั่งเงียบพลางยื่นหน้าออกไปในความมืด รับลมเย็น ๆ ในยามค่ำคืน เขาทำอย่างนั้นอยู่สักพักและไม่มีทีท่าว่าจะกลับมานั่งดี ๆ พร้อมภพเกรงว่าน้องจะไม่สบายเข้าจึงรีบบอก

           “กลับมานั่งดี ๆ ได้แล้ว โดนน้ำค้างมากเข้าประเดี๋ยวจะไม่สบาย” ทิวาได้ยินก็ถอยกลับมานั่งดี ๆ ตามคำบอกของอีกฝ่าย รอยยิ้มเล็กยังไม่จางไปจากหน้าสวย เขาชอบบรรยากาศตอนกลางคืนที่สุด โดยเฉพาะเวลาได้นั่งรถไปเรื่อย ๆ แบบนี้

           “ชอบนักหรือ ยื่นหน้าออกไปรับลมแบบนั้น” พร้อมภพถามขึ้น เมื่อสังเกตเห็นว่าทิวาชอบยื่นหน้า ยื่นมือเล็ก ๆ ออกไปรับลมอย่างนั้นหลายครั้งแล้ว

           “ชอบครับ โดยเฉพาะตอนกลางคืนแบบนี้” ทิวาตอบพร้อมยิ้มให้อีกฝ่าย

           “เคยออกไปข้างนอกตอนกลางคืนด้วยหรือ ไปกับใคร” พร้อมภพถามขึ้น ทว่าปลายเสียงติดแข็งอย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งคิ้วหนาเองก็ขมวดเข้าหากันอย่างไม่ตั้งใจ

           “ต้องเคยซิครับ บางครั้งก็ไปกับคุณแม่ บางครั้งก็ไปกับเตี่ยและพี่ธนา” ทิวาตอบด้วยน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาว ส่วนพร้อมภพที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกโล่งใจแปลก ๆ

 

           รถยนต์เคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ รถราเริ่มหนาตาขึ้นมากเมื่อตัดเข้าถนนเยาวราช ผู้คนขวักไขว่ในยามค่ำคืนด้วยเพราะภัตตาคารชื่อดังต่างอยู่แถวนี้ทั้งสิ้น ขับไปไม่นานทิวาก็บอกให้พร้อมภพจอด

           “จอดตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินต่อไปเอง”

           “จะนอนบ้านเยาวราชหรือ พี่คิดว่าจะไปนอนที่บ้านราชวงศ์เสียอีก”

           “นอนบ้านราชวงศ์ครับ แต่จากตรงนี้เดินไปอีกไม่ไกล พี่ชายจะได้วนรถกลับบ้านเสียเลย ไม่ต้องลำบากเข้าไปด้านใน”

           “แล้วจะให้พี่ปล่อยเราลงตรงนี้ได้อย่างไร หากแม่เรารู้เข้าครั้งหน้าจะกล้าปล่อยไปกับพี่หรือ” น้ำเสียงติดดุเล็ก ๆ ทำให้ทิวาหน้าเจื่อนลง “อีกอย่าง พี่ไม่เคยคิดว่าลำบากจนนิด รู้ไว้เสีย”

           จบกันเพียงเท่านั้น ทิวาก็ได้แต่นั่งเงียบจนกระทั่งรถยนต์เลี้ยวมาจอดอยู่ที่หน้าตึกแถวสี่คูหา ที่เถ้าแก่เม้งผู้เป็นบิดาขยายกิจการออกจนกว้างขวาง

           รถยนต์จอดสนิทลงทิวาก็หันไปหาคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ยกมือไหว้ลาอย่างอ่อนน้อมตามที่โดนสั่งสอนมาเป็นอย่างดี พร้อมภพเห็นก็รับไหว้น้องอย่างสุภาพไม่ต่างกัน ในใจเพียงคิด...ถ้าหากรวบมือเล็กนั้นมาไว้ได้คงทำไปแล้ว

           “ขอบใจ” พร้อมภพเอ่ยขึ้นเมื่อทิวาทำท่าจะเปิดประตูลงจากรถ ร่างเล็กหันมามองเขาอย่างประหลาดใจ ว่าอีกฝ่ายเอ่ยขอบคุณเรื่องอะไรกัน ก่อนที่พร้อมภพเฉลยออกมา “ขอบคุณสำหรับขนมที่ทำให้พี่”

           ทิวาเริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับน้ำเสียงแสนนุ่มของคุณชายเธอ เขาไม่เข้าใจตัวเองนักว่าทำไมต้องรู้สึกอ่อนไหวกับน้ำเสียงแบบนั้นด้วย อีกทั้งยังเป็นแค่เฉพาะกับพร้อมภพเท่านั้น คนอื่นไม่ยักเป็น

           “ไม่เป็นไรครับ” โดยปกติแล้วเขาคงสัพยอกอีกฝ่ายให้แสบ ๆ คัน ๆ ตามนิสัยชอบแกล้งของตัวเอง เพราะพร้อมภพเองก็ชอบแกล้งเขาน้อยเสียเมื่อไร หากได้มีโอกาสเอาคืนทิวาจึงไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือไป แต่วันนี้ความรู้สึกอยากเอาคืนกลับไม่มีจนนิด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาต่อปากต่อคำกับคุณป้าจนเหนื่อย หรือเพราะรอยยิ้มบางที่เผยอยู่ตอนนี้กันแน่

           ทิวาทำเพียงคิดอยู่ในใจอย่างฟุ้งซ่าน ก่อนจะหันไปคว้าที่จับประตูเตรียมเปิดออกไป ทว่าตอนนั้นเองแขนเล็กอีกฝั่งกลับโดนมือหนาของอีกคนคว้าไว้เสียก่อน

           ทิวาหันไปตามแรงรั้งเบา ๆ ของพร้อมภพ พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดขึ้น...

           “พี่ยังพูดไม่จบ”

           “มีอะไรอีกหรือครับ”

           “พี่ขอบใจ” ทิวาได้ยินก็ยกคิ้วอย่างพิศวง ...ขอบใจอีกแล้ว ขอบใจบ่อยจริงเชียว เรื่องมารยาทดีคงไม่มีใครเกินคุณชายเธอ

           “เรื่องอะไรหรือครับ หากเป็นเรื่องขนม...ผมยินดี รบกวนฝากพี่ชายแบ่งให้ชายพงษ์และคนอื่น ๆ ทานด้วยได้หรือไม่ครับ”

           “พี่ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น” พร้อมภพบอก ทิวาจึงได้แต่เงียบฟังว่าพร้อมภพจะบอกอะไรกับเขากันแน่ จนสุดท้ายเสียงนุ่มก็เอ่ยขึ้น ขณะโน้มตัวลงมาใกล้เขา “พี่ขอบคุณที่ช่วยปกป้องคุณนมและพี่”

           ทิวาหน้าร้อนฉ่าอย่างที่ไม่เคยเป็น ปฏิกิริยาร่างกายและหัวใจที่สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยรู้สึก ทำให้เขารีบเปิดประตูแล้วโดดลงจากรถทันที เขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองปิดประตูรถใส่เจ้าของรถแรงแค่ไหน ไม่แม้กระทั่งหันกลับไปร่ำลาคนที่อุตส่าห์มาส่งเขาถึงบ้าน หรือแม้กระทั่งยืนรอให้พร้อมภพขับรถจากไปอย่างที่ควรจะเป็น ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่าต้องรีบเข้าบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

           ส่วนพร้อมภพที่นั่งอยู่ในรถแล้วโดนประตูปิดใส่หน้าอย่างจัง กลับไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองที่โดนเสียมารยาทใส่จนนิด กลับกันเขาเอาแต่นั่งยิ้มพลางมองไปยังตรอกเล็กที่น้องเดินหายลับตาเข้าไป พร้อมภพนั่งรอจนกระทั่งไฟในบ้านเปิดขึ้น จากนั้นจึงสตาร์ตรถแล้วออกเดินทางกลับวัง

 

           ค่ำคืนวันนี้ของพร้อมภพดูเหมือนจะเป็นคืนแสนพิเศษที่สุดในรอบหกปี เพราะนอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกับใครบางคนแล้ว ด้านหลังของรถยังมีตะกร้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยขนมที่เขาโปรดปราน ขนมที่เขาเฝ้ารอคอยจะได้ทานมันมาร่วมหกปี


ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจค่ะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว