ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ผม...ขอโทษ

คำค้น : #แวมไพร์ #แวร์วูล #แมว #ยักษ์ #น่ารัก #ซื่อบื้อ #วิ้งของวิค #ทาสรัก #ยักษ์ของพ่อมด #แฟนตาซี #Yaoi #นิยายวาย #BoyLove #BL #คลั่งรัก #ชายรักชาย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 320

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2565 16:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผม...ขอโทษ
แบบอักษร

EP.2 ผม...ขอโทษ 

 

“ขอบคุณมากๆ นะครับ” ผมทั้งยิ้มและโยกตัวโบกมือลาคนที่ยอมมาซ่อมประตูบ้านที่พังให้ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนทำ คุณแบดไม่ได้หันกลับมามองเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเดินไปข้างหน้า เขายังเป็นคนใจดีที่เข้าใจยากเหมือนเดิม 

“ของกินเต็มบ้านแล้ว สบายจาย~” ตอนนี้ในห้องครัวมีทั้งของที่ผมเพิ่งจะได้รับหลังจากที่ออกไปกินข้าวข้างนอกบ้านเมื่อตอนเช้า และของที่คุณแบดคนที่สละเวลามาช่วยซ่อมประตูที่พังให้หิ้วมาฝาก มันมีมากพอที่จะทำให้ผมอิ่มท้องไปได้อีกหลายวันเลย 

ดวงตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า อากาศหนาวไม่สามารถทำอะไรผมได้อีกต่อไปแล้ว เพราะผมมีผ้าห่มผืนใหม่ไซซ์ใหญ่สุดๆ จากคุณแบด 

เหมียว~ 

“หืม?” ผมรีบมองหาต้นตอของเสียงด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด 

เหมียว~ 

“แค่แมว...ใช่ไหม?” ถึงผมจะถามออกไปอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงๆ หรอกนะ ข้างนอกบ้านที่มืดสนิทแถมยังเงียบสงัด บรรยากาศมันช่างเป็นใจจริงๆ ผมที่อยู่คนเดียวมานานไม่เคยชินกับอะไรแบบนี้สักเท่าไรได้แต่ปลอบใจตัวเองว่ามันคงจะไม่มีอะไร 

ย้ายไปอยู่กับข้าซะก็สิ้นเรื่อง! 

อยู่ๆ ผมก็นึกถึงคำพูดของเซโร่เมื่อตอนกลางวันขึ้นมา หลังจากที่นั่งกินข้าวด้วยกันเซโร่ก็พาผมย่อยอาหารด้วยการเดินรอบตลาด ก่อนจะวนกลับมาส่งที่ป่าสนแถวๆ ทางเข้าบ้าน  

เซโร่ชวนผมไปอยู่ด้วย เพราะผมดันเผลอเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีเงินใช้ ถึงความจริงแล้วมันจะไม่ใช่แค่ช่วงนี้ก็เถอะที่ผมไม่ค่อยจะมีเงิน  

และผมขอให้คำสัญญาเลยว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟังอีกเด็ดขาด ผมรีบปฏิเสธเซโร่ทันทีเพราะกลัวว่าจะโดนวิคเตอร์โกรธ ถ้าเกิดผมเผลอตอบตกลงไปมีหวังบ้านได้ระเบิดแน่ๆ 

แล้วทำไมผมถึงต้องกลัวว่าวิคเตอร์จะโกรธด้วยละ? 

อืม....นั่นน่ะสิ ทำไมกันนะ? 

เหมียว~ 

เสียงร้องเหมียวเหมียวดังขึ้นมาอีกหลายครั้ง แต่เสียงที่ได้ยินเริ่มจะดังเบาลงเรื่อยๆ จนผมเริ่มสงสัย มันมีความลับอย่างหนึ่งที่ผมไม่เคยกล้าบอกใคร และก็เชื่อเหลือเกินว่าคงจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากพ่อและแม่ นั่นก็คือ... 

ผม...กลัวผี! 

ช..ช่วย...ด้วย 

เส้นขนบนตัวของผมพร้อมใจกันลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ 

เอ๊ะ? 

ช่วยด้วยเหรอ? 

เอ๊ะ! 

ไม่ทันจะได้คิดอะไรตัวของผมก็ยืนเอามือจับลูกบิดประตูเตรียมที่จะวิ่งออกไปข้างนอกเสียแล้ว ผมยืนกลั้นใจคิดหนักว่าควรจะเปิดดีไหม ถ้าหากวิคเตอร์รู้ว่าผมแอบออกจากบ้านในตอนกลางคืนมีหวังต้องโดนโกรธมากแน่ๆ แต่ว่า... 

ช..ช่วย...ข้าที 

เสียงร้องที่เหมือนคนใจกำลังจะขาดก็ทำให้ผมเลือกที่จะโยนทุกอย่างที่คิดเอาไว้อยู่ในหัวทิ้งไป และภาพของคนที่กำลังนอนจมอยู่ข้างในกองเลือดสีแดงสดก็ทำให้ผมถึงพูดอะไรไม่ออก แต่พอตั้งสติได้ ผมก็รีบวิ่งลงไปหาเขาทันที 

“ไม่เป็นไร ผมจะช่วยคุณเอง ไม่เป็นไรแล้วนะ...เจ้าเหมียว?” ผมตกใจมากที่เห็นว่าคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเมื่อครู่หายวับไปเหลือเพียงเจ้าลูกแมวตัวน้อยๆ ที่เนื้อตัวมอมแมมและเปื้อนไปด้วยเลือด ถึงจะยังงงๆ อยู่แต่ผมก็ตัดสินใจอุ้มร่างที่เกือบจะไร้ลมหายใจเข้าบ้าน 

เวลาล่วงเลยจนถึงตอนเช้าเจ้าลูกแมวที่ผมเก็บได้ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่ยอมลืมตาตื่น ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมพยายามหาผ้าสะอาดๆ มาเช็ดคราบสกปรกออกจากตัวของมันถึงได้ทันสังเกตเห็นว่าบนตัวมีแต่บาดแผลมากมาย  

ส่วนมากเป็นรอยเขี้ยวและกรงเล็บ ผมเดาได้ไม่ยากเลยว่าแมวน้อยตัวนี้เพิ่งจะพบเจอกับอะไรมา มันคงจะยากมากที่จะก้าวผ่านสิ่งเหล่านั้นมา นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้นายนอนจมอยู่ข้างในกองเลือดสินะ และที่นายยังรอดมาได้เนี้ยมันคือปาฏิหาริย์ชัดๆ  

ผมนั่งยิ้มให้กำลังใจและค่อยๆ จัดการกับแผลพวกนั้นอย่างชำนาญ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดอีกไม่กี่วันคงจะหายดีและกลับมาเป็นปกติ 

“อย่าเอาแต่นั่งจ้องหน้าข้าสิ มันทำให้ข้านอนไม่หลับนะรู้ไหม” ผมยิ้มกว้างเมื่อร่างที่เคยดูไร้วิญญาณเริ่มส่งเสียง เจ้าลูกแมวน้อยค่อยๆ ลืมตา มันมองหน้าผมแล้วก็นิ่งไป 

“ข้าชื่อนาซาระ” 

“นาซาระ...อ๋อ ผมวินเทอร์” 

“ขอบคุณที่ช่วย” 

“ยินดีครับ” ผมบอกให้คนป่วยทำตัวตามสบาย เขาหลับไปอีกครั้งในห้องนอนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานของผม มันรู้สึกดีที่ผมยังมีประโยชน์กับคนอื่น  

จริงๆ แล้วความลับของผมไม่ใช่เรื่องกลัวผี แต่เป็นเรื่องที่ผมมีพลังในการรักษาต่างหาก ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นมายังไง คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่ผม พ่อและแม่เท่านั้น มันฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีที่ผมสามารถรักษาคนได้ เพียงแค่การเอามือไปสัมผัสเบาๆ ตรงที่เป็นแผลหรือรู้สึกไม่ดี ความเจ็บปวดมันจะหายไปราวกับไม่เคยมี และแผลก็จะสมานตัวเร็วขึ้นจนน่าแปลกใจ  

ผมไม่เคยกล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง มันคงจะแปลกที่มนุษย์ธรรมดาทั้งยังไร้ความสามารถอย่างผมทำอะไรอย่างนี้ได้ 

เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นความลับ...ที่ผมไม่เคยอยากจะให้ใครรู้ 

“ไม่ไปง้อจะดีเหรอ?” 

“ผม...ไม่รู้” ผมตอบแบบขอไปที นี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้วที่ผมไม่ได้เจอหน้าวิคเตอร์ เรื่องของเรื่องก็คือ... 

นี่เจ้า! 

วิคเตอร์โกรธมากที่เห็นนาซาระอยู่ในห้องนอนของผม ผมไม่รู้ว่าทำไมวิคเตอร์ต้องไม่พอใจขนาดนั้น ปกติผมก็ไม่ค่อยจะได้ใช้ห้องนอนของตัวเองสักเท่าไรอยู่แล้ว ช่วงนี้แค่ให้คนป่วยยืมไม่สิช่วง2-3วันแรกที่นาซาระอยู่กับผม เขายังเป็นแค่เจ้าลูกแมวตัวน้อยๆ อยู่เลย เตียงนอนก็ออกจะกว้างผมเลยขอนอนข้างๆ ซึ่งนาซาระเองก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจอะไรเลย แล้ววิคเตอร์ไม่พอใจที่ผมทำแบบนั้นทำไม 

ผมแปลกใจที่วิคเตอร์โกรธจนเกือบจะเผลอลงมือเผาบ้านของผม ถึงความจริงจะเป็นบ้านที่ผมเช่าวิคเตอร์อยู่ก็เถอะ 

ทำไมต้องโกรธขนาดนั้น? 

ถ้าเซโร่ไม่เข้ามาห้ามมีหวังผมคงไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่ๆ 

“ทำไมผมต้องไปง้อหมอนั้นด้วยละ” ผมหันไปถามนาซาระด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาสีลูกกวาดจ้องมองกลับมาด้วยความสงสัย นาซาระมีท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้นอาจเพราะแผลที่ได้รับมาเกือบจะหายดีแล้ว หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะเราเริ่มสนิทกันมากขึ้นก็ได้ 

รอยยิ้มที่เห็นจนชินตาว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกเอือมระอากับคนอย่างผมมากแค่ไหนทำให้ผมยิ่งไม่เข้าใจ ทั้งเรื่องที่ว่าทำไมวิคเตอร์ถึงโกรธผมเหมือนคนบ้า จะพูดหรือพยายามอธิบายไปเท่าไรก็ไม่ยอมรับฟัง และเรื่องที่นาซาระชอบนั่งถอนหายใจทิ้งเวลาที่ถามว่าผมจะไม่ไปง้อวิคเตอร์จริงๆ เหรอ แล้วผมก็ถามกลับว่าทำไมต้องไปง้อแทนที่จะตอบคำถามนั้นดีๆ ว่าจะไป หรือไม่ไป 

“พวกเจ้า...เป็นคู่รักที่แปลกดีนะ” 

“หื้อ? คู่รัก?” คำพูดของนาซาระทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ อะไรทำให้นาซาระคิดแบบนั้น ผมกับวิคเตอร์เนี้ยนะเป็น... 

“ผมกับวิคเตอร์ไม่ได้เป็นอะไรกันนะครับ” ผมถึงกับต้องหันไปพูดด้วยสีหน้าจริงจัง 

“เหรอ...” แต่นาซาระกลับลากเสียงยาวแล้วทำจมูกเสียงดังฟุตฟิตใส่ผม แววตาหยอกล้อที่ไม่ได้จะเห็นกันง่ายๆ ของนาซาระทำให้ผมเก็บอาการไม่ค่อยจะอยู่ 

“เมื่อเช้าผมอาบน้ำแล้วน่า” ผมว่าอย่างอายๆ ถึงผมจะขี้เกียจซักเสื้อผ้าแต่เรื่องอาบน้ำผมไม่เคยละเลยมันนะ ผมอาบน้ำทุกวัน ตอนเช้าบ้าง ตอนเย็นบ้าง แล้วแต่สภาพอากาศ 

“ตัวของเจ้า..มีแต่กลิ่นของแวมไพร์ตนนั้น” 

“อ๋อ เสื้อที่ผมใส่อยู่เป็นของวิคเตอร์น่ะ แล้วก็ยังไม่ได้เอาไป...ซัก” ผมเริ่มจะไม่กล้าพูดคำว่า ซัก ออกไปสักเท่าไรเมื่ออยู่ต่อหน้านาซาระ แววตาซุกซนของเจ้าคนครึ่งแมวที่ตอนนี้ไม่ค่อยจะยอมกลับไปเป็นร่างเจ้าลูกแมวตัวน้อยๆ เหมือนที่เคยเจอกันในวันแรกทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่เล็กน้อย 

เราไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย จะกลัวอะไรละ 

ผมบอกตัวเองแบบนั้นแล้วทำหน้าเหมือนกับว่ามันไม่ได้มีอะไรผิดปกติ นาซาระลุกจากเก้าอี้ตัวข้างๆ แล้วเดินมานั่งลงตรงหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

“ข้าไม่เชื่อ...เรื่องที่พวกเจ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน” ผมเม้มปากแน่นเพราะกลัวจะหลุดคำพูดที่ไม่น่าฟังออกไป ถ้าผมกับวิคเตอร์จะเป็นอะไรกันจริงๆ คงหนีไม่พ้น...เจ้าหนี้หน้าเลือดกับเด็กหนุ่มจนๆ เท่านั้นแหละ 

“คนไร้ประโยชน์อย่างผมไม่เหมาะกับวิคเตอร์หรอก” ผมไม่ได้พูดเพื่อให้ร้ายตัวเอง และก็ไม่ได้ต้องการจะพูดเพื่อให้ใครมารู้สึกสงสาร โลกที่ผมอยู่มันเปิดกว้างสำหรับทุกๆ เผ่าพันธุ์อยู่แล้ว เรื่องความรักไม่มีเพศมาเป็นกำแพงกั้นหรอก สิ่งที่ทำให้เราทั้งสองรักกันไม่ได้มันคืออย่างอื่นต่างหาก ผมรู้ว่ามีอีกตั้งหลายเหตุผลที่ทำให้ผมกับวิคเตอร์ไม่สามารถเป็นคู่รักกันได้ ผมยอมรับสิ่งเหล่านั้นและปฏิเสธทุกคนที่คิดว่าผมเหมาะสมกับวิคเตอร์ 

มนุษย์ธรรมดากับผีดูดเลือดผู้ยิ่งใหญ่...เหมาะที่จะเป็นคู่ชีวิตกันตรงไหน 

วิคเตอร์ผู้สูงส่งอยู่ไกลเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างผมจะเอื้อมถึงอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปคิดหาวิธีให้มันเสียเวลา มันไม่มีเหตุผลให้ผมต้องพยายามไขว่คว้าอะไรก็ตามที่เกินกำลังของตัวเองอยู่แล้ว แค่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ เพื่อรอคอยใครสักคนที่มีความพอดีและเหมาะสมกับคนที่แสนธรรมดาอย่างผมไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว 

“หนีไปก็เปล่าประโยชน์นะ เจ้าเด็กน้อย” นาซาระยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะเอามือมาลูบหัวและจับที่ปลายจี้บนสร้อยคอเส้นที่พ่อมอบให้ผมเอาไว้ดูต่างหน้าก่อนที่จะออกเดินทางไกล 

“ผมก็...ไม่ได้จะหนีสักหน่อย” ผมพูดแล้วรีบลุกขึ้นเดินกลับเข้าบ้าน ผมไม่เคยหนีหรือจริงๆ ผมไม่อยากจะหนีก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมจะหนีไปไหนได้กันละก็ในเมื่อผมยังต้องรอพ่อกับแม่ที่นี้ โชคชะตามักเล่นตลกกับคนที่ไร้ทางสู้เสมอ ยิ่งสำหรับคนที่ไม่มีปัญญาดูแลตัวเองอย่างผม มันคงยิ่งสนุกที่ได้ล้อเล่นกับความรู้สึกของผม ผมไม่มีทางที่จะดีพอและคู่ควรกับวิคเตอร์ ต่อให้จะต้องใช้เวลาอีกทั้งชีวิต คนที่วิคเตอร์ควรจะยกให้เป็นคนสำคัญก็ไม่มีทางที่จะมีชื่อของผมรวมอยู่ในนั้น...อยู่แล้ว 

..................... 

“ก็ไหนเจ้าบอกว่าจะไม่มาง้อไง” ผมไม่ตอบได้แต่ยืนหลบสายตาและกอดนาซาระในร่างเจ้าลูกแมวน้อยเอาไว้ ตอนแรกผมก็ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่มาง้อวิคเตอร์ เพราะผมไม่รู้ว่าผมทำอะไรผิด แต่พอได้ยินเรื่องเล่าสมัยก่อนของนาซาระที่เจ้าตัวยอมเล่าให้ฟังเมื่อคืนผมก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา 

เวลาที่คนเราจะมีความสุขจริงๆ มันสั้นนะ ไยเจ้าจึงปล่อยให้มันเสียไปเปล่าๆ แบบนี้ 

ถึงผมจะเข้าใจได้ไม่ทั้งหมดว่านาซาระต้องการจะสื่ออะไร แต่คำว่า เสียไปเปล่าๆ กับทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจจนต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วมายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้ยังไงละ 

“เจ้าเข้าไปเถอะ เดี๋ยวข้าเดินเล่นรอแถวๆ นี้” นาซาระหนีจากอ้อมกอดของผมด้วยการเปลี่ยนร่างกายให้เป็นมนุษย์ ถึงจะยังมีหูและหางงอกออกมาจากตัวแต่มันก็ไม่ได้ทำให้นาซาระดูไม่น่ามองเลย ผมรู้สึกว่าหูกับหางที่ขยับได้ทำให้นาซาระดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ 

หรือว่าผมจะชอบ.... 

“ข้าไม่ได้พิศวาสมนุษย์” นาซาระทำหน้าไม่พอใจแล้วเดินหนี ผมแอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีผมอาจจะเหมาะกับนาซาระที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ก็ได้ 

ผมว่าจะลองจีบนาซาระดู 

ปัง! 

เหมือนกับว่ามีอะไรสักอย่างหนึ่งถูกโยนลงมาจากที่สูง บานประตูที่สูงท่วมหัวถูกเปิดออกและผมก็ยังมองไม่เห็นว่ามีใครยืนรออยู่ข้างหลังบานประตูบานนั้น ผมตัดสินใจล้มเลิกความคิดบ้าๆ ในหัว ยิ้มแล้วพูดกับตัวเองว่าคงจะยากที่ผมจะจีบนาซาระติด แมวรักสันโดษ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัด แล้วเด็กขี้เหงาอย่างผมคงทนไม่ได้ที่จะต้องอยู่ให้ห่างจากคนที่ตัวเองรัก พอคิดได้อย่างนั้นแล้วผมก็ค่อยๆ ก้าวขาเดินเข้าบ้านของวิคเตอร์ 

หืม...จะเรียกว่าบ้านมันก็อาจจะฟังดูแปลกๆ เพราะที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันยิ่งใหญ่อย่างกับปราสาทที่เคยเห็นเป็นรูปวาดในหนังสือนิทานมากกว่า 

“ยินดีต้อนรับครับ” 

“สวัสดีครับคุณแบด” คนแรกที่ผมเจอในปราสาทหลังโตก็คือคุณแบดที่ในมือหิ้วตะกร้าใบใหญ่ สงสัยกำลังจะออกไปข้างนอก 

“เอ่อ...วิคเตอร์อยู่ไหมครับ” คุณแบดไม่ได้พูดอะไรแต่เอามือชี้ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของปราสาท วิคเตอร์นายเป็นราพันเซลรึยังไงทำไมถึงต้องอยู่ในห้องที่อยู่สูงขนาดนี้ กว่าผมจะเดินขึ้นมาถึงก็เล่นเอาเหงื่อออกเต็มหน้า ผมยืนผ่อนลมหายใจเข้าและออกช้าๆ มันใช้เวลานานพอสมควรกว่าผมจะสามารถกลับมาหายใจได้เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอเหมือนเดิม 

ก๊อกๆ 

ผมยังคงไม่ลืมมารยาทที่ถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็ก และมือที่ยังยกค้างเอาไว้ในอากาศก็ถูกใครบางคนฉุดรั้งให้ตัวล้มไปข้างหน้า 

“เฮ้ย!” แน่นอนว่าผมร้องออกมาเพราะตกใจ แต่หลังจากที่ได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจในลำคอของใครบางคนก็เกิดอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาทันที 

“หยุดแกล้งผมสักทีเถอะ” ผมออกแรงผลักคนตรงหน้าอย่างสุดกำลัง แต่มันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ นอกจากจะไม่สามารถสร้างระยะห่างของตัวเองกับเจ้าของห้องได้แล้ว ตัวของผมกลับยิ่งแนบชิดจนเหมือนจะถูกหลอมให้ละลายติดอยู่กับอีกฝ่ายซะด้วยซ้ำ 

“ผมร้อน!” เสียงพ่นลมหายใจใส่แรงๆ อย่างคนกำลังโมโหของผมทำให้วิคเตอร์หัวเราะ เจ้านั่นคงชอบที่เห็นผมยืนดิ้นๆ เลยยังไม่ยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระสักที แขนก็ยาว ขาก็ยาว ให้ตายเถอะรู้สึกอึดอัดเป็นบ้า 

ใช่อึดอัด....หายใจไม่ค่อยจะออกเลย ผมคิดแล้วเอามือทุบที่ตรงกลางหน้าอกของตัวเอง ทำไมผมต้องมาหายใจไม่ออกในตอนนี้ด้วย คงเพราะถูกวิคเตอร์กอดแน่นเกินไปแน่ๆ สุดท้ายผมทำได้แค่บ่นวิคเตอร์ในใจและยืนรออิสระอย่างเงียบๆ 

“เฮ้อ!” วิคเตอร์ยอมคลายอ้อมกอดและผมต้องยืนทำหน้าว่าไม่พอใจอีกตั้งหลายนาทีกว่าจะได้หลุดออกมาจากวงแขนขาวๆ นั่น 

มือเหนียวยิ่งกว่ากาวดักช้างซะอีก! 

ผมเดินอ้อมเจ้าผีขี้แกล้งไปดึงม่านสีทึบในห้องให้เปิดออก แสงสว่างจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาและมันทำให้ผมมองเห็นใบหน้าที่ยังดูโกรธอยู่ของวิคเตอร์ได้ชัดขึ้นกว่าเดิม 

“ผมไม่รู้หรอกว่านายโกรธอะไร และผมก็...” ไม่ได้มาเพราะจะง้อด้วย ประโยคอันหลังผมแอบพูดในใจ แต่เชื่อเถอะว่าอะไรที่ผมแอบพูดกับตัวเองวิคเตอร์จะได้ยินมันอยู่ดี 

วินเทอร์...ข้ากับวิคเตอร์อ่านใจคนได้นะ อย่าลืมซะละ 

นั่นเป็นประโยคบอกเล่าหรือประโยคคำเตือนกันแน่ ผมเคยคิดอยากจะถามเซโร่อยู่หลายครั้งเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่เซโร่พูดมักจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะที่ดังลั่นอยู่เสมอ 

“ข้าแค่ไม่ชอบ...ที่เจ้าใจดีกับคนอื่น” 

“คนอื่น?” ผมยืนกอดอกทำคิ้วขมวดเพราะไม่เข้าใจว่าคนอื่นที่วิคเตอร์กำลังพูดถึงคือใคร? 

“ปีศาจ...แมว” 

“อ๋อ” พอได้ยินแบบนั้นผมถึงกับเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้อง ทำท่าทีเหมือนกับว่าคนอื่นที่วิคเตอร์พูดถึงนั้นไม่มีอยู่จริงๆ สักหน่อย ผมกับนาซาระเราสนิทกันแล้ว เมื่อคืนก็ยังนอนกอดกันอยู่เลย แววตาของวิคเตอร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยในตอนที่ผมแอบเถียงแทนนาซาระในใจ 

“นาย...ไม่ชอบที่ผมช่วยนาซาระ” ผมไม่ได้บอกว่าผมช่วยรักษานาซาระยังไง มันเป็นความลับระหว่างผมกับนาซาระ แน่นอนว่าท่าทีที่เปลี่ยนไปของวิคเตอร์ทำให้ผมเริ่มสงสัย 

“นายคงไม่ชอบ...ที่ผมคิดว่านาซาระน่ารัก” ยิ่งผมพูดชื่อของนาซาระถี่ขึ้นเท่าไร แววตาของวิคเตอร์ก็ดูจะมีแต่ความไม่พอใจฉายชัดอยู่ข้างใน ถ้าจะถามว่าผมรู้ได้ยังไงนะเหรอ 

ผมเก่ง? 

ป่าว...ต้องขอบคุณกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องนั่นต่างหาก ใครว่าผีไม่มีเงา งั้นยกเว้นผีดูดเลือดที่ชื่อว่าวิคเตอร์เอาไว้สักคนละกัน ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายกำลังยืนหันหลังให้แต่ผมกลับสามารถมองเห็นเงาสะท้อนใบหน้าที่กำลังไม่พอใจของวิคเตอร์ได้สบายๆ 

“ทำอย่างกับว่า...นายกำลังหึงผมเลย” 

“เจ้า!” วิคเตอร์รีบกระโจนเข้าใส่และยกร่างของผมให้ลอยขึ้นบนอากาศ 

“ถ้านายชอบผม ผมคงจะคิดแบบนั้น แต่ผมก็รู้ว่ามันไม่ใช่!” วิคเตอร์ดูโกรธมากกว่าเดิม ทำให้ผมที่พยายามจะแกะมือของวิคเตอร์ออกจากคอทำได้ยากลำบาก ถึงมันจะไม่ได้รู้สึกเจ็บมากสักเท่าไรที่โดนยกให้หลังติดผนังห้องแล้วเหลือบไปเห็นว่าเท้าของตัวเองกำลังลอยขึ้นมาจากพื้นก็ตามนะ แต่เชื่อเถอะ...ว่าไม่มีใครชอบที่ตัวเองกำลังถูกบีบคออยู่แบบนี้แน่ๆ 

“ป..ปล่อยผม” เรี่ยวแรงที่ไม่ค่อยจะมีไม่ส่งผลอะไรกับจิตใจที่ไร้ความปราณีของวิคเตอร์ ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากอุ้มมือนั่นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งดูจะไร้ความหมาย 

ผมมันกระจอก... 

“หยุด!” วิคเตอร์เพิ่มแรงที่มือ มันทำให้ผมหยุดดิ้นและเริ่มยอมรับว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมัน... 

ไร้ประโยชน์... 

“หุบปาก!” ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมลงไปในท้องทะเลลึก มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าอากาศที่ผมเคยได้ใช้หายใจมันไม่มีเหลืออยู่รอบๆ ตัวอีกแล้ว อยู่ดีๆ ตรงกลางหน้าอกก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาเฉยๆ โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร มือซีดๆ ที่ไม่เคยมีไออุ่นของวิคเตอร์ทำให้ผมเริ่มเกิดความสงสัย...ว่าทำไมถึงได้มีแต่คนคิดว่าเราทั้งสองเป็นคนรักกัน 

เรา...จะรักกันได้ยังไง พูดว่าอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายยังจะน่าเชื่อซะมากกว่า 

วิคเตอร์จะไม่มีทางตกหลุมรักคนไร้ค่าอย่างผม และผมเองก็ไม่ควรปล่อยให้ใจคิดเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่ได้รับมาจากวิคเตอร์มันคือสิทธิพิเศษ 

“น..นายไม่ต้อง ถึง..ขั้น..ช..ชอบผ..ผมก็..ได้” 

“ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!” 

“แค..แค่ไม่..โกรธผม” แววตาของวิคเตอร์กำลังดูเจ็บปวดกับสิ่งที่ผมร้องขอ 

“อย่า..เกลียดผม” คอของผมเริ่มกลับมาเป็นอิสระ เท้าที่ได้กลับมาสัมผัสกับพื้นห้องทำให้ผมยิ้มออกมา 

วิคเตอร์...ผมจะเป็นเด็กดีของคุณ ขอแค่อย่าโกรธผมเลย  

เราคืนดีกันได้ไหม? 

นี้คือคำถามของคนที่กำลังจะหมดแรง ผมเริ่มหายใจผิดจังหวะและนอนรอคำตอบด้วยความท่าทีของคนที่ไร้ซึ่งความหวัง 

ตอนนี้ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว 

“เจ้ามันโง่!” วิคเตอร์ทุบเข้าที่กำแพงอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ 

“เจ้าเด็ก...โง่” ผมพยายามจะยิ้มให้แต่มันยากเหลือเกิน ตอนนี้วิคเตอร์จะกำลังทำหน้ายังไงอยู่กันนะ จะมองผมด้วยแววตาสงสารแค่ไหนที่ได้เห็นผมกลายเป็นคนที่ทำอะไรไม่ได้แบบนี้ ผมมันทั้งโง่ งี่เง่า ดื้อดึง และหัวรั้นไม่เคยยอมฟังใคร กับแค่การง้อขอคืนดีกับวิคเตอร์ผมยังทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้เลย 

ในตอนที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยผมก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยและสักพักหลังของผมก็ได้สัมผัสกับความนุ่มและอุ่นของเตียงนอนแทนที่จะเป็นพื้นไม้เย็นๆ 

ความจริงแล้วผมรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้วิคเตอร์โกรธ ผมเป็นคนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว และคนที่ต้องคอยตามแก้ปัญหาก็คือวิคเตอร์ ไม่เห็นแปลกที่วิคเตอร์จะโกรธตอนที่เห็นว่าผมยอมให้นาซาระที่เป็นปีศาจแมวเข้าบ้านโดยไม่ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากวิคเตอร์ 

แค่พูดว่า ขอโทษ มันทำไมถึงได้ทำยากขนาดนี้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน 

“นอนได้แล้ว” กลิ่นหอมๆ บนข้าวของเครื่องใช้ของวิคเตอร์ทำให้ผมรู้สึกดีจนลืมคิดไปว่าเพิ่งจะทำตัวแย่มากแค่ไหนไปเมื่อตอนกลางวัน ผมอารมณ์ร้อนง่ายและทุกครั้งที่ถูกวิคเตอร์แกล้งผมจะพูดจาไม่ดีออกไปเสมอ ถึงปากจะบอกว่าผมไม่ได้อยากมาง้อ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ 

“ผมขอโทษครับ” 

“หึ” วิคเตอร์หัวเราะในลำคอก่อนจะดึงผ้าขึ้นมาคลุมร่างกายที่ทนความหนาวไม่ค่อยจะได้ของตัวเอง ตัวของวิคเตอร์ไม่มีไออุ่นหลงเหลืออยู่เลย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าตอนนี้ตัวของผม...มันอุ่นจนร้อนไปหมดแล้ว 

********************************** 


หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว