ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คนที่ยังอยู่

ชื่อตอน : คนที่ยังอยู่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2565 23:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คนที่ยังอยู่
แบบอักษร

"โคซา ซีคล่ะ" เสียงเรียกจากข้างหลังเรียกให้ชายหนุ่มหันไปมอง ก็เห็นพ่อของเขากำลังหันซ้ายหันขวามองรอบๆเหมือนกำลังหาลูกชายคนเล็กของตัวเองอยู่ 

มือใหญ่ยื่นไม้สำหรับทำคันธนูในมือให้ช่างอาวุธที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยตอบชายวัยกลางคน "เขาออกไปกับอัสกาและโอซา อีกสองสามวันถึงจะกลับ ถ้าพ่อมีเรื่องด่วนข้าจะให้คนไปตามเขาให้" 

เคียลอสเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะส่ายหน้า "ไม่มีอะไรหรอก ไม่ใช่เรื่องด่วนอะไร ถ้าเขากลับมาแล้วก็ให้ไปพบข้าหน่อยก็แล้วกัน" 

เห็นลูกชายคนโตพยักหน้าตอบรับ ก่อนชายหนุ่มจะหันไปคุยเรื่องธนูที่สั่งทำใหม่อีกคันกับช่างต่อ ผู้เป็นพ่อก็มองอย่างแปลกใจ  

"อันเก่าของเจ้าหักแล้วเหรอ" 

โคซา "ไม่ ข้าสั่งทำให้โอซา" 

"เขายิงธนูเป็น?" น่าแปลกใจมากที่แขนเล็กๆนั่นมีแรงพอจะง้างสายธนูตึงๆได้ อีกอย่างเผ่าอูกูลาก็นิยมใช้หอกมากกว่า ถ้าบอกว่าสั่งทำให้เด็กหนุ่มผมเงินคนนั้นเขายังพอจะเข้าใจได้กว่า หน่วยก้านของอัสกาเองก็ดีมาก 

"เขาอาจเหมาะกับอาวุธระยะไกล ใช้ไม้อายุน้อยหน่อยจะยืดหยุ่นกว่า คงพอจะใช้ป้องกันตัวได้" โคซาว่า มือก็เลือกท่อนไม้ที่ยังไม่ได้เหลาขึ้นรูปไปด้วย 

เคียลอสคิดตามที่ลูกชายพูดก็รู้สึกว่าแบบนั้นอาจจะไม่ต้องใช้แรงมาก คนที่แรงน้อยหน่อยน่าจะใช้ได้เหมือนกัน "นั่นสินะ นี่ก็หลายวันแล้วที่เด็กนั่นฟื้น เจ้ากับซีคก็ช่วยดูๆพวกเขาสองคนหน่อยล่ะ พวกเขายังต้องใช้เวลาในการปรับสภาพจิตใจ" 

มือที่กำลังเลือกไม้ชะงักไปครู่ นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงมองท่อนไม้ในมือ แต่ในหัวกระหวัดไปถึงคนในบทสนทนา 

คนคนนั้นเพิ่งจะสูญเสีย 'สามี' ของตัวเองไป 

ชายหนุ่มเงียบไปครู่ อยู่ๆก็รู้สึกว่าท่อนไม้ในมือเหมือนถ่านร้อนๆอย่างไรอย่างนั้น มือใหญ่ยื่นให้ช่างอาวุธ ก่อนจะได้ยินนายช่างถามอย่างแปลกใจ 

"โคซา ไม้นี่แก่กว่าชิ้นเมื่อครู่นะ"  

"...รบกวนท่านเลือกที่เหมาะๆทำตามแบบที่ข้าให้ไปให้ที ขอบคุณ" 

นายช่างได้แต่มองนายน้อยตัวเองอย่างแปลกใจ เมื่อครู่ยังตั้งอกตั้งใจเลือกไม้อย่างพิถีพิถันอยู่เลย ทำไมอยู่ๆก็เหมือนเห็นมันเป็นเผือกร้อนอย่างนี้ล่ะ  

"เอาอันนี้สิ" เคียลอสชี้ท่อนไม้ท่อนหนึ่งที่น่าจะยืดหยุ่นดี ก่อนจะยื่นให้ช่างทำอาวุธ แต่พอทั้งเขาทั้งนายช่างเงยหน้าขึ้น ชายหนุ่มร่างสูงข้างๆก็เดินลิ่วๆห่างออกไปแล้ว 

เคียลอสได้แต่มองตามหลังลูกชายไปงงๆ ก่อนจะหันไปคุยกับชายวัยกลางคนข้างๆ "เจ้าเด็กนั่นจะรีบไปไหน ยังคุยกันไม่จบเลย" 

"ดูจากทิศทางนั่น บางทีเขาน่าจะไปหาคุณชายน้อยที่บ้านท่านนะ" 

"...!" เคียลอส "ไม่ได้นะ คืนนี้คาลูน้อยต้องนอนกับข้ากับย่าของเขาสิ" 

 

 

ภาพหมู่บ้านของเผ่าอูกูลาปรากฏขึ้นตรงหน้า แม้องศาจะไม่ได้มีความผูกพันกับที่แห่งนี้นักแต่สภาพเละเทะของมันก็ชวนให้คนเห็นรู้สึกสะท้อนใจ  

"ถ้างั้นข้ารออยู่ตรงนี้ มีอะไรก็ตะโกนเรียกนะ" ซีคหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าหมู่บ้าน เขาคิดว่าทั้งสองคนน่าจะอยากเข้าไปด้านในกันเองมากกว่า อัสกาไม่ได้เอ่ยตอบเขา ตั้งแต่มาถึงชายหนุ่มก็หยุดยืนมองเข้าไปด้านในหมู่บ้าน สีหน้าแม้เรียบเฉยแต่ดวงตากลับสั่นระริกน้อยๆ องศาหันกลับไปพยักหน้าให้คนพูด ก่อนจะตบหลังคนข้างๆเบาๆ 

"ไปกันเถอะ" 

อัสกาหันมามองเขา ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน สภาพด้านในกำแพงแย่ยิ่งกว่าที่คิดไว้มาก มีทั้งหลุมลึก ทั้งรอยลากเลื้อยของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ และเศษซากต่างๆกระจัดกระจาย ดูจากขนาดของรอยบนพื้น เจ้านี่คงเป็นตัวเดียวกับที่เขาเจอในฝันนั่นล่ะ พวกเขาอาศัยการจดจำเส้นทางถึงสามารถหาบ้านของซีวานกับอัสกาได้ น่าดีใจที่อย่างน้อยมันก็ยังอยู่ในสภาพดีกว่าหลังอื่นๆมาก คล้ายกับว่าไททันโบอาเลี่ยงไม่แตะต้องบ้านหลังนี้ บางทีอาจเป็นเพราะมันได้กลิ่นตัวเมียของมันหลงเหลืออยู่ที่นี่ 

"...ข้าจะไปดูรอบๆหมู่บ้าน" ตอนที่องศาจะเดินนำเข้าไปในบ้าน อัสกาก็พูดขึ้นมาก่อน ชายหนุ่มหันมามองคนผมเงิน ก่อนจะพยักหน้าให้ 

"ได้ งั้นเดี๋ยวเจอกัน" ได้ยินแบบนั้นซาที่เกาะบนบ่าของอัสกามาตลอดทางก็บินตามหลังองศาเข้าไปในบ้านแทน 

พวกเขากลับมาเพื่อจุดประสงค์สองอย่าง อย่างแรกคือกลับมาเอาของบางอย่างที่คิดว่าจำเป็นติดตัวไปด้วย อีกอย่างคือทำหลุมศพให้คนในหมู่บ้าน แต่ดูจากสภาพแล้วอาจจะต้องหาของจำพวกของใช้ประจำตัวฝังในหลุมแทนมากกว่า 

องศาเดินเข้าไปในบ้าน สภาพด้านในยังเป็นเหมือนเดิมเหมือนไม่กี่วันก่อน แต่เมื่อคนอาศัยไม่อยู่แล้วในบ้านจึงให้ความรู้สึกเงียบเหงาวังเวงมาก 

"..."  

องศายืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะกินข้าวครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนของเขากับซีวาน ชายหนุ่มนั่งลงบนเตียง เหม่อมองเหมือนไม่แน่ใจว่าควรหยิบอะไรไปด้วยดี 

หมอผีบอกว่าซีวานกับชาห์รามยังไม่ตาย แต่พวกเขาได้กลายเป็นปีศาจเช่นเดียวกับไททันโบอาไปแล้ว ปีศาจไม่อาจมาที่โลกฝั่งนี้ได้นอกจากอาศัยประตูที่เรียกว่าคนนอก เพราะงั้นไม่มีใครบอกได้ว่าเขาและอัสกาจะยังมีโอกาสได้เจอสองคนนั้นอีกรึเปล่า 

การที่ได้รู้ว่าอย่างน้อยสองคนนั้นก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นเรื่องดี แต่เมื่อไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่ในชาตินี้ก็ชวนให้รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง 

...หดหู่? ฮ่า ที่เขารู้สึกแบบนี้เป็นเพราะความรู้สึกของอัสกาเผื่อแผ่มาหาหรือเพราะลึกๆแล้วเขาเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันรึเปล่านะ 

"..." 

นึกดูแล้วไม่ว่าจะซีวานหรือชาห์รามต่างก็เป็นคนที่เขาพบเจอตั้งแต่วันแรกที่มาที่นี่ แทบไม่เคยมีวันไหนที่ไม่ได้เห็นหน้าสองคนนั้น...ต่อจากนี้ก็กลับกันแล้วสิ 

"กรู๊ววว"  

องศาลูบหัวเล็กๆของนกอ้วนเบาๆ ที่คอของนกอ้วนห้อยเชือกเล็กๆที่คล้องไม้ทรงกระบอกขนาดเท่านิ้วก้อยเอาไว้ ในนั้นมีเส้นผมสีเงินยาวที่น่าจะเป็นของเจ้านายมันใส่เอาไว้ องศาเจอมันคาบเส้นผมเอาไว้ในปากไม่ปล่อย เลยหาอะไรมาใส่ไว้ให้ เจ้านกอ้วนนี่ทำอย่างกับผมสองสามเส้นนั่นเป็นของดูต่างหน้าไม่มีผิด ทั้งที่หมอผีก็บอกอยู่ว่าพ่อของมันยังไม่ตาย นี่ถ้าชาห์รามรู้ อยากเห็นเหมือนกันว่าหมอนั่นจะทำหน้ายังไง 

องศาวางนกอ้วนไว้บนเตียง ก่อนจะคลี่ผ้าผืนใหญ่กางแผ่ไว้ข้างๆมัน เขาหยิบบางอย่างที่คิดว่าควรเอาไปด้วยมาวางบนห่อผ้า ชายหนุ่มต้องเดินค้นไปทั่วบ้านเกือบสามรอบถึงจะเจอว่าซีวานเก็บกระเป๋าหนังของเขาเอาไว้ที่ไหน หมอนั่นซ่อนมันไว้อย่างกับกระเป๋าเขาใส่ทองไว้เต็มอย่างไรอย่างนั้น ไม่รู้ว่าจะเก็บให้ลึกลับซับซ้อนไปทำไม หรือกลัวว่าถ้าองศาหาเจอแล้วจะหอบกระเป๋าหนีไป? ทำอย่างกับแถวนี้มีสนามบินให้เขาหนีได้งั้นแหละ  

'บอกพวกเขาว่าพวกเราจะกลับมา'  

นั่นเป็นข้อความเดียวที่พวกซีวานทันฝากหมอผีให้บอกเขากับอัสกาก่อนที่จะถูกอัปเปหิข้ามไปที่โลกปีศาจที่อยู่อีกฝั่ง 

องศาหยิบหินลับมีดที่เคยเห็นซีวานใช้บ่อยๆใส่ลงไปในห่อผ้า บอกไม่ได้เหมือนกันว่าเจ้านี่จำเป็นรึเปล่า  

"...ฉันหนีไปไหนไม่ได้ซะหน่อย พวกนายนั่นล่ะผ่านตม.เข้ามาให้ได้เถอะ" ในห้องนอน คล้ายจะมีเสียงขององศาดังขึ้นเบาๆก่อนจะเงียบหายไป 

 

องศาออกจากบ้านของซีวานเสร็จก็ไปที่บ้านของชาห์รามต่อ หยิบคานไม้ที่เจ้านกอ้วนคะยั้นคะยอให้เอามาด้วยติดมือมา ส่วนของของชาห์รามเขาไม่รู้จะหยิบอะไรมาจริงๆ นึกๆดูแล้วหมอนั่นก็ดูไม่ได้ยึดติดกับอะไรเป็นพิเศษ สิ่งเดียวที่เขาดูจะให้ความสำคัญก็คือเจ้านกอ้วนนี่ล่ะ หลังจากเดินวนในบ้านสองสามรอบก็หยิบมาแค่พวกผ้าสองสามทบกับถ้วยชามสองสามใบเหมือนที่หยิบมาจากบ้านของซีวานเท่านั้น  

ร่างเล็กสะพายกระเป๋าหนังคาดตรงหน้าอกที่พันผ้าพันแผลปิดบังรอยสักสีดำของคนนอกเอาไว้ บนบ่าหิ้วห่อผ้าที่ดูเทอะทะห่อหนึ่ง เขาเดินตามเหยี่ยวซาที่บินขึ้นไปบนท้องฟ้า เจ้านกอ้วนบินนำทางเขาระยะหนึ่งก่อนจะร่อนลงพื้น ในสายตาองศาก็ปรากฏภาพของอัสกายืนหันหลังให้อยู่หน้ากองดินที่เพิ่งขุดแล้วกลบใหม่ๆจนนูนจากพื้นขึ้นมาเล็กน้อย บนนั้นไม่มีแม้แต่ดอกไม้วางประดับไว้ ดูท่าที่นี่จะไม่ได้มีธรรมเนียมยุ่งยากอะไรแบบในโลกของเขา 

อัสกาได้ยินเสียงฝีเท้า ร่างสูงใหญ่ก็หันกลับมา ก่อนจะรับห่อผ้าที่บ่าของเขาไปถือให้ 

"เสร็จแล้ว?" 

"อืม นายก็ด้วย?" 

ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะมองกองดินตรงหน้า "ข้ารวบรวมของเท่าที่หาเจอ...ฝังพวกเขาร่วมกัน" 

"..." อัสกาเติบโตที่หมู่บ้านนี้ ความผูกพันของเขากับคนในหมู่บ้านแตกต่างจากสังคมเมืองที่องศาเติบโตมามาก 

เห็นสายตาเศร้าๆของอัสกา องศาก็คิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบคานไม้ของเจ้านกอ้วนออกมา ค้นๆในกระเป๋าตัวเองรอบหนึ่งก็หาปากกาแท่งหนึ่งขึ้นมาได้ เขาใช้มันเขียนบนท่อนไม้ไม่กี่ครั้งหัวของปากกาก็เสียจนหมึกไม่ออกอีก องศาไม่ได้ใส่ใจ เขาใช้หัวแหลมๆเล็กๆของมันขูดขีดบนแท่งไม้ท่ามกลางสายตาไม่เข้าใจของหนึ่งคนหนึ่งเหยี่ยวข้างๆ พอเขียนเสร็จชายหนุ่มก็มองผลงานตัวเองอย่างพอใจเล็กน้อย องศาไม่มีฝีมือแกะสลัก แต่ถ้าแค่ใช้หัวปากกาขีดๆเขียนๆมันก็ไม่ได้ต่างไปจากเขียนบนกระดาษมากเท่าไหร่ พูดง่ายๆก็คือไม่ต้องใช้ฝีมืออะไรมากก็สามารถทำได้นั่นล่ะ 

"?" 

"กรู๊ววว?" 

พอเห็นเขาปักไม้ท่อนนั้นบนหลุมศพของคนในหมู่บ้าน เจ้านกอ้วนก็ร้องกรู๊วตีปีกพั่บๆเหมือนแม่ไก่ออกมาทันที มันไม่พอใจที่เขาเอาของรักของหวงของมันไปใช้ 

"ไว้จะหาที่เกาะให้แกใหม่น่า อย่าหวงนักเลย" องศาลูบปีกปลอบเจ้านกอ้วนหลายครั้งกว่ามันจะยอมสงบลง อัสกามองป้ายไม้นั้นอยู่นานก่อนจะหันมามองเขาเหมือนอยากถามว่านั่นคืออะไร 

" 'อูกูลาหลับอยู่ที่นี่' เขียนไว้แบบนี้ไม่เป็นไรใช่มั้ย" องศาเกาแก้มเล็กน้อย เริ่มไม่แน่ใจว่าเขายุ่มย่ามเกินไปรึเปล่า ถึงเขาจะไม่ได้ผูกพันกับคนพวกนี้เท่าไหร่ แต่อย่างน้อยในนี้ก็มีบางคนที่พอจะเคยคุยกับเขาครั้งสองครั้งรวมถึงโทเวโลด้วย 

อัสกานิ่งอึ้งอยู่นาน ชายหนุ่มเหม่อมองหลุมฝังศพ ก่อนรอยยิ้มในรอบหลายวันจะผุดขึ้น ดวงตาโค้งลงเล็กน้อย 

"ไม่...นั่นดีมาก" 

อูกูลาหลับอยู่ที่นี่  

ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว  

ใบหน้าหล่อเหลาหันมามององศา ดวงตาสีทองที่เคยมืดหม่นเหมือนพบเจอแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ "ขอบใจนะ"  

ขอบใจที่ยังมีชีวิตอยู่  

หลายวันก่อนตอนที่ฟื้นขึ้นมา ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนพื้นที่ตัวเองยืนอยู่กำลังถล่มทลาย พ่อของเขาจากไป ชาห์รามก็มาจากไปด้วยอีกคน เหล่าผู้คนที่เขารู้จักในเผ่า บ้านของเขา ทุกอย่างล้วนทิ้งเขาไว้ข้างหลังเพียงลำพัง ตอนที่รู้สึกว่าไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว เสียงของหมอผีก็เหมือนเตือนสติเขา 

'คิดจะไปไหน? กลับบ้าน?' 

'...ไปไหนก็ได้ ข้าไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว' 

'...ถ้าอย่างนั้นแล้วเขาล่ะ' หมอผีชราชี้ไปที่คนข้างๆเขา 'จะทิ้งไว้เหรอ ทิ้งเขาไว้ตามลำพังในโลกที่เจ้ารู้ดีว่าโหดร้ายอย่างไร จะทำแบบนั้นเหรอ?' 

'...' 

ตอนนั้นเองอัสกาถึงรู้สึกตัวว่าเขากำลังอยู่ที่ไหน บนเพดานไม่ใช่หลังคาเคลือบยางไม้อย่างที่เคยเห็นมาทั้งชีวิตแต่เป็นผ้าเคลือบน้ำมันกันแดดกันฝนที่ไม่คุ้นเคย แต่ในนั้นกลับมีสิ่งหนึ่งที่เขาคุ้นเคย...ร่างเล็กที่นอนหลับตาอยู่บนเตียงเตี้ยกลางห้อง ผิวขาวๆของเขาซีดลงเล็กน้อยแต่ทรวงอกยังสะท้อนขึ้นลงสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวยังไม่ตาย นัยน์ตาสีทองที่แข็งค้างจ้องมององศานิ่งอยู่เนิ่นนาน 

'คนนอกไม่รู้จักใคร เขาเองก็เหลือเพียงแค่เจ้า เจ้าจะทิ้งเขาไว้ให้เขาต้องเผชิญกับสถานที่และผู้คนที่ไม่รู้จักอีกครั้งจริงๆน่ะเหรอ' 

'...' 

...ยังมีอยู่  

เหตุผลในการมีชีวิตอยู่ของเขา...ยังมีอยู่สินะ 

ร่างสูงใหญ่ของคนผมเงินทรุดลงนั่งข้างเตียง มือใหญ่ที่สั่นเทาเล็กน้อยกุมมือเล็กข้างเตียงไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาแนบหน้าผากเข้ากับฝ่ามือเย็นๆของพวกเขาที่เกาะกุมกันไว้นิ่งอยู่แบบนั้น ใบหน้าที่ก้มลงทำให้ไม่มีใครสามารถเห็นว่าเจ้าตัวกำลังมีสีหน้าเจ็บปวดขนาดไหนในตอนนี้ 

'...' มือใหญ่กอบกุมมือเล็กแน่น  

รีบฟื้นขึ้นมาเถอะโอซา ข้า...จะไม่ไหวแล้ว 

เหมือนว่าคำภาวนาของเขาสัมฤทธิ์ผล มือที่อยู่ในฝ่ามือชื้นเหงื่อของเขาขยับเบาๆก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆลืมขึ้น องศาลืมตาขึ้นท่ามกลางสายตาของอัสกาที่กุมมือเขาอยู่ข้างเตียงและหมอผีที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย 

ตอนที่เขากำลังสับสนมึนงง ร่างก็ถูกอัสการวบเข้าไปกอดแน่น คืนนั้นเขาจำได้ดีว่าอัสกากอดเขาแน่นขนาดไหน ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เครียดเขม็งไปทั้งร่างค่อยผ่อนคลายลงยามที่มือเล็กๆขององศาลูบแผ่นหลังใหญ่ของเขาเบาๆ 

'อัสกา?' องศายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ความฝันกับความเป็นจริงดูจะตีกันยุ่งไปหมด เขาลูบแผ่นหลังชายหนุ่มเบาๆ รออยู่ครู่ใหญ่อัสกาถึงยอมคลายอ้อมกอดปล่อยเขาออกมา ใบหน้าหล่อเหลาที่มองเขาคืนนั้น ทำให้องศาเจ็บแปล็บในอกจนตื้อตันไปหมด  

เกิดอะไร...ขึ้น? 

'โอซา เจ้าคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่' 

 

 

องศายิ้มให้เขา ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ของชายหนุ่มไว้ "กลับกันเถอะ อัสกา กลับบ้านใหม่ของเรากัน" 

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองเขา สบตากับคนที่ต้องเงยหน้าขึ้นเมื่อส่วนสูงของพวกเขาต่างกันช่วงศีรษะกว่าๆอยู่เนิ่นนาน 

องศา "?" 

อัสกา "กลับบ้านของเรา?" 

"ใช่ กลับกันเถอะ" 

"...ได้ กลับกันเถอะ" 

มือใหญ่กระชับมือเล็กในมือขึ้น นกอ้วนส่งเสียงร้องกรู๊ว ก่อนจะบินไปเกาะบนบ่าของอัสกา หนึ่งร่างสูงใหญ่หนึ่งร่างเล็กเดินออกไปจากหมู่บ้าน บนบ่าของร่างสูงใหญ่ข้างหนึ่งคล้องห่อผ้าและเป็นที่เกาะของเหยี่ยวสีเทาดำตัวหนึ่ง อีกข้างจับจูงมือร่างเล็กกว่าข้างๆ เดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีก 

เขา...ไม่มีบ้านให้กลับอีกต่อไป แต่ตราบใดที่ยังมีร่างเล็กข้างๆ ที่ตรงนั้นจะเป็นบ้านสำหรับเขานับจากนี้ โอซา เจ้าจะรู้มั้ย คนบางคนก็เป็นโลกทั้งใบของใครบางคนได้เช่นกัน 

..... 

สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน 😍💓💞 ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนนะคะ 🥰💖 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว