facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คำทำนาย 1 - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2564 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำทำนาย 1 - 4
แบบอักษร

บรรยากาศบนรถในเวลานี้เงียบเชียบสโรชาจดจ่อรอฟังสิ่งที่ท่านชายเปมทัตกำลังจะเล่า บางทีเรื่องนี้อาจช่วยทำให้เธอเข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น ทำไมถึงหมั้น ทำไมถึงถอนหมั้นง่าย ๆ ทุกอย่างนั้นเป็นเพราะอะไร

 

“การหมั้นหมายของน้องกับชายพีเริ่มขึ้นจากความสัมพันธ์ของเสด็จพ่อและเสด็จลุงฉัตร เสด็จพระองค์ชายฉัตรชยารติโรดม เสด็จพ่อของชายพีน่ะ เสด็จทั้งสองเป็นสหายรักเติบโตมาด้วยกัน ผ่านเรื่องราวเมื่อวัยเยาว์มามากมายทั้งสุขและทุกข์ยามที่ต้องพลัดถิ่นไปร่ำเรียนไกลถึงอังกฤษก็พึ่งพาอาศัยจนรักใคร่กลมเกลียว ทั้งสองจึงพูดคุยกันว่าหากมีลูกชายหญิงจะให้หมั้นหมายเพื่อเกี่ยวดองสองราชสกุลให้แน่นแฟ้น การหมั้นหมายอย่างไม่เป็นทางการจึงเริ่มตั้งแต่ที่น้องลืมตาดูโลก”

 

ความสัมพันธ์มิตรภาพนำสู่การเกี่ยวดอง ฟังดูเข้าท่าไม่มีอะไรซับซ้อน สโรชาคิดตาม

 

“แล้วการถอนหมั้นล่ะเพคะ ในเมื่อต้องการให้เกี่ยวดองแล้วเหตุใดถึงได้ยอมถอนหมั้นกันง่ายดาย”

 

“ไม่ง่ายดอก ไม่มีสิ่งใดง่ายโดยเฉพาะการถอนหมั้น จะบอกว่ายินยอมก็คงไม่ถูกทั้งหมด แม้แต่ตอนนี้ก็มีเพียงเสด็จป้า เสด็จพ่อ แลท่านแม่เท่านั้นที่ยินยอมอย่างจำใจ แต่กว่าที่ทุกคนจะยอมก็ใช้เวลาพอสมควรเรียกว่าใช้ชีวิตแลกมาก็ว่าได้”

 

ยิ่งฟังยิ่งมีสิ่งให้สงสัยมากมายไปหมด “ใช้ชีวิตแลกมาอย่างนั้นหรือเพคะ”

 

“ใช่”

 

“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเมื่อเสด็จอาเริ่มประชวร ท่านนิมิตเห็นบางสิ่งแต่ไม่ยอมบอกว่าคือสิ่งใด ในเช้าวันต่อมาก็บอกกับเสด็จพ่อว่าต้องให้น้องกับชายพีถอนหมั้นกัน คราวนั้นวังแทบแตก เสด็จพ่อทรงกริ้วมาก และไม่ยินยอมถอนหมั้น อย่างที่น้องบอกนั่นแหละ การถอนหมั้นถือเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก แต่จะมีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตถูกไหม”

 

“เพคะ” ชีวิตก็ต้องสำคัญที่สุด

 

“ความสัมพันธ์ของสองราชสกุลก็สั่นคลอนมานับแต่วันนั้น พี่กับชายพียังเรียนอยู่ที่อังกฤษ จวบจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิตเสด็จลุงท่านขอพบเสด็จพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ในวันที่ร่างกายซูบผอม ไร้เรี่ยวแรง เสียงที่เปล่งออกมายังแผ่วเบาจนต้องเงี่ยหูฟังถึงจะได้ยิน เสด็จลุงทรงขอร้องเสด็จพ่อว่าถ้าน้องกับชายพีไม่รักใคร่กันจากหัวใจแล้วต้องถอนหมั้น ไม่เช่นนั้นเราทุกคนจะต้องพบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่ และนั่นคือคำตรัสสุดท้ายก่อนเสด็จลุงจะสิ้นพระชนม์”

 

“หากไม่รักใคร่กันจากหัวใจต้องถอนหมั้น หากไม่ทำเช่นนั้นจะต้องพบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่” สโรชาทวน ขนอ่อนทั่วร่างกายลุกซู่ ฟังดูเหมือนคำสาบกลาย ๆ เหมือนกันนะ

 

“เพราะแบบนี้น้องกับพี่ชายพีถึงได้ถอนหมั้นกันหรือเพคะ”

 

“ไม่หรอก น้องก็รู้ว่าการถอนหมั้นไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนยอมรับได้ เมื่อเสด็จลุงสิ้นพระชนม์ เสด็จป้าสราญฤทัยผู้เป็นพระเชษฐภคินีก็เสด็จออกมาอยู่ที่วังรติโรดมเพื่อดูแลวังในช่วงที่ชายพีกำลังไปศึกษาต่อ”

 

คำพูดของเสด็จลุงนั้นค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไป หรือจะเรียกว่าตั้งใจลืมเลือนก็ว่าได้ เสด็จพ่อท่านยังมีหวังว่าน้องกับชายพีจะรักใคร่กันได้แล้วไม่ต้องถอนหมั้น แต่เมื่อเราสำเร็จการศึกษากลับมาที่พระนคร ความหวังของเสด็จพ่อและทุกคนก็ดูเลือนราง เมื่อชายพีเกิดมีใจให้เยาวพา ซึ่งตอนนั้นมีเพียงน้องคนเดียวที่รู้”

 

นี่ท่านหญิงปทุมทิพย์อยู่ในทุกช่วงเหตุการณ์ที่เป็นความลับของท่านชายพีรดนย์เลยหรืออย่างไร คุณหมอสาวคิด อยู่ข้างสองคนนั้นมาตั้งแต่รัก จนแยกทาง ทำหน้าที่เป็นน้องสาวที่ดีจริง ๆ ชื่นชม นี่แหละนะคนไม่รักกันก็จะไม่คิดอะไร แต่ให้เธอตอนนี้ทำแบบท่านหญิงตอนนั้นก็ไม่มีทางหรอก เพราะเธอทำใจเชียร์คนที่ชอบกับผู้หญิงอื่นไม่ได้ จะบอกว่าเห็นแก่ตัวก็ช่างขอเซฟหัวใจตัวเองก่อนก็แล้วกัน

 

“แล้วทำยังไงถึงได้ยอมให้ถอนหมั้นเพคะ” เธอที่กำลังลุ้นถามต่อ

 

“ในวันที่เลี้ยงต้องรับพวกเรากลับสู่พระนครนั่นแหละ หม่อมน้อม เดินทางเข้าพระนครมาเยี่ยมชายพีน่ะสิ เธอตกใจมากที่รู้ว่าน้องกับชายพียังหมั้นหมาย”

 

“หม่อมน้อม?” ตัวละครเพิ่มมาอีกคนละสโรชาชักมึนหัว อยากจะได้กระดาษมาจดทำก้างปลาเสียจริง ๆ

 

“พี่ลืมเล่าเสด็จลุงมีหม่อมอยู่หนึ่งคน เป็นบุตรสาวของขุนนางทางเมืองสมุทสงคราม หม่อมน้อมตบแต่งเข้าวังรติโรดมมาหลังจากที่ท่านแม่ของชายพีสิ้นชีพิตักษัย ชายพีก็เคารพหม่อม เมื่อเสด็จลุงสิ้นพระชนม์หม่อมก็ขอเสด็จป้ากลับไปอยู่ที่แม่กลองกับบิดามารดา”

 

“หม่อมไม่มีลูกหรือเพคะ”

 

“ไม่มี”

 

“อ้อ…” สโรชาเข้าใจ แบบนี้เองที่พิมพิกาเล่าว่าพอท่านชายพีรดนย์ไม่เสกสมรสกับใคร วังรติโรดมจึงร้างไม่มีผู้สืบทอด เขาคือคนสุดท้ายจริง ๆ ” แล้วทำไมการมาของหม่อมถึงมีผลต่อการหมั้นหมาย”

 

“หลังจากที่หม่อมน้อมรู้ว่าทั้งสองยังไม่ถอนหมั้นกัน ก็เริ่มพูดเช่นเดียวกับเสด็จลุง ในตอนนั้นแหละที่พวกเราได้รู้เรื่องทุกอย่างจนนำมาเล่าให้น้องฟังอย่างตอนนี้ได้” ท่านชายเปมทัตเล่าถึงที่มาที่เขารู้เรื่องราวเล่านี้ไปด้วยเลยในคราเดียว ก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

 

“เมื่อน้องกับชายพีรู้เช่นนั้นก็ตกลงกันว่าจะถอนหมั้นทันทีเพราะต่างก็ไม่มีใจให้กัน แต่ยังเป็นการพูดคุยกันเพียงสองคน เพราะท่านพ่อกับเสด็จป้าแลท่านแม่ก็ยังไม่มีท่าทีจะยินยอม ทุกคนไปพบหลวงตาเพื่อหาหนทางแก้ไขคำทำนายนั้น แต่อะไรไหนเลยจะสู้โชคชะตาที่ฟ้ากำหนดได้ แม้แต่หลวงตาก็ไม่มีทางแก้อื่นใด แถมยังเพิ่มคำทำนายแปลก ๆ มาให้อีก”

 

“คำทำนายอะไรกันหรือเพคะ”

 

“ก็… ‘แก้ไขอะไรไม่ได้ดอก มีทางให้แค่สอง คือ สูญเสียตลอดกาล หรือ สูญเสียเพื่อเกิดชีวิตใหม่ โชคชะตามีเพียงสองทางนี้เท่านั้น มิอาจรั้งไม่ให้สูญเสียได้ ทางเดียวที่แก้ไขได้คือหัวใจสองดวงที่ผูกสมัครรักมั่นเท่านั้น และต้องเป็นหัวใจสองดวงที่มีบุพเพสันนิวาสต่อกันถึงจะหยุดการสูญเสียได้ และการถอนหมั้น ต้องเกิดขึ้นจากความปรารถนาของทั้งสองอย่าไปกำหนดกะเกณฑ์’

 

‘สูญเสียตลอดกาล สูญเสียเพื่อเกิดชีวิตใหม่ หัวใจที่รักมั่น” สโรชารำพึง คำที่หลวงตาบอกนั้นเป็นจริง ครั้งหนึ่งทุกคนสูญเสียท่านหญิงไปตลอดกาล และครั้งนี้ก็สูญเสียท่านหญิงไปแต่ได้เธอมาแทนเพื่อเป็นชีวิตใหม่ หากจะยากคงเรื่องการรักมั่น เพราะท่านชายนั้นรักมั่นต่อเยาวพา นี่คงเป็นเหตุผลที่หลวงตาเตือนเธอครั้งก่อนตอนไปวัดว่าให้ระวังภัย’ หญิงสาวจมอยู่ในห้วงความคิดของตนสักพักก่อนหันไปขอให้ท่านชายเปมทัตเล่าต่อ ท่านชายก็เริ่มต่อในทันที

 

“หลังกลับมาจากวัด ทุกคนก็เป็นกังวลมาก ๆ เพราะรู้มาตลอดว่าน้องกับชายพีไม่ได้รักใคร่กัน การจะถอนหมั้นนั้นยาก การตัดสินใจก็ยาก ท่านพ่อเฝ้าระวังอันตรายทุกอย่าง แต่น้องก็ไม่ได้กระทำการใดที่เป็นอันตรายให้ห่วง”

 

สโรชาฟังแล้วก็เข้าใจว่าทำไมวันที่เธอคิดอยากทำอะไรเสี่ยงอันตรายทั้งการขับรถ การขึ้นรถรางที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ ทุกคนถึงได้ดูห่วงใยมาก และเลือกมองข้ามการจมบึงบัวเพราะคิดกันว่าโชคดีแค่ไหนที่เธอมีชีวิตรอดมาได้

 

“กระทั่งวันหนึ่ง น้องและชายพีเข้าเฝ้าทูลเสด็จพ่อแลเสด็จป้า ว่าตกลงกันแล้วจะถอนหมั้นกันหลังกลับจากปีนัง ให้เวลาทุกคนเตรียมใจถึงปีแต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะสายไป เมื่อน้องประสบอุบัติเหตุ โชคดีที่เราทุกคนไม่สูญเสียตามคำทำนาย แต่ก็จะว่าไม่เป็นตามคำทำนายก็ไม่ใช่ เพราะพวกเราก็เหมือนได้สูญเสียน้องคนเดิมไป และได้น้องสาวคนใหม่มาแทน วันที่น้องยังหลับไหลหลังถูกพาขึ้นมาจากน้ำนั่นแหละ คือวันที่เสด็จพ่อ ท่านแม่ แลเสด็จป้า ยินยอมเรื่องถอนหมั้น แม้รู้ว่าถ้าหากการถอนหมั้นเกิดขึ้นผู้คนจะพูดจานินทาเช่นไร แต่ก็เพื่อรักษาชีวิตของน้องเอาไว้ เราทุกคนคงเป็นทุกข์ถ้าต้องสูญเสียน้องไปอีก”

 

คนฟังยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา นี่มันโชคชะตาบ้าบออะไรกัน ถึงได้มาเล่นกับความรู้สึกสูญเสีย เธอเข้าใจดีแล้วว่าทุกคนรักท่านหญิงมากเพียงใด เพราะแม้แต่ในยุคสมัยที่จะคิดถึงชื่อเสียงหน้าตาวงศ์ตระกูลมาก่อนยังทำให้ทุกคนเลือกมองข้ามเพื่อรักษาชีวิตของท่านหญิงเอาไว้

 

“แล้วการที่น้องขอเลื่อนการถอนหมั้นครั้งนี้ไป ทุกคนจะเป็นทุกข์ไหมเพคะ”

 

ท่านชายเปมทัตส่ายพักตร์ “ไม่หรอก เพราะมันคือความปรารถนาของน้องอย่างที่พี่เล่าไงหลวงตาบอกว่า จงทำตามความปรารถนาของทั้งสองคน เพราะมีเพียงเจ้าชะตาเท่านั้นที่จะแก้ไขวิบากกรรมนี้ได้ ทุกคนก็คงคิดแบบพี่ ยกเว้นชายพีนะ เพราะรายนั้นไม่น่าจะมีใครเล่าให้ฟังว่าหลวงตาพูดว่าอะไร”

 

สโรชาเหมือนเข้าใจทุกอย่าง ทางทางไสยศาสตร์มันก็คงเชื่อว่าเป็นที่โชคชะตาบาปกรรมที่ทำมา แต่ในทางวิทยาศาสตร์สำหรับคนที่ร่ำเรียนสายวิทย์มาก็คงคิดได้ว่า เรื่องนี้มันต้องมีใครอยู่เบื้องหลัง ต้องเป็นคนแบบไหนกันนะ ถึงร้ายได้ขนาดที่พรากลมหายใจของคนอื่นไป เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว