facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ข่าวลือ 4 - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2564 23:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวลือ 4 - 4
แบบอักษร

หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ กันมาสักพัก คนแรกที่เดินออกมาจากกลุ่มนั้นเพื่อมุ่งตรงมาหาสโรชาและ ประภาดาคือหญิงสาวที่มีนามว่ายุพารัตน์ตามคำบอกเล่าของท่านชายเปมทัต หญิงสาวคนนั้นเดินนวยนาดเข้ามาอย่างมีจริตจะก้านท่วงท่าสง่างามราวนางหงส์ ใบหน้าถูกแต่งแต้มให้สวยเด่นเสื้อผ้าที่สวมใส่แม่จะเป็นแบบคล้าย ๆ กันแต่สีแต่ลวดลายของผ้าก็แตกต่าง สีที่ยุพารัตน์เรื่องมานั้นเป็นสีส้มอิฐชูให้เด่นกว่าใครในงาน 

 

“ท่านหญิง สบายดีนะเพคะ ต้องขอประทานอภัยที่ไม่ได้เข้ามาทักทายให้เร็วกว่านี้ไม่ทันเห็นท่านหญิงจริง ๆ นึกว่ายังอยู่ด้านในกับเสด็จ” ยุพารัตน์กล่าวทักทายด้วยท่าทางนอบน้อม แต่กล้าสบตาไม่ได้ดูเกรงใจขลาดกลัวเช่นประภาดา

 

สโรชามองคนที่เข้ามาทักทาย เธอฉีกยิ้มเป็นมิตรมอบให้ ส่งรอยยิ้มนำไปก่อนกล่าวคำทักทาย 

 

“ฉันสบายดี ไม่เคยพบเธอเลยช่วงหลายวันมานี้เลยไม่ค่อยแน่ใจว่ารู้จักกันหรือเปล่า เอ่อ…ประภาดา” คุณหมอสาวเรียกคนที่นั่งข้างกาย

 

“เพคะ”

 

“ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าอะไร พอจะบอกฉันได้ไหม” สโรชาหันไปถามประภาดาแทนการถามชื่อเจ้าตัวตรง ๆ

 

ประภาดาได้ยินก็รีบทูลตอบ แม้ภายในใจจะงงงวย เพราะจำได้ว่าท่านชายเปมทัตเพิ่งบอกกับท่านหญิงไปว่าคนนี้คือ ยุพารัตน์

 

“คุณหญิงยุพารัตน์เพคะ”

 

“ยุพารัตน์” สโรชาแสร้งทวนคำเสียงแผ่ว

 

ยุพารัตน์มองทุกการกระทำของคนตรงหน้า “ใช่เพคะ หม่อมฉันยุพารัตน์ พอดีช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหม่อมไปหัวหินกับครอบครัว เลยไม่ได้พบกับท่านหญิงเลย ท่านหญิงลืมหม่อมฉันหรือเพคะ น่าน้อยใจเสียยิ่ง ยิ่งมาเห็นท่านสนิทสนมกับประภาดาด้วยแล้วยิ่งชวนแปลกใจ”

 

“อ้อ…” หญิงสาวรับคำในลำคอเรื่องที่ยุพารัตน์บอกว่าไปหัวหิน เช่นนั้นก็คงไม่แปลกถ้าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่รู้ว่าท่านหญิงประสบอุบัติเหตุจนความจำเสื่อม “ขอโทษด้วยนะยุพารัตน์ ฉันจำใครไม่ได้น่ะ เลยต้องเริ่มทำความรู้จักใหม่ อีกอย่างไม่ต้องแปลกใจหรอก ประภาดาไม่ได้มีอะไรให้ไม่น่าคบหาเลย”

 

"อย่างนั้นหรือเพคะ" ยุพารัตน์มองมาที่ประภาดา แม้ในสายตาจะไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใด แต่ดูเหมือนว่าผู้ถูกจ้องมองจะหลบสายตานั้นด้วยความรู้สึกดูหวาดกลัวในความรู้สึกของคุณหมอสาวที่มองดูเหตุการณ์อยู่เช่นเดียวกัน 

 

ระหว่างนั้นเอง กลุ่มหญิงสาวที่ยุพารัตน์เพิ่งเดินจากมาก็เข้ามาสมทบ ทุกคนต่างมีท่าทีนอบน้อมอย่างเด่นชัดสโรชาจึงเดาว่าในทั้งหมดนี้ท่านหญิงปทุมทิพย์คงมียศที่สูงกว่าใคร 

 

“ไม่เจอกันนานเลยนะเพคะท่านหญิง” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวนำ ดวงตานั้นแม้จะพยายามแสร้งแสดงเพียงใดแต่สโรชาก็รู้ว่าไม่เป็นมิตร

 

จนคุณหมอสาวแปลกใจว่าคนแบบนี้ท่านหญิงคบหาได้อย่างไร จะว่าเป็นคนนิ่งเฉยไม่สนใจสิ่งใดก็ควรจะเลือกคบคนบ้าง เป็นน้องเป็นนุ้งจะจับอบรมหลักสูตรคบเพื่อนจนหูชาเลย

 

“หายประชวรแล้วหรือเพคะ” 

 

“พระอาการเป็นอย่างไรบ้างท่านหญิง ตอนได้ยินข่าวหม่อมฉันตกใจมาก”

 

“นั่นสิเพคะ วันนี้ท่านหญิงทรงสิริโฉมจนแปลกตา”

 

คนโดนรัวยิงคำถามจากหญิงสาวทุกคน ถึงกับรู้สึกมึน สโรชากวาดสายตามอง ก่อนถามกลับไปบ้าง “ทุกคนชื่ออะไรกัน เรารู้จักกันด้วยอย่างนั้นหรือ”

 

“ท่านหญิง…” หญิงสาวทั้งสี่คนยกเว้นยุพารัตน์ต่างครวญเรียกเป็นเสียงเดียว “ท่านหญิงทรงลืมพวกหม่อมฉันจริง ๆ หรือเพคะ

 

“แบบนี้ที่เขาลือกันเป็นจริงหรือเพคะ” อยู่ ๆ หนึ่งในหญิงสาวที่ยืนอยู่ก็จุดประเด็นขึ้น เมื่อเห็นว่าท่านหญิงผู้เย่อหยิ่งเปลี่ยนไปมาก

 

สโรชาหูผึ่ง “ลืออะไรรึ”

 

“พูดไม่ได้หรอกเพคะ ข่าวลือที่ไม่ดีพูดไปท่านหญิงจะเสียหาย” ยุพารัตน์เป็นผู้กล่าวคล้ายห้ามปราม

 

“ก็ถ้าเธอไปได้ยินมาแล้ว ก็แปลว่าคนพูดไม่ได้กลัวฉันจะเสียหายไม่ใช่หรือ อีกอย่างพูดมาให้ฉันได้ยิน จริงไม่จริงก็จะได้บอก หรือเธอชอบฟังเรื่องไม่จริงกันล่ะ” สโรชาถามกลับ

 

“ท่านหญิง” หญิงสาวก้มหน้าลงหลบสายเนตรคมของท่านหญิงผู้สูงศักดิ์

 

“ว่ายังไงล่ะ จะเล่าไหมถ้าไม่เล่าฉันก็จะได้คิดว่าพวกเธอเป็นคนปล่อยข่าวเสียเอง” สโรชาปั้นหน้านิ่งทำเสียงเข้ม เธอคิดไว้แล้วว่าถ้าเป็นท่านหญิงปทุมทิพย์ตัวจริงคงดุประมาณนี้ เพราะเคยได้ยินบ่าวในวังบอกว่าท่านหญิงนั้นดูพึ่งพาได้ 

 

“ท่านหญิง…”

 

“คือ…ท่านหญิงอย่าทรงกริ้วพวกหม่อมฉันนะเพคะ” คนที่เป็นฝ่ายพูดขึ้นคือ ยุพารัตน์

 

“ฉันจะโกรธทำไมกันล่ะในเมื่อพวกเธอไม่ใช่คนเริ่มพูดนินทา แต่แปลกนะเมื่อครู่นี้เธอบอกว่าไปอยู่ไกลถึงหัวหินแต่กลับได้ยินข่าวลือด้วย ฉันอยู่พระนครแท้ ๆ ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกพูดถึงอย่างไร” สโรชามองยุพารัตน์นิ่ง

 

“คำคนนินทาต่อให้ไกลแค่ไหนก็ได้ยินเพคะ”

 

สโรชาพยักหน้า เธอหันไปหาประภาดา “เธอรู้เรื่องข่าวลือที่เกี่ยวกับฉันไหม”

 

ประภาดาส่ายหน้ารัวเร็ว “หม่อมฉันรู้เพียงท่านหญิงประชวร หากเป็นเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากนี้ หม่อมฉันไม่รู้เพคะ”

 

“ประภาดาไม่ค่อยมีคนสมาคมจะไปรู้อะไร” เสียงแหลมเล็กของหญิงคนหนึ่งพูด ดวงตาเรียวเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างดีมองประภาดาอย่างหยามเหยียด

 

“ใช่แล้วเพคะ หม่อมฉันไม่มีสมาคมจึงไม่รู้” ประภาดายอมรับเสียงแผ่ว

 

สโรชาวางมือบนหลังมือของเพื่อนใหม่ที่นั่งข้าง ๆ ประภาดาไม่ได้มีอาการตื่นกลัวแค่เธอ แต่ดูจะกลัวเกรงผู้หญิงพวกนี้ด้วย อย่าบอกนะว่าท่านหญิงปทุมทิพย์เองก็เคยอยู่กลุ่มเดียวกับคนพวกนี้ที่คอยแต่นินทาและหยามเหยียดคนอื่น

 

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะประภาดา เธอมีดีเกินกว่าจะเข้าสมาคมไหนทั้งนั้น”

 

“ท่านหญิงตรัสเช่นนี้ทรงหมายความว่ายังไงหรือเพคะ” หญิงคนที่พูดจาดูถูกประภาดาเมื่อครู่นี้รับถามเสียงดัง

 

“ความหมายมันมีอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว จบเรื่องนี้ไปเถอะตกลงจะบอกได้ไหมว่าข่าวลือที่ได้ยินมานั้นมีความว่าอย่างไร”

 

“เขาลือกันว่าท่านหญิงเสียจริต ลืมสิ้นทุกอย่างจำไม่ได้แต่แม้แต่พระญาติพระวงศ์หรือคนในราชสกุล บ่าวรวมถึงข้าหลวงทุกคนก็ด้วย เห็นเขาลือกันอีกว่าเสียจริตถึงขั้นขับรถออกนอกวัง” หญิงสาวคนเดิมที่เสียงดังเมื่อครู่นี้ พูดขึ้นเต็มเสียงด้วยใจหวังให้ท่านหญิงได้ทรงอับอาย และดูเหมือนจะได้ผลเพียงส่วนหนึ่งนั่นคือการทำให้ทุกคนได้ยินและหันมาสนใจ แต่ท่านหญิงที่ควรอับอายกลับมีใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาให้ชวนฉงน

 

สโรชายิ้มน้อย ๆ เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าทุกคนในห้องนั้นต่างมองมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน รวมถึงเหล่าพี่ชายของเธอที่อยู่ตรงประตูด้วย คงได้ยินเช่นเดียวกัน

 

“หญิงถนอมเหตุใดหล่อนถึงได้เอ่ยวาจาเช่นนั้นต่อหน้าท่านหญิงกัน” ผู้ที่กล่าวต่อว่าคือยุพารัตน์ ส่วนสโรชาทำเพียงนั่งมองเหตุการณ์อย่างใช้ความคิด การที่ยุพารัตน์ออกโรงปกป้องท่านหญิงนั้นดูจะทำให้เธอมองหญิงสาวในแง่ดีขึ้นมาได้บ้าง 

 

สโรชากระตุกยิ้มที่มุมปาก “พอเถอะยุพารัตน์ เสียงดังกันทำไม”

 

“แต่ถนอมศรีพูดจาเลื่อนเปื้อนเช่นนี้ ถือเป็นการหยามพระเกียรติท่านหญิงนะเพคะ หากใครมาได้ยินเข้าจะทำอย่างไร”

 

“ใครได้ยินก็ปล่อยเขาไปเสียสิ ฉันไม่เห็นจะสนใจ แล้วพวกเธอเชื่อเช่นที่คุณถนอมศรีพูดหรือเปล่าล่ะ”

 

“ตอนแรกก็ไม่เชื่อเพคะ” หญิงคนเดียวในกลุ่มที่ยังมีท่าทีเกรงใจต่อท่านหญิงกล่าวขึ้นบ้าง

 

“ท่านหญิงทรงเปลี่ยนไปจริง ๆ เพคะ จากที่พวกหม่อมจะไม่เชื่อ…”

 

“ก็เลยเชื่อ” สโรชาต่อความให้ “หึ” เธอส่งเสียงในลำคอแสดงความเย้ยหยัน มนุษย์ก็เช่นนี้แหละไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน หญิงสาวไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่เรื่องเธอซนแอบขับรถออกนอกวังจะดังไปทั่วเพราะวันนั้นไม่ได้มีเพียงคนในครอบครัว มีหญิงสาวจากห้องเสื้ออยู่ด้วย ข่าวคงมาจากทางนั้นแหละนะ แต่เธอไม่คิดโกรธเคืองผู้ปล่อยข่าวหรอก เพราะมันคือเรื่องจริง เพียงแต่มันเป็นเรื่องจริงที่คนยุคนี้ยังไม่คุ้นชิน เดี๋ยวสักวันแม่จะขับให้ทั่วพระนครเลยคอยดู 

 

“อย่าถือโทษพวกเราเลยนะคะ”

 

“ไม่ถือโทษใครทั้งนั้นหรอกนะ ฉันเข้าใจ เป็นเรื่องปกติที่คนโง่จะเชื่อคำพูดที่พูดออกมาโดยไม่ผ่านการกลั่นกรอง เขาถึงได้บอกยังไงล่ะว่าคนหูเบาย่อมคู่กับคนปากมากเสมอ หากคนปากมากพูดไปไม่มีคนหูเบาคอยเชื่อ คำเหล่านั้นก็จะหายไปกับสายลมเอง แต่นี่นอกจากหลงเชื่อไม่พอยังป่าวประกาศขยายความออกไปอีก” สโรชาร่ายยาว ในคำของเธอหากคนคิดตามก็คงรู้ว่าด่าทอผู้คนที่ช่างนินทา

 

“ท่านหญิงตำหนิเราหรือเพคะ เราไม่ได้หูเบา และไม่ได้ปากมากนะเพคะ” ดูเหมือนหญิงสาวที่มีนามว่าถนอมศรีจะเป็นคนที่ใจกล้าที่สุด เพราะจวบจนตอนนี้ก็ยังคงไม่ลดละที่จะโต้เถียง

 

“ใช่…เรื่องที่ท่านหญิงเสียจริต ถามใครก็รู้จักกันหมด”

 

“พูดอะไรของพวกเธอกัน” น้ำเสียงทุ้มเข้มดังขึ้น สโรชาหันกลับไปมองก็รู้ว่าคือเสียงของพระคู่หมั้น จากที่เธอจะด่าผู้หญิงพวกนี้คืนสักหน่อย ก็เลยเงียบปาก แสดงเป็นผู้ถูกกระทำต่อหน้าผู้ชายดีกว่า

 

“หม่อมฉันก็พูดไปตามที่ได้ยินมาเพคะท่านชาย ที่พูดก็เพียงเพื่อจะถามสารทุกข์สุขดิบ ด้วยว่าเป็นห่วงเป็นใยต่อท่านหญิงเท่านั้น แต่ท่านหญิงกลับหาว่าเราปากมากและหูเบา” ถนอมศรีคนเดิมกล่าวแก้ต่างไม่อยากให้ท่านชายพีรดนย์มองตนไม่ดี

 

“หม่อมฉันก็เตือนถนอมศรีแล้วเพคะ แต่หล่อนก็ไม่ยอมลดละ” ยุพารัตน์ทูลท่านชายด้วยน้ำเสียงหวานใส จนคนได้ยินหูผึ่งหันไปมอง

 

สโรชาที่ลอบมองยุพารัตน์อยู่ก็จับสังเกตได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนไป สายตาที่ยุพารัตน์ใช้มองท่านชายพีรดนย์คู่หมั้นของเธอนั้นกอรปกับน้ำเสียงที่ใช้ มันเหมือนสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึก เหมือนว่าผู้หญิงคนนี้คิดกับท่านชายมากกว่าแค่คนรู้จัก หรือที่เข้าใจได้ว่ามีใจ แต่เป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอรู้มาว่ายุพารัตน์คือน้องสาวของเยาวพาหญิงคนรักที่หายไปของท่านชาย เมื่อลองหันไปมองเนตรคมของคนข้างกายก็พบเพียงความว่างเปล่าเย็นชา อย่าบอกนะว่านี่เธอมีมารหัวใจเพิ่มมาอีกคน เยาวพายอมได้เพราะคนนั้นท่านชายรัก แต่ยุพารัตน์ต้องข้ามศพเธอไปก่อน หล่อนต้องต่อคิว คุณหมอสาวคิดในใจ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว