facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฝันดี 2 - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2564 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝันดี 2 - 4
แบบอักษร

เหนือสิ่งอื่นใด เหนือกว่าเสื้อผ้าทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้น เธอกำลังจะได้ออกไปพบกับสังคมจริง ๆ ของท่านหญิง ที่ไม่ได้มีเพียงครอบครัว และคู่หมั้น ดูจากชุดแล้วเชื่อเลยว่าต้องไม่ใช่งานธรรมดาแน่นอน สโรชาคิด ขณะนั้นเองเสียงของหญิงสาวที่เฝ้ารอการให้บริกานมานานก็เอื้อนเอ่ยชวนให้หันไปมอง

 

“หม่อมฉันคัดสรรชุดที่สวยที่สุด มาไว้ให้ท่านหญิงเลยนะเพคะ และเป็นแบบที่ยังไม่เคยมีผู้ใดในพระนครเคยสวมใส่มาก่อนด้วย” หญิงสาวสวยที่แต่งกายดีน้ำเสียงแสนหวานพูดขึ้นนอบน้อม แต่ก็ยังมีแววของคนช่างพูดช่างเจรจา

 

‘พูดแบบนี้และขนมาเยอะขนาดนี้คงหนีไม่พ้นจะโฆษณาว่าชุดที่ร้านสวยทุกแบบสินะ หัวการค้าดีขนาดนี้นึกถึงแม่ค้าออนไลน์ในยุคเธอเลย’ สโรชาคิดขึ้นในใจ เธอเองก็เคยใช้เทคนิคนี้ ตอนโน้มน้าวอาจารย์ว่าเปเปอร์ของเธอนั้นเนื้อหาดีมาก ๆ ไม่มีใครเคยทำวิจัยมาก่อนด้วย

 

“ลองเลือกดูเลยไหมเพคะ ตอนนี้ท้องฟ้าใกล้จะมืดแล้วด้วย” ช่างร้านเสื้อพูดขึ้นเพราะกว่าคนที่วังจะพูดคุยกันแล้วเสร็จก็กินเวลาไปนานโข ดีที่วังนี้เงินหนา ถ้าเป็นเช่นหลาย ๆ วังที่ถังเริ่มแตกหล่อนคงขอกลับไปก่อนแล้ว

 

สโรชาเริ่มเดินดูเสื้อที่ถูกแขวนไว้ และผ้าซิ่นที่ผับไว้อย่างดีแต่เห็นลวดลายชัดเจน ให้เธอเลือกอย่างนั้นเหรอ คนที่เวลาจะซื้อเสื้อผ้ายังต้องให้พิมพิกาช่วยไปเลือกให้เนี่ยนะจะเลือกเป็น คะแนนการจับคู่สีของเธอก็คือติดลบ ส่วนแบบน่ะเหรอ เอาแค่ใส่แล้วไม่โป้ ไม่แตกไม่ขาดระหว่างปฏิบัติงานให้อาจารย์ต้องด่าก็ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว

 

“จริงอย่างที่คุณพูดเลยค่ะ ทุกชุดสวยงามไปหมด จนหญิงไม่รู้จะเลือกแบบไหนดีถึงจะเหมาะสมกับการไปร่วมงานของเสด็จป้า ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยเลือกให้ได้ไหมคะ เพราะหญิงเชื่อว่าคุณน่าจะรู้ว่าชุดไหนที่ให้หญิงใส่แล้วคนจะตามไปหาที่ร้าน” สโรชาพูดขึ้นแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวเจ้าของห้องเสื้อ เธอก็คือหนึ่งในรัตนโกสินทร์เรื่องสาริกาลิ้นทองเหมือนกันนะจะบอกให้ เรื่องพูดจาโน้มน้าวในคิดว่าไม่มีใครเกิน ก็พูดจนลุงเดชาที่ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รับเด็กผู้หญิงเข้าทำงานอู่ให้ยอมรับได้นั่นแหละ

 

และคำพูดของพระธิดาองค์เล็กของพระองค์เจ้ารพีพัฒนาภาณุมาศรังสี ก็ทำให้คนหลงตัวเองยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงใคร ๆ ต่างรู้ว่าท่านหญิงองค์นี้ไม่เคยสวมใส่ชุดของห้องเสื้อใดเลยพระองค์ไม่ใช่ท่านหญิงที่นิยมชมชอบการแต่งกายอวดโฉมเหมือนเจ้านายวังอื่น แม้คำร่ำลือหนาหูว่าท่านหญิงทรงสิริโฉมนักแต่ไม่ชอบแต่งองค์นั้นดังไปทั่วจนหล่อนเองยังได้ยิน แต่ครั้งนี้ห้องเสื้อของเธอกลับได้รับเลือก ยังไงก็ต้องเป็นจุดสนใจ

 

“หม่อมฉันจะเลือกสุดฝีมือเลยเพคะ” หญิงสาวเจ้าของห้องเสื้อทูลกลับด้วยรอยยิ้ม

 

“ขอบคุณนะ ให้หญิงเรียกคุณว่าอะไรดีคุยกันตั้งนานไม่ได้ถามชื่อสักคำเรานี่เสียมารยาทจริงๆ” สโรชาไม่ลืมที่จะถามชื่อ

 

“อย่าตรัสเช่นนั้นซีเพคะท่านหญิง เป็นหม่อมฉันเองที่เสียมารยาทไม่แนะนำตัวให้ท่านได้รู้ชื่อตั้งแต่แรก หม่อมฉันชื่อว่า เพ็ญ เพคะ”

 

“คุณเพ็ญ หญิงขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

 

“อุ้ย ท่านหญิงก็ตรัสเกินไป ไม่ต้องเรียกคุณก็ได้เพคะ เรียกเพ็ญเฉย ๆ ดีกว่า ต้องเป็นหม่อมฉันเสียมากกว่าที่ขอฝากเนื้อฝากตัว การได้รับใช้ถวายชุดให้ท่านหญิงได้สวมใส่ถือเป็นเรื่องดีของห้องเสื้อเพ็ญมณี”

 

“จะเรียกเพ็ญเฉย ๆ ได้อย่างไร คุณเพ็ญอายุมากกว่าเราเสียอีก เอาตามที่เราว่านั่นแหละ เรามาเลือกชุดกันเลยดีไหม” สโรชาชวน หญิงสาวเจ้าของร้านเสื้อรับวิ่งไปกุลีกุจอ หาชุดที่คิดว่าดีและสวยที่สุดมาให้

 

ท่านหญิงหยาดเพชรทรงทอดพระเนตรมองแล้วยิ้ม ที่เห็นพระธิดาดูสนุกสนานกับการลองเสื้อผ้า เพราะยามปกติลูกจะพูดเพียง

 

‘หญิงไม่เห็นว่าจำเป็นตรงไหนเลยนะเพคะ ในเมื่อลูกตัดเย็บเองได้ แลอีกอย่างลูกก็ไม่คิดว่าจะต้องแต่งกายไปแข่งขันกับใครจนต้องใส่ชุดสวยงามเช่นนั้น สู้เก็บเงินไว้ดีกว่า’

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านจึงไม่เคยได้ให้ลูกได้มาเลือกเสื้อผ้าด้วย เวลาตามช่างจากห้องเสื้อมาที่วัง ธิดาก็จะไม่เคยอยู่ร่วมเลยสักครา มีเหตุผลสารพัดที่จะอ้าง ก็จะมีเพียงของท่านหญิงหยาดเพชรองค์เดียวเท่านั้น แต่เวลานี้ลูกเปลี่ยนไปมาก บางทีแม้ความเปลี่ยนแปลงของลูกจะทำให้ท่านใจหายบ้าง ปวดพระทัยบ้าง แต่ก็มีหลายเรื่องนักที่ท่านมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี

 

“คุณเพ็ญ”

 

“เพคะท่านหญิงทิพย์”

 

“นอกจากชุดที่ใส่ออกงานแล้ว ก็ลองให้หญิงบัวเลือกชุดที่สวมใส่ในชีวิตประจำวันด้วยได้ไหม มีแบบที่พอจะใส่อยู่บ้านธรรมดามาด้วยหรือเปล่า”

 

“มีแน่นอนอยู่แล้วเพคะ หม่อมฉันจ้างสามล้อมาถึงสามคันเพื่อการนี้ ต้องมีแน่นอน”

 

สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วยิ้มขันให้กับคนที่อยากโชว์ชุด สโรชาปล่อยตัวปล่อยใจให้เป็นตุ๊กตาลองชุดไป แล้วแต่คุณเพ็ญจะทำอะไรกับเธอและดูเหมือนหญิงสาวเจ้าของห้องเสื้อจะสนุกเป็นพิเศษจนเวลาล่วงเลยไปเท่าไหร่ไม่มีใครทันได้สังเกตจนกระทั่งเสียงทุ้มชวนฟังของท่านชายเปมทัตดังขึ้นจากทิศด้านหน้าประตูห้อง

 

ยามนี้ราชนิกุลหนุ่มสวมใส่เสื้อผ้าลำลอง สลัดคราบหนุ่มมาดเท่ในเครื่องแบบจเรจทหารม้าไปเสียสนิท “คงต้องซื้อตู้เสื้อผ้ามาเพิ่มแล้วกระมัง” เขาตรัสเย้าคนที่สนุกสนานกับการได้เลือกชุด

 

“พี่ชายทัต / ชายทัต” ขนิษฐาและท่านแม่เรียกคนมาใหม่พร้อมเพรียง จากนั้นก็ตามด้วยเสียงแสนหวานปานน้ำผึ้งของเจ้าของห้องเสื้อ หวาน ที่หวานจนสโรชาต้องหันไปมองด้วยดวงตายิ้ม คงเป็นอีกคนที่หลงเสน่ห์พี่ชายของเธอสินะ

 

“ท่านชายทัต”

 

สายตาของคุณเพ็ญนั้นปิดไม่มิดเอาเสียเลย หรือไม่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะปิดนอกจากเสียงหวาน ๆ นั้นแล้วสายตาที่มองมาที่ชายสูงศักดิ์ยังหวานเชื่อมแม้แต่ท่านหญิงหยาดเองก็สังเกตได้เช่นกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว