email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คู่แข่ง 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 301

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2564 06:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คู่แข่ง 1/2
แบบอักษร

ร่างสูงใหญ่ประจันหน้ากับชายที่โรสินีเพิ่งทักทายไปอย่างเป็นกันเองด้วยความร้อนอกร้อนใจ เขาทนไม่ได้ที่เห็นเธอส่งสายตาหวานละมุนให้ชายอื่น 

“ถวายบังคม ฝ่าบาท” พ่อทัพค้อมศีรษะลงด้วยความเคารพด้วยสีหน้าที่จริงจังต่อหน้าชายที่เข้ามาพูดคุยกับโรสินี นั่นทำให้เธองุนงงนัก 

“ถวายบังคมฝ่าบาทสิแม่โรส” พ่อทัพหันไปเอ็ด ทำให้โรสินีที่ยังมึนงงอยู่นั่นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนที่ละเมียดจะย่อหลังลงเพราะไม่ต้องการจะยืนเสมอชายผู้นั้น 

“เอ่อ ถวายบังคมเพคะ” เธอถอนสายบัวด้วยสีหน้าที่งุนงง ทำให้ชายผู้นั้นอมยิ้มในความน่ารักสดใสของโรสินีทันที 

“มาด้วยกันหรือ?”  

“ขอรับ กระหม่อมพาแม่โรสมาซื้อของขอรับกระหม่อม” พ่อทัพกล่าวตอบไป 

“เอ่อ… ท่านคือใครเพคะ?” โรสินีถามไปด้วยความซื่อ ทำให้พ่อทัพหันหน้ามาส่งสายตาเอ็ดเธอเป็นนัย ๆ  

“หม่อมเจ้าภาสรพี พระโอรสของเสด็จฯ พระองค์ชายที่แม่ซ่อนกลิ่นเคยถวายงานรับใช้” พ่อทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และนั่นทำให้โรสินีจำต้องขุกความรู้ราชาศัพท์ที่เธอเคยได้เรียนมาในวิชาภาษาไทยมาใช้ทันที แท้จะคืนครูไปมากแล้วก็ตาม 

“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะฝ่าบาท” โรสินีรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองดวงซวยนัก จะซื้อของแต่เงินไม่พอ แถมยังมาเจอท่านชายผู้นี้อีก 

“เรียกฉันว่าชายภาสก็พอ ฉันไม่ถือสาหรอก” ท่านชายภาสรพีตรัส ทำให้โรสินีรู้สึกประหม่านัก แต่นั่นทำให้พ่อทัพได้แต่เก็บงำความไม่พอใจไว้จนมิด ชายด้วยกันมองกันออกว่าท่านชายทรงตั้งพระทัยจะเกี้ยวโรสินีของเขา 

“เพคะ ท่านชายภาส” เธอตอบด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ 

“คุณพระพาลูกสาวมาซื้อของรึ?” ท่านชายภาสรพีตรัสต่อพ่อทัพ แต่หากสายเนตรของท่านเอาแต่ทอดไปยังโรสินีที่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น ทำให้พ่อทัพรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ท่านชายทรงคิดว่าเขาคือพ่อของหญิงที่เขาหมายตาจะร่วมเรียงเคียงหมอน แต่ก็หาทำอะไรได้ไม่  

“มิได้ขอรับ แม่โรสมิใช่ลูกสาวของกระหม่อมขอรับ” พ่อทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ ในขณะที่โรสินีแอบกลั้นขำด้วยการพยายามเม้มริมฝีปาก  

“งั้นหรือ? แล้วมาด้วยกันได้อย่างไร?”  

“แม่โรสเป็นญาติของเมียกระหม่อมขอรับ มาจากฟากข้างโน้น มาที่นี่ก็เพราะมาช่วยกระหม่อมดูลูกสาวขอรับกระหม่อม”  

“อ้อ เช่นนั้นเองหรอกรึ?” 

“เพคะ” โรสินีตอบ ทำให้ท่านชายภาสรพีทรงยิ้มออกมา 

“แม่โรสถูกใจนาฬิกาเรือนนี้งั้นหรือ?” ท่านชายภาสรพีตรัสด้วยสุรเสียงนุ่มนวล 

“เพคะ ถูกใจหม่อมฉันมากเพคะ” เธอตอบไปตามตรง ทำให้ท่านชายทรงรู้สึกว่าหญิงผู้นี้ดูไร้จริตมารยา ตรงไปตรงมา คาดเดาไม่ยาก ช่างถูกพระทัยท่านยิ่งนัก 

“หากฉันจะยกให้แม่โรส แม่โรสจะรับไว้หรือไม่?” เมื่อท่านชายทรงถามเช่นนั้น ทำให้พ่อทัพถึงกับต้องเก็บงำอารมณ์ฉุนเฉียวไว้ในส่วนลึกของใจ 

“ไม่ได้หรอกเพคะ ท่านชายทรงมาก่อน นาฬิกาเรือนนี้ก็ต้องเป็นของท่านชายเพคะ อีกอย่าง หม่อมฉันก็ไม่ได้มีเงินมากพอจะจ่ายเพคะ” โรสินีตอบไปอย่างไม่เหนียมอาย ทำให้พ่อทัพสบายใจมาเปราะหนึ่งที่เธอปฏิเสธ เพราะถ้าหากเธอรับมา เท่ากับว่าตัวเธอได้เปิดทางให้ท่านชายภาสรพีเสด็จเข้ามาเต็มองค์ 

“เชื่อฉันไว้ก่อนจะเป็นไรไป ไว้มีค่อยมาจ่ายฉันก็ได้” ท่านชายภาสรพีตรัส ทำให้โรสินีงุนงงนัก เชื่ออะไร? 

“เชื่ออะไรหรือเพคะ?” 

“ก็เอาของไปก่อน แล้วค่อยส่งเงินให้ฉันเป็นงวด ๆ อย่างไรเล่า” ท่านชายตรัสทำให้โรสินีถึงบางอ้อทันที ท่านชายจะทรงปล่อยสินเชื่อนาฬิกาให้เธองั้นหรอกหรือ? 

“ไม่เป็นไรขอรับกระหม่อม แม่โรสมิได้มีความจำเป็นจะต้องใช้นาฬิกา อย่าให้แม่โรสรบกวนฝ่าบาทจะดีกว่าขอรับกระหม่อม” พ่อทัพตัดบททำให้ท่านชายทรงแย้มโอษฐ์ออกมาเพียงเล็กน้อย ท่านเองก็ทรงมองออกว่าพ่อทัพก็ดูจะสนอกสนใจโรสินีโขนัก 

“ก็ได้คุณพระ ฉันรู้สึกถูกคอกับคุณพระและแม่โรสนัก ไว้ว่าง ๆ หากฉันจะไปพูดคุยจิบน้ำชากับคุณพระจะเป็นการรบกวนไหม?” ท่านชายภาสรพีตรัสถามซึ่งทรงรู้คำตอบอยู่แล้วว่าพ่อทัพจะตอบอย่างไร 

“เป็นเกรียรติของกระหม่อมขอรับที่ฝ่าบาททรงกรุณากระหม่อมและแม่โรส” พ่อทัพกล่าวสวนทางกับความรู้สึกจริงที่อยู่ในใจ 

“ไว้คราวหน้าค่อยพบกันนะ แม่โรส” ท่านชายภาสรพีตรัสสุรเสียงหวานชวนฝันก่อนจะเสด็จจากไปพร้อมนาฬิกาข้อมือ โรสินีได้แต่มองตาปริบ ๆ ก่อนที่พ่อทัพจะกระแอมเสียงดัง 

“กลับเรือน” 

“อะไรนะเจ้าคะ? เพิ่งมาเองนะเจ้าคะ” โรสินีทักท้วงทันทีเมื่อพบว่าพ่อทัพดูจะมีทีท่าเอาแต่ใจอีกครั้ง 

“ฉันร้อน หงุดหงิด อยากกลับเรือน” พ่อทัพกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่นั่นทำให้โรสินียืนกอดอกนิ่ง 

“งั้นพี่ทัพก็กลับไปคนเดียวนะเจ้าคะ เดี๋ยวโรสเดินเที่ยวต่อเองได้เจ้าค่ะ” โรสินีพูดออกมาราวกับว่าไม่สนใจอีกฝ่าย นั่นยิ่งทำให้พ่อทัพรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนัก 

“เป็นสาวเป็นนางจะเดินเที่ยวคนเดียวได้อย่างไร” 

“ละเมียดก็มาด้วยทั้งคน โรสไม่ได้เดินเที่ยวคนเดียวสักหน่อยนี่เจ้าคะ” 

“อย่ามาเถียงฉันนะแม่โรส” พ่อทัพขมวดคิ้วพร้อมทำหน้าตาขึงขังทันที 

“ไปกันเถอะละเมียด ไม่อยากคุยกับยักษ์” โรสินีพูดจากระแนะกระแหนพ่อทัพทันทีก่อนจะเดินเที่ยวต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่าย ทำให้พ่อทัพได้แต่ยืนหงุดหงิดอยู่กับนายเชิด 

“ใจเย็นนะขอรับคุณพระ” 

“กลับ ข้าจะกลับเรือน” พ่อทัพพูดอย่างเอาแต่ใจก่อนจะหันหลังเพื่อตรงไปยังทางออก แต่เขากลับสะดุดสายตาเข้ากับมุมน้ำปรุงฝรั่ง เขาจำได้ว่าก่อนที่โรสินีจะไปสนอกสนใจนาฬิกา เขาจำได้ว่าเธอเองก็มามุงดูตู้ใส่ขวดน้ำหอมด้วยเช่นกัน 

“ไปเรียกรถลากมาให้ข้า ประเดี๋ยวข้าออกไป” เมื่อพ่อทัพออกคำสั่งเสร็จ นายเชิดก็ออกไปตามรถลากทันที ทำให้เขาได้มีเวลายืนเลือกซื้อน้ำปรุงฝรั่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะออกไปที่หน้าห้างขณะที่มือถือขวดแก้วเจียระไน 

“เอ็งไม่ต้องตามข้าไป” พ่อทัพกล่าวขณะที่รถลากมาถึง ทำให้นายเชิกงุนงงยิ่งนัก 

“แล้วจะให้บ่าวไปไหนหรือขอรับ?” 

“เอ็งไปอยู่เฝ้าแม่โรส ผู้หญิงเดินกันสองคน หากมีชายใดมาพาลใส่แม่โรส ละเมียดมันจะช่วยได้รึ?” พ่อทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“ขอรับ บ่าวจะอยู่เฝ้าคุณโรส ยุงมิให้ไต่ ไรมิให้ตอมเลยขอรับ” นายเชิดรับปากทำให้พ่อทัพเบาใจลงไปบ้าง เขามิได้ตอบอะไรกลับไปก่อนจะให้จีนลากรถออกรถไปทันที แม้จะอยากอยู่เฝ้าเจ้าตัว แต่ก็ยังรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่โรสินียิ้มหวานให้ท่านชายภาสรพี แต่กลับมาขมวดคิ้วนิ่วหน้าใส่เขา เป็นใครใครก็น้อยใจ แต่ระหว่างทางกลับเรือนบนรถลาก  

พ่อทัพเอาแต่คิดเรื่องที่นายเชิดกล่าว โรสินีคงจะเป็นแม่กุหลาบกลับมาเกิดเป็นแน่ เธอถึงจำเรื่องราวอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง แต่มีอีกเรื่องเดียวที่เขาสงสัย ว่าแหวนพลอยของแม่กุหลาบที่เขาใส่โลงไปให้แม่กุหลาบนั้น ไยถึงได้ยังอยู่โดยไม่สูญสลาย 

  

แม่ซ่อนกลิ่นที่มากราบเสด็จฯ พระองค์ชายกับหม่อมเดือนที่ตนเคยถวายงานรับใช้นั้นก็มีสีหน้าที่แจ่มใสนัก เธอมาที่นี่เพราะมีจุดประสงค์บางอย่าง แต่เธอก็ไม่ได้มาเพียงลำพัง เพราะให้นางแฟงรออยู่ด้านนอกตำหนัก 

“เป็นอย่างไรบ้างแม่ซ่อนกลิ่น อยู่เรือนโน้นลำบากหรือไม่” หม่อมเดือนถามด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดูยิ่งนัก เพราะเห็นแม่ซ่อนกลิ่นมาตั้งแต่ยังเล็ก 

“ไม่ลำบากเจ้าค่ะ หม่อมเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ แล้วเสด็จฯ พระองค์ชายทรงหายประชวรหรือยังเจ้าคะ?” แม่ซ่อนกลิ่นถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ทำให้หม่อมเดือนส่ายหน้าเล็กน้อย 

“หมู่นี้ก็ทรง ๆ นะแม่ซ่อนกลิ่น แต่ก็ดีขึ้นมาหน่อยเพราะชายภาสเพิ่งกลับมาจากอังกฤษเมื่อปีกลายนี้เอง” หม่อมเดือนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ใจชื้นมาบ้าง ก่อนที่จะมีใครอีกคนเข้ามานั่งที่เก้าอี้ 

หลุยซ์ภายในโถงของวังทันที 

“ใครมากันหรือขอรับหม่อมแม่” สุรเสียงนุ่มนวลตรัสต่อหม่อมมารดาทันที 

“แม่ซ่อนกลิ่น เคยรับใช้แม่กับเสด็จพ่อของชายตอนที่ชายไปอังกฤษน่ะสิ” หม่อมเดือนแนะนำ แม่ซ่อนกลิ่นที่เห็นเชื้อพระวงศ์รูปงามก็ไหว้สาทันที 

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท” แม่ซ่อนกลิ่นไหว้ท่านชาย 

ภาสรพีทันที แต่ทว่าท่านชายทรงมิได้ใส่พระทัยนักก่อนจะทรงหันมาหาหม่อมเดือนทันที 

“ไปทำกระไรมารึชายภาส? ไยยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามา” หม่อมเดือนถามด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ทำให้ท่านชายภาสรพีทรงอมยิ้มที่มุมโอษฐ์ 

“ชายไปรับนาฬิกาที่สั่งไว้ที่ห้างมาน่ะขอรับหม่อมแม่”  

สุรเสียงสดใสของท่านชายภาสรพีทำให้หม่อมเดือนพอจะมองออกว่ามีอะไรมากกว่านั้น 

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เช่นนี้คงมิใช่แค่ไปเอานาฬิกามากระมัง” 

“ขอรับหม่อมแม่ ชายไปเจอหญิงคนนึงมาขอรับ งามนักนะขอรับ” ท่านชายตรัสตรงไปตรงมาทำให้พวกนางข้าหลวงและหม่อมดวงรวมถึงแม่ซ่อนกลิ่นตกใจนัก เพราะไม่คิดว่าท่านจะทรงตรงไปตรงมาเช่นนี้ 

“หญิงวังไหนกันล่ะชาย เป็นพวกหม่อมหรือพวกบุตรสาวพระน้ำพระยาเล่า?” เมื่อท่านชายทรงได้ยินเช่นนั้นทำให้ท่านชายทรงส่ายพักตร์แผ่วเบา 

“มิใช่ทั้งสองขอรับ”  

“แล้วเป็นใครกันล่ะชาย? อย่าบอกนะว่าชายไปถูกใจพวกแหม่มเข้าน่ะ?” หม่อมเดือนขมวดคิ้วทันทีด้วยความไม่พอใจ แต่นั่นยิ่งทำให้ท่านชายภาสรพีทรวลออกมาเบา ๆ  

“มิใช่แล้วขอรับหม่อมแม่ แม่โรสเธอมิใช่แหม่มขอรับ แต่ชื่อเหมือนแหม่มขอรับ ชายเจอแม่โรสที่ห้างกับคุณพระวิกรมวัชระขอรับ” ท่านชายตรัส ทำให้แม่ซ่อนกลิ่นที่ได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย 

“ท่านชายทรงเจอคุณพี่โรสหรือเจ้าคะ?” แม่ซ่อนกลิ่นถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัยใคร่รู้นัก ทำให้ท่านชายทอดเนตรมาที่เธอด้วยทรงสงสัยนัก 

“แม่ซ่อนกลิ่นรู้จักแม่โรสรึ?” 

“เพคะ รู้จักเพคะ คุณพี่โรสอยู่เรือนคุณพระวิกรมวัชระเหมือนหม่อมฉันเพคะ คุณพี่โรสเธอเป็นญาติของพี่สาวต่างแม่หม่อมฉันเพคะฝ่าบาท” แม่ซ่อนกลิ่นตอบไปตามตรง ทำให้ท่านชายทรงประหลาดพระทัยนัก เพราะไม่ได้ทรงคิดว่ามันจะบังเอิญถึงเพียงนี้ 

“แล้วแม่โรสกระไรนั่นเป็นญาติของพี่สาวแม่ซ่อนกลิ่น แสดงว่าเป็นเจ๊กงั้นรึ?” หม่อมเดือนถามด้วยความสงสัย 

“เพคะ เป็นเจ๊กฟากข้างโน้นเพคะ” แม่ซ่อนกลิ่นกล่าวตามที่เธอรับรู้มาและจงใจทำให้โรสินีดูไม่ดีในสายตาของหม่อมเดือน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้หม่อมท่านจึงนิ่วหน้าทันที 

“ชาย แม่ไม่เอานะ แม่ไม่อยากได้สะใภ้เจ๊ก” หม่อมเดือนหันกลับไปหาท่านชายภาสรพีทันที 

“แม่โรสเธองามนักนะขอรับ ตั้งแต่ชายเกิดมา ชายยังไม่เคยเห็นหญิงใดงามเท่าแม่โรสเธอมาก่อน ชายอยากให้หม่อมแม่เป็นธุระสู่ขอแม่โรสมาเป็นหม่อมของชายขอรับ” ท่านชายภาสรพีตรัสออกมาด้วยพระทัยเร็วด่วนได้ และนั่นยิ่งทำให้หม่อมเดือนไม่พอใจนัก 

“ไม่ แม่จะไม่รับเจ๊กนั่นมาเป็นสะใภ้หลวงเด็ดขาด ชายเป็นพระโอรสองค์โตของเสด็จฯ จะเอานางเจ๊กนั่นมาเป็นหม่อมเอกคงจะไม่เหมาะ เว้นเสียแต่ว่าชายจะเอามันมาเป็นหม่อมเล็กหม่อมน้อย แม่ก็พอจะยอมให้ได้หรอก” น้ำเสียงที่เข้มงวดของหม่อมเดือนทำให้ท่านชายภาสรพีนิ่งไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่ตรงพระทัยท่าน แต่ท่านก็ไม่ทรงยอมแพ้ 

“หากชายมีโอกาส ชายจะพาแม่โรสมากราบหม่อมแม่ที่วังขอรับ” ด้วยทรงศึกษาจากอังกฤษ ทำให้ท่านชายทรงมีดำริเป็นขององค์เองสูงยิ่งนัก และทรงยึดถือเรื่องการมีคู่ครองเพียงคนเดียวเฉกเช่นตะวันตก 

“ชาย ดื้อกับแม่งั้นรึ?” 

“มิได้ขอรับหม่อมแม่ ชายเพียงแค่อยากจะอยู่กับคนที่ชายชอบพอ” 

“ชอบพอประเดี๋ยวก็เบื่อ ชายเพิ่งจะยี่สิบสี่ชันษา รับราชการไปอีกสักหน่อยประเดี๋ยวก็เจอลูกพระน้ำพระยาสมน้ำสมเนื้อคู่ควรกับชายเอง” หม่อมเดือนกล่าวทำให้ท่านชายทรงเงียบไม่ตรัสสิ่งใดออกไปเพราะท่านไม่มีความประสงค์จะทำให้หม่อมเดือนเป็นกังวลจนเกินจริง 

“ว่าแต่แม่ซ่อนกลิ่นเถอะ คงจะไม่ใช่แค่มาเยี่ยมฉันหรอกใช่ไหม” หม่อมเดือนกล่าว 

“เจ้าค่ะ พอดีว่าอิฉันมีหลานสาว อยากจะฝากมาถวายตัวรับใช้เสด็จฯ พระองค์ชาย และก็หม่อมเดือนเจ้าค่ะ” แม่ซ่อนกลิ่นพูดด้วยน้ำเสียงที่สดชื่นนัก เพราะอยากจะให้แม่แก้วตาได้ดิบได้ดีมีหน้ามีตา 

“บุตรสาวคุณพระวิกรมวัชระงั้นรึ?” 

“เจ้าค่ะหม่อม อิฉันอยากจะให้แม่แก้วตามาฝากเนื้อฝากตัวกับหม่อมเจ้าค่ะ จะได้อบรมสั่งสอนให้เข้ารูปเข้ารอย ไม้อ่อนยังดัดง่ายเจ้าค่ะ” แม่ซ่อนกลิ่นกล่าวและนั่นทำให้หม่อมเดือนถึงบางอ้อทันที 

“เช่นนั้นก็พามาสิ หลานสาวแม่ซ่อนกลิ่นก็หาใช่คนอื่นคนไกล ฉันจะขัดเกลาอย่างดีทีเดียว แล้วจะพามาเมื่อไรล่ะ” 

“ไม่เกินเจ็ดวันเจ้าค่ะหม่อม เรื่องนี้คุณหญิงพิกุลก็เห็นดีเห็นงามกับอิฉัน เหลือแต่เพียงคุณพระเจ้าค่ะ” แม่ซ่อนกลิ่นกล่าวอย่างนอบน้อม 

“เช่นนั้นก็ไปพูดกับคุณพระให้ขาดก่อนละกันนะแม่ซ่อนกลิ่น แต่เรื่องเช่นนี้ก็ไม่น่าจะห้ามกัน ใคร ๆ ก็ต่างพาลูกสาวไปถวายตัววังโน้นที วังนี้ทีทั้งนั้น แม่ซ่อนกลิ่นทำถูกแล้วล่ะ แม่โรสอะไรนั่นก็อยู่เรือนเดียวกันกับหลานสาวแม่ซ่อนกลิ่นด้วยมิใช่รึ?” 

“เจ้าค่ะหม่อม” แม่ซ่อนกลิ่นขานรับอย่างจงใจ 

“งั้นก็รีบ ๆ พามาละกัน ประเดี๋ยวหลานสาวแม่ซ่อนกลิ่นจะได้นิสัยสันดานเจ๊กมาด้วย” หม่อมเดือนกล่าวทำให้แม่ซ่อนกลิ่นรู้สึกสาแก่ใจนักที่มีคนรังเกียจมารหัวใจที่เรือนโน้น ท่านชายภาสรพีที่ทรงฟังก็เสด็จลุกออกไปทันทีเพราะไม่ประสงค์จะได้ยินคำดูแคลนหญิงที่ท่านถูกพระทัย 

แม่ซ่อนกลิ่นกราบลาหม่อมเดือนก่อนจะออกมาจากตำหนักโดยมีนางแฟงรออยู่ที่ด้านนอก เธอไม่คิดมาก่อนว่าอะไรต่อมิอะไรจะง่ายดายถึงเพียงนี้ เธอต้องการให้หลานสาวได้ดีก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเธอก็ต้องการให้แม่แก้วตาออกไปให้พ้นแผนการของเธอ ดีกว่าให้แม่แก้วตาต้องอยู่โดนลูกหลงที่เธอจะกำจัดโรสินีที่สุดแสนจะขวางหูขวางตาเธอนัก แม่แก้วตาไม่อยู่ ก็จะไม่มีใครคอยถือหางให้โรสินีอีกต่อไป  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว