facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความปรารถนา 4 - 4

ชื่อตอน : ความปรารถนา 4 - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2564 09:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความปรารถนา 4 - 4
แบบอักษร

รถยนต์ของท่านชายพีรดนย์ถูกเจ้าของขับจอดข้างทางหลังคำตอบของหญิงสาว ทันทีที่รถจอดสนิทเขาก็หันมามองพระคู่หมั้นสาว “น้องช่วยพูดให้พี่เข้าใจกว่านี้ได้หรือไม่ เพราะถ้าให้พี่เดา พี่คงจักเดาว่าตลอดเวลาน้องปรารถนา จะขับรถยนต์มาโดยตลอด”

 

‘เข้าใจถูกแล้วเพคะ รู้ใจหม่อมฉันที่สุดเลยท่านชายของบัว’ สโรชาตอบกลับไปในใจ ก่อนจะหันไปมองสบตาคนที่จ้องมองเธออยู่แล้ว พอได้มองเขาในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยมันก็เกิดเต้นเร็วขึ้น แต่ดวงดาที่ดุคมกลับทำให้หัวใจที่ลิงโลดเหี่ยวเฉาลง

 

“พี่หวังว่าน้องจะเล่า”

 

เสียงนุ่มทุ้มที่ตรัสย้ำทำให้สโรชาหลุดจากภวังค์ เธอกระพริบตาถี่ ๆ พร้อมสลัดความคิดที่เธอเรียกว่าบ้าผู้ชายออกไปก่อน

 

“พี่ชายพีเข้าพระทัยถูกแล้วเพคะ น้องปรารถนาที่จะขับรถมาตลอด แต่เพราะน้องไม่กล้า จนกระทั่งความจำเสื่อม แต่กลับยังมีอยู่สิ่งเดียวที่ถูกฝังลึกในความทรงจำที่น้องไม่ลืมเลือน นั่นก็คือความปรารถนาในการขับรถ หลังจากนั้นน้องก็คิดว่าสิ่งนี้อาจไม่ใช่ความปรารถนาเดียวที่น้องมี น้องจึงอยากขับมันออกมาเพื่อตามหาความทรงจำที่ขาดหาย”

 

สโรชาพูดรัวเร็วพร้อมกล่าวขอโทษท่านหญิงปทุมทิพย์ในใจตลอดเวลาที่ไปเปลี่ยนความปรารถนาของท่านหญิง ‘ขอโทษด้วยนะคะท่านหญิง ถ้าไม่พูดไปแบบนี้ฉันคงได้กลายเป็นคนบ้าไม่ก็ผีเข้าแน่ ๆ’

 

นอกจากจะขอโทษหญิงสาวสูงศักดิ์เจ้าของร่างที่มาอยู่อาศัย สโรชายังไม่ลืมที่จะอ้อนวอนขออภัยโทษต่อบาปกรรมในการโกหกครั้งนี้ ‘อย่าให้ลูกบาปหนาเลยนะคะ หากไม่พูดไปแบบนี้คงแย่ ให้บอกว่าย้อนเวลามาก็คงไม่มีใครเชื่อ ทำไปเพราะความจำเป็นล้วน ๆ’

 

ไม่ว่าเธอจะอ้อนวอนต่อใคร แต่คนที่เธอควรอ้อนวอนมากที่สุดก็คือคนที่เอาแต่มองจ้องใบหน้าของเธอ เธอควรอ้อนวอนให้เขาเชื่อคำพูดของเธอรวมไปถึงทุกคนที่วังภาณุมาสรังษี

 

“น้องจะบอกว่าน้องลืมทุกอย่าง แม้แต่ครอบครัว หรือแม้แต่พี่ ยกเว้นเว้นสิ่งเดียวที่ไม่ลืมคือการอยากขับรถเช่นนั้นหรือ น้องคิดว่าพี่ควรเชื่อมากน้อยแค่ไหน แลคนที่วังของน้องก็ด้วย ทุกคนคงไม่เชื่อ” ท่านชายตรัสด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างต้องการเอ็ดน้องสาวที่คิดจะโกหก

 

“น้องรู้เพคะ ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่น้องก็อยากให้ทุกคนเชื่อนะคะ โดยเฉพาะท่านพี่” เอาวะบัวไม้ตายไม้สุดท้าย ทำตัวให้ดูน่าสงสารเข้าไว้

 

นัยน์ตาหวานของคนตรงหน้านั้นแสนเศร้า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา สำหรับพี่แล้วคำพูดของน้องคือสิ่งที่น่าเชื่อถือมาตลอด แต่ครั้งนี้มันยากเหลือเกินที่จักเชื่อ”

 

หญิงสาวหลุบตาต่ำ “น้องเคยโกหกท่านพี่หรือเพคะ” เธอถามกลับน้ำเสียงเศร้า ต่อให้สโรชาจะโกหก แต่เธอชื่อว่าท่านหญิงปทุมทิพย์ต้องไม่เคยโกหกท่านชายมาก่อนแน่ ๆ

 

พระเนตรคมราวเหยี่ยวมองน้องสาวต่างราชสกุลนิ่ง อย่างใช้ความคิดไตร่ตรองเขาไม่อยากเชื่อเลยสักนิด ไม่สิมันไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้เชื่อได้ แต่เพราะปทุมทิพย์ไม่เคยโกหกเขาเลยสักครั้งนับตั้งแต่ลืมตาขึ้นดูโลกนี้ นั่นต่างหากที่ทำให้เขาปฏิเสธความจริงจากเธอไม่ได้ “ถ้าหากว่าน้องยืนยันว่าน้องพูดความจริง แลครั้งนี้พี่ก็คงจักเชื่อในสิ่งที่น้องพูดเหมือนทุกครั้ง และพี่ก็เชื่อว่าคนที่วังภาณุมาสรังษีก็ต้องเชื่อคำพูดของน้องเช่นเดียวกัน กลับวังภาณุมาสรังษีกันก่อนเถอะทุกคนคงกำลังรอน้องอยู่”

 

“เพคะ”

 

ท่านชายทรงแย้มสรวญที่แสนจะอบอุ่นในสายตาของคนมอง ฝจนหัวใจหญิงสาวบีบรัดตัวรัวเร็ว

 

ตรัสแล้วท่านชายก็ค่อย ๆ เคลื่อนรถยนต์เพื่อมุ่งตรงกลับไปยังวังภาณุมาสรังษีระยะทางจากจุดที่อยู่ถึงวังภาณุมาสรังษีไม่ไกลมากนัก ยังไม่ทันให้คนมีความผิดได้ตระเตรียมหัวใจก็เห็นกำแพงวังอยู่รำไร

 

รถหลวงสัญชาติยุโรปสีนิลถูกขับเคลื่อนเข้ามาภายในอาณาเขตรั้ววังภาณุมาสรักษีธิดาองค์เล็กของวังที่นั่งมาบนรถด้วยก็เกิดอาการเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมโดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือของเธอที่แทบจะเรียกว่าเปียกโชกด้วยความตื่นเต้น อาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงเพราะเธอเห็นว่ามีใครยืนอยู่ที่หน้าตึก ทุกองค์คงรู้หมดแล้วว่าเธอออกจากบ้าน

 

ทันทีที่รถหลวงของท่านชายพีรดนย์จอดเทียบหน้าตึก ท่านชายก็ทอดเนตรเห็นว่าหญิงสาวข้างกายกำลังกลัว จึงได้ตรัสด้วยสุระเสียงอบอุ่นอย่างปลอบโยน

 

“อย่ากลัวเลยนะ ตั้งแต่เล็กจนโตพี่ไม่เคยเห็นเสด็จอาแลอาหญิงไม่มีเหตุผล หากน้องบอกพวกท่านอย่างที่บอกพี่ทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี”

 

สโรชามองไปทางท่านชาย คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแต่ก็เพียงแค่เล็กน้อย “แต่...ท่านพี่เองก็ไม่เชื่อน้องในคราแรก”

 

“ตอนนี้พี่เชื่อแล้วอย่างไรเล่า”

 

‘เชื่อคนง่ายเสียจริงนะคะ’ เธอว่าท่านชายในใจ ก่อนจะบอกขอบคุณออกไป “ขอบพระทัยเพคะ”

 

สโรชาฟังแล้วก็รู้สึกอุ่นใจอยู่หรอกแต่จะบอกให้ไม่กลัวเลยก็ดูจะเก่งเกิน เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะเปิดประตูรถลงไป ทันทีที่เท้าเล็กสัมผัสกับพื้นปูนซีเมนต์ เสียงของท่านแม่ก็ดังขึ้นพร้อมกับอ้อมกอดของท่าน ที่โผเข้ากอดรัดเธอแน่น

 

“หญิงบัว ลูกรัก นี่ลูกหายไปที่ใดมา” สองหัตถ์อวบของท่านแม่สัมผัสที่สองแก้มเนียนจากนั้นก็โอบกอดธิดาอย่างสุดรักสุดห่วงใย เวลาที่ผ่านมาเมื่อครู่นี้เกือบทำให้ท่านต้องใจสลายที่ตามหาลูกไม่เจอ

 

“ลูก” สโรชาอึกอักแต่เมื่อชำเลืองมองไปที่ท่านชายพีรดนย์ก็เหมือนก็ทำให้เธอกล้าที่จะพูดความจริง “ลูกขอประทานอภัยเสด็จพ่อแลท่านแม่เพคะ ลูกแอบขับรถออกไปนอกวัง” ความจริงคือสิ่งไม่ตาย แม้คนที่พึ่งพูดความจริงออกไปได้แต่พูดคำว่า ‘ตายแน่ งานนี้ตายแน่ ๆ”

 

“หญิงว่ากระไรนะ” ท่านหญิงหยาดเพชรตรัสถามธิดาสุรเสียงดังอย่างตกใจ แม้แต่เสด็จพระองค์ชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ตกพระทัยไม่ต่างกัน

 

“ลูกคิดว่าลูกพูดอะไรอยู่ฮึ! หญิงบัว” เสด็จพ่อตรัสถามสุรเสียงเข้มดุกร้าวกลับทันที ตั้งแต่เล็กจนโตพระธิดาของพระองค์ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะโกหก เหตุใดครั้งนี้ถึงได้พูดจาเช่นนี้กัน และนี้ก็ดูจะเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ท่านดุพระธิดา

 

“ลูกพูดความจริงนะเพคะเสด็จพ่อ ลูกแอบขับรถออกไปเอง” สโรชารีบตอบ รู้สึกใจเสียไม่น้อย เพราะตั้งแต่อยู่ที่วังแห่งนี้มา เธอเห็นเสด็จพ่อใจเย็นมาเสมอ

 

เสด็จพระองค์ชายทอดพระเนตรคมมองไปยังพระธิดาองค์เล็ก จากนั้นก็ละสายพระเนตรและหันไปทอดพระเนตรนัดดาอย่างท่านชายพีรดนย์

 

“ชายพีเล่า ไปพบเจอกันได้อย่างไรเหตุใดถึงได้กลับวังมาด้วยกัน แล้วรถของวังภาณุมาสรักษีอยู่ที่ใด” พระองค์ทรงตรัสถามทุกสิ่งที่สงสัยออกไป

 

“หลานพบน้องหญิงโดยบังเอิญกระหม่อม ส่วนรถของวังภาณุมาสรักษีตอนที่พบกันรถดับ หลานเลยให้นายเทิดดูแล และให้ขับตามมา” ท่านชายตรัสเล่าเหตุการณ์

 

“ตั้งแต่เล็กจนโตลูกไม่เคยโกหกพ่อเลยนะหญิงบัว” น้ำเสียงของเสด็จพ่อแลดูผิดหวังจนสโรชายังสัมผัสได้

 

“เสด็จพ่อเพคะลูกไม่ได้โกหกจริง ๆ นะคะ” หากจะมีเรื่องใดที่เธอโกหก แต่เรื่องขับรถออกไปเองเธอไม่ได้โกหกจริง ๆ นะ เธอมองไปที่เสด็จพ่อด้วยดวงตาเว้าวอนขอให้ท่านเชื่อ “หากเสด็จพ่อทรงกังขาจะให้ลูกขับให้ดูก็ได้นะคะ” ในเมื่อพูดแล้วยากจะเชื่อ ก็ต้องแสดงให้เห็น

 

สิ้นคำของสโรชานายเทิดก็ขับรถของวังภาณุมาสรักษีเข้ามาพอดี เมื่อรถจอดสนิทเขาก็รีบลงจากรถมาพร้อมกับคืนกุญแจให้จางวางจั่น

 

“ลูกขับรถเป็นได้อย่างไร”

 

“ลูกดูและจำเพคะ” เธอก้มหน้าขณะตอบ อย่างหลบสายตาเพราะมันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด

 

“แม่รู้สึกวิงเวียนเหลือเกิน” ท่านแม่ที่ดมยาหอมอยู่ยิ่งได้ยินคำพูดโต้ตอบของธิดาและพระสวามียิ่งรู้สึกบ้านหมุน ลูกสาวที่รักเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน

 

“ท่านหญิงเพคะ” คุณท้าวสมรพยุงเจ้านายเอาไว้ พร้อมนางข้าหลวงอีกคน

 

“ท่านแม่” สโรชาวิ่งเข้ามาช่วยอีกแรง

 

“หลานว่าเราเข้าไปคุยกันด้านในดีกว่าไหมเสด็จอา” ท่านชายพีรดนย์เสนอ เพราะเป็นห่วงอาหญิง

 

สิ้นคำของท่านชายพีรดนย์ เสด็จพระองค์เจ้ารพีพัฒนาภาณุมาศรังสีเจ้าของวังก็กล่าวให้ทุกคนเดินไปยังโถงกว้าง สโรชาลอบมองท่านชายพีรดนย์ เหมือนว่าตอนนี้เธอใช้เขาเป็นที่ยึดเหนี่ยวไปเสียแล้ว

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว