กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่3 แก้วกันยา แสงสุริยา |รีไรท์|

ชื่อตอน : ตอนที่3 แก้วกันยา แสงสุริยา |รีไรท์|

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 898

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2565 16:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3 แก้วกันยา แสงสุริยา |รีไรท์|
แบบอักษร

แก้วกันยา แสงสุริยา

บ้านแสงสุริยา

"แก!...แกพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงห๊ะ!" นิลลินีแผดเสียงดังลั่นบ้านโกรธจนเนื้อตัวสั่นเมื่อได้ยินคำสบประมาทจากผู้หญิงที่อาวุโสกว่าตนหลายสิบปี

มนุษย์ป้าที่เธอไม่มีวันญาติดีด้วยเด็ดขาด

"ฉันพูดความจริงทำไมรับไม่ได้รึไงยะ" เดือนเต็มกอดอกมองนิลลินีอย่างเหยียดหยัน 

ตลอดสิบแปดปีที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันเธอไม่เคยปลื้มเมียใหม่พี่เขยของตัวเองเลยเพราะครั้งนึงผู้หญิงคนนี้เคยเป็นคุณนายเล็กมาก่อน

ฟังไม่ผิด…มันเป็นเมียคุณเจริญมาก่อนพอสามีที่แก่คราวปู่เสียก็รีบคว้าลูกเลี้ยงผัวมาทำผัวต่อ คนดีที่ไหนเขาทำกันล่ะคงกลัวว่าตัวเองจะไม่มีที่เกาะกิน

พี่เขยเธอตาต่ำถึงได้คว้าผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้มาทำพันธุ์

"งั้น…ถ้าฉันพูดว่าแกมันก็แค่น้องเมียที่หวังจะเอานมเหี่ยวๆไต่ขึ้นมาเป็นเมียคุณธีล่ะ หึ…แต่น่าสงสารนะคุณธีเค้าไม่กินของหมดอายุน่ะมันสอดท้อง"

"แก...นังลินีแก!!!" เดือนเต็มชี้หน้าคุณนายของบ้านถ้าคุณย่าของหนูแก้วยังอยู่คงได้กำราบนังเด็กอวดดีนี่

"น้าเต็มนี่มันเรื่องอะไรกันอีกคะ พอค่ะพอหนูแก้วขอนะคะ" แก้วกันยาเดินมาจับแขนเดือนเต็มพร้อมส่งสายตาเว้าวอนขอความเห็นใจ 

หนูแก้วก็เป็นซะแบบนี้…

"น้าเห็นแก่หนูแก้วนะลูก" เดือนเต็มมองหลานด้วยความรักที่อัดแน่นเต็มหัวใจที่เธออยู่เป็นโสดก็เพื่อเลี้ยงดูหลานคนนี้ให้เติบโตจนได้เป็นฝั่งเป็นฝา   "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี" เดือนเต็มจ้องนิลลินีก่อนจะเดินออกไป

"เออรีบๆนะ" นิลลินีตอบกลับอย่างท้าทาย

“คุณลินี…” แก้วกันยาหันมาเล่นงานแม่เลี้ยงที่กำลังท้องน้องคนที่สามของเธออยู่

รู้สึกหน่ายใจที่ต้องมาเห็นพฤติกรรมแย่ๆ ตั้งแต่เธอกับน้าเต็มกลับมาจากอังกฤษทั้งน้าทั้งแม่เลี้ยงก็ตั้งตนเป็นศัตรูทะเลาะกันไม่เว้นวัน

"คุณ...กำลังท้องนะช่วยใช้สมองคิดหน่อยจะไปต่อปากต่อคำยืนเถียงกับใครเขาเพื่ออะไร”

“ไม่ใช่เรื่องตัวเองอย่ายุ่ง!”

“นี่มันบ้านหรือสมรภูมิรบล่ะ เก่งกับเกมส์ก็ชอบตีกันแล้วยังคุณกับน้าเต็มอีกเอาเวลาทะเลาะชาวบ้านไปสอนลูกดีมั้ย?”

"แกน่ะเป็นแค่ลูกเลี้ยงอย่าปากดีมาสอนฉัน"

"ฉันก็ไม่อยากเอาตัวลงไปงัดกับคนอย่างคุณหรอกนะ มันเปลืองตัวถ้าชอบตีกับชาวบ้านนักก็อย่าทำให้คนอื่นเขาเดือนร้อน แหกปากตะโกนแบบนี้ใครเขาจะนอนได้มารยาทสมบัติผู้ดีคุณควรหามาอ่านบ้างนะ”

"แก..." นิลลินีเต้นเร่าด้วยความโกรธ

"เลิกซะทีเถอะไอ้นิสัยร้ายกาจแบบตัวอิจฉาในทีวีน่ะ แม้อายุเราจะห่างกันไม่มากแต่ฉันก็อยากให้คุณทำตัวให้มันน่าเคารพ"

"แก...นังเด็กไม่มีแม่!”

"หยุดนะ!อย่ามาหยาบคาย!"

"จะทำไม...ก็แกมันไม่มีแม่ไงล่ะ ฮ่าๆ...นังเด็กไม่มีแม่"

เพี๊ยะ!!!

แก้วกันยาฟาดฝ่ามือลงบนหน้าแม่เลี้ยงสุดแรง   

"เคยเตือนแล้วใช่มั้ยว่าอย่าปากผล่อยถ้าแกกล้าพูดถึงแม่ฉันอีกล่ะก็" แก้วกันยาชี้หน้านิลลินีอย่างเอาเรื่อง

"อย่าอยู่เลยมึงวันนี้แม่จะตบให้เลือดกลบปากเลย!"นิลลินีมองแก้วกันยาอย่างขุ่นเคืองพร้อมกับพุ่งเข้าใส่แต่ก็ถูกแก้วกันยาผลักล้มลงไปกองบนโซฟา

"ถ้าเข้ามาอีกคราวนี้ไม่ผลักลงโซฟาแล้วนะ อยากคลอดก่อนกำหนดใช่มั้ยห๊ะ"

"แก...." นิลลินีกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแต่ก็จำต้องเดินสงบศึกชั่วคราวเพราะสายตาลูกเลี้ยงเอาจริงไม่มีความเมตตาคนท้องเลยแม้แต่น้อย

"โห...สุดยอดอ่ะพี่แก้วแม่อึ้งไปเลยอ่ะ" เกมส์วิ่งเข้ามาหาพี่สาวอย่างชื่นชม

"เกมส์พูดแบบนี้ได้ไงไม่เอา แก้วกันยาปรามน้องชายวัยสิบขวบ

"ดูดิเกมส์ถ่ายคลิปไว้ด้วยตอนแม่โดนตบนะโคตรสะใจอ่ะ"

“ลบคลิปซะมันไม่น่าดูพี่ไม่ได้ตั้งใจตบแม่เกมส์นะ”

"ก็เข้าใจแต่แม่ชอบทำตัวเป็นนางร้ายในทีวีอ่ะ หาเรื่องอิจฉาเค้าไปทั่วสมควรโดนละแบบนี้"

“พูดถึงแม่แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ”

“แล้วจะให้พูดเรื่องอะไรถึงน่ารักล่ะเรื่องแม่ก็มีแต่แบบนี้ตอนพี่แก้วไม่อยู่แม่ก็ทะเลาะตบตีกับแม่บ้านพ่อก็ไล่พวกเขาออก”

“เอาเถอะ…ยังไงเกมส์ก็ห้ามว่าห้ามสมน้ำหน้าแม่ตัวเองเข้าใจมั้ย?”

"ครับ" เกมส์ตอบเสียงเศร้าๆแม้แก้วกันยาจะลูบหัวปลอบใจ

“กรี๊ดดด!!!...”

สองพี่น้องมองกันหน้าตาตื่น  

"แม่" เด็กชายออกวิ่งไปตามเสียงของมารดาที่กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดแต่เมื่อแก้วกันยาวิ่งมาถึงภาพที่เห็นก็คือนิลลินีนอนหมดสติอยู่หน้าห้องนอน

"แม่!!!" เกมส์เขย่าตัวแม่ด้วยความตกใจ

"เกมส์ไปตามเก่งมาอุ้มแม่เร็วๆ"

"ครับ" เด็กน้อยรีบวิ่งไปตามพี่ชายทันที

แก้วกันยานึกสงสัยว่าทำไมมีเรื่องวุ่นวายมากขนาดนี้พ่อถึงไม่ออกมาดูแต่เมื่อเธอมองลอดประตูที่เปิดแง้มไว้ทุกอย่างก็กระจ่างแก่ใจในทันที 

หญิงสาวเบือนหน้าหนีรู้สึกอายแทนคนที่กำลังขย่มกันอยู่ในห้องเป็นจังหวะเดียวกับที่เก่งวิ่งมาถึงพอดี

"แม่เป็นไรพี่แก้ว"

"ไม่ต้องถามพาไปที่รถพี่จะไปส่งโรงบาล"

เก่งช้อนร่างแม่ขึ้นอุ้มสายตาทอดมองแม่ที่หมดสติอย่างหวั่นวิตกขณะที่เกมส์ก็ช่วยประคองและระวังทางให้อีกทีสายตาสองพี่น้องมองกันอย่างหวั่นเกรงขณะที่แก้วกันยาวิ่งไปสตาร์ทรถเตรียมพาคนท้องส่งโรงบาล

 

หน้าห้องฉุกเฉิน

เด็กทั้งสองนั่งหน้าเครียดไม่มีใครยอมพูดอะไรสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมแม่ของตัวเองถึงได้หมดสติแบบนั้น  

ด้านแก้วกันยาเองก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน

ในหัวเธอมีแต่เรื่องวุ่นๆของคนในบ้านภาพในอดีตตั้งแต่เธอสูญเสียมารดาจนถึงสถานะใหม่ของนิลลินีที่เข้ามาแทนที่แม่ของเธอ

ชีวิตเธอไม่เคยสงบ

นิลลินีขยันสร้างเรื่องให้คนในบ้านทำตัวเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายในละครที่แสร้งทำเป็นแสนดีต่อหน้าคุณพ่อและกลั่นแกล้งเธอลับหลัง ดีที่มีบารมีของคุณย่าเป็นเกราะคุ้มกันท่านเลยส่งเธอไปเรียนเมืองนอกโดยให้น้าเต็มไปช่วยดูแลจะได้หนีจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดแต่แก้วกันยาก็ค้นพบว่าไม่ว่าเธอจะจากไปกี่ปีนิลลินีก็ยังเป็นคนเดิมไม่มีทางเปลี่ยน

"คุณพ่อ" เกมส์วิ่งเข้าไปกอดบิดาทันทีที่เขามาถึงความอ่อนแอที่ฝืนทนก็ทลายลงเป็นหยดน้ำตา   "แม่จะเป็นอะไรมั้ย” เด็กน้อยพูดได้เพียงเท่านั้นก็สะอื้นหนัก

"ไม่เป็นไรหรอกไม่ต้องกลัวนะ" สุธีกอดปลอบลูกชายคนเล็ก  

"เลิกร้องได้ละเกมส์แม่ไม่ตายง่ายๆหรอก” เก่งรำคาญน้องชาย

“พูดดีๆกับน้องหน่อย”

“แล้วเก่งพูดไม่ดีตรงไหน”

“เจ้าเก่ง!”

“พ่อคะ…” แก้วกันยารีบห้ามเมื่อพ่อลูกทำท่าจะมีปัญหากัน

“ดูน้องแกสิ!” สุธีชี้ไปที่ลูกชายคนโตที่กำลังชักสีหน้าไม่พอใจใส่เขาแก้วกันยาสรุปให้ว่าพ่อกับเก่งนิสัยเหมือนกัน

แรงด้วยกันทั้งคู่

“จะไปไหน! ดูมันถามอะไรไม่เคยตอบนี่มันเห็นฉันเป็นพ่ออยู่มั้ยห๊ะ!”

“ใจเย็นๆนะคะ”

“เกมส์ไปตามพี่เก่งเอง”

“เดี๋ยวเกมส์” แก้วกันยาเรียกไว้ไม่ทันกลัวว่าสองพี่น้องจะไปทะเลาะกันซะมากกว่า

“ปล่อยไปเถอะ” สุธีถอนใจหันมามองลูกสาวด้วยความภาคภูมิใจของแบบนี้บางทีมันก็อยู่ที่ชาติตระกูลนะ

แม่มันเป็นยังไงลูกมันก็ไม่ต่างกัน ดูหนูแก้วของเขาสิทั้งแสนดี ทั้งเก่ง ทั้งอ่อนหวานคนละเรื่องกับลูกที่เกิดจากลินี

“พ่อมีแต่หนูนี่แหล่ะ...ลูกรัก" สุธีดึงแก้วกันยามากอดด้วยความรักภาพครอบครัวอันแสนอบอุ่นสมัยที่แม่ของแก้วกันยายังมีชีวิตอยู่ย้อนกลับเข้ามาให้คิดถึง  

เขาผิดเองที่หลงใหลไปกับสาววัยสิบเจ็ดรู้ตัวอีกทีทุกอย่างมันสายเกินแก้

“น้าเต็มล่ะคะ”

“หื้ม?” สุธีทำหน้าไม่เข้าใจ

“ไม่ได้มาด้วยกันเหรอคะ”

“เอ่อ…” สุธีอึกอักเพราะสายตาของลูกสาวเปลี่ยนไป

หรือว่าหนูแก้วจะเห็นว่าเขากับเดือนเต็มทำอะไรกันในห้องเขามั่นใจว่าลินีเห็นไม่งั้นคงไม่ร้องกรี๊ดๆแล้วก็เป็นลมไป

ไม่ใช่ความผิดเขานะ

จะโทษก็ต้องโทษตัวลินีเองที่ทำตัวน่าเบื่อสู้เดือนเต็มไม่ได้สักอย่างนึกเสียดายเขาน่าจะคว้าตัวเดือนเต็มมาทำหน้าที่แม่ให้หนูแก้วตั้งแต่ยังสาว ไม่งั้นป่านนี้เราสามคนคงเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่น

"หนูแก้วเห็นนะคะและคิดว่าคุณลินีเธอคงเห็นมากกว่าหนูแก้ว"

"พ่อ...."

“เท่านี้บ้านเรามันยังวุ่นวายไม่พอเหรอคะ”

“หนูแก้วฟังพ่อนะ…”

“เอาเถอะค่ะ…หนูแก้วขอโทษที่ยุ่งเรื่องส่วนตัวคุณพ่อนะคะ”

“หนูไม่ดีใจเหรอที่มีน้าเป็นแม่อีกคน” เดือนเต็มพูดแทรกขึ้นมาเธอฟังอยู่นานแล้วล่ะ

“น้าเต็ม”

“ว่าไงคะคนดีน้าไม่เหมาะสมที่จะเป็นแม่หนูตรงไหน?” เธอลูบแก้มหลานสาวอย่างเอ็นดู

“มัน…ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” แก้วกันยาอึดอัด

“หนูไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้นค่ะจากนี้ไปน้าจะจัดการนังลินีให้เอง” เดือนเต็มกุมมือหลานสาวเหมือนเป็นคำสัญญา

แก้วกันยามองพ่อกับน้าเต็มที่เข้ากันได้ดี

ครอบครัวเธอมันแปลกประหลาดเกินกว่าที่คนนอกจะเข้าใจได้ใครๆก็คิดว่าการที่เกิดมาเป็น ‘แก้วกันยา แสงสุริยา’ นั้นน่าอิจฉาเป็นคุณหนูนักเรียนนอกทายาทธุรกิจส่งออกอาหารทะเลมูลค่าหลายร้อยล้านใช้ชีวิตสวยหรูดูแพง สุขสบายบนสมบัติที่กินใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด 

แต่ในมุมของเธอมันไม่มีอะไรที่น่าภูมิใจสักนิด 

เธอรู้ว่าทุกอย่างที่มีในวันนี้เป็นของคนอื่นถ้าคุณปู่มีทายาทสืบสกุลพ่อก็คงเป็นแค่ลูกติดเมียจนๆคนนึงเท่านั้นแถมความรังเกียจที่คุณปู่มีต่อพ่อยังตกทอดมาถึงเธอด้วย

คุณปู่ไม่เคยรับว่าเธอเป็นหลานเราสองคนไม่มีอะไรที่ผูกพันธ์กันภาพจำของคุณปู่มีแต่ความน่ากลัว

“หนูแก้วว่าหนูแก้วกลับก่อนดีกว่า” แก้วกันยาดึงมือออกเปลี่ยนเป็นสวมกอดเดือนเต็มไว้   “หนูแก้วรักน้าเต็มนะคะ”

“น้าก็รักหนูค่ะลูก…รักที่สุด” เดือนเต็มลูบหัวลูบหบังแก้วกันยาใจฟูอิ่มราวกับว่าได้รับการยอมรับ

“หนูแก้วไปก่อนนะคะ”

"อื่ม...พ่อขอบใจอีกครั้งนะหนูแก้ว"

"ค่ะ”

แก้วกันยากดลิฟท์ขึ้นมาชั้น5ซึ่งเป็นลานจอดรถในตัวอาคาร หญิงสาวผลักประตูเชื่อมลานจอดรถออกไปตอนเอารถมาจอดก็ไม่ทันได้คิดอะไรแต่พอตอนกลับทำไมมันถึงวังเวงแบบนี้ล่ะ มีรถจอดอยู่บางตาไฟในลานจอดรถก็ไม่เปิดในหัวเริ่มจินตนาการถึงผีที่นั่งกอดเข่าอยู่ในมุมมืดๆ

รถที่เคยคิดว่าจอดใกล้ๆก็เริ่มไกลขึ้น

"คิดบ้าอะไรของแกนะยัยแก้ว" แก้วกันยาดุตัวเองเมื่อความคิดฟุ้งซ่านไปไกล 

มือบางล้วงกุญแจรีโมทรถออกมากดโดยเร็ว

ติ๊ดๆ…

กำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั่งแต่เหมือนเห็นเงาดำๆและหางตามันเหมือนเห็นบางอย่างยืนอยู่

“...กรี๊ดดด!!!” หญิงสาวเอามือปิดหน้าพร้อมกับกรี๊ดลั่น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว