facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรื่องภายในพระทัย 3 - 4

ชื่อตอน : เรื่องภายในพระทัย 3 - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2564 12:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรื่องภายในพระทัย 3 - 4
แบบอักษร

รุ่งเช้าสโรชากลับมาสดใสจนทุกคนสัมผัสได้ เธอพูดคุยด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา และก่อนจะทำสิ่งใดเธอก็เข้าไปขอโทษท่านหญิงหยาดเพชรผู้เป็นมารดาที่พูดจาโต้เถียงไปเมื่อวาน แม้รู้ว่าสิ่งที่ตนพูดไม่ผิด แต่เธอก็ไม่อยากให้ครอบครัวของท่านหญิงต้องมาเป็นทุกข์เพราะนิสัยของเธอ

 

“มีเรื่องน่ายินดีอะไรหรือเปล่าหญิงบัว เช้านี้น้องถึงได้อารมณ์ดีนัก” ท่านชาเปมทัตทรงอดทักไม่ได้

 

“นั่นน่ะสิ” แม้แต่เสด็จพ่อและท่านแม่ก็ยังนึกสงสัย

 

“ไม่ได้มีเรื่องน่ายินดีหรอกเพคะ” สโรชาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มแล้วก้มลงสนใจอาหารเบื้องหน้า เพราะสิ่งที่เธอคิดจะทำนั้นบอกใครไม่ได้ หากรู้คงหมดสิทธิ์ที่จะทำ

 

“วันนี้แม่ต้องไปที่วังของเสด็จตา ลูกอยากไปด้วยกันหรือไม่” ท่านแม่ทรงตรัสถามธิดา

 

สโรชาส่ายหน้าช้า ๆ “ลูกขอไปวันหลังได้ไหมเพคะ” เธอปฏิเสธเพราะได้แอบไปถามข้าหลวงมาแล้วเมื่อเย็นวาน ว่าเสด็จตาเป็นคนเช่นไร เนื่องจากได้ยินท่านแม่พูดถึงตอนขู่ท่านชายทัตให้งดเที่ยวและดูเหมือนท่านชายก็ยำเกรง แล้วเธอก็ได้ความมาจากข้าหลวงว่า เสด็จตานั้นทรงเจ้าระเบียบและเคร่งครัดกฎระเบียบมาก ๆ เธอจึงคิดว่าตราบใดที่เธอยังเป็นเช่นนี้ของดเข้าเฝ้าเสด็จตาน่าจะดีที่สุด

 

“แต่เสด็จตาทรงเป็นห่วงลูกมากเลยนะ อยากให้ลูกไปหา”

 

“คือลูก...” ความรู้สึกจวนตัวเวลาหาคำปฏิเสธไม่ได้นี่มันน่าอึดอัดเหลือเกิน เมื่อเห็นคุณท้าวก็ให้นึกบางอย่างออก “ไปวันหลังได้หรือไม่เพคะ วันนี้ลูกตั้งใจจะให้คุณท้าวสอนงานครัว” เธอรีบตอบไปรัวเร็ว เมื่อพูดออกไปแล้วก็รู้สึกพลาดเหมือนกัน

 

“ลูกนั้นชอบหนีการเข้าเฝ้าเสด็จตาโดยการเข้าครัวตลอดเลยนะ”

 

สโรชายิ้มแห้งนี่คือสิ่งแรกตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างของท่านหญิงปทุมทิพย์ที่เหมือนกัน ขนาดท่านหญิงที่ทั้งเก่งงานกุลสตรี ทั้งดูจะว่านอนสอนง่ายยังไม่อยากไปวังของเสด็จตาเลย เธอคงต้องพิจารณาเป็นพิเศษว่าอย่าเพิ่งไป ส่วนท่านแม่ก็คงดีใจที่เธอมีสิ่งที่เหมือนเมื่อก่อนถึงได้ดูดีใจมากกว่าจะโกรธเคืองที่โดนปฏิเสธ

 

“ลูกไม่ได้หนีนะเพคะ ลูกแค่อยากเรียนงานครัว เอาไว้ครั้งหน้าลูกจะไปหาเสด็จตากับท่านแม่”

 

“ได้สิ เช่นนั้นวันนี้ลูกคงต้องอยู่วังคนเดียวเพราะเสด็จพ่อและพี่ชายของลูกต้องออกไปราชการ”

 

“ไม่ต้องห่วงเพคะ ลูกอยู่กับคุณท้าวกับข้าหลวงอีกตั้งเยอะ” เธออยากให้ทุกคนเบาใจที่สุดและปล่อยให้เธออยู่ที่บ้านคนเดียวนี่แหละดีแล้ว

 

 

 

สุดท้ายเวลาที่สโรชาได้อยู่คนเดียวในวังก็มาถึง เธอยืนส่งทุกคนด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใสภายในใจเธอนั้นแทบจะเรียกว่าดีใจจนเนื้อเต้นเลยแหละ เสด็จพ่อเสด็จไปส่งท่านแม่แล้วจึงเลยไปราชการ ส่วนท่านชายเปมทัตก็ไปรถอีกคัน ส่วนเธอทันทีที่ทุกคนออกพ้นประตูวังก็เตรียมเดินไปที่โรงรถรอยยิ้มผุดขึ้นอย่างดีใจ

 

“ท่านหญิงจะเสด็จไปที่ใดเพคะ” เสียงของคุณท้าวทำให้สโรชาชะงัก เธอหันกลับไปมอง คุณท้าวและข้าหลวงอีกสองคนมองเธอด้วยสายตาสงสัยก็ยิ้มแหย

 

“หญิง...อ้อ ก็ไปที่ห้องเครื่องไงคะ” เธอรีบตอบ

 

“ห้องเครื่องไปทางนี้นะเพคะ”

 

สโรชามองตามทางที่คุณท้าวบอก ห้องเครื่องอยู่คนละทางกับโรงรถเธอรู้แล้ว “คงจำผิด เราไปห้องเครื่องกันเถอะ” เธอรีบเดินกลับมาหาคุณท้าว แล้วเดินตามไปที่ห้องเครื่องแต่ก็ไม่วายหันกลับไปมองที่โรงรถอย่างอาวรณ์

 

หญิงสาวเคยมาที่แห่งนี้แล้วสองหน ครั้งแรกก็มาวางเพลิงทำคนแตกตื่นกันทั้งวัง ครั้งที่สองก็ตอนที่เข้ามาขอคุยกับคุณท้าว ตอนนั้นไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก เมื่อวันนี้ได้มาอีกครั้งจึงมองไปรอบ ๆ ที่แห่งนี้ข้าวของมากมาย เธอได้รู้ว่าพวกของสดอย่างเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่ตายแล้วนั้นต้องซื้อสดใหม่ทุกวันเนื่องจากไม่มีตู้เย็นเหมือนยุคปัจจุบันที่จากมา

 

“ของเยอะเหมือนกันนะ” สโรชามองดูวัตถุดิบ

 

“เพคะของทั้งหมดนี้ สำหรับมื้ออาหารสามมื้อรวมเครื่องว่าง แต่วันนี้มื้อกลางวันจะมีเพียงท่านหญิง ก็จะไม่ได้ทำเยอะเท่าไหร่”

 

“รวมของทุกคนในวังเลยใช่ไหม” เธอถามไปถึงทุกคนที่อาศัยอยู่ในวังแห่งนี้เพราะเห็นว่าวัตถุดิบนั้นเยอะมาก

 

“เพคะ”

 

“เยอะแบบนี้จะเรียนยังไงไหว” สโรชาพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว แค่มองคนนั้นสับ คนนี้ซอย คนนู้นต้มก็ชักเวียนหัว หญิงสาวรีบคิดหาทางให้ตัวเองออกจากที่แห่งนี้ “คุณท้าว”

 

“เพคะ”

 

“ฉันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนจะเวียนหัว” เธอแกล้งเดินเซเล็กน้อยแล้วนั่งลงมือกุมขมับ

 

“ท่านหญิง!” ข้าหลวงและบ่าวทุกคนวิ่งกรู่กันเข้ามาดู

 

“พาท่านหญิงไปพักในตึกใหญ่ก่อน”

 

“เจ้าค่ะ” ทุกคนช่วยกันพยุงหญิงสาวที่กำลังตีบทแตก เข้ามาในตึกก็พามาพักที่โซฟา วิ่งวุ่นกันหายาหอม น้ำดื่มมาให้

 

สโรชายกแขนขึ้นปิดหน้าผาก “ไปทำงานกันเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”

 

“แต่…” คุณท้าวยังคงห่วง

 

“ไปเถอะนะ ฉันอยากพักคนเดียว แล้วอย่าให้ใครมากวน”

 

“ถ้ามีอะไรให้เรียกนะเพคะ หม่อมฉันจะไปทำเครื่องว่างมาถวาย”

 

หญิงสาวพยักหน้า ทั้ง ๆ ที่เปลือกตาปิดสนิท เมื่อได้ยินเสียงทุกคนห่างออกไป จึงค่อย ๆ หรี่ตามอง ไม่เห็นใครแล้วก็ลุกนั่งขึ้นพรวดพราด เธอรีบลุกเดินออกมาและมุ่งตรงไปที่โรงรถอย่างสบายใจตอนนี้ไม่มีใครตามเธอมาแน่ ๆ ดวงตากลมงามมองเห็นรถยุโรปโบราณจอดนิ่งสนิทรอยยิ้มจาง ๆ ก็ผุดขึ้น รถคันนี้เธอเห็นจอดนิ่งไม่เห็นใช้งานมาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ เคยถามจางวางจั่นบอกว่ามันแก่มากแล้วขับไม่ได้

 

เดินเข้าไปใกล้มือบางสัมผัสตัวรถเบา ๆ อย่างกับกลัวว่ามันจะเจ็บ แม้เป็นรถเก่าแต่ก็ได้รับการดูแลดีเห็นเช็ดถูกันทุกวัน สโรชาเดินสำรวจดูรอบ ๆ คันพร้อมกับหัวใจที่เต้นโครมคราม ยิ่งสำรวจจนแน่ชัดก็ยิ่งแน่ใจว่ารถคันนี้คือคันที่เธออยากเห็นมานาน

 

เพราะมันคือรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตามประวัติที่จำได้คร่าว ๆ เป็นรถนำเข้าโดยตรงจากประเทศเยอรมนี รุ่นปี 2448 ซึ่งก็แก่จริงอย่างที่จางวางจั่นบอกเพราะปีนี้คือปี 2464 รถที่อายุ 16 ปีในพ.ศ. นี้ถือว่าเก่ามากเนื่องจากการบำรุงรักษาไม่ได้ดีเท่าปัจจุบันที่เธอจากมา สโรชาเดินไปดูตัวเครื่องเท่าที่จำได้รถรุ่นนี้เครื่องยนต์สี่ลูกสูบขนาด 28 แรงม้า วิ่งเร็ว 73 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดวงตางามเป็นประกาย “ถ้าได้ลองขับจะเป็นยังไงนะ” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ

 

หญิงสาวลองเปิดประตูที่นั่งฝั่งคนขับโชคดีที่ไม่ได้ล็อก ลองก้มลงมองหากุญแจแต่ก็ไม่เห็นสงสัยว่าจะถูกเก็บไว้ที่ไหนสักแห่ง แต่เอาจริงดูจากระบบต่าง ๆ ในตอนนี้เธอคิดว่าเธอน่าจะขับไม่เป็น แต่ใจที่อยากจะซ่อมให้รถกลับมาโลดแล่นบนถนนได้อีกครั้งก็ยังมีอยู่ ลองเดินมาตรวจดูห้องเครื่อง มองหาความผิดปกติ มองดูไปดูมาก็ชักมึน ๆ เพราะระบบมันเก่ามาก

 

เธออุตส่าห์คิดว่าคงซ่อมง่าย ๆ แล้วได้ขับออกไปเที่ยวเพราะวันนี้ทางสะดวกมากไม่มีใครอยู่แต่เหมือนจะต้องผิดหวังไว้ค่อยแอบขับคันอื่นออกไปก็ได้ รู้ว่าความคิดตัวเองมันพิเรนทร์แต่แค่ได้คิดว่าจะขับรถชมเมือง ก็ยิ้มออกมาได้ และอีกอยากเธออยากขับรถไปบ้านเก่าของพิมพิกาที่อยู่ทางเดียวกันกับวังรติโรดม ได้ไปเห็นบ้านเพื่อนสักหน่อยคงทำให้ความคิดถึงของเธอทุเลาลงได้บ้าง

 

“ท่านหญิงเพคะ” เสียงเรียกดังแว่ว ๆ ส่งให้คนที่กุลีกุจอตรวจนั่นนี่อยู่สะดุ้งสุดตัวจนศีรษะชนเข้ากับฝากระโปรงรถ

 

“โอ้ย...” เสียงร้องอย่างเจ็บปวดร้องขึ้นแต่ร้องดังไม่ได้กลัวคนที่ตามหาอยู่จะได้ยิน มือเรียวปิดฝากระโปรงรถอย่างเบามือที่สุด แล้วก้มคลานออกไปทางด้านหลังโรงรถ ช่วงนี้ให้ใครรู้เรื่องเธอสนใจรถไม่ได้เด็ดขาดความรู้ถึงท่านแม่โดนห้ามและโดนจับตามองแอบหนีไปขับรถเล่นไม่ได้แน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว