email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กุหลาบ 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 520

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2564 17:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กุหลาบ 1/2
แบบอักษร

พุทธศักราช 2448, พระนคร 

ท่ามกลางแสงแดดย่ามบ่ายแก่สีทองอร่าม ย่านโดยรอบพระนครต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่พากันกลับเรือนจากราชการ บ้างก็กลับจากห้างฝรั่ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถลากโดยจีนลากรถนั่งหลังเหยียดตรงดูมีสง่าราศียิ่งนัก จนผู้ใหญ่เรือนนั้นเรือนนี้ก็ต่างพากันอยากจะยกลูกสาวให้เป็นเมียเล็ก ๆ ของท่านถมเท เขาคือพระวิกรมวัชระ หรือ ทัพ ขุนนางม่ายหนุ่มใหญ่ในชุดข้าราชการกระทรวงยุทธนาธิการวัยสามสิบแปดปี หากแต่ใบหน้าของเขายังดูหนุ่มแน่นและดูดุดันทำให้บ่าวไพร่และใครต่อใคร ต่างพากันเคารพเกรงใจ ปรายสายตามองไปบริเวณโดยรอบทางไปพลาง ๆ ก่อนที่จีนลากรถจะมาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนที่เขาเป็นเจ้าของ  

เสียงเหนื่อยหอบของบ่าวคนสนิทที่วิ่งตามหลังรถลากนั้นพยายามกลับมาหายใจให้เป็นจังหวะปกติก่อนจะค่อย ๆ ส่งไม้ตะพตฝังอัญมณีให้แก่ผู้เป็นนาย  

“ไม้ตะพดขอรับคุณพระ” เสียงของนายชิดกล่าวอย่างนอบน้อมต่อผู้เป็นนายนัก คนเป็นนายเองก็รับมาก่อนที่นายชิดจะนำอัฐมาจ่ายค่ารถให้กับคุณพระแลพากันกลับเข้าไปที่เรือน เรือนใหญ่โอ่อ่าทรงโคโลเนียลที่บ่งบอกถึงอำนาจและฐานะทางชาติกำเนิดของคุณพระเป็นอย่างดี เมื่อเพียงเข้าไปที่เรือนไม่ทันหายใจ ก็มีหญิงสาวร่างอรชร ทำผมทรงดอกกระทุ่ม ห่มสไบแพรสีชมพูอ่อนอัดกลีบอบร่ำอย่างดี อีกทั้งยังสวมเครื่องประดับทอง ซึ่งบ่งบอกว่าเธอไม่ใช่บ่าวไพร่ในเรือนเป็นแน่ 

“คุณพี่เจ้าคะ ไหว้เจ้าค่ะ” เธอกล่าวเสียงใส ใบหน้าสวยคมวัยราวยี่สิบเอ็ดปี เจ้าของดวงตาหวานราวกับเป็นลูกรักนางฟ้าเทวดา ใบหน้าที่ใครเห็นก็ต่างพากันหลงไหลยิ้มหวานจับใจให้แก่คุณพระ แต่ทว่าคุณพระวิกรมฯ กลับไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอเลยสักนิด 

“แม่แก้วตาอยู่ที่ใด” คุณพระวิกรมฯ กล่าวอย่างไม่ใยดี เขาไม่แม้แต่จะหันมารับไหว้เธอสักนิด ทำเพียงแค่วางสายตาไปทางอื่นพร้อมถามหาถึงลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจของเขา ทำให้คนที่ฟังต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนักที่เขาไม่แม้แต่จะชายตาแลเธอเลยสักนิด 

“แม่แก้วตานั่งเล่นอยู่ที่สวนเจ้าค่ะคุณพี่ คุณพี่รับน้ำก่อนนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวน้องให้คนจัดไว้ให้” แม่ซ่อนกลิ่นกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง แต่ทว่าคุณพระวิกรมฯ กลับหันมามองเธอด้วยสายตาที่ไร้อารมณ์ 

“ไม่ต้อง ฉันจะไปหาแม่แก้วตา ส่วนหล่อนก็ไม่ต้องตามมา ฉันอยากจะอยู่กับลูกฉันสองคน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่ทำใจอีกฝ่ายสั่นสะท้าน 

“เจ้าค่ะ…” เสียงหวานจำใจตอบ แม่ซ่อนกลิ่นอยากจะตามใจคุณพระท่านเสียเหลือเกิน แต่กลับโดนเขาปฏิเสธอย่างไม่รักษาน้ำใจอยู่ร่ำไป 

“คุณซ่อนกลิ่นเจ้าขา…” เสียงของนางแฟง บ่าวรับใช้คนสนิทของแม่ซ่อนกลิ่นพยายามเข้ามาปลอบอกปลอบใจผู้เป็นนายเมื่อเห็นดวงตาสวยเศร้าหมอง 

“เอ็งไม่ต้องห่วงข้าหรอกอีแฟง แค่ข้าได้อยู่ร่วมชายคากับคุณพี่ก็นับว่าเป็นบุญวาสนาของข้าแล้ว” เสียงหวานตัดพ้อออกมาอย่างเศร้าสร้อย ทำให้นางแฟงอดไม่ได้ที่จะเจ็บแค้นแทนนาย 

“คุณพระนะคุณพระ ไยไม่เห็นใจคุณซ่อนกลิ่นของอีแฟงเลย” อีแฟงกล่าวออกมาด้วยความเจ็บใจ แต่ทว่าทำให้แม่ซ่อนกลิ่นต้องหันไปหาบ่าวคนสนิททันที 

“เอ็งไม่ต้องมาเจ็บแทนข้าหรอก ข้าเชื่อว่าสักวันคุณพี่จะต้องรักข้าบ้าง ข้าสู้ดูแลแม่แก้วตามาตั้งแต่แบเบาะ คุณพี่จะต้องเห็นความดีข้าบ้าง” แม่ซ่อนกลิ่นพูดออกมาอย่างมีความหวังและเจ็บช้ำกล้ำกลืน ทำให้บ่าวในเรือนที่เห็นก็ต่างพากันสงสารน้องสาวอดีตเมียกลางเมืองของคุณพระท่านกันไปยกใหญ่ สายตาคู่สวยมองผ่านหน้าต่างไปยังสวนหย่อมที่ขุนนางหนุ่มเดินไปหาบุตรีตัวน้อยด้วยความรัก ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งพระวิกรมวัชระจะหันมาชายตาแลเธอบ้าง 

  

พระวิกรมวัชระเดินมาในสวนหย่อมรอบเรือนเพื่อตรงมายังบุตรีตัวน้อยที่มวยจุกสูงและครอบด้วยดอกมะลิขาวนวล ใบหน้าของแม่แก้วตา บุตรีวัยเพียงหกขวบปีเพียงคนเดียวของพระวิกรมวัชระ เกิดกับแม่กุหลาบ เมียผู้ล่วงลับของเขา ทำให้เขารักแม่แก้วตาดุจดั่งแก้วตาดวงใจสมชื่อ เขาเสียแม่กุหลาบ เมียกลางนอกเพียงคนเดียวของเขาไปคนหนึ่งแล้ว เขาย่อมไม่ยอมเสียลูกสาวคนเดียวไปเป็นแน่ เพราะแม่แก้วตาคือสิ่งล้ำค่าที่แม่กุหลาบทิ้งไว้ก่อนจะสิ้นใจ  

ร่างสูงลงไปนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ข้างลูกสาวตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นเครื่องปั้นดินเผาอยู่กับพวกลูกบ่าวในเรือน เมื่อใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราเห็นบิดาของตนมาถึงที่ ก็รีบหันเข้าไปกอดท่านไว้ทันที คุณพระอมยิ้มเล็กน้อยขณะกอดลูกสาวไว้แนบแน่น 

“คุณพ่อกลับมาแล้ว!” แม่แก้วตายิ้มออกมาด้วยความดีใจพร้อมกับผละกอดจากคนเป็นพ่อพร้อมส่งยิ้มหวานให้ ทำเอาคนเป็นพ่อหายเหนื่อยเป็นปลิทิ้ง 

“พ่อกลับมาแล้ว แม่แก้วตาทำอะไรอยู่รึ พ่อขอเล่นด้วยจะได้หรือไม่” คุณพระวิกรมฯ กล่าวออกมาอย่างอ่อนโยนขณะที่พวกลูกบ่าวในเรือนที่มาเล่นกับคุณหนูนั้นต่างพากันนั่งลงบนพื้นหญ้าด้วยความเกรงกลัว 

“เล่นขายขนมครกเจ้าค่ะคุณพ่อ” เสียงเจื้อยแจ้วของคุณหนูแก้วตา เด็กน้อยวัยหกขวบปีกล่าวออกมาดูน่ารักสดใสยิ่งนัก 

“งั้นหรือ… ทำให้พ่อสักกระทงจะได้ไหมแม่แก้วตา” คุณพระกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เด็กน้อยไร้เดียงสารีบพยักหน้าพร้อมกับแคะขนมที่คอยมีบ่าวนั่งคุมไฟให้อย่างระมัดระวัง ก่อนที่คนเป็นพ่อจะรับมาด้วยความเอ็นดู 

“ได้แล้วเจ้าค่ะคุณพ่อ” แม่แก้วตายิ้มกว้าง 

“ขึ้นเรือนกับพ่อนะ ไปล้างเนื้อล้างตัว วันพรุ่งจะได้ไปวัดกับพ่อแลคุณหญิงย่า” คุณพระวิกรมฯ กล่าวทำให้คนเป็นลูกทำตามอย่างว่าง่าย เด็กน้อยเข้าไปเกาะคอผู้เป็นพ่อเพื่อให้ท่านอุ้มขึ้นเรือนไปทันที จนเมื่อขึ้นมาบนเรือนภายในห้องที่ประดับด้วยเครื่องเรือนฝรั่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโซฟาหลุยส์ พรม และเครื่องเซรามิกนำเข้าอื่น ๆ มีหญิงสูงวัยท่าทางน่าเกรงขามกำลังนั่งกำกับบ่าวไพร่ที่เตรียมของจะไปทำบุญในวันพรุ่ง 

“พวกเอ็งพับให้มันดี ๆ นะ อย่าให้กลีบบัวช้ำ เสร็จแล้วก็พรมน้ำแลคลุมผ้าขาวบางไว้ ประเดี๋ยวดอกไม้จะเฉาไปเสียก่อน” เสียงดุของหญิงสูงวัยคอยกำกับโดยมีเสียงของบ่าวไพร่ขานรับไม่ขาด หญิงสูงวัยที่ห่มสไบสีเขียวก้ามปูและทำผมทรงดอกกระทุ่มขมวดคิ้วจนหน้าผากร่น แต่ทว่าเจ้าตัวก็ต้องคลายการขมวดคิ้วนั้นไปเพราะเสียงเล็ก ๆ ของหลานในไส้ 

“คุณหญิงย่าเจ้าขา” เสียงของแม่แก้วตาดังขึ้นจากด้านหลังทำให้คุณหญิงพิกุลถึงกับยิ้มและหันไปหาต้นเสียงทันที 

“แม่แก้วตา ไปเล่นมาเหนื่อยไหม ดูซิ แขนเขินเปื้อนถ่านหมด ไปอาบน้ำอาบท่านะหลานย่า เดี๋ยวย่าให้ละเมียดไปด้วยนะ” คุณหญิงพิกุลอมยิ้มก่อนที่คุณหนูแก้วตาจะพยักหน้าหงึก ๆ ทำให้คนเป็นพ่อพลอยยิ้มตามหลังจากที่ปล่อยให้ลูกสาวเป็นฝ่ายวิ่งไปหาคุณหญิงย่า 

“เจ้าค่ะ หลานไปอาบน้ำก่อนนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวหลานจะมาหาคุณหญิงย่าอีกเจ้าค่ะ” พูดจบแม่หนูน้อยก็เดินไปกับละเมียด บ่าวคนสนิทของแม่กุหลาบ มารดาผู้ล่วงลับของแม่หนูน้อย จนเมื่อทั้งสองพ้นสายตาจนเหลือเพียงคุณพระวิกรมฯ และคุณหญิงพิกุลแล้ว คนเป็นบุตรชายก็เดินไปนั่งที่โซฟาทันทีพร้อมด้วยคนเป็นแม่ 

“แม่กำลังเตรียมของไปทำบุญให้แม่กุหลาบน่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่ต้องห่วงนะพ่อทัพ” คนเป็นแม่กล่าวเพราะรู้แก่ใจดีว่า ลูกชายของท่านนั้นรักแม่กุหลาบมากแค่ไหน  

“เป็นพระคุณขอรับคุณหญิงแม่” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลหากแต่แฝงไปด้วยความสุขุมนุ่มลึก แต่ทว่าคนเป็นแม่กลับเริ่มมีท่าทีอึกอักจนคนเป็นลูกชายเริ่มสังเกตได้ 

“คุณหญิงแม่มีสิ่งใดจะพูดกับลูกหรือขอรับ” เขาเลิกคิ้วพลางเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย 

“มันก็ผ่านมาหกปีแล้วนะพ่อทัพ แม่ว่าพ่อทัพควรจะหาผู้หญิงที่เพียบพร้อมมาออกเรือน ให้มาดูแลพ่อทัพแลแม่แก้วตา ถ้าพ่อทัพเกรงว่าจะไม่มีลูกสาวเรือนไหนคู่ควรเหมาะสมที่จะเป็นแม่ศรีเรือนของพ่อทัพ แม่ว่า แม่ซ่อนกลิ่นก็เหมาะสมทุกประการนะ” สิ้นเสียงของคุณหญิงพิกุล คุณพระก็ถึงกับแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าชังน้ำหน้าแม่ซ่อนกลิ่นเสียยิ่งกว่าอะไร 

“ลูกเคยออกปากกับคุณหญิงแม่ไปแล้วมิใช่หรือขอรับ ว่านอกจากแม่กุหลาบแล้ว ลูกจะไม่ขอมีเมียอีก” คุณพระวิกรมฯ ยื่นคำขาดกับมารดาทันที แต่นั่นกลับทำคนคนอายุมากกว่าถึงกับถอนหายใจ 

“แต่แม่กุหลาบหมดบุญไปนานแล้วนะพ่อทัพ” 

“ยิ่งแม่กุหลาบเสียไปแล้ว ลูกก็ต้องยิ่งดูแลแม่แก้วตาให้ดีที่สุด ลูกไม่ต้องการแบ่งความสนใจใส่ใจไปให้ใครนอกจากแม่แก้วตา ขอให้คุณหญิงแม่โปรดเข้าใจลูกด้วยขอรับ” เขายืนกรานคำเดินไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำให้คนที่แอบได้ยินถึงกับกล้ำกลืนฝืนทน แม่ซ่อนกลิ่นเป็นน้องสาวต่างมารดาของแม่กุหลาบ เธอลอบยืนน้ำตาตกในเงียบ ๆ ก่อนจะเดินกลับขึ้นห้องไป เธอเจ็บเหลือเกินที่พี่เขยของเธอทำราวกับว่าเธอคือตัวอัปลักษณ์น่ารังเกียจทั้งที่เธองามประดุจเทพธิดา 

ในหลายต่อหลายครั้งช่วงที่แม่กุหลาบเพิ่งจะหมดบุญไป ก็มีเหล่าขุนนางเรือนนั้นเรือนนี้ต่างแห่ยกลูกสาวมาประเคนให้คุณพระถึงเรือน แต่เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะหันไปชายตาแลพวกนาง ทำเอาเสียไม่มีใครทนได้ จนต้องถอดใจกลับเรือนใครเรือนมันไปตาม ๆ กัน เหลือเพียงแม่ซ่อนกลิ่นที่ยังอยู่ สู้เอาความดีชนะใจ แต่ก็กลับไร้ผล แม้จะเลี้ยงหลานสาวอย่างแม่แก้วตาก็ตามที 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว