กลับอีกครั้งค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอละเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

ตอนที่29 คนเจ้าเล่ห์ 2

ชื่อตอน : ตอนที่29 คนเจ้าเล่ห์ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2559 22:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่29 คนเจ้าเล่ห์ 2
แบบอักษร

คนเจ้าเล่ห์ 2

 

 

               ร่างหน้าก้าวเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวังสายตาคมกวาดมองไปทั่วบ้านที่แสนเงียบเชียบก็ไม่พบใครสักคนชายหนุ่มมั่นใจว่าทุกคนคงไปอยู่ที่งานกันหมดแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากรู้เขามาที่นี่เพื่อพบคนที่เขารัก   ร่างหนาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องที่เห็นหญิงสาวออกมาเมื่อคราวก่อนมือหนาค่อยๆหมุนลูกบิดอย่างเบามือ

มันไม่ได้ล็อค!

               ชายหนุ่มค่อยๆดันประตูห้องให้เปิดกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้ามาภายในและหันไปล็อคประตูเพื่อความปลอดภัยในทันที  

               ภูวริศกวาดตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่าไม่มีร่างนุ่มนิ่มของคนตัวเล็กอย่างที่หวัง บรรยากาศโดยรอบดูอบอุ่นน่ารักไม่ต่างจากเจ้าของห้อง ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มพร้อมกับหยิบรูปของหญิงสาวที่วางบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู เขายิ้มบางๆให้กับหญิงสาวในรูปความคิดถึงที่มีอยู่เปี่ยมล้นในใจเพิ่มขึ้นเท่าทวี  

                ลมเย็นๆพัดเอาผ้าม่านสีหวานตรงระเบียงพลิ้วไหวยามต้องสายลมชายหนุ่มละสายตาจากกรอบรูปมองไปยังผ้าม่านสีหวานที่โบกสะบัด

                "เอม..." ชายหนุ่มครางชื่อคนรักเสียงแผ่วเมื่อสายลมได้พัดโบกให้เขาได้เห็นร่างบางที่ยืนเหม่ออยู่ริมระเบียง ร่างหนาทิ้งกรอบรูปในทันทีขายาวๆก้าวตรงไปยังหญิงสาวในทันใด

                "เอม" ภูวริศเรียกหญิงสาวอย่างอ่อนโยนพร้อมกับสวมกอดด้วยความคิดถึง

                "พะ...พี่ภู!" เอมอรตกใจเมื่อถูกสวมกอดซ้ำคนที่กอดเธออยู่ในตอนนี้ก็ไม่ใช่คนที่ควรมาที่นี่เลยด้วยซ้ำ หญิงสาวหันไปเผชิญหน้าชายหนุ่มตาคู่โศกสบประสานสายตาคมด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ 

                 "พี่คิดถึงเอมมากนะ...คิดถึง...คิดถึงที่สุด" ภูวริศดึงหญิงสาวมากอดแนบอกพร้อมกับจูบหนักๆ

                 "พี่ภู..."เอมอรกอดชายหนุ่มไว้แน่นรู้สึกอบอุ่นไปทั้งกายและใจกลิ่นหอมๆจากตัวเขาทำเอาความรู้สึกที่เก็บไว้เป็นความทรงจำกลายเป็นจริงขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจสะกดกลั้น

                 สำหรับเธอมันเหมือนความฝันมันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยที่จะได้เจอชายหนุ่มที่นี่และในห้องนอนเธอแบบนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้แต่ตอนนี้ทุกอย่างที่เป็นไปไม่ได้มันคือความจริง เธอกำลังกอดเขาอยู่และเขาก็กำลังกอดเธออยู่ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล

                 ภูวริศสัมผัสได้ถึงเนื้อตัวที่สั่นเทาของหญิงสาวและความเปียกชื้นที่สาบเสื้อ ชายหนุ่มผละออกสองมือหนาปาดน้ำตาให้กับหญิงสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

                 "ไม่ร้องนะคนดี..."ภูวริศส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนและอบอุ่น

                 "พี่ภูมาที่นี่ได้ยังไงคะ" เอมอรถามออกไปทั้งที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้น

                  "พี่ก็บอกแล้วไงว่าคิดถึง" ชายหนุ่มปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

                  "แต่พี่ภูไม่ควรมาที่นี่ถ้ามีใครมาเห็นเข้าจะทำยังไงคะ"

                  "พี่ยังไม่เห็นใครสักคน ทุกคนอยู่ที่งานกันหมดปล่อยให้เอมของพี่มายืนเพ้อๆเหม่อๆอยู่คนเดียวนี่ไง" ชายหนุ่มยิ้ม

                  "ไม่ตลกนะคะเอมซีเรียส"

                  "พี่รับรองว่าปลอดภัยจะไม่มีใครรู้ว่าพี่มาที่นี่...ถ้าเอมไม่ฟ้องพ่อนะ"

                  "พี่ภู!ยังจะตลกอีก" เอมอรหน้างอ

                  "พี่เหนื่อยแทบตายกว่าจะได้เจอเอมรู้บ้างรึเปล่าฮึ"

                  "เอมถึงเป็นห่วงพี่ภูไงคะ" เอมอรทำหน้าจริงจัง

                  ภูวริศดึงหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้งสายตาคมจ้องมองใบหน้าสวยหวานอย่างมีความสุขอิ่มเอมไปทั้งใจ

                 "ไม่มีรางวัลให้พี่เหรอ"

                 "รางวัลอะไรกันคะ" เอมอรทำหน้างงภูวริศชี้มาที่ปากอิ่มๆของเธอ

                "พี่อยากได้รางวัลเป็นอันนี้ได้รึเปล่า"

                "ไม่ได้ค่ะ!" เอมอรปัดมือเขาออกพร้อมกับใบหน้าที่รู้สึกอุ่นร้อนขึ้นมาในทันที   "ตกลงที่พี่ภูมาที่นี่ก็เพราะจะแกล้งเอมเล่นอย่างนั้นเหรอคะ"

                "เปล่าค่ะพี่มาที่นี่เพราะอยากเห็นหน้าเอม อยากกอด อยากหอม" ภูวริศดึงเอมอรมากอดและหอมตามที่พูด  "แล้วก็อยาก..." ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้ามาใกล้แต่เอมอรก็ดันใบหน้าชายหนุ่มให้ออกห่างก่อนที่ริมฝีปากบางจะทาบทับลงมาที่ปากอิ่มของเธอ   "ทำอะไรน้องเอม...พี่เจ็บนะ"

               "เอาแต่เล่นอยู่นั่นแหล่ะค่ะถ้าไม่มีอะไรเอมว่าพี่ภูรีบกลับดีกว่านะคะถ้าพ่อกลับมาเจอพี่ภูมีหวังบ้านแตกแน่ๆ"

               "พี่ไม่กลับ...และคืนนี้พี่ก็จะนอนค้างที่นี่กับเอมด้วย"

               "ว่าอะไรนะคะ!" เอมอรตกใจ

               "พี่พูดจริงๆ"ภูวริศยืนยันพร้อมกับหยิบมือถือโทรหาเลขาคนสนิทในทันที

               'ครับคุณภู'

               "ที่นั่นเป็นไงบ้าง"

               'ทุกอย่างปกติครับยังไม่มีความเคลื่อนไหว'

               "ฉันจะเปลี่ยนแผนนิดหน่อย"

               'ครับ'

               "นายกลับมาหาฉันที่ไร่เดี๋ยวนี้เลย"

               'ครับ'

               

                   

หน้าไร่อนันต์ ออร์คิดส์

               "ว่าอะไรนะครับ!" กฤตไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เจ้านายบอก

               "นายฟังไม่ผิดหรอกคืนนี้ฉันจะค้างที่นี่"

               "มันเสี่ยงไปนะครับ"

               "ฉันเอาตัวรอดได้...นายเอานี่ไปแล้วฉันจะโทรหาอีกที" ภูวริศส่งกุญแจรถให้เลขาคู่ใจแล้วเดินกลับเข้าไปในไร่ทันที

              "คุณภูครับ" กฤตตะโกนเรียกชายหนุ่มก็หันมา   "ระวังตัวนะครับ"

              "รู้แล้ว...ขอบใจ"

              กฤตมองตามเจ้านายอย่างเป็นห่วงแต่ก็จำต้องปฏิบัติตามคำสั่งชายหนุ่มขับรถกลับมาทันที

 

 

ห้องนอนเอมอร

              "พี่ภู...เอมว่าพี่ภูกลับไปก่อนดีกว่านะคะ"

              "เอมไม่อยากอยู่กับพี่เหรอ"

              "มันไม่ใช่แบบนั้นค่ะพี่ภูก็รู้ว่ามันไม่ปลอดภัย"

              "พี่สัญญาว่าจะอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปวุ่นวายให้ใครจับได้ให้พี่นอนนี่นะ...นะ" ภูวริศออดอ้อนเว้าวอนจนหญิงสาวอ่อนใจ

               "ค่ะ...คืนเดียวเท่านั้นนะคะ"

               "น่ารักที่สุด" ภูวริศกอดเอมอรแน่น   "คุณลุงบอกไว้รึเปล่าว่าจะกลับกี่โมง"

               "เปล่าค่ะบอกแค่ว่าเย็นๆจะกลับมาฉลองกัน"

               "คุณลุงมั่นใจว่าจะชนะงั้นเหรอ"

               "พี่ภูไม่รู้อะไรไร่เราเป็นแชมป์จัดสวนมาสองปีแล้วนะคะ" เอมอรยิ้มอย่างภาคภูมิใจแต่พอภูวริศคิดตามว่าใครเป็นคนจัดสวนก็ชักสีหน้าในทันที

               "หยุดยิ้มเดี๋ยวนี้เลย" ภูวริศเสียงจริงจัง

               "ทำไมคะ"

               "ก็อรุณเป็นคนจัดสวน...นี่น้องเอมกำลังชื่นชมมันต่อหน้าพี่อยู่นะ"

               "พี่ภูรู้ได้ยังไงคะ"

               "งานปีนี้มาจัดที่โรงแรมทำไมพี่จะไม่รู้ล่ะฮึ"

               "อะไรนะคะ!" เอมอรประหลาดใจ

               "น้องเอมไม่รู้เหรอ"

               "ไม่เห็นมีใครบอกเอมเลย"

               "เพราะแบบนี้ไง...คุณลุงถึงให้เอมอยู่บ้านและเพราะเหตุผลนี้เช่นกันพี่ถึงกล้ามาหาเอมที่นี่"

               "แผนพี่ภูรึเปล่าคะ" เอทอรถามออกไปอย่างที่ใจสงสัย

               "พี่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้เราได้มีโอกาสเจอกัน"

               "พี่ภู..." เอมอรมองผู้ชายตรงหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายไร้หัวใจที่ไม่เคยจะแคร์ใครอย่างเขาจะทำอะไรให้เธอได้ เขาลงทุนมากมายขนาดนี้เพียงเพราะเวลาหนึ่งคืนที่จะได้อยู่ด้วยกันอย่างนั้นเหรอ

              "พี่ภูไม่ต้องทำอะไรมากมายขนาดนั้นก็ได้นะคะ" เอมอรซาบซึ้งใจ ชายหนุ่มดึงมือเธอไปกอบกุม

              "สำหรับพี่มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอมต่างหาก ยิ่งเราห่างกันนานเท่าไหร่ใจพี่มันก็ยิ่งทรมารมากเท่านั้น พี่ไม่สนว่าวิธีนั้นมันจะต้องลงทุนลงแรงอะไรไปเท่าไหร่มีแค่เอมเท่านั้นจริงๆที่พี่สนใจ"

              "พี่ภู..."

              "พี่รู้ใจตัวเองแล้วนะเอม" ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบกล่องใส่แหวนออกมา

              เอมอรตกใจที่เห็นเขาถือกล่องใบเล็กๆในมือสัญชาตญาณบอกเธอว่ามันคือแหวน เพียงเท่านั้นน้ำตาเธอก็ร่วงรินรู้สึกเต็มตื้นในใจม่านน้ำตาทำให้เธอมองผู้ชายตรงหน้าอย่างพร่ามัว   ภูวริศเปิดกล่องพร้อมกับหยิบแหวนออกมาถือเอาไว้ชายหนุ่มรู้สึกประหม่าไม่คิดว่าการขอคนรักแต่งงานมันจะต้องข้ามผ่านความตื่นเต้น ความประหม่าความเขินอายในใจของตัวเองไปให้ได้ซึ่งมันไม่ง่ายเลยสักนิด ภูวริศจ้องมองใบหน้าหวานที่ยามนี้เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาชายหนุ่มนึกเอ็นดูสีหน้าที่ดูตกใจและดีใจในเวลาเดียวกันของเธอ

              "พี่ทำอะไรให้เอมต้องเจ็บช้ำใจมามากพี่อาจดูร้ายกาจเอาแต่ได้เอาแต่ใจแต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว...เพราะความรักพี่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่แต่พี่สัญญาว่าเอมจะเป็นผู้หญิงคนเดียวในหัวใจพี่นับจากนี้ตลอดไป พี่รักเอมนะแต่งงานกันนะคะคนดี" 

              "ค่ะ..."เอมอรเอาแต่พยักหน้าพร้อมกับยื่นมือไปให้ชายหนุ่มสวมแหวนอย่างรู้งาน

              ภูวริศยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อว่าที่เจ้าสาวของเขาต่อมน้ำตาแตกเขาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอพร้อมกับสวมกอดหญิงสาวไว้แนบแน่น

              "พี่รักเอมนะ" ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างหู

               "ค่ะ...เอมก็รัก...รักพี่ภู"

               "เป็นว่าที่เจ้าสาวพี่แล้วต่อไปห้ามมองผู้ชายคนไหนอีกนะ"

               "เอมไม่เคยมองซะหน่อย"

               "เป็นเด็กดีอย่างนี้ต้องให้รางวัล" ภูวริศยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะดึงหญิงสาวเข้ามาจูบ

 

 

               ทั้งสองยืนกอดกันไม่ยอมห่างภูวริศเล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมาในช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกันให้หญิงสาวฟังจนหมดสิ้นรวมถึงแผนการทั้งหมดที่ทำให้เขามาหาเธอได้ในวันนี้ เอมอรรู้สึกซาบซึ้งใจที่ชายหนุ่มทุ่มเททุกอย่างเพื่อเธอหญิงสาวมีความสุขและเต็มตื้นในหัวใจทุกอย่างที่เลวร้ายกำลังจะผ่านพ้นไปแล้วเหลือเพียงโอกาสเหมาะๆที่เธอจะคุยกับพ่อเรื่องแต่งงานกับเขาเท่านั้น

               "พี่ว่าเราแต่งงานกันหลังจากเอมสอบเสร็จดีมั้ย แต่งงานมีลูกแล้วก็อุ้มลูกในท้องไปรับปริญญาเก๋ๆ"

              "คิดแผลงๆอะไรคะพี่ภูเอมไม่เล่นด้วยหรอกนะ"

              "ว่าแต่เอมไม่โอ๊กอ๊ากอยากกินของเปรี้ยวๆบางเลยเหรอ"

              "อืม...ก็ไม่นี่คะ"

              "พี่มันไม่มีน้ำยาขนาดนั้นเลยเหรอ" ภูวริศบ่นเสียงเศร้าเพราะแอบลุ้นอยู่ลึกๆในใจคนเดียวว่าจะได้มีโอกาสเป็นพ่อคนกับเขาบ้าง

             "ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะอย่าคิดมากสิคะ" เอมอรปลอบ

             "เอม..." ภูวริศงอแงกอดกระชับหญิงสาวเอาไว้มั่น   "พี่อยากพิสูจน์"

             "พิสูจน์อะไรคะ" เอมอรหันกลับไปมองหน้าภูวริศด้วยความสงสัย

             "ก็พิสูจน์ว่าพี่ยังมีน้ำยาไงคะ" สิ้นคำชายหนุ่มก็ช้อนอุ้มร่างหญิงสาวกลับเข้ามาในห้องเอมอรแม้จะตกใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนโวยวายอะไร

             ร่างหนาชันเข่าบนเตียงก่อนจะค่อยๆวางหญิงสาวลงนอนอย่างทะนุถนอมมือหนาไล้ไรผมหญิงสาวที่ปรกหน้าอย่างอ่อนโยน สายตาคมจ้องมองลงไปในตาคู่โศกด้วยความรัก

             "จะไม่ห้ามพี่หน่อยเหรอ"

             "พี่ภูไม่ได้ทำอะไรเอมนี่คะ"

             "ถ้าไม่รีบห้ามตอนนี้พี่จะถือว่าเอมไม่ห้ามพี่นะ"

             "..." เอมอรไม่ตอบเอาแต่จ้องภูวริศตาใสซื่อ

             ภูวริศจ้องริมฝีปากอิ่มนิ่งก่อนจะก้มลงมาช้าๆ ริมฝีปากบางทาบทับลงมาที่ริมฝีปากอิ่มลิ้นร้อนค่อยๆเบียดแทรกเข้ามาดูดกลืนทุกสิ่งอย่างโหยหา ความนุ่มนวลอ่อนหวานแปลเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนรุนแรงมือหนาสอดเข้ามาในสาบเสื้อลูบไล้ผิวกายนุ่มนิ่มหอมหวานก่อนจะเอื้อมมาปลดตะขอชุดชั้นในมือหนาขยับย้ายมาเค้นคลึงทรวงอกอิ่มพร้อมๆกับลิ้นร้อนที่ซุกไซร้อยู่ลำคอระหงส์   อุณหภูมิในร่างกายร้อนขึ้นเรื่อยๆตามไฟปรารถนาที่โหมกระพือ

               "เอมลูก..."เสียงอานนท์ที่ดังอยู่ข้างนอกทำเอาสติที่ลางเลือนของเอมอรกลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยในทันที

               เพราะความตกใจที่ได้ยินเสียงพ่อหญิงสาวจึงรีบดันภูวริศลงไปนอนกองที่ข้างตัวอารมณ์รักหอมหวานที่เปี่ยมล้นอยู่เมื่อครู่เหือดหายไปในพริบตาเหลือเพียงความประหม่าตื่นกลัว หญิงสาวดันตัวลุกขึ้นนั่งรีบติดกระดุมเสื้ออย่างรีบร้อนส่วนภูวริศได้แต่นอนงงๆกับท่าทางลนลานหวาดกลัวของคนรัก

ก๊อกๆ...

               "เอม...ทำอะไรอยู่ลูกรีบออกมาเร็วพ่อมีข่าวดีจะบอก" เสียงอานนท์ตะโกนอยู่หน้าห้อง

               "จ้ะพ่อเอมกำลังแต่งตัวเดี๋ยวเอมออกไปนะจ๊ะ"เอมอรตะโกนตอบ

                "เอ่อ...เร็วๆนะจะได้ฉลองกัน"

                "จ้ะ"เอมอรขานรับรอจนเสียงอานนท์เงียบไปหญิงสาวหันมามองภูวริศด้วยความรู้สึกที่หลากหลายในใจ

                "รอเอมอยู่ในห้องนะคะอย่าออกไปไหนตกลงมั้ย" เอมอรต่อรองเสียงเครียด

                "อื่ม...พี่รู้แล้ว" ภูวริศตอบรับพร้อมกับดันตัวขึ้นนั่งโอบกอดหญิงสาวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

                "ทำอะไรคะพี่ภูไม่ได้ยินเหรอว่าพ่อรอเอมอยู่"

                "ได้ยินแต่พี่ยังไม่อยากให้เอมไปนี่นา" ภูวริศตอบกลับพร้อมดับจูบหนักๆที่ต้นคอ   "มาต่ออีกนิดได้มั้ย" ภูวริศออดอ้อน

                "อย่านะคะ...เอาไว้คืนนี้นะตกลงมั้ย"เอมอรห้ามพลางต่อรอง

                "ตกลงแล้วนะ"

                "ค่ะ...แต่ขอให้ผ่านตอนนี้ไปให้ได้ก่อนนะเอมต้องรีบออกไปแล้วไม่อยากให้พ่อสงสัย" หญิงสาวจูบชายหนุ่มที่แก้มเบาๆแล้วก็ลุกออกจากห้องไปทิ้งให้ภูวริศนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอย่างขัดใจ

 

 

                งานเลี้ยงเป็นไปอย่างสนุกสนานเป็นอีกปีที่อรุณสามารถคว้ารางวัลและชื่อเสียงมาให้กับไร่อีกครั้งเพราะงานนี้เพราะรางวัลนี้อานนท์จึงมีโอกาสได้พูดคุยเจรจาธุรกิจกับลูกค้าใหม่ๆหลายราย เขารู้สึกมีความสุขมากจนเกินจะบรรยายสายตาคนผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจับจ้องไปที่หนุ่มสาวที่นั่งเคียงข้างกันอยู่ตอนนี้ อานนท์ดูออกว่าผู้จัดการหนุ่มของไร่เขาชอบพอลูกสาวคนเดียวของเขาอยู่มากซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ขัดข้องหากว่าเอมอรจะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับอรุณ เพราะเขาถือเป็นคนหนุ่มที่นิสัยดีมีอนาคตและหากคบหากันจริงเขาคงวางใจที่ไร่นี้จะมีผู้สืบสานงานต่อ

                "นี่ก็ดึกมากแล้ว...เอมอยากกลับบ้านแล้วค่ะพี่อรุณ"

                "งั้นเหรอ" อรุณยกนาฬิกาขึ้นดูเวลา   "นี่ก็จะสี่ทุ่มแล้วนี่นาไปงั้นเดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง"

               "แล้วพ่อล่ะคะ" เอมอรมองไปยังบิดาที่ยังร้องคาราโอเกะอย่างสนุกสนาน

               "เดี๋ยวพี่จัดการเองไม่ต้องห่วงนะ"

               "ค่ะ" เอมอรรับคำพร้อมกับเดินนำอรุณออกมาจากร้าน   "พี่อรุณขับรถไหวแน่นะคะ"เอมอรถามย้ำเพื้อความแน่ใจ

               "ไหวสิ...พี่ไม่ได้ดื่มเท่าไหร่เพราะรู้ตัวว่าต้องมาส่งน้องเอมนี่ไง"

              "แสดงว่าส่งเอมแล้วจะกลับไปซัดเต็มที่ใช่มั้ยคะ"

              "ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า..."

              ทั้งสองพูดคุยกันมาตลอดทางจนรถขับมาจอดถึงหน้าบ้าน อรุณมองเข้าไปในบ้านที่ปิดเงียบมีเพียงแสงไฟตรงชานบ้านที่คนงานเปิดเอาไว้ให้เท่านั้น

              "ล็อคบ้านล็อคห้องให้ดีนะรู้มั้ยไม่มีใครอยู่มันอันตราย" อรุณเตือนเพราะความเป็นห่วง

               "พี่แก้วก็อยู่ป้าสมก็อยู่ไม่มีอะไรหรอกค่ะ"

               "อื่ม...พี่ก็เตือนเพราะเป็นห่วง"

               "ค่ะ...เอมไปนะคะขอบคุณมากค่ะที่มาส่ง"

               "เอมรีบเข้าบ้านเถอะ"

               อรุณมองเอมอรเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่วางตาไม่นานนักไฟในบ้านก็เปิดสว่างชายหนุ่มรอดูให้แน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัยจึงขับรถออกไปที่ร้านคาราโอเกะอีกครั้ง

               อีกมุมนึงทันทีที่เอมอรปิดประตูบ้านลงกลอนและเปิดไฟที่ห้องรับแขกภูวริศก็รีบปรี่เข้ามาคว้าตัวเธอไว้ในทันทีชายหนุ่มกอดกระชับหญิงสาวไว้แน่นพลางออดอ้อน

               "ทำไมกลับมาดึกจังพี่หิวข้าวจนจะเป็นลมแล้วนะ"

               "แล้วนี่พี่ภูทานอะไรรึยังคะ"

               "อื่ม...พี่กวาดขนมปังกับนมในตู้เย็นจนเรียบ"

               "ไปค่ะงั้นเราเข้าห้องกันดีกว่าเผื่อพี่แก้วตื่นมาเห็นเข้า"

               "ตั้งแต่เอมออกไปพี่ยังไม่เห็นใครเลยนะ"

               "ก็ดีแล้วนี่คะ" เอมอรตอบพลางจูงมือภูวริศกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง

                "รีบชวนเข้าห้องแบบนี้คิดอะไรไม่ดีกับพี่อยู่รึเปล่าฮึ" ภูวริศย้อนถามอย่างขี้เล่น

                "ถ้าเอมตอบว่าใช่ล่ะคะ"

                "นี่ใช่เอมของพี่จริงๆรึเปล่าฮะ" ภูวริศจับหญิงสาวหมุนไปมาอย่างสำรวจความผิดปรกติ

                "พอค่ะ...เอมเวียนหัวแล้ว ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะแล้วจะรีบกลับมาให้สำรวจต่อ" เอมอรยิ้มอ่อนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

             

 

               ภูวริศยิ้มให้กับคำพูดทีเล่นทีจริงของคนรักซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนผู้หญิงคนนี้ยังมีอะไรให้เขาต้องค้นหาอีกมากและเขาจะเริ่มค้นหาตั้งแต่ตอนนี้   มือหนาดันประตูห้องน้ำให้เปิดออกอย่างรวดเร็ว

               "พี่ภู!" เอมอรตกใจที่ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำ   "เข้ามาทำไมคะ" หญิงสาวประหม่าเมื่อเห็นสายตาวิบวับของว่าที่สามี

                ภูวริศเอาแต่จ้องมองเอมอรที่ยืนเปลือยเปล่าอยู่หน้าฝักบัวหยดน้ำใสๆเกาะตามผิวกายขาวเนียนไปทั่ว สายตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าหวานใสที่ดูประหม่าก่อนจะไล่ลงมาจับจ้องอกอิ่มที่ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันนุ่มนิ่มเต็มไม้เต็มมือ หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสายตาคมจับจ้องมาที่จุดใด

                ภูวริศขยับเข้ามาใกล้มือหนาเอื้อมมาปิดน้ำที่สาดไปตามผิวกายของคนรักเขารู้ว่าทุกอย่างตรงหน้ามันคือเรื่องธรรมชาติไม่ได้จัดฉากหมายจะปลุกปั่นอารมณ์เขาแต่อย่างใด แต่ชายหนุ่มก็คิดไปไกลแล้วว่ากำลังถูกเมียอ่อยเลือดลมในกายเขาสูบฉีดรุนแรงบางจุดในร่างกายมันก็ขยายจนคับแน่นอึดอัดไปหมด

                "พี่อาบด้วยคนสิ"

                "ไม่ค่ะ..." เอมอรปฏิเสธอย่างไม่เต็มเสียงนักเธอรู้ดีว่าชายหนุ่มคิดอะไร

                "ทำไมล่ะพี่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลยเหมือนกัน อาบด้วยกันนี่แหล่ะจะได้ไม่เสียเวลาเน๊อะ" ภูวริศทำใสซื่อ

                "แน่ใจเหรอค่ะว่าคิดแบบนั้นจริงๆ" เอมอรจ้องภูวริศอย่างไม่ไว้ใจ

                "แค่อาบน้ำ...พี่รับรองไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลยจริงๆ..." ภูวริศยังยืนยันแม้รู้ตัวว่าไม่อาจจะทำตามที่พูดได้ก็ตาม   เอมอรขยับมาหาชายหนุ่มค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเขาออกช้าๆตาคู่โศกสบตาประสานสายตาคม

                "พูดแล้วนะคะ" เอมอรถามย้ำ

                "อะ...อื่ม"

                หญิงสาวยิ้มบางๆแผนการณ์ร้ายผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ตั้งใจแต่นานๆทีจะมีโอกาสได้แกล้งเขาแบบนี้เธอจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร

                ภูวริศก้มลงมามองเอมอรที่กำลังช่วยเขาถอดเสื้อแต่ดูเหมือนกระดุมแต่ละเม็ดมันช่างแกะยากแกะเย็นร่างบางเบียดชนิดสนิทแน่นกับตัวเขา อกนิ่มๆของเธอก็บดเบียดอยู่ใต้อกของเขาจนสติอันน้อยนิดกระเจิดกระเจิง

                "อะ...เอม..." ภูวริศเรียกเอมอรเสียงสั่น

                "คะ"

                "ยะ...อย่าแกล้งกันแบบนี้สิคะ"

                "แกล้งอะไรกันคะก็เอมกำลังช่วยพี่ภูถอดเสื้ออยู่นี่ไงจะได้รีบอาบน้ำกัน" เอมอรตอบตาใส

                "ร้ายนักนะเรา!" ภูวริศดันเอมอรไปติดผนังห้องน้ำ จ้องมองหญิงสาวท่าทางเอาเรื่อง

               "อย่านะคะ! พี่ภูสัญญาแล้วนะว่าจะไม่ทำอะไรเอม"

               "พี่ไม่ได้สัญญาซะหน่อยพี่แค่รับรองว่าจะไม่ทำอะไร...แต่ตอนนี้ไม่รับรองอะไรแล้วมาให้ลงโทษซะดีๆแม่ตัวแสบ!" สิ้นคำชายหนุ่มก็ดึงร่างบางเข้ามาประชิดอกแกร่งแต่หญิงสาวก็เอาแต่ผละหนี     "เมื่อกี้ยังเอานมมาถูพี่อยู่เลยตอนนี้ไม่ชอบแล้วเหรอคะ"

               "พี่ภู!" เอมอรขึ้นเสียงมองว่าที่สามีอย่างขัดใจ

               "เอมแกล้งพี่ก่อนนะ" ภูวริศย้อนเมื่อเห็นเอมอรหน้างอ

               "ปล่อยเอมเลย...เอมจะอาบน้ำ" หญิงสาวโวยวายดีดดิ้นพยายามหันไปเปิดฝักบัวรู้สึกงอนเล็กๆที่ไม่สามารถแกล้งชายหนุ่มได้

               "จุ๊ๆ...เบาๆค่ะเดียวใครได้ยินเอานะ" ภูวริศกระซิบเบาๆที่ข้างหู หญิงสาวหยุดดื้อหันมามองหน้าชายหนุ่มนิ่ง     "เราไม่เจอกันตั้งนาน...ขอพี่ชื่นใจหน่อยนะคนดี" ภูวริศบอกเอมอรอย่างจริงจังหญิงสาวสบตาเขานิ่งสายตาอ่อนลงไม่ดื้อดึงแข็งขืนแต่อย่างใด ภูวริศจ้องเอมอรอย่างสื่อความหมายสายตาคมจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มและค่อยๆขยับเข้ามาช้าๆ

               เอมอรจ้องริมฝีปากบางอย่างไม่วางตาเช่นกันเมื่อเธอคิดจะแกล้งยั่วเขามันก็ต้องยั่วให้ถึงที่สุด แผนการณ์ร้ายกลับมาในหัวอีกครั้งหญิงสาวโน้มคอชายหนุ่มลงมาหาและประกบปากจูบเขาก่อนในทันที ลิ้นของคนที่อ่อนใสไม่ประสาเท่าใดนักลุกล้ำเข้ามาหยอกล้อกับลิ้นร้อนที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่งอย่างไปจากตัวเธอ มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนกายอันขาวเนียนนุ่มนิ่มอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆร่างกายและหัวใจจมดิ่งไปกับความรักที่หอมหวาน

ซ่า!!!...

               "อื้อ..." ภูวริศถอยหนีเมื่อถูกน้ำเย็นๆจากฝักบัวสาดใส่   "น้องเอมเล่นอะไรคะเนี่ย!" ภูวริศก้มมองตัวเองที่เปียกปอนไปทั้งตัวไหนจะเสื้อไหนจะกางเกงของตัวเองอีก

               "อาบน้ำไงคะ" เอมอรยิ้ม

               "มานี่เลย!" ภูวริศปรี่เข้าใส่แต่เอมอรก็หนี สองคนหยอกล้อกันในห้องน้ำเสียงดังจนหลงลืมไปว่าไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้กันตามลำพัง

                เสียงหัวเราะอันดังก้องในห้องน้ำเรียกความสนใจจากอานนท์ที่นั่งงัวเงียอยู่บนเตียง ชายสูงวัยกลับมาได้สักพักก็ตรงเข้าห้องนอนตัวเองซึ่งอยู่ติดกับห้องเอมอรเขานั่งกระดกเหล้าต่ออีกสองสามแก้วอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขามีความสุขหลังจากที่มีเรื่องให้กลัดกลุ้มเป็นกังวลอยู่นาน

                "เรื่องร้ายๆกำลังจะผ่านไป..."อานนท์บอกตัวเองแล้วก็เดินมานั่งที่เตียง

                "ฮ่าๆ..." เสียงหัวเราะหยอกล้อดังเบาๆมาจากที่ไหนสักแห่ง อานนท์คิดว่าตัวเองเมาจึงหูแว่วไปแต่พอจะทิ้งตัวนอนก็ได้ยินเสียงหัวเราะอีก

                "ใครหัวเราะวะ!" ชายสูงวัยเดินโซเซออกจากห้องตรงไปยังห้องนอนลูกสาวที่อยู่ติดกัน

 

 

              

              เอาแล้วไง...หนีเร็วคุณภูว่าที่พ่อตามาแล้ววววว!!!!!!!!!!!!      http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/64_35.png

 

ความคิดเห็น