facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พลุดอกสุดท้าย

ชื่อตอน : พลุดอกสุดท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 92

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2564 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พลุดอกสุดท้าย
แบบอักษร

 

ตอนที่13

 

พลุดอกสุดท้าย

 

 

 

 

เวลานี้มีชายหนุ่มกำลังนั่งขะมักเขม้นอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คตัวโปรดเขากำลังแต่งนิยายด้วยไปแห่งไอเดียฉันลุกโชน แต่เมื่อสายลมเย็นพัดโบกพัดผ่านเข้ามา จนทำให้ปลอยผมสีน้ำตาลพริ้วไหวกลิ่นไอดินและดอกไม้ทำให้พิรุณหยุดชะงักการทำงานลง เขาถอดแว่นตาออกแล้วพักสายตาจากหน้าจอ หันไปมองที่สวนสวยๆ  ดูสีเขียวๆของใบไม้ สีสันสดใสของดอกไม้ต่างๆ ฟังเสียงน้ำไหลตกลงมากระทบกันเบาๆจากน้ำตกในสวน ช่วยให้ผ่อนคลายสบายตา สบายใจขึ้น พลางก็เอนกายไปข้างหลังนอนราบไปกับพื้นเย็นๆทุกอย่างเงียบสงัดเมื่อไม่มี เสือ อยู่มันเงียบจริงๆเงียบจนวังเวง ถ้าหากเขาหายไปผมจะทำยังไงดี

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

 

เสียงฝีเท้ากำลังวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้คนที่กำลังงีบอยู่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาทันที คนตัวใหญ่วิ่งเข้ามาด้วยความดีใจแววตาเป็นประกายเหมือนมีเรื่องอะไรดีๆ ที่ทำให้เขาต้องตื่นเต้น

 

 

"ไปเที่ยวกัน" เสือยื่นบัตรเที่ยวสวนสนุกสองใบมาให้ผม อย่างตื่นเต้น

 

 

"ไปเอามาจากไหนเนี่ย" ผมถามงงๆเพราะค่าตั๋วเนี่ย มันมีราคาเกินกว่าเงินที่ผมให้เขาไปซะอีก เขานั่งลงข้างๆผมก่อนจะทำท่านึกอะไรบางอย่าง

 

 

"พอดีเดินๆไปแล้วมีคนมาขอถ่ายรูป บอกว่ามาจากนิตยสารอะไรก็ไม่รู้ ผมก็เลยลองถ่ายดูพอเสร็จเขาก็ยื่นเงินให้เดินไปเจอสวนสนุกพอดีก็เลยไปซื้อตั๋วมา" ฮะ!? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะว่าเขาหล่อจริงๆน่ะแหละ ขนาดใส่เสื้อผ้าแบบจับพลัดจับพลูใส่ก็ยังหล่อ ออร่าพุ่งซะขนาดนี้แอบอิจฉาอ่ะผมก็หล่อเหมือนกันนะ(เบ้ปาก)

 

 

และแล้วตอนนี้พวกเราก็มายืนอยู่หน้าสวนสนุกแห่งหนึ่งจนได้สวนสนุกใหญ่โต ทางเข้าตกแต่งเป็นปราสาทสวยงามพืชพันธุ์ดอกไม้ต่างๆถูกปลูกไว้รายลอบและตกแต่งอย่างสวยงาม มีผู้คนมากมายังที่แห่งนี้ ทั้งคู่รักหนุ่มสาว ทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก และแก๊งหนุ่มๆสาวๆทั้งหลายแต่ที่เป็นที่จับจ้องที่สุดในตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่ของผมนี่แหละ น่าอายชะมัด-///-

 

 

ย้อนไปเมื่อ 30 นาทีก่อนมาถึงที่นี่

 

 

"นายจะใส่ชุดไหนอ่ะ นี่ก็จะหมดตู้แล้วนะ"ผมที่กำลังเลือกชุดให้คนตัวใหญ่ที่นั่งอยู่บนเตียง เลือกมาตั้ง5นาทีละยังไม่เสร็จสักทีชุดไหนก็ไม่โดนใจ

 

 

"จะใส่ที่ซื้อมาวันนั้น"เขาลุกขึ้นมายืนข้างหลังผมก่อนเอื้อมไปหยิบเสื้อออกมาจากตู้เป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูและกางสามส่วนสีน้ำตาลตรงตูดปักรูปหัวใจสีแดงไว้ตรงกระเป๋า ที่พนักงานขายคนนั้นยัดเยียดให้ซื้อมาพูดถึงแล้ว ยังจำหน้าตอนแกยิ้มหน้าบานเพราะยัดเยียดให้ซื้อสินค้าได้สำเร็จอยู่เลย ขายเก่งขนาดนี้อีกไม่นานคงได้เลื่อนตำแหน่งแหละ-_-;

 

 

"ไม่เอาอ่ะ สีชมพูหวานแหววกางเกงก็น่าอายฉันไม่ใส่มันแน่นอน ไม่เด็ดขาด"ผมทำหน้าเซ็งๆ ปฏิเสธอย่างเต็มรูปแบบ ถึงผมจะชอบผู้ชายแต่ไม่ได้แอ๊บเเบ๊วนะครับ ผมน่ะมาดแมนนะขอบอก

 

 

"ใส่"     

 

 

คำพูดที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงดุดัน คิดเหรอว่าจะกลัว เฮอะๆ ผมทำเฉยไม่สนใจแล้วไปหาเลือกชุดใหม่ ทันใดนั้นร่างอันบอบบางของผม ก็ถูกโยนขึ้นเตียงนุ่มๆทันทีตามมาด้วยคนตัวใหญ่จอมบงการมานั่งคร่อมอยู่

 

 

"ถ้าไม่ใส่ก็ไม่ไปแต่จะหาอะไรที่สนุกกว่าทำแทน" เขาใช้ลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองแล้วมองต่ำลงมาที่เป้ากางเกงของผม

 

 

"กะก็ได้>< นายมันไอ้แมวหื่น"ผมใช้แรงทั้งหมดผลักเขาแล้วหนีออกมาจากการกักขังทันที นั่นทำให้คนตรงหน้ายกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

 

 

"แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่เห็นต้องดื้อเลย" เขาเดินเข้ามาใกล้ก่อนจุ๊บที่หน้าผากเบาๆทีนึง เสือชอบทำอะไรที่ทำให้ผมใจเต้นตลอดให้ตายสิ เก่งแต่ยั่วเก่งแต่ทำร้ายกันนี่แหละไอ้แมวบ้า

 

 

และนั่นแหละคือเหตุผลที่มีแต่คนมองพวกเราเต็มไปหมด บางคนมองมาด้วยสายตาที่ชื่นชอบแต่บางคนก็มองมาด้วยสายตาราวกับว่าพวกเราสองคนเป็นสิ่งแปลกประหลาด อ้ากกอายไปหมดแล้วอายจนอยากเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี ทว่ามือใหญ่ๆก็ยื่นมากุมมือผมเอาไว้เขาก้มและมองมาที่ผมก่อนพูดคำที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของผมพองโตอีกครั้ง

 

 

"ไปกันเถอะครับคุณทาส อะไม่สิวันนี้ให้เป็นแฟนหนึ่งวันนะ" ก่อนที่จะส่งยิ้มที่แสนอบอุ่นชวนฝันมาให้ วันนี้ไปกินยาอะไรมานะถึงทำตัวน่ารักได้ขนาดนี้><

 

 

เขากุมมือผมไปทุกที่ ทั้งม้าหมุน บ้านยักษ์ ไปกินสายไหม ขี่เรือไวกิ้ง นั่งรสไฟเหาะ ถ่ายรูปกับมาสคอตหมีตัวโตๆ และที่สำคัญผมพึ่งได้ล่วงรู้มาว่า เจ้าแมวยักษ์แสนมาดแมนที่ไม่เคยไหวหวั่นกับเรื่องใดแต่ดันมากลัวผีซะงั้น ตอนแรกที่เดินเข้าไปพอผีโผล่ออกมาก็กระโดดเข้ามากอดผมแน่น จนแทบจะล้มเพราะร่างกายของเขามันใหญ่โตกว่าผมแต่ดันมากระโดดเกาะอย่างกับตัวเองตัวเท่าแมว และสุดท้ายก็ต้องให้ผมเดินจูงมือออกมาหลับตาปี๋ตลอดทาง มันทำให้ผมรู้ว่าคนที่ดูเข้มแข็งดูไม่กลัวอะไรก็ไม่ได้เข้มแข็งตลอดเวลาเพราะพวกเขาก็มีบางมุมที่พวกเขาอ่อนแอเหมือนกัน เราทั้งคู่ไม่ได้เข้มแข็งแต่เราคือคนอ่อนแอที่ดูแลซึ่งกันและกัน

 

 

ณ ตอนนี้ เป็นเวลาหนึ่งทุ่มแล้วพระอาทิตย์ลับหายไปจากขอบฟ้าดวงจันทร์และดวงดาราเริ่มขึ้นมาแทนที่ วันนี้เป็นวันฟ้าเปิดทำให้เห็นดวงดาวที่พร่างพราวเต็มท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ขบวนพาเหรด เริ่มขึ้นเเล้ว ทั้งแสงสีมากมายตระการตา ทุกคนดูพาเหรดอย่างมีความสุข แต่จุดไคลแมกซ์ของที่นี่ไม่ใช่พาเหรดสุดอลังการ แต่เป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูง400ฟุตจากพื้นดิน ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวด้านล่างที่สวยงามยามค่ำคืน เเละผมจะไม่พลาดโอกาสนี้อย่างแน่นอน

 

 

"ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กันเถอะ" ผมที่กำลังจะอ้าปากชวนแต่ก็ไม่ทันได้เอ่ย เพราะคนข้างๆมาแย่งซีนไปซะก่อน

 

 

เราสองคนเดินจูงมือมาต่อคิวเพื่อรอขึ้นชิงช้าสวรรค์เหมือนคนอื่นๆ รอบๆ ตัวเราตอนนี้มีแต่คู่รักที่มาเดตกันที่นี่ อิจฉาพวกเขาจริงๆที่มีความรักที่หวานชื่น ไม่เหมือนผมที่ไม่มี..

 

 

"ไปกันได้รึยังครับ คุณแฟน" ในวินาทีที่ผมมัวแต่มองดูผู้คนรอบข้างด้วยความอิจฉา ก็มีมือใหญ่ๆยื่นมาให้ผมจับเพื่อขึ้นไปยังชิงช้า ราวกับเจ้าชายที่ยื่นมือมาให้เจ้าหญิงเพื่อประคองขึ้นไปยังรถม้าแต่แตกต่างกันแค่ผมไม่ใช่เจ้าหญิง ในห้วงเวลานั้นผมรู้สึกหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก ผมเผลอตกใจกับคำพูดเขาครู่นึง แต่เพียงนี้ก็คงจะดีมากแล้วถึงแม้จะเป็นแค่วันนี้ที่เราเป็นแฟนกัน

 

 

"ฝากตัวด้วยนะครับ คุณแฟน" ผมยิ้มหวานรับคำก่อนยื่นมือไปจับกับมือของเขาทำเอาคนตัวใหญ่ตั้งตัวไม่ถูกหน้าแดงเหมือนลูกตำลึง ผู้คนที่ผมอิจฉาตอนนี้พวกเขากลับต้องอิจฉาในความหวานเยิ้มของสองเรา ชิงช้าสวรรค์เคลื่อนตัวขึ้นไปอย่างช้าๆ ทิวทัศน์ด้านบนนี้สวยมากทั้งขบวนพาเหรดที่เห็นได้ชัดเจน ต้นไม้ที่ประดับประดาไปด้วยไฟแสนสวย กระเช้าของเราค่อยๆเลื่อนมาถึงยังจุดสูงสุด ทันได้นั้น

 

 

ปัง ปัง ปัง

 

 

พลุมากมายถูกยิงขึ้นบนท้องฟ้าสีสันงดงามตา บรรยากาศชวนฝันที่ไม่เคยได้สัมผัสแสนนานมาครั้งสุดท้ายก็ตอนเด็กๆ วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด ผมมองไปรอบๆ เพื่อจดจำทุกๆ อย่างจำภาพเหล่านี้และช่วงเวลาดีนี้ไว้ไม่มีลืมเลือน แต่ทว่าทันใดนั้นตัวของผมที่กำลังชมทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลินก็ถูกมือใหญ่ๆคว้าเข้าไปกอด วินาทีที่สายตาสองเราสอดประสานกันภายใต้แสงจันทร์สลัวนั้นเสือทอสายตาเป็นประประกายเต็มไปด้วยแรงปราถนาจนยากจะประฏิเสธความต้องการของเขาได้ มือของผมลูบไล้ไปตามใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอย่างไม่รู้ตัว ไฝเสน่ห์เล็กๆใต้ตาให้ให้ผมไม่อาจละสายตาไปจากภาพที่น่าหลงไหลตรงหน้านี้ได้ เจ้าของริมฝีปากใหญ่สีชมพูระเรื่อค่อยๆ โน้มตัวลงมาเราสองจุมพิศกันอย่างนุ่มนวล เรียวลิ้นอุ่นพันเกี่ยวกันไปมาอยู่เนิ่นนานหลายนาทีดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนหวานเป็นจุมพิศที่แสนพิเศษแต่ก็ทำให้รู้สึกวาบหวามไปทั่วร่างกาย

 

 

ปัง

 

 

เสียงพลุดอกสุดท้ายดังขึ้น เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะบอกให้ผมหันไปมองพลุรูปหัวใจก่อนที่มันจะจางหายไป แล้วเอ่ยคำพูดที่สุดแสนโรแมนติกทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

 

"เขาว่ากันว่าถ้าใครได้จูบกันบนชิงช้าสวรรค์ของที่นี้ภายใต้แสงจันทร์และพลุดอกสุดท้าย จะมีความสุขกับคนรักตลอดไป ผมขอให้คุณมีความสุขตลอดไปขอให้จดจำช่วงเวลาดีๆนี้ตลอดไป" พอพูดจบกระเช้าก็ค่อยๆเลื่อยนลงช้าๆ ผมไม่มีทางลืมความสุขนี้ ในวันนี้ ที่นี่ผมจะจดจำตลอดไป พึ่งรู้ตัวเองว่าในตอนนี้ ผม รัก เขาเข้าให้แล้วสิทุกคน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว