facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : วันวาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2564 11:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วันวาน
แบบอักษร

 

ตอนที่12 

 

วันวาน 

 

 

 

นี่ก็ผ่านมาอาทิตย์กว่าๆแล้วที่แมวของผมได้กลายร่างเป็นคน วันนี้เจ้าเเมวนั่นไม่อยู่เพราะอยากไปสำรวจโลกเพียงลำพัง ผมก็ไม่ได้ขัดเพราะซื้อโทรศัพท์มือถือและสอนวิธีใช้ให้กับเขาแล้ว บางครั้งเราควรปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง นั่นเพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะต้องรั้งเขาไว้หรือกักขังเขาไว้ที่นี่เราแค่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มันช่างเป็นความสัมพันธ์ที่ประหลาดซะจรงๆ ตอนนี้ผมกำลังเขียนนิยายอยู่ และตอนนี้จะเล่าย้อนกลับไปถึงวันวานในอดีตที่ผมได้เจอกันกับเสือ

 

 

 

วันนั้นในอดีตที่ผมยังเป็นเด็กน้อยอยู่มัธยมต้น ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากและชอบเขียนนิยายเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ได้เป็นคนที่มีนิสัยเก็บตัวอะไรมาก แต่พ่อและแม่กลับบอกว่าผมไม่ชอบเข้าสังคมซะงั้น ครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่นย้ายมาจากทางภาคอีสานมาอยู่กรุงเทพฯเพราะงานของพ่อ พวกท่านมักมีเวลาให้ผมเสมอจนวันหนึ่งงานก็รัดตัวพวกเขามากซะจนเวลาที่มีให้ผมมันหายไป ถึงอย่างนั้น ถ้าวันไหนว่างจริงๆเราก็จะนั่งปิกนิกกัน ที่สวนหย่อมหน้าบ้าน ถึงผมจะยอมรับได้ว่าพวกท่านทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา แต่มันก็ยังเหงาอยู่ดี ผมมีเพื่อนคนนึงชื่อว่า เมฆา เขาเป็นเพื่อนผู้ชายเพียงคนเดียวของผมและผมก็แอบชอบเขา พวกเราชอบเล่นบาสด้วยกันที่โรงเรียนและวันเสาร์ อาทิตย์ เขาก็จะมานั่งเป็นเพื่อนผมที่บ้านถึงเขาจะบอกว่าการที่ผมนั่งเขียนนิยายโดยไม่ชอบออกไปเล่นข้างนอกมันหน้าเบื่อ ถึงจะชอบบ่นนู่นนี่นั่น แต่ก็ไม่เคยทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว จนกระทั่งวันที่เราต้องจากกันก็มาถึงวันที่เขาต้องไปเรียนที่เมืองนอก ในตอนนั้นผมร้องไห้เสียใจหนักมากจนไม่ยอมไปโรงเรียนตั้งหลายวันเลยทีเดียว ไม่ทันได้เอ่ยคำล่ำลาเขาก็ไปแบบไม่บอก คำว่าชอบก็ไม่ทันได้เอ่ยออกไปเพราะมัวแต่กลัวว่ามันจะพังไม่เป็นท่าแล้วมองหน้ากันไม่ติด ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ห่างไกลแต่ก็เอื้อมใจไปไม่ถึง เป็นรักแรกที่ทั้งทุกข์และสุขในเวลาเดียวกัน เมื่อพ่อและแม่เห็นผมเป็นแบบนั้นท่านก็อดเป็นห่วงไม่ไหว ผมจำได้ดีวันนั้น....วันที่อากาศแจ่มใสผมได้แค่หมกตัวอยู่ภายในห้องของตัวเองสายลมเย็นๆ พัดเอื่อยเข้ามาทางหน้าต่างกลิ่นหอมของดอกไม้มันทำให้ผมที่นอนร้องไห้อยู่นั้นเผลอหลับไปในที่สุด สัมผัสอ่อนนุ่มเหมือนกับผ้ากำมะหยี่ ความรู้สึกจั๊กจี้ที่แก้มและหูมันทำให้ผมต้องตื่นจากฝันกลางวัน พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีเจ้าเหมียวตัวจิ๋วมานอนอยู่ข้างๆหูมันเป็นแมวตัวผู้สิดำ ครั้งแรกที่ผมได้เจอกับมัน ผมตกใจมากว่าใครแอบพามันเข้ามาจนร้องลั่นบ้านชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะเลี้ยงแมวแต่พอไล่ก็ไม่ยอมไปจับโยนไปที่ระเบียงก็หาวิธีเข้ามาในห้องนอนผมอีกจนได้ ชอบทำหน้านิ่งๆกวนๆ แถมยังไม่รู้จักกลัวอะไรอีกไม่ว่าผมจะทำอะไรไปที่ไหนมันจะคอยเดินพันแข้งพันขาไปตลอดบางทีกำลังนั่งพิมพ์นิยายอยู่ก็เดินมานอนบนแป้นพิมพ์ผมซะงั้น ในตอนนั้นผมกับเจ้าเสือตัวจิ๋วเราทะเลาะกันบ่อยมากมันไม่ชอบให้ผมนั่งทำงานแต่อยากให้เล่นด้วยผมก็จับมันโยนขึ้นที่นอนตลอด จนในที่สุดวันหนึ่งหลังจากที่อยู่ในห้องกับผมได้สักสามสี่วันมันก็เกิดอาการซึม ไม่เล่นไม่อ้อนไม่กวนจนทำให้ผมที่คิดว่าจะไม่สนใจใยดีมันและไม่ออกห้องไปไหนต้องเปิดประตูห้องออกไปข้างนอก อุ้มมันวิ่งออกไปจนเกือบตกบันไดเพราะกลัวมันเป็นอะไรนี่แหละผมยังไม่รู้ตัวเลยนะว่าถูกเจ้าเหมียวจิ๋วนี่ตกเข้าซะแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเเมวตัวจิ๋วนั้นมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวยิ่งนัก พอผมพามันลงมาจากห้องด้วยความเป็นห่วงแทบแย่ตัวอ่อนปวกเปียกดูไม่มีเรี่ยวแรงเหมือนกำลังจะตาย จนทำให้ผมแน่นอกไปหมดทั้งกลัวทั้งเสียใจแต่สุดท้ายพอได้กลิ่นไข่เจียวหอมๆของคุณแม่ลอยเข้ามาเตะจมูกเท่านั้นแหละมันก็ฟื้นคืนชีพทันทีแล้วรีบกระโดดลงพื้นเดินไปอ้อนขอกินไข่เจียวแสนอร่อยของแม่ทันที เจ้าแมวนี่มันร้ายตั้งแต่เด็กๆพอแม่หันมาเจอผมท่านก็ร้องไห้ออกมาทันที รู้สึกว่าท่านจะดีใจมากที่ผมออกมาจากห้องได้สักทีและก็เสียใจที่ผมซูบลงไปในคราเดียวกัน แม่ผมน่ะออนเนอร์แรงอย่างกับนักแสดงหนังฮอลลีวู้ด ถามไปถามมาจึงสืบรู้ความมาว่าแม่และพ่อออกไปเดินที่สวนสาธารณะของโครงการแล้วไปเจอกล่องใบหนึ่งเข้าข้างในมีแมวน้อยน่าสงสารอยู่มันทั้งหิวและสั่นกลัว ในตอนนั้นฝนก็ตกลงมาทันทีจึงไม่มีทางเลือกจะปล่อยไว้ก็น่าสงสารก็เลยหอบกลับมาด้วยซะเลยแต่จู่ๆมันก็หายไป พ่อและแม่ก็เลยคิดว่ามันน่าจะหนีไปซะแล้วแต่ไม่ได้คิดเลยว่ามันจะเเอบย่องเข้าห้องผม หลังจากนั้นมาเราก็เป็นเพื่อนซี้กันมาโดยตลอดแถมตอนนอนยังชอบมาเลียหูอีกคงจะคิดว่าเป็นนมรึเปล่าก็ไม่เเน่ใจ จนเวลาล่วงเลยไปเมื่อตอนผมอยู่มัธยมปลายเทอมสุดท้ายอีกแค่สองเดือนก็จะจบ ตอนนั้นเป็นฤดูฝน เริ่มมีพายุเเละฝนตกกระหน่ำแล้วในบางพื้นที่แถมพ่อและแม่ยังต้องขับรถไปดูงานของต่างจังหวัดอีกความเหงาก่อตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนโบรยปลายแต่ก็ยังโชคดีที่มีเจ้าเสืออยู่เป็นเพื่อนมันโตไวมากไวพอๆกับข่าวการจากไปของคนสำคัญของผม วันนั้นฝนตกหนักและลมพัดแรงมาก ฟ้าร้องคำรามเสียงดังน่ากลัว แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการได้รับรู้ว่าพ่อและแม่ผมเกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางจนเสียชีวิตคาที่

 

 

 

"ลูกฝนตกหนักอย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะเดี๋ยวแม่ก็จะกลับไปถึงบ้านเเล้วจะรีบไปให้ทันวันเกิดพิรุณนะจ้ะ แม่รักลูกนะ" คำพูดสุดท้ายจากข้อความเฟซบุ๊กที่คุณแม่ส่งมาก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ มันยังวนเวียนอยู่ในสมองผมไม่มีวันลืมเลือน พอผมรู้ข่าวก็รีบพาเจ้าเสือไปที่โรงพยาบาทที่โทรมาทันที ผมมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง มีร่างไร้ลมหายใจของคนที่ผมรักนอนอยู่บนเตียงทั้งสองถูกคลุมด้วยผ้าขาว คำถามมากมายเกิดขึ้นมาเต็มหัว ทำไมกันมันเกิดอะไรขึ้นพรุ่งนี้ก็จะถึงวันเกิดผมเเล้วแท้ๆ? น้ำตาไหลนองออกมามากมายมหาศาล ผมกอดเจ้าเสือไว้เเน่นร้องไห้ฟูมฟายเหมือนกับเด็กอนุบาล ในหัวตื้อไปหมดในอกก็เจ็บจี้ดแน่นไปซะจนหายใจไม่ออก

 

 

 

"แม่ครับ พ่อครับฟื้นกลับมาได้มั้ยพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเกิดผมแล้วนะอย่าจากผมไปเลย"ผมร้องไห้โอดครวญอยู่ข้างๆร่างไร้วิญญาณนั้น ทำไมกันพระเจ้าถึงได้กลั่นแกล้งผมได้ถึงเพียงนี้ท่านพลากคนที่ผมรักไปถึงสองคนในเวลาเดียวกัน จนในกระทั่งญาติของผมเดินทางมาถึง พอพวกเขาเห็นภาพตรงหน้า พวกเขาก็ร้องไห้และเข้ามากอดผมเอาไว้ ผมในตอนนี้ไร้เรี่ยวเเรงเหลือเกินน้ำตาไม่ไหลสักหยดถึงจะเสียใจมากแค่ไหนมันก็ไม่ไหลอีกเลย ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเหมือนอิฐนับพันๆก้อนทับอยู่ ทุกส่วนของร่างกายชาจนไม่อยากขยับตัว ถึงผมจะไม่ได้อุ้มเจ้าเสือไว้เเต่มันก็ไม่หนีห่างผมไปไหนยังคอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆจนเรารับศพของทั้งสองไปทำพิธีกรรมทางศาสนาผมได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าจนจบพิธี พวกท่านอยู่บนนั้นจะเป็นยังไงนะหรือผมจะตามไปดีน้ำตาผมกลับมาไหลอีกครั้ง เหมือนเจ้าเเมว อยากปลอบใจผมมันใช้อุ้งมังคุดน้อยๆของมันมาแตะที่หน้าและเลียน้ำตาของผม มันทำให้ผมร้องไห้ยิ่งกว่าเดิมซะอีกผมกอดมันไว้แน่นแต่มันกลับไม่โวยวายหรือทำท่าทีไม่ชอบเลย ในที่สุดผมก็ปล่อยมันให้เป็นอิสระมองมันด้วยสายตาขอบคุณ

 

 

 

"ขอบคุณนะเสือที่นายคอยอยู่เคียงข้างชั้นตลอดเรากลับไปอยู่ด้วยกันสองคนก็ได้เนาจะไม่เป็นไร.....หรอก" ผมยิ้มร่าให้เจ้าแมวเพื่อนรัก

 

 

 

"เมี้ยว"มันตอบผมก่อนจะเบือนหน้าหนี ปากบอกว่าไม่เป็นไรแต่ในใจยังไม่รู้เลยว่าวันต่อไปจะรับมันไหวรึเปล่าทุกสิ่งหายไปในเพียงแค่ชั่วพริบตาทั้งพ่อแม่และความสุขของผม ผมกลับมาถึงกรุงเทพฯในเช้าวันต่อมาถึงแม้ญาติจะตื้อให้ผมอยู่ที่นู่นด้วย แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่สามารถทิ้งบ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำหลังนี้ได้จริงๆ อากาศไม่สดใสเหมือนเคยท้องฟ้ามัวหมอง มีแต่ฝนร่วงโรยลงมาตลอดระยะเวลาสองเดือนกว่านั่นมันทำให้ผมยิ่งแย่ไปกว่าเดิมผมรู้สึกอยากตาย รู้สึกไม่มีความสุขแววตาของผมมันไม่สดใสอีกต่อไปแล้ว เคยลองแต่งนิยายรักสุดท้ายก็ไปจบที่ดราม่าตลอดจนนักอ่านบ่น ผมเริ่มหมดไฟรู้สึกท้อแท้ความรู้สึกแย่ทุกอย่างถาโถมเข้ามา อย่างกับจะตอกผมให้จมดินซะให้ได้ แต่ทุกครั้งที่ผมอยากตาย จะมีเจ้าก้อนขนสีดำๆนี่มาคอยเตือนสติผมเสมอ ถ้าผมตายใครจะดูแลมัน ถ้าผมตายใครจะคอยทอดไข่เจียวที่มันชอบให้กิน ใครจะรับมันไปเลี้ยง ถ้าผมตายมันจะต้องกลายเป็นแมวเล่ล่อนแน่ๆเลย สุดท้ายมันอาจโดนหมากัดหรือคนที่เกลียดแมวดำทำร้ายจนตายก็เป็นได้ พอคิดได้แบบนี้ผมก็สูดหายใจเข้าลึกๆผมยังหายใจอยู่ผมยังต้องมีชีวิตต่อไปถ้าไม่ใช่เพื่อตัวเองก็ขออยู่เพื่อแมวตัวนี้ก็พอ จากนั้นมันก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวชีวิตเทาๆของผมไว้ ผมเริ่มแต่งนิยายจริงจังและเก็บตัวไม่ออกไปไหนจนมีคนรู้จักมากมายที่เป็นนักอ่านทั้งหลาย ผมเขียนนิยายโดยไม่รู้สึกอะไรเลยไม่ได้บันทึกเรื่องราวความทรงจำดีๆเหมือนที่เคยทำแต่กลับแต่งนิยายวายดราม่าที่ทำเอาคนอ่านน้ำตาแตกจนได้เรื่องฮิตดราม่าแห่งปี แต่มันก็แค่นั้นเพราะความรู้สึกตอนนี้เหมือนแค่การแต่งนิยายก็แค่เป็นการฆ่าเวลาและประคับประคองลมหายใจให้อยู่ต่อไปเพราะกำลังใจจากนักอ่านทุกคน มีคนชอบย่อมมีคนไม่ชอบเช่นกัน เมื่อมีคนมาเม้นท์ว่า นิยายผมมันไม่ดีมันแย่มันเศร้า ผมก็จะรู้สึกนอยและหมดไฟทุกครั้ง ความรู้สึกแย่ๆก็จะกลับมาทันทีผมผิดเหรอทีแต่งนิยายตามอารมณ์ตัวเองเพราะผมไม่ได้ออกไปไหนเนื้อเรื่องบางส่วนจึงเกิดขึ้นที่บ้าน มันทำให้นักอ่านรู้สึกจำเจและฉากอีโรติกที่ห่วยแตกซะไม่มี ผมไม่เคยมีแฟนผมอยู่เป็นโสดมาจนถึงอายุ20ปี โดยไม่เคยมีอะไรกับใครจริงๆเลยได้เเค่ดูหนังอย่างว่าของชายรักชายกับเจ้าแมวเพื่อนรักอยู่เป็นปีๆ มีอารมณ์ก็ใช้แต่มือนี่แหละแล้วผมจะทำให้มันดีได้ยังไง ในเวลาที่ผมรู้สึกท้อและหดหู่นั้น ปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้น เมื่อแมวของผมกลายเป็นคนจริงๆทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วี่ ผมมีอะไรกับแมวตัวเองและผมใจเต้นทุกครั้งที่อยู่กับเขา ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรและความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบไหนกันแน่? แต่เขาเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของผมไปแล้วจริงๆถึงพระเจ้าจะพรากพ่อกับแม่ของผมไปแต่ผมก็ไม่เคยที่จะไม่ศัทธาท่านเพราะบางทีท่านอาจเห็นพ่อแม่ผมเหนื่อยเกินไปก็ได้ และแล้วท่านก็ไม่ทิ้งผมจริงๆเมื่อท่านส่ง เขาให้มาอยู่กับผม ผมรู้สึกขอบคุณจริงๆ

 

 

 

สายลมพัดโบกเข้ามา ผมพักสายตาจากหน้าจอ หันไปมองที่สวนสวยๆ มองสีเขียวๆของใบไม้สีสันสดใสของดอกไม้ต่างๆ ฟังเสียงน้ำไหลเบาๆจากน้ำตกในสวน ทำให้สบายตา สบายใจขึ้น เอนกายไปข้างหลังนอนราบไปกับพื้นเย็นๆทุกอย่างเงียบสงัดเมื่อไม่มี เสือ อยู่มันเงียบจริงๆเงียบจนวังเวง ถ้าหากเขาหายไปผมจะทำยังไงดี

 

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

 

 

เสียงฝีเท้ากำลังวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้คนที่กำลังงีบอยู่ต้องตื่นทันที คนตัวใหญ่วิ่งเข้ามาด้วยความดีใจแววตาเป็นประกายเหมือนมีเรื่องอะไรดีๆ ที่ทำให้เขาต้องตื่นเต้น

 

 

 

"ไปเที่ยวกัน" เสือยื่นบัตรเที่ยวสวนสนุกสองใบมาให้ผม อย่างตื่นเต้น

 

 

 

"ไปเอามาจากไหนเนี่ย" ผมถามงงๆเพราะค่าตั๋วเนี่ย มันมีราคาเกินกว่าเงินที่ผมให้เขาไปซะอีก เขานั่งลงข้างๆผมก่อนจะทำท่านึกอะไรบางอย่าง

 

 

 

"พอดีเดินๆไปแล้วมีคนมาขอถ่ายรูป บอกว่ามาจากนิตยสารอะไรก็ไม่รู้ ผมก็เลยลองถ่ายดูพอเสร็จเขาก็ยื่นเงินให้เดินไปเจอสวนสนุกพอดีก็เลยไปซื้อตั๋วมา" ฮะ!? ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะว่าเขาหล่อจริงๆน่ะแหละ ขนาดใส่เสื้อผ้าแบบจับพลัดจับพลูก็ยังหล่อ ออร่าพุ่งซะขนาดนี้แอบอิจฉาอ่ะผมก็หล่อเหมือนกันนะ

 

 

 

และแล้วตอนนี้พวกเราก็มายืนอยู่หน้าสวนสนุกแห่งหนึ่งจนได้สวนสนุกใหญ่โต ทางเข้าตกแต่งเป็นปราสาทสวยงามพืชพันธุ์ดอกไม้ต่างๆถูกปลูกไว้รายลอบและตกแต่งอย่างสวยงาม มีผู้คนมากมามาที่แห่งนี้ ทั้งคู่รักหนุ่มสาว ทั้งครอบครัวพ่อแม่ลูก และแก๊งหนุ่มๆสาวๆทั้งหลายแต่ที่เป็นที่จับจ้องที่สุดในตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คู่ของผมนี่แหละ น่าอายชะมัด-///-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว