email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่40

คำค้น : หมอโฟร์ ลัลลลิลล์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2564 09:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่40
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

40 

 

เข้าใจกันง่ายก็ดีผมจะได้เบาใจว่าพี่ตินจะไม่มาเจอกับรันอีก รันทำหน้าเสียดายที่จะไม่ได้มาติวกับพี่ตินอีก เห็นแล้วก็หมั่นไส้ ทีกับผมทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมให้แตะ พอผู้ชายคนอื่นอยากจะวิ่งเข้าใส่ นี่ผมก็งงกับการกระทำของเธอจริงๆ นะว่าทำไมสองมาตรฐานแบบนี้ 

       “น้องรันโอเคใช่มั้ยครับ?” 

         “รัน...ยังไงก็ได้ค่ะ” ไอ้ที่ว่ายังไงก็ได้มันหมายความว่าไง ทำไมไม่ตอบออกไปให้ชัดเจนกว่านี้ หรือเธออยากจะให้พี่ตินติวให้ แม่งแค่เห็นหน้าที่แสดงออกว่าเสียดายผมโคตรหงุดหงิดเลยว่ะ 

         “งั้นแยกย้ายกันนะครับ” ผมกำลังจะพารันกลับแต่พี่ตินก็พูดขึ้นมาซะก่อน ทำให้เท้าของผมชะงักยืนอยู่กับที่ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง 

         “ไม่คิดจะอยู่คุยกับหัวหน้ากลุ่มอย่างพี่หน่อยเหรอโฟร์?” รอยยิ้มของพี่ตินปรากฏขึ้นมันเป็นรอยยิ้มที่โคตรไม่เป็นมิตรเลยว่ะ ดูก็รู้ว่าคิดอะไรที่มันไม่ดีอยู่ 

       เขาคงไม่คิดที่จะหยุดแค่นี้หรอกแววตามุ่งมั่นแบบนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ายังไงเขาจะต้องเอารันไปให้ได้ ผมไม่ยอมให้รันได้เป็นเหยื่อรายต่อไปของเขาหรอกนะ ถ้าคิดว่าผมกลัวคิดผิดแล้วล่ะ ผมน่ะมันน่ากลัวมากกว่าเขาซะอีก 

       “ไม่ได้เจอกันหลายปีหายหน้าหายตาไปจากกลุ่มนานเลยนะ คิดถึงวันเก่าๆ ที่พี่กับแกเคยอยู่ด้วยกัน” 

         “ขอโทษครับผมลืมมันไปหมดแล้ว” ตั้งแต่ที่รู้ว่าพี่ตินฆ่าผู้หญิงด้วยความสะใจผมก็ออกมาจากกลุ่มนั้นทันที ผมรับกับสิ่งที่เขาทำไม่ได้ ถึงแม้ว่าช่วงนั้นเขาจะถูกตำรวจจับไปแล้วก็ตาม พอออกมาเขาก็กลับมาทำเลวอีก ผมไม่อยากสุงสิงกับคนพวกนี้ 

ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองดีหรอกนะแต่ผมแม่งก็ไม่ได้ชั่วขนาดนั้นไง ถามว่าผมมีปมกับผู้หญิงมั้ย ผมเองก็มีเพียงแต่ผมไม่ได้ทำร้ายผู้หญิงด้วยการใช้ความรุนแรงไง เห็นหรือเปล่าว่าผมกับพี่ตินเราต่างกันมากแค่ไหน ราวฟ้ากับเหวเลย 

         “แต่พี่ไม่เคยลืมนะว่าเคยเล่าอะไรให้แกฟังบ้าง?” สายตาของพี่ตินเปลี่ยนไป เขามองผมตาขวางทั้งที่ปากยังคงรอยยิ้มเอาไว้ ทำได้หน้าตายมาก ถ้ารันได้รู้จักพี่ตินสักครึ่งหนึ่งที่ผมรู้จักเธอจะไม่อยากเดินเฉียดเข้าใกล้เขาเลย แค่หางตาก็ยังไม่อยากมอง “มารำลึกความหลังหน่อยเป็นไง?” 

         “เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันครับ วันนี้ผมคงต้องขอลา” ผมจูงมือรันออกจากร้านไป เธอเองก็ได้แต่เดินตามผมออกมางงๆ โดยไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ดีแล้วล่ะที่เธอเงียบแบบนี้และยอมเชื่อฟังผม 

ผมแค่ไม่อยากให้รันรู้เรื่องราวในอดีตของผมว่าเคยทำเลวอะไรบ้าง ในเมื่อผมเลือกที่จะลืมผมก็ไม่อยากให้ใครมาขุดคุ้ยเรื่องของผมขึ้นมาอีก พี่ตินเดินเข้ามาขวางทางเอาไว้ก่อนจะหันไปพูดกับรันหน้าด้านๆ มาก ทั้งที่มีผมอยู่กันเอาไว้อยู่  

         “น้องรันไว้วันไหนน้องรันว่างเรามานั่งคุยเล่นกันนะครับ พี่จะเล่าเรื่องไอ้โฟร์ให้ฟังว่าเมื่อก่อนมันเป็นคนยังไง” 

แม่ง! นี่คือไม่อยากจะให้จบใช่มั้ย อยากจะหาเรื่องผมมากใช่มั้ยวะ 

ที่ผมไม่พูดหรือต่อว่าอะไรพี่ตินก็เพราะผมยังเห็นว่าเขาเคยเป็นหัวหน้าผมมาก่อนและยังเป็นรุ่นพี่ที่ผมเคารพ แต่ถ้าไม่เลิกราแบบนี้เห็นทีผมก็คงจะต้องเคลื่อนไหวบ้างแล้วเหมือนกัน 

         “เรื่องของโฟร์เหรอคะ?” รันหันหน้ามามองผมที่จ้องหน้าพี่ตินไม่ละสายตาไปไหน ถ้าบอกว่าพี่ตินเป็นคนหัวร้อนผมเองก็หัวร้อนไม่ต่างจากพี่ตินหรอก อีกอย่างเวลาที่ผมโมโหผมมักจะคุมตัวเองไม่ค่อยอยู่ด้วย เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบผมสามารถฆ่าคนตายเป็นสิบๆ คนได้เลยนะ 

       พี่ตินเองก็รู้ว่าผมเป็นคนแบบนี้ ถ้าเขาเป็นไฟผมก็เป็นลาวาที่ร้อนยิ่งกว่าไฟ ถ้าเขาเป็นพายุผมก็เป็นคลื่นยักษ์ที่ซัดถล่มโลกนี้ให้ราบเป็นหน้ากอง 

         “แต่ดูเหมือโฟร์จะไม่อยากให้พี่เล่าเรื่องในอดีตของมันให้น้องรันฟังเลยนะ” พี่ตินอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือมาโยกหัวรันเหมือนเอ็นดูในความไร้เดียงสาของเธอ “เอาไว้เจอกันครับ” 

         “ค่ะพี่ติน” พี่ตินตวัดหางตามามองผมก่อนจะเดินจากไป 

       ผมปล่อยมือรันออกก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง ตอนนี้บอกเลยว่าผมหัวร้อนมาก อยากจะหยิบปืนในรถมายิงแสกหน้าพี่ตินให้มันนอนจมกองเลือด แต่ในเมื่อผมเลือกที่จะทิ้งอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่ผมควรจะมีสติให้มากกว่านี้ 

       ผมมองไปยังรันที่กำลังยืนมองผมอยู่ สีหน้าของเธอเหมือนกำลังเป็นห่วงผมยังไงไม่รู้ 

       “ดูวันนี้นายไม่ค่อยร่าเริงเลยนะโฟร์ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” 

         “มีว่ะ” รันเดินเข้ามากุมมือผมไว้ ทุกครั้งที่ร่างกายของเราสัมผัสกันไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตามหัวใจผมจะเพิ่มแรงเต้นเร็วและแรงกว่าเดิม จนผมกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมันไปด้วย 

       ไม่รู้ว่ามันเริ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีมันก็ไม่อยากถอยกลับไปอยู่ที่จุดเดิมแล้ว อยากจะเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุด แต่ก็ไม่อยากเดินไปคนเดียวไงถ้ามีผู้หญิงตรงหน้าเดินไปกับผมด้วยแม่งต่อให้เดินจนขาลากก็จะเดิน 

       “ฉันอยากจะขออะไรเธออย่างหนึ่งได้มั้ยรัน?” 

         “ขออะไร?” 

         “อย่ายุ่งกับพี่ติน อยู่ห่างได้เท่าไหร่ยิ่งดี” รันมีสีหน้าลำบากใจ ผมเองก็พอเข้าใจว่าขอเธอมากเกินไป อีกอย่างดูก็รู้ว่าเธอกำลังสงสัยเรื่องราวที่ผ่านมาของผม ก็พี่ตินเล่นพูดแบบนั้นไม่อยากรู้ก็บ้าแล้วล่ะ 

แต่ผมจะให้เธอรู้อดีตของผมไม่ได้ เพราะถ้าเธอรู้เธอจะต้องหนีผมไปแล้วไม่กลับมาหาผมอีก เพราะอย่างนี้ไงผมถึงไม่อยากมีความรักเพราะกลัวว่าตัวเองจะโดนทิ้งเหมือนที่แม่ทิ้งผม ผมไม่อยากรักใครไม่อยากให้ใครมารู้เรื่องราวของผมว่าเคยทำอะไรเอาไว้บ้าง 

         “ถ้าเกิดว่าฉันจะขอนายบ้างล่ะ นายจะทำให้ฉันได้มั้ย?” 

       แววตาของรันดูสั่นไหวเหมือนไม่มั่นใจผมเท่าไหร่ ผมไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรทำไมถึงได้พูดแบบนี้ออกมา แต่ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าเธอจะต้องขอในสิ่งที่ผมทำให้เธอไม่ได้แน่นอน แต่ถึงจะรู้ผมก็ยังพยักหน้ารับปากเธอ ถ้าเธอยอมทำตามที่ผมขอ ผมก็หมดห่วงแล้วล่ะต่อให้ต้องแลกกับอะไรที่เธอขอผมก็สามารถทำให้เธอได้ 

       “ฉันอยากขอให้นายเล่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเองให้ฉันฟัง” 

         “...” ผมเงียบไป เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมทำให้เธอไม่ได้ 

       ผมเล่าเรื่องของตัวเองให้เธอฟังไม่ได้ ชีวิตของผมมันไม่ได้สวยหรูเหมือนพระเอกในละคร และผมก็ไม่ใช่พระเอกในชีวิตจริงด้วย ถ้าเปรียบชีวิตผมเหมือนละครผมก็คงได้รับบทเป็นผู้ร้ายที่ฆ่าคนตาย 

         “ฉันไม่อยากให้นายปิดบังฉันไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” รันเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนอยากจะบอกอะไรกับผมแต่ก็เงียบไป ดูเธอจะลังเลกับอะไรบางอย่างที่อยู่ในหัวของเธอแต่ไม่ยอมพูดออกมา “จะว่าฉันบ้าไปแล้วก็ได้นะ” 

         “...” 

         “ฉะ...ฉันแค่อยากรู้จักคนชื่อโฟร์ให้มากขึ้น” ผมแทบผงะเมื่อได้ยินเธอพูดประโยคนี้ออกมา เธออยากรู้จักผมมากขึ้นเหมือนที่ผมเองก็อยากรู้จักเธอมากขึ้น 

       ผมไม่ได้ขอร้องให้รันพูดแต่นั่นมันเป็นความต้องการของเธอเอง ดีใจจนพูดห่าไรไม่ออกเลยว่ะ 

         “...” 

         “บางทีตอนนี้ฉันอาจจะหลงชอบเขาแล้วก็ได้” 

         เชี่ย! นี่ตกใจยิ่งกว่า 

[FOUR : SAID END]  

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“เหตุผลที่ฉันชื่อโฟร์ก็เพราะพ่อแม่ฉันชอบสี่” 

“อะไรนะ?” 

ฉันตกใจในคำตอบของโฟร์อะไรคือการชอบสี่ นี่ฉันกำลังคิดลึกนะหากว่าเขาไม่รีบอธิบายให้ฉันเข้าใจมากกว่านี้ 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว