email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่29

คำค้น : หมอโฟร์ ลัลลลิลล์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 529

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2564 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่29
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

29 

 

ดูหนังมากไปป่ะเนี่ย ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากเลย ใครเป็นคนตั้งให้โฟร์เป็นสมบัติของมหาลัยที่ห้ามให้ใครแตะต้องและครอบครอง 

อ้อ! ที่เขาเป็นที่รู้จักของมหาลัยนี้เป็นเพราะเขาคือสมบัติของมหาลัยงี้เหรอ 

สมบัติเดินได้ซะด้วย 

นี่ฉันเพิ่งรู้เรื่องเลยนะเนี่ย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงมากหน้าหลายตาถึงอยากจะจับโฟร์กันนัก แล้วเจ้าตัวรู้หรือเปล่าว่าตัวเองเป็นสมบัติของผู้หญิงทุกคนที่อยากได้เขาแต่เอื้อมมือไปคว้าไม่ได้ 

นี่ถ้าฉันบอกเธอคนนี้ว่าโฟร์กำลังจีบฉันอยู่เธอจะมีสีหน้าออกมาเป็นแบบไหนนะที่สมบัติของมหาลัยที่เธอหมายตาอยู่นั้นจะไม่ใช่ของพวกเธออีกต่อไป 

          “มีอะไรกัน?” โฟร์เดินมาพร้อมกับถาดอาหารและน้ำ เขาวางมันลงบนโต๊ะแต่สายตาของเขาไม่ได้มองตามถาดอาหาร เขาจ้องไปที่ผู้หญิงที่มาหาเรื่องฉันและแววตาของเขาก็เหมือนไม่พอใจที่เธอเดินมาหาฉันแบบนี้ ฉันมองหน้าโฟร์สลับกับมองหน้าเธออย่างงงๆ สองคนนี้รู้จักกันเหรอทำไมจ้องกันแบบนั้น “มาหาเรื่องรันไง?” 

          “ปะ...เปล่านะโฟร์ พี่แค่มาทักมายน้องเท่านั้นเอง” จ้า แค่มาทักทายจ้า ทักทายแบบว่าข่มขู่ด้วยการใช้กำลังด้วย ที่ฉันไม่ทำอะไรเธอเป็นเพราะไม่อยากมีเรื่องเท่านั้นเอง ถ้าฉันเอาจริงขึ้นมาเธอหงายหลังล้มไปกองกับพื้นแล้ว 

ฉันใช้มืออีกข้างปิดรอยช้ำที่แขนตัวเองเอาไว้ไม่ให้โฟร์เห็น ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นอีก เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันจะทำเป็นไม่รู้เรื่องและปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน แต่ถ้ามีอีกฉันเองก็จำเป็นที่จะต้องปกป้องตัวเองเพื่อให้พวกเธอรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่จะมายอมให้คนอื่นทำร้ายง่ายๆ และถ้ายังหาเรื่องกันไม่เลิกฉันจะจัดหนักให้ดู 

“ใช่มั้ยจ๊ะน้องรัน?” 

          “ค่ะ” ฉันยิ้มให้เธอก่อนจะยกจานข้าวมาไว้ตรงหน้าและลงมือกินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่โฟร์เหมือนไม่เชื่อเพราะเขายังคงจ้องไปที่เธอไม่ยอมละสายตาไปไหน “”อ้าว! นายไม่กินเหรอ?” 

          “งั้นพี่ไปก่อนนะจ๊ะน้องรัน” เธอโบกมือลาฉันก่อนจะเดินหายลับไปกับสายลม ทีอย่างนี้เร็วจริงๆ เลยนะ แปลกใจจังทำไมผู้หญิงหลายต่อหลายคนต้องกลัวโฟร์ด้วย เขาเคยทำเรื่องไม่ดีมาก่อนเหรอ แล้วถ้าเขาทำเรื่องไม่ดีมาก่อนทำไมถึงอยากได้เขาเป็นแฟนล่ะ 

          “แขนไปโดนอะไรมา?” โฟร์นั่งลงตรงหน้าฉันก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด นี่ฉันพยายามจะปิดแล้วนะเขายังเห็นอีกเหรอ ฉันทำเป็นไม่ใส่ใจกับรอยช้ำที่แขนเพราะไม่อยากให้โฟร์รู้ว่ารอยนี้มันเกิดจากผู้หญิงของเขา 

          “เดินชนประตูห้องน้ำเมื่อเช้าน่ะ” 

          “ไม่ยักรู้ว่าประตูมีมือด้วย แถมยังมีห้านิ้วอีกต่างหาก” ประชดจังนะ โฟร์เอื้อมมือมาจับต้นแขนฉันเพื่อที่จะดูรอยช้ำให้ชัดๆ ทำเอาฉันอายขึ้นมาเพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่เราสองคน แต่มันมีเป็นร้อยกว่าชีวิตที่กำลังมองดูเราอยู่ 

          “นายน้อยครับ” มีเสียงเรียกจากทางด้านหลังทำให้โฟร์ผละออกจากฉันก่อนจะหันไปมองที่มาของเสียงก็เห็นว่ามีผู้ชายชุดดำสองคนยืนโค้งหัวให้โฟร์เล็กน้อย ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะเป็นคนที่ยืนเฝ้าประตูห้องในวันนั้นแน่ๆ หน้าตาดูคุ้นมากๆ เลย 

       “มาทำไม?” โฟร์ทำเสียงเหมือนไม่พอใจที่มีคนมาเรียกเขาแบบนี้ ฉันเองก็อยากรู้นะว่าทำไมผู้ชายชุดดำสองคนนี้ถึงเรียกโฟร์ว่านายน้อย เหมือนว่าเขาดูใหญ่ยังไงไม่รู้ แล้วทำไมต้องโผล่มาที่มหาลัยทุกครั้งด้วย 

          “นายใหญ่สั่งให้ผมพาตัวนายน้อยเข้าพบครับ” มีนายใหญ่ด้วยเหรอ แล้วนายใหญ่คนนี้เป็นใคร ฉันมองหน้าโฟร์สลับกับมองหน้าผู้ชายชุดดำอย่างงุนงง โฟร์หันหน้ามามองฉันก่อนจะถอนหายใจเหมือนไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องที่เขาจะคุยกับคนของเขา 

       งั้นฉันก็ไม่ควรอยู่สินะ 

          “งั้นฉันไปรอที่รถนะ” ฉันกำลังจะเดินออกไปแต่โฟร์กลับคว้าข้อมือฉันเอาไว้ซะก่อน ทำให้ชายชุดดำสองคนมองหน้ากันเหมือนสงสัยอะไรบางอย่าง 

          “ไม่ต้องไปหรอกมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรที่ฉันไม่อยากให้เธอรู้” ฉันนั่งลงที่เดิมโดยไม่ได้พูดอะไร ฉันเองก็ไม่ชอบคนที่มีความลับเหมือนกัน ในเมื่อเราพักอยู่ห้องด้วยกันฉันจำเป็นที่จะต้องรู้ประวัติของเขาด้วยว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไร “ฉันจะไปหาเองกลับไปได้แล้ว” 

          “ครับ” สองคนนั้นรับคำก่อนจะเดินออกไปก็ยังหันมามองหน้าฉันอย่างมีเลศนัย ทำให้ฉันไม่ไว้ใจขึ้นมา ไม่ใช่แค่ไม่ไว้ใจพวกเขาสองคนนะแต่ฉันยังเริ่มไม่ไว้ใจโฟร์ด้วย ก็โฟร์เป็นหัวหน้าของสองคนนั้นไม่ใช่เหรอ ถูกมองแบบนี้รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดียังไงไม่รู้ เหมือนฉันกำลังจะเดินเข้ากองไฟด้วยขาของตัวเอง 

          “ทำหน้าอย่างนี้หมายความว่าไงรัน?” โฟร์หันกลับมาถามเมื่อเห็นว่าฉันมองเขาอย่างหวาดกลัว ฉันสะดุ้งตกใจเมื่อมือเย็นๆ ของโฟร์มาทาบลงที่แก้มฉัน ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าและไม่เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขาอีกเลย 

  

[FOUR : SAID] 

      หลังจากไปส่งรันเสร็จผมก็ตรงดิ่งกลับมาที่บ้านทันที เพราะพ่อผมต้องการที่จะเจอตัวผม ปกติแล้วท่านจะไม่ให้ลูกน้องมาเรียกผมเข้าพบแบบนี้หากว่าไม่มีเรื่องจำเป็นจริงๆ 

       ผมเดินเข้ามาในบ้าน ภายในบ้านเงียบสงัดเหมือนไม่มีคนอยู่ เมื่อก่อนเคยเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น พ่อไม่ชอบให้คนในบ้านออกมาเดินเพ่นพล่านในเวลากลางคืนเพราะอาจจะเป็นเป้าของคนที่จ้องจะทำร้ายเราได้ พ่อผมมีศัตรูเยอะเลยต้องระวังตัวกันอย่างดี แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครกล้าปีนกำแพงสูงเสียดฟ้าของพ่อเข้ามาได้หรอก 

       แม่งคงตกไปตายก่อนที่จะฆ่าพวกผมได้ 

          “ว่าไงครับพ่อ?” 

       ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของพ่อที่มีลูกน้องสองคนยืนโค้งคำนับให้ผม พ่อนั่งอยู่ที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่และมีโต๊ะทำงานคั่นระหว่างผมกับพ่อเอาไว้ พ่อหันหน้ามามองผมก่อนจะยิ้มอ่อนให้ ตลกล่ะจู่ๆ ก็มายิ้มให้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ 

       พ่อคงต้องคิดทำอะไรบางอย่างชัวร์ 

          “ไม่เจอกันนานนะไอ้ลูกชาย” พ่อผายมือไปที่เก้าอี้ตรงข้ามเพื่อให้ผมนั่งคุยอย่างสบายๆ เชื่อมั้ยทุกครั้งที่ผมเข้ามาที่ห้องทำงานของพ่อผมจะกลับออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวทุกครั้ง 

พ่อมักจะสั่งให้ผมทำโน้นทำนี่ในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ พอจะปฏิเสธพ่อก็มักจะต่อว่าผมว่าเป็นลูกอกตัญญู ทำให้ผมไม่สามารถปฏิเสธได้เลยทุกครั้ง 

ส่วนมากแล้วเรื่องที่พ่อบังคับให้ผมทำก็มีแต่เรื่องผู้หญิงทั้งนั้น พ่ออยากให้ผมเลิกเสเพลแล้วตั้งหน้าตั้งตาเรียนหมอให้จบ อีกอย่างพ่ออยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ผมจะจริงจังด้วย ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงอยากให้ผมมีแฟนทั้งที่ผมอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ 

          พอย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อนตอนที่แม่เสีย ผมร้องไห้จนไม่เป็นผู้เป็นคน ผมสนิทกับแม่มากกว่าพ่อเวลาไปไหนมาไหนก็มักจะมีแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา ทำให้ผมทั้งรักทั้งหวงแม่ 

       แต่พอแม่เสียไปผมก็จำฝังใจเลยว่าผู้หญิงจะทำให้ผมเสียใจเหมือนที่แม่ทำกับผม แม่จากไปโดยไม่บอกลาผมเลย ท่านเก็บเรื่องที่ท่านเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเอาไว้ไม่บอกใคร ผมมารู้เรื่องอีกทีก็ตอนที่แม่อาการโคม่านอนหลับไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว 

เพราะงี้ไงผมเลยไม่อยากรักผู้หญิงคนไหน ผมไม่อยากเสียใจเหมือนที่แม่ทำกับผม ผมไม่อยากไปฝากความหวังไว้กับใคร และผมก็ให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะไม่รักใครนอกจากตัวเอง เลยทำให้พ่อหนักใจกลัวว่าผมจะไม่มีทายาทสืบต่อกิจการของท่าน 

          “ได้ยินมาว่าแกมีเพื่อนผู้หญิง?” 

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“หนูรันคนนี้เป็นผู้หญิงน่ารักนะ พ่อจะไม่ว่าเลยถ้าแกจริงจังกับเธอ” 

ผมแสยะยิ้มมุมปากอยากจะหัวเราะที่พ่อไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลยสักนิด พ่อคิดได้ยังไงว่าผมจะจริงจังกับผู้หญิง 

ในเมื่อผมก็ประกาศออกไปในงานศพของแม่แล้วว่าผมจะไม่มีวันรักผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น ขนาดแม่ยังทิ้งผมไปได้แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงคนอื่น 

 “เธอจะเป็นเพียงผู้หญิงที่ผ่านมาแล้วผ่านไป” 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว