facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 อิสระ (2)

ชื่อตอน : บทที่ 8 อิสระ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 551

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2564 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 อิสระ (2)
แบบอักษร

“ทำไม!” 

             “หล่อนวานดิฉันมาบอกเจ้านายว่ามีเรื่องที่จะคุยด้วยค่ะ” แม่บ้านกลั้นใจพูดออกมาพร้อมหลับตาลงด้วยความกลัว และภายในห้องก็เงียบฉับพลันจนหล่อนลืมตาทีละข้างเพื่อมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร เจ้านายจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟหรือไม่ และตนจะโดนอะไรหรือไม่ 

             เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบว่ามาเฟียหนุ่มผุดลุกจากเก้าอี้ตัวใหญ่ชั้นดีอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินตรงไปทางประตูไม้สักบานใหญ่ด้วยความเร่งรีบ และคาดว่าคงไปหาแม่สาวหน้าหวานคนนั้น จนหล่อนถอนหายใจโล่งออกมา เนื่องจากไม่ถูกลงโทษอะไร 

             “สู้ๆ นะ ฉันช่วยเธอได้เท่านี้จริงๆ”  

  

             ร่างสูงใหญ่ของแอรีสเดินย่ำเท้าออกมาจากห้องทำงานเมื่อได้ยินชื่อของแม่ตัวดี มันยิ่งทำให้อยากรู้นักว่าหล่อนมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา 

             เสียงฝีเท้าที่ดังมาตามทางทำให้คนที่อยูในห้องอย่างขวัญชีวารับรู้ได้ว่าใครคนนั้นเป็นใคร แม้ตนจะเป็นคนบอกเองว่าอยากคุยกับแอรีส แต่เมื่อต้องเผชิญหน้าใจมันกลับเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ 

             เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพบคนที่เธอต้องการเจอมากที่สุดในตอนนี้ มันไม่ใช่คามคิดถึงหรือความโหยหา แต่มันคือความกล้ำกลืนฝืนทนที่อยากจะออกไปจากที่นี่เต็มทน 

             “มีปัญหาอะไรกับฉันมากอย่างนั้นเหรอขวัญชีวา” เสียงเข้มร้องถาม พร้อมกัดสันกรามจนเกิดเสียง ทำเอาคนที่มีเรื่องจะพูดถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัวทันที 

             “ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับคุณค่ะ แต่คุณต่างหากที่มีปัญหาอะไรกับฉันมากเหรอ ถึงไม่ยอมปล่อยฉันไปสักที คนอย่างคุณคงใช้เวลาไม่นานขนาดนี้ที่จะตามจับคนร้ายตัวจริงมาลงโทษหรอก จริงไหม” ขวัญชีวารวบรวมความกล้าทั้งหมดของตัวเองเพื่อต่อกองกับคนอย่างเขาอย่างมีเหตุผล 

             “เธออย่ามาพูดเย้ยหยันฉันนะขวัญชีวา” คำพูดของขวัญชีวามันเหมือนเพิ่มเชื้อไฟความโกรธให้กับแอรีสมากยิ่งขึ้น 

             “ฉันไม่ได้พูดเย้ยหยัน แต่ฉันกำลังพูดอย่างมีเหตุผลกับคุณอยู่ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจนั่นก็หมายความว่าคุณไม่มีเหตุผล หรือไม่คุณอาจจะยังไม่ยอมรับความจริงว่าตัวคุณก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าฉันไม่ใช่คนผิด” เสียงหวานบอกอย่างสั่นๆ แต่ยังกล้าหาญชาญชัยที่จะต่อกรกับคนอย่างแอรีส 

             สิ่งที่ขวัญชีวาพูดออกมามันคือความจริงทุกอย่าง เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารเขาเลยสักนิดเดียว แต่มันเหมือนบางอย่างที่ทำให้ตนไม่อยากปล่อยผู้หญิงคนนี้ได้ 

             “ฉันต้องการอิสระของฉันคืน ได้โปรดคืนมันให้ฉันด้วย”  

             “ถ้าอยากไปมากนักก็ไป ฉันก็ไม่อยากให้เธออยู่นักหรอก แล้วอย่ามาให้ฉันหน้าคนอย่างเธออีก!!!” แอรีสบอกเสียงเข้ม พร้อมตะโกนออกมาราวกับไม่ใส่ใจ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเขาอยากจะทำสิ่งตรงข้ามกับคำพูดของตัวเองจะแย่ 

             “ค่ะ ขอบคุณมากที่คุณยอมคืนอิสระให้กับฉัน และฉันคงไม่มาเจอคนอย่างคุณเหมือนกันค่ะ” ใจลึกๆ ของขวัญชีวาก็รู้สึกแปลกๆ จนเธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าแท้จริงต้องการอะไรกันแน่ 

“พรุ่งนี้ฉันจะให้คนไปส่งเธอ” หลังจากพูดจบมาเฟียหนุ่มก็เดินออกจากห้องพักของขวัญชีวาไป 

             “เธอจะได้กลับบ้านเเล้ว ทำไมต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย” หญิงสาวบอกตัวเอง และพยายามเตือนสติตัวเองว่าไม่มีทางที่คนอย่างแอรีสจะมาสนใจผู้หญิงที่ไม่ได้มีอะไรอย่างเดียวเลยสักนิดเดียว  

  

             ช่วงสายของอีกวันคนของแอรีสก็พาเธอกลับบ้าน ถึงแม้บ้านหลังนี้จะไม่ใช่ของเธอก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็คือที่ที่ให้เธอซุกหัวนอนมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ใจสาวเต้นระส่ำด้วยความกลัวว่าป้าของเธอจะต่อว่าอะไรอีกทีเธอหายหน้าไปหลายวัน และเธอจะต้องพบเจออะไรอีก  

             ร่างเล็กเดินเข้าไปยังบ้านหลังน้อยด้วยท่าทีเชื่องช้าและในหัวกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้ผู้เป็นป้าทำร้ายเหมือนอย่างที่เคยทำ  

             เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับร่างของพี่สาวอย่างเชอรีนที่กำลังคลอเคลียกับใครบางคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ จนเธอเองตกใจจนกระเป๋าในมือร่วงลงพื้น ทำเอาคนที่กำลังนัวเนียกันอยู่นั้นชะงักและหยุดกิจกรรมทุกอย่าง  

             “นังขวัญ!!” เสียงและสีหน้าของเชอรีนเหมือนตกใจมากที่เห็นหน้าขวัญชีวา ตกใจราวกับเห็นผี   

             “ค่ะขวัญเอง” ขณะที่พูดขวัญชีวาก็พยายามชะโงกหน้าเพื่อมองหน้าของชายร่างใหญ่ที่เพิ่งขึ้นคร่อมพี่สาวของเธอเมื่อสักครู่นี้  

             “กะ...แกกลับมาได้ยังไง” น้ำเสียงติดขัดมันยิ่งทำให้ขวัญชีวาแปลกใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมเชอรีพูดเหมือนรู้ว่าเธอหายไปไหนมา ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ไม่น่าจะมีคนรู้ได้เลย  

             “พี่เชอรีนพูดเหมือนรู้ว่าขวัญหายไปไหนมาเลยค่ะ” หญิงสาวถามออกมาด้วยความสงสัย   

             “นี่แกย้อนฉันเหรอ ฉันไม่อยากรู้แล้วว่าแกหายไปไหนมา แต่ถ้าแม่ฉันกลับมาเมื่อไหร่รับรองแกตายแน่!!!” เชอรีนเปลี่ยนเรื่อง แต่มันก็ยังเป็นสิ่งที่ขวัญชีวายิ่งติดใจอยู่ เพราะก่อนหน้าที่เธอหายไปคนสุดท้ายที่เจอคือเชอรีน ว่าเเต่เชอรีนไปทำอะไรที่กาสิโนของแอรีสกันแน่ หรือว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำอะไร  

             “ขวัญ...” ขณะที่หญิงสาวจะอธิบาย แต่สมองของเธอก็สั่งการว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้อีกปล่อยให้มันจบๆ ไป เพราะเธอคงไม่เจอแอรีสอีกเเล้ว  

             “ไม่ต้องมายืนอ้ำอึ้งแล้ว ขึ้นไปห้องของแกได้เเล้ว มายืนขวางหูขวางตาของฉันอยู่ได้!!!” เชอรีนบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับใบหน้าที่บอกว่ากำลังไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก  

             “ค่ะ” ขณะที่ขวัญชีวากำลังเดินขึ้นบันได สายตาของหญิงสาวก็พยายามมองว่าผู้ชายที่เกี่ยวพันกับพี่สาวของเธอคือใคร แต่พอหันไปมองชายคนนั้นก็หลบหน้าราวกับไม่ต้องการให้เธอเห็น ซึ่งมันยิ่งทำให้เธออยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้มากขึ้น  

             “แกมองอะไรหนักหนา ขึ้นห้องไปได้เเล้ว อย่ามาสอดเรื่องของคนอื่นให้มากนัก และตอนเย็นเตรียมตอบคำถามแม่ของฉันให้ดี แกโดนดีแน่!!!” เชอรีนตะโกนบอกเหมือนพยายามเปลี่ยนเรื่องแต่นั่นมันยิ่งทำให้ขวัญชีวารู้สึกผิดสังเกตเป็นอย่างมาก แต่ก็ถามออกมาไม่ได้ 

             ขวัญชีวาจึงทำได้เพียงเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง พร้อมกับเปลี่ยนเรื่องคิดใหม่ ซึ่งก็คือเรื่องของแอรีสที่มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา 

  

             ใบหน้าหล่อเหลาของฟิลิปป์งอง้ำเหมือนจะตายเมื่อตอนเช้าเขาได้รับคำสั่งว่าตนเองต้องมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดจำเป็นให้กับคุณหนูจอมแสบอย่างเฌอเบลล์ ซึ่งเขาก็ไม่คาดคิดว่าแอรีสจะอนุมัติคำสั่งนี้ จนเป็นผลให้เขาต้องเปลี่ยนหน้าที่อย่างกะทันหัน 

             “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิ แค่มาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉันมันตายมากเหรอ” เฌอเบลล์บอกอย่างมีน้ำโหเมื่อบอดี้การ์ดที่เธออุตส่าห์บากหน้าไปขอแอรีสกลับทำหน้าเหมือนซังกะตายและหน้าบอกบุญไม่รับอีกด้วย 

             “ก็ผมไม่ได้อยากทำงานกับคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ฟิลิปป์ตอบอย่างไร้เยื่อพร้อมกับทำหน้าเบื่อโลก จนคุณหนูคนสวยอย่างเฌอเบลล์แทบจะหมดความอดทนไม่ไหว 

             “ไม่ไหวก็ต้องทน เพราะฉันจะให้นายทนทำงานกับฉันไปอีกนาน!!” ร่างสูงเพรียวของเฌอเบลล์เดินจ้ำอ้าวห่างออกไปด้วยความโมโหเมื่อลูกน้องหนุ่มไม่สนใจเธอเลย 

             ฟิลิปป์ส่ายหน้ากับท่าทีเอาแต่ใจของเฌอเบลล์ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แม้จะไม่อยากทำก็ตาม เมื่อร่างเล็กเดินห่างออกไป ทำให้ชายร่างใหญ่ต้องเร่งฝีเท้าตามสาวร่างเล็กไปอย่างรวดเร็ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว