facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 297

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2564 18:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14.1
แบบอักษร

14.1 

 

  

              มหาวิหารเฮลซิงกิ หรือ Helsinki Cathedral เป็นโบสถ์ศาสนาคริสต์นิกายลูเธอร์รัน ที่เน้นหลักคำสอนจากไบเบิลมากกว่าการทำพิธีกรรมต่างๆ โบสถ์ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองในย่าน Kruununhaka เป็นย่านหรูริมอ่าวของเมือง มหาวิหารแห่งนี้สร้างเสร็จราวช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ถือเป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศฟินแลนด์ ตัววิหารมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือ โดมสีเขียวขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโดมเล็กๆ สี่โดม มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของเมืองเฮลซิงกิ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบนีโอคลาสสิก เช่นเดียวกับมหาวิหารแห่งโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก 

              รติชายืนแหงนหน้ามองความโดดเด่นของมหาวิหารเบื้องหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ ความสวยงามของสิ่งก่อสร้างมากมายที่เกิดขึ้นในอดีตตอนที่วิวัฒนาการหรือเทคโนโลยีเครื่องไม้เครื่องมือก่อสร้างยังไม่ทันสมัยนั้น ช่างน่าดึงดูดให้ประหลาดใจได้เสมอ เธอรู้สึกชอบใจทุกครั้งที่ได้เดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองแล้วพบเจอสถาปัตยกรรมในยุคโบราณที่ได้รับการดูแลรักษาไว้ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวและจุดเด่นของเมืองนั้นๆ เช่นนี้ 

  

  

              “คุณรู้ไหมคะว่าใครสร้างที่นี่” เสียงใสๆ ของหญิงสาวเอ่ยถามเจ้าชายที่เดินจับมือกันชมด้านนอกมหาวิหารอยู่ หลังพากันเดินขึ้นบันไดหลายขั้นมาอยู่ที่ลานด้านหน้าโบสถ์ จนสามารถมองเห็นได้รอบด้านที่มีอาคารสวยงามมากมายรายล้อม ก่อนเธอจะนึกได้ “อะ...ฉันเปิดดูในเว็บก็ได้” 

              เจ้าชายโซเดอร์วิลยกพระสรวลเอ็นดู คลายพระหัตถ์ที่เกาะกุมกับมือเรียวของเธอออก เพื่อให้เธอเปิดกระเป๋า Cross body แบรนด์หรูออกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาข้อมูลที่เธอสนใจได้อย่างสะดวก โดยโอบพระพาหารอบเอวคอดไว้แทนอย่างปกป้องห่วงใย 

              “เจอแล้วค่ะข้อมูลของที่นี่...” เธอส่งเสียงบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยปากอ่านให้ผู้อยู่ข้างกายและโอบเธอไว้ได้ฟังด้วยกันหลังเขารับคำและมีท่าทางอยากรับรู้ด้วย 

              “อือ...” รับสั่งในพระศอด้วยรอยสรอลอ่อนโยน พลางเหลือบพระเนตรทอดมองผู้ติดตามที่เดินชมรอบด้านไม่ห่างกันนัก 

              “สถาปนิกผู้ออกแบบมหาวิหารเฮลซิงกิ ชื่อ คาร์ล ลุดวิก เอนเกล กับ โยฮัน อัลเบรชท์ เอเรนสตรอม สร้างถวายให้กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่หนึ่งของรัสเซีย ตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นแกรนด์ดยุกของฟินแลนด์ด้วย” เธออ่านแล้วก็ทำสีหน้าสงสัยเงยหน้ามองเจ้าชายข้างกายจนพระองค์สบตามา “แกรนด์ดยุกใหญ่กว่าดยุกใช่ไหมคะที่รัก” 

              “ใช่ แกรนด์ดยุกใหญ่กว่าดยุกแต่ต่ำกว่าพระราชา เป็นตำแหน่งประมุขระดับมณฑล ก็เปรียบเหมือนเจ้าครองเมืองเจ้าครองแคว้น มีเอกสิทธิ์เป็นของตนเองนั้นแหละ ส่วนดยุกในยุโรปก็เหมือนเจ้าชายมีส่วนปกครองเล็กลงมา แต่ในปัจจุบันทางอังกฤษตำแหน่งดยุกเป็นเพียงเกียรติยศเฉยๆ ไม่มีส่วนในการปกครองใดๆ” ตรัสอธิบายแล้วยกสรวลที่เธอพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “อ่านต่อหน่อยครับ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมหาวิหารนี้ รู้แค่เป็นแลนด์มาร์คและสวยงามอลังการ” 

              “อ่านต่อ... อะตรงนี้... พวกเขาร่างแบบให้ที่นี่มีเอกลักษณ์เด่นชัดสร้างเหนือระดับน้ำทะเลสองร้อยหกสิบฟุต หรือแปดสิบเมตร บนหลังคาโบสถ์ก็มีการสร้างรูปปั้นสาวกทั้งสิบสองของพระเยซูยืนอยู่รอบด้าน ส่วนอาคารเล็กๆ รอบมหาวิหารเฮลซิงกิถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอนเกล ซีเนท สแควร์ โดยวางแผนจะสร้างอาคารสำนักงานสำคัญต่างๆ ของเมืองไว้บริเวณนี้” 

              “อือ...ก็ทำอย่างที่วางแผนได้นะ” รับสั่งพลาง โอบให้เธอหันมองออกไปด้านนอกของมหาวิหาร พลางชี้ไปรอบด้านจตุรัส “มีทั้งวุฒิสภา ทำเนียบรัฐบาล มหาวิทยาลัย มหาวิหารนี้” 

              “ถึงว่ารอบด้านนี้อาคารมีลักษณะเฉพาะและดูเก่าแก่สวยงามมากเลยค่ะ” เธอมองตามและพยักหน้าอย่างชอบใจที่ได้มาดูเมืองแห่งนี้ “ข้อมูลบอกว่า บริเวณหอระฆังของมหาวิหารเฮลซิงกิมีร้านขายของที่ระลึกเล็กๆ ด้านในด้วย เราเดินไปดูกันนะคะ ชาโดว์” 

              “ได้ครับที่รัก” ตรัสตอบรับทันทีด้วยรอยสรวล ระหว่างทอดพระเนตรเธอพยักหน้าหงึกหงักและยิ้มกว้างสดใส พระทัยก็อบอุ่นไปด้วย 

              เมื่อถึงร้านขายของที่ระลึกทั้งหมดก็ใช้เวลาเลือกของที่ชอบอยู่ไม่นานนัก ส่วนรติชาเลือกหยิบแม่เหล็กติดประดับที่เป็นภาพมหาวิหารไปทุกแบบเพื่อเป็นของฝากมิตรสหายคนสนิท และเลือกแบบที่เป็นแบบปั้นเป็นของตนเองอีกสองอันด้วย เพราะเธอคงหาโอกาสมาเที่ยวที่นี่อีกลำบาก ด้วยหลังเวลาพักผ่อนที่ได้หยุดพักก็ต้องเริ่มเดินทางไปแสดงละครตามเมืองใหญ่อื่นๆ อีกหลายรอบทีเดียว 

  

  

              เจ้าชายโซเดอร์วิลก้าวพระบาทดำเนินเคียงข้างกับรติชาไม่ห่าง ระหว่างทางที่ออกจากมหาวิหารเฮลซิงกิเพื่อเดินชมรอบด้านจตุรัสเอนเกล ซีเนท พระองค์จึงตรัสว่าโชคดีที่การเดินทางไปเมืองไทยและแวะพักเครื่องบินที่เฮลซิงกิเป็นช่วยฤดูร้อนของฟินแลนด์ เพราะไม่เช่นนั้นการมาเยือนฟินแลนด์ในฤดูหนาวจะลำบากอย่างมาก เพราะประเทศนี้อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ หิมะและความหนาวเย็นจะรุนแรงเกินอธิบาย ด้วยพระองค์เคยมาท่องเที่ยวด้วยความอยากรู้สมัยยังเป็นวัยเรียนไฮสคูลอยู่ และเจออากาศหนาวลบสิบห้าองศา เวลาเที่ยงวันก็แทบจะไม่มีแสงแดดให้ได้เห็น ถนนหนทางก็มีแต่หิมะสีขาวโพลนหนาเตอะปกคลุมไปทั่ว จนได้แต่หมกตัวอยู่ในห้องพักอุ่นๆ ภายในโรงแรม 

              “ขออนุญาตค่ะท่านชาโดว์... ถ้าเราเดินไปอีกประมาณสิบนาทีจะมีมหาวิหารอีกแห่งที่ขึ้นชื่อของฟินแลนด์อีกที่นะคะ” มาธาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอ่อนบาง ระหว่างเดินเล่นกับเจ้านายทั้งสอง “เป็นโบสถ์นิกายออร์ธอดอกซ์ แล้วก็สร้างตอนโดนรัสเซียปกครองเมืองค่ะ” 

              “มาธาเคยมาใช่ไหมคะ” รติชาตาโตและหันไปถามด้วยรอยยิ้มสดใส 

              “นานมากแล้วค่ะเลดี้ แต่ว่าจำได้เพราะว่าเป็นโบสถ์สีน้ำตาลแล้วก็ประดับทองหรูหราบนโดมหลังคามากทีเดียว” หล่อนบอกด้วยรอยยิ้มและก้มศีรษะให้สตรีของเจ้าชายผู้เป็นเจ้านาย 

              “งั้นไปดูกัน เดินไปอีกนิดแหละนะ” เจ้าชายรับสั่งเห็นด้วย พร้อมรอยสรวลและส่งสายพระเนตรขอบพระทัยไปหามาธาด้วย 

              โบสถ์ที่มาธาเอ่ยถึงเพราะนึกขึ้นได้ในความทรงจำ คือ มหาวิหารอุสเพนสกี้ เป็นโบสถ์นิกายออร์ธอดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก ตั้งอยู่บนเนินเขาเขตประวัติศาสตร์กาตายานอกกาของเฮลซิงกิ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบรัสเซีย เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอิทธิพลของรัสเซียที่หลงเหลืออยู่ หลังจักรวรรดิรัสเซียได้เคยปกครองฟินแลนด์ในอดีตอยู่เกินหนึ่งร้อยปี 

              มหาวิหารแห่งนี้มีต้นแบบมาจากโบสถ์ศตวรรษที่ 16 ในเมืองมอสโกของรัสเซีย ด้านนอกวิหารมีสีสันแปลกตา ซึ่งหาชมได้ยาก ด้วยตัวอาคารเป็นสีน้ำตาลอิฐทั้งหมด ซึ่งอิฐส่วนใหญ่ที่ใช้สร้างวิหารแห่งนี้เป็นอิฐที่นำมาจากจากป้อมโบมาร์ซุนด์ ในโอลันด์ ซึ่งถูกทำลายลงในสงครามไครเมีย อันเป็นสงครามระหว่างจักรวรรดิรัสเซียกับประเทศฝ่ายพันธมิตรในช่วงปี ค.ศ.1854 

              มหาวิหารอุสเพนสกี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ที่หลังคาโดมสีเขียวอ่อน ซึ่งมียอดโดมสีทองรูปทรงหัวหอมตามฉบับที่นิยมในรัสเซีย ภายในวิหารตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามด้วยสีทองและอัญมณี ทางเดินกลางโบสถ์มีเพดานสูงงามสง่า หากลองเปรียบเทียบระหว่างโบสถ์นิกายออร์ธอดอกซ์รัสเซียแห่งนี้ และโบสถ์นิกายลูเธอร์รันที่มีอยู่เป็นส่วนใหญ่ในเฮลซิงกิแล้ว จะพบความแตกต่าง คือโบสถ์ออร์ธอดอกซ์รัสเซียจะเน้นการตกแต่งที่หรูหราอลังการกว่ามาก 

              “สวยมาก สีน้ำตาลเด่นเลย” รติชาส่งเสียงตื่นเต้นและยืนมองตาโต ก่อนจะพยักหน้ากับมาธา “โดมหัวหอมสีทองจริงๆ ด้วยค่ะมาธา” 

              “เป็นเอกลักษณ์ของทางรัสเซียมากค่ะ” หล่อนบอกแล้วก็ยิ้ม รู้สึกดีเช่นกันที่ได้มาเที่ยวอีกรอบตอนอายุมาก แต่ก็ไม่ได้แก่จนไร้เรี่ยวแรง มองดูมาตินเองก็สนุกไปกับการเดินเที่ยวพักผ่อนระหว่างรอขึ้นเครื่องอีกครั้งเช่นกัน 

              “เดี๋ยวเราเข้าไปดูด้านในกันครับ” พระสุรเสียงห้าวจากเจ้าชายโซเดอร์วิลที่กดซัตเตอร์ถ่ายเซลฟี่กับคนรักสาวแล้วดังขึ้น พลางโอบเอวคอดของเธอพากันเข้าสู่ด้านในเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวอื่นๆ เข้าไปกันหลายคนแล้ว 

  

…… 14.1 …… 

  

การไม่ได้บินไปเที่ยวต่างประเทศมา 2 ปีแล้ว ก็เลยเอาประสบการณ์ผสมข้อมูลแต่งนิยายว่าพระ-นางเขาไปเที่ยวกันหน่อยแล้วกันนะคะ เราก็เที่ยวทิพย์กันต่อไปก่อน โควิดดีขึ้นเมื่อไรเจอกันนะโลกกว้างงงง… แหะๆ ^^ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว