ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Episode 01 แผนผังองค์กร Part ll Loading…100%

ชื่อตอน : Episode 01 แผนผังองค์กร Part ll Loading…100%

คำค้น : Pickacard,Pinkpen

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2564 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 01 แผนผังองค์กร Part ll Loading…100%
แบบอักษร

 

Episode 01 

แผนผังองค์กร Part ll Loading…100% 

 

ฟู่ 

 

ฉันต้องไปอาบน้ำมนต์ที่วัดไหนถึงจะแคล้วคลาดปลอดภัยจากเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปได้นะ 

 

“เป็นประสาทกันหมดหรือยังไงนะ” บ่นอย่างหงุดหงิด คิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าตกลงแล้วเมื่อคืนคุณพศุตม์เขาจำฉันได้หรือว่าจำไม่ได้ เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็อาจจะจำฉันได้เพราะเคยเห็นรูปถ่ายของฉันบนใบสมัครงาน ต่างจากฉันที่ไม่เคยเห็นเขาเลยสักครั้ง แล้วถ้าถามถึงไอ้แผนผังองค์กรหน้าเว็บไซต์บริษัทน่ะเหรอ ฉันก็อยากจะย้อนถามเขาจริงๆ เหมือนกันว่าเขาคิดเหรอว่าจะมีพนักงานบริษัทคนไหนไปนั่งเปิดดู 

 

“เมื่อครู่นี้คุณว่าไอ้พศุตม์หรือผม” 

 

“คุณปูน!”  

 

บ้าบอ ทำไมเขามายืนอยู่ตรงนี้ล่ะเนี่ย 

 

“ผมขอคุยกับคุณสักห้านาทีได้มั้ยครับคุณเบญ” 

 

“เอ่อ คือว่า...” 

 

“ถ้าไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ ผมไม่โกรธแต่จำเก่ง และหากว่ามีโอกาส ผมจะเอาคืน”  

 

“เชิญค่ะ” ฉันจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากไปคุยกับเขาแต่โดยดี ทำไมวันนี้มันถึงเป็นวันที่บัดซบได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ ตารางสีเสื้อมงคลมันไม่อัปเดตหรือยังไงกันนะ วันนี้ต้องกลับไปเช็กใหม่เสียหน่อยแล้ว 

 

ฉันเดินตามคุณปูนมาที่สวนหย่อมลอยฟ้าที่อยู่บริเวณระเบียงด้านข้างตัวอาคาร ซึ่งฉันเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนหรอกว่าบนชั้นนี้มีสวนหย่อมด้วยถ้าไม่ใช่เขาเป็นคนเดินนำมาเพราะคงมานั่งคุยกับคุณพศุตม์ที่นี่บ่อยๆ 

 

มาถึงเขาก็เอาแต่จ้องจนฉันอยากจะเสกคาถาหายตัว 

 

“คุณปูนจะต่อว่าอะไรฉันก็พูดมาเถอะค่ะ ฉันผิดเองที่โกหกคุณ จะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ได้เพราะฉันตั้งใจ” ฉันสารภาพออกไปอย่างคนไม่มีอะไรจะเสีย จะปล่อยให้เขาต่อไปมันก็เริ่มประหม่า 

 

“ผมไม่ได้จะต่อว่าอะไรคุณสักหน่อยครับ” 

 

“อ้าว” 

 

“ผมแค่อยากจะถามว่าเมื่อคืนตอนที่คุณเบญเจอน้องสาวของผม คุณเบญกับเธอได้พูดอะไรกันบ้างรึเปล่า หรือว่าคุณได้ยินเธอพูดอะไรกับใครบ้างมั้ยครับ”  

 

นี่เป็นครั้งแรกของวันนี้ที่ฉันรู้สึกว่าน้ำเสียงของเขานุ่มนวล 

 

“พูดค่ะ ฉันบอกว่าคุณรออยู่ข้างนอก แต่เหมือนว่าเธอเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว” 

 

“ครับ เธอเห็นผมเธอถึงได้เดินหนีไปเข้าห้องน้ำ” 

 

“อ้อ” ฉันตอบแบบไม่รู้จะพูดอะไร 

 

“แล้วนอกจากเธอจะคุยกับคุณแล้ว เธอยังพูดคุยกับคนอื่นบ้างรึเปล่าครับ” 

 

“ไม่นี่คะ ในห้องน้ำมีแค่ฉันกับน้องสาวของคุณ ทำไมเหรอคะ มีเรื่องอะไรรึเปล่า ไหนเมื่อครู่นี้คุณบอกว่าเธอปลอดภัย” 

 

“ครับ ปลอดภัย แต่เพิ่งจะรู้ว่าปลอดภัยตอนตีสี่ครึ่งที่เธอกลับถึงบ้าน” 

 

“เอ่อ...” เหมือนโดนเขาทุ่มก้อนความผิดใส่อย่างไรอย่างนั้น 

 

“เอาเป็นว่าคุณเบญไม่ทราบก็ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ถามเผื่อว่าพอจะมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมเท่านั้นเอง กลับไปทำงานเถอะครับ ขอโทษที่รบกวนเวลางานของคุณ”  

 

ทำไมฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลยนะ คำว่าเบาะแสนี่มันหมายถึงอะไรกันแน่ ใช่เรื่องร้ายแรงรึเปล่า แล้วฉันควรจะบอกเขาดีมั้ยนะว่าฉันได้ยินเธอคุยโทรศัพท์กับเพื่อนว่านัดกับแฟนเอาไว้ 

 

โอ๊ย ทำไมฉันต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องของคนอื่นด้วยนะเนี่ย ใจหนึ่งก็อยากจะบอกความจริงเพราะกลัวว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ดีหรือเรื่องร้ายแรง แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าพูดออกไป เรื่องที่มันอาจไม่ได้มีอะไรแบบที่ฉันกลัวจะกลายเป็นมีอะไรขึ้นมาน่ะสิ 

 

“คุณเบญครับ” 

 

“คะ” 

 

“ไม่ต้องไปทำงานเหรอครับ” 

 

“อ้อ ไปค่ะไป แต่คุณปูนคะ” 

 

“ครับผม” 

 

“ฉันมาคิดๆ ดูแล้วฉันว่าฉันจำได้คลับคล้ายคับคลาว่าฉันเหมือนจะได้ยินน้องสาวคุณคุยโทรศัพท์กับเพื่อนค่ะ” ฉันยอมเล่า แม้จะรู้สึกว่าหายใจไม่ทั่วท้องแต่ถ้าไม่พูด มันก็ไม่น่าจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นอยู่ดี 

 

“คุณเบญพอจะจำได้มั้ยครับว่าเธอพูดกับเพื่อนว่าอะไร” คุณปูนรีบถาม สีหน้าของเขาดูสนอกสนใจมากจริงๆ 

 

“เธอบอกว่าซวยแล้วเพราะคุณแอบตามเธอไป” ฉันบอกเสียงเรียบ สีหน้าตอนที่ฉันพูดคำว่าซวยแล้วออกไปนี่ทำให้คุณปูนดูเสียอาการอยู่เหมือนกัน 

 

“ครับ” 

 

“ฉันต้องกลับไปทำงานแล้วนะคะ มีงานต้องรีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนจะต้องขึ้นมาเป็นผู้ช่วยคุณพศุตม์วันจันทร์หน้า เอาแบบนี้มั้ยคะ คุณปูนแอดไลน์ฉันมา แล้วเดี๋ยวถ้าฉันนึกอะไรออกแล้วฉันจะรีบทักไปบอกค่ะ” ฉันยื่นข้อเสนอ ซึ่งสีหน้าของคุณปูนก็ดูทั้งอึ้งทั้งตกใจเมื่อได้ยิน 

 

นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันตื๊อผู้ชาย ปกติถึงฉันจะอ่อยเก่งแต่ไม่เคยง้อใครเลย แต่นี่อะไรกัน ให้ไอดีไลน์ไปตั้งแต่เมื่อคืนแต่จนสายป่านนี้เขาก็ยังไม่แอดมาและไม่มีท่าทีว่าจะแอดมาด้วยซ้ำ 

 

“ถ้าคุณปูนไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปก่อนแล้วกันนะคะ บ๊ายบายค่ะ” ฉันตัดบท แม้จะรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้างแต่ฉันจะไม่ยอมเสียเชิงเด็ดขาด 

 

“ทำไมยังอยู่นี่เบญญภรณ์”  

 

สองตาของฉันแทบจะถลนออกจากเบ้าเมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอคุณพศุตม์เดินออกมาจากห้องทำงานพอดี ท่าทางเขาเหมือนจะเดินมาทางนี้เสียด้วยสิ 

 

“กำลังจะรีบไปแล้วค่ะ เบญญภรณ์ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ ไปแล้วค่ะไปแล้ว” ฉันร้องบอกด้วยน้ำเสียงสดใสอย่างตั้งใจจะประชดประชัน ก่อนจะรีบกดเรียกลิฟต์แล้วพุ่งตัวเข้ามาทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ทว่าหลายวินาทีกว่าที่ประตูลิฟต์จะปิดเข้าหากันสนิท ซึ่งระหว่างรอฉันก็จำต้องยืนฉีกยิ้มให้คุณพศุตม์ที่ยืนกอดอกจ้องมองฉันไม่วางตา กว่าจะพ้นสายตาของเขามาได้ก็ต้องกลั้นหายใจจนเกือบขาดอากาศหายใจตาย 

 

ฟู่ 

 

ไม่น่าเลย ฉันไม่น่าโกหกพวกเขาเลยเพราะมันถือเป็นการสร้างเวรกรรมกับพวกเขาเอาไว้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ 

 

ติ๊ง! 

 

กลับมาถึงชั้นที่ทำงานได้สักที ก้าวเท้าซ้ายออกมาเป็นก้าวแรกเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย 

 

“ยัยเบญ” ยัยแพตตี้ที่ยืนอยู่ที่เครื่องถ่ายเอกสารหันมาเห็นว่าฉันเดินออกจากลิฟต์พอดีก็เลยตะโกนเรียก  

 

ฉันจำใจเดินมาหามันเพราะยังไม่มีอารมณ์จะกลับไปที่โต๊ะทำงาน ตอนนี้ในสมองของฉันไม่มีเรื่องงานเลยสักนิดเพราะมันมีแต่เรื่องของคนอื่น ทั้งเรื่องของคุณปูน ที่คงจะเจ้าคิดเจ้าแค้นฉันไปแล้ว เล่นขู่อาฆาตว่าจะหาโอกาสเอาคืนฉันเสียขนาดนั้นไม่รู้ว่าทำไมฉันยังจะไปคาดหวังให้เขาแอดไลน์มาอีก  

 

ไหนจะยังเรื่องของคุณพศุตม์อีกคน ฉันคิดว่าเขาคงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันสักเท่าไหร่นัก ดีไม่ดีอาจจะโทรบอกฝ่ายบุคคลให้เปิดรับสมัครผู้ช่วยใหม่เร็วๆ นี้ก็ได้ 

 

“ทำไมกลับมาเร็วจังวะ” 

 

“ก็เขาไม่ได้ถามอะไรมากน่ะ”  

 

“อ้าว ถ้าอย่างนั้นเขาเรียกแกไปทำไม” 

 

“ไม่รู้สิ คงจะอยากเห็นหน้าตาผู้ช่วยคนใหม่เฉยๆ มั้ง” ฉันบอกเซ็งๆ กำลังจะหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงออกมาดูแต่ว่ายัยแพตตี้กลับเอื้อมมือมาเขย่าแขนฉันเสียก่อน พอฉันหันไปมองหน้ามัน มันก็ทำตาปริบๆ ใส่ 

 

“เป็นบ้าอะไรของแก” 

 

“บอกมานะว่าคุณพศุตม์เขาหล่อมากมั้ย” น้ำเสียงของยัยแพตตี้กระดี๊กระด๊ายิ่งกว่าตอนที่เงินเดือนออกเสียอีก 

 

ฉันถอนหายใจเซ็งๆ ใส่หน้ามันไปหนึ่งทีก่อนจะดึงมือของมันออกจากแขน ในใจกำลังนึกถึงใบหน้าเข้มๆ ของคุณพศุตม์ที่ฉันเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าเขาหล่อจริงๆ พูดจาก็สุภาพเพียงแต่น้ำเสียงอาจจะแข็งกระด้างไปสักหน่อยคงเพราะตั้งใจจะตำหนิฉันตรงๆ 

 

“อย่าเอาแต่เงียบสิวะ บอกมานะ หล่อมากเลยใช่มั้ยล่ะ” ยัยแพตตี้ถามซ้ำอีกรอบ  

 

ฉันช้อนตามองมันอย่างนึกเอือมระอาก่อนจะพยายามนึกถึงใบหน้าของคุณพศุตม์เพื่อสาธยายให้มันฟัง แต่พอคิดดูดีๆ แล้วฉันว่าอย่าเสียเวลาเลยดีกว่า 

 

หมับ! 

 

“มานี่สิ” 

 

“ไปไหน เฮ่ย เดี๋ยวสิ ฉันยังถ่ายเอกสารไม่เสร็จ” 

 

“เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่าย แกอยากเห็นหน้าคุณพศุตม์ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันพาไปดู” 

 

“หา! แกจะพาฉันไปเจอคุณพศุตม์เนี่ยนะ” 

 

จากที่แรกที่มันยังโวยวายเสียงดัง แต่ตอนนี้เมื่อเราเดินกลับเข้ามาที่แผนกแล้วมันก็ลดระดับเสียงให้เบาลงโดยอัตโนมัติ 

 

ฉันปล่อยมือยัยแพตตี้ออกเมื่อเดินมาถึงโต๊ะทำงาน นั่งลงที่เก้าอี้แล้วกดเข้าเว็บไซต์ของบริษัท จากนั้นก็ไปที่หน้าแผนผังขององค์กร คำที่คุณพศุตม์แทบจะฝังลงมากลางหน้าผากฉันเมื่อเช้า 

 

“ทำอะไรของแกวะ” 

 

“นี่ไงคุณพศุตม์ แกอยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าเขาหน้าตาหล่อแค่ไหน แหกตาดูซะให้เต็มตา” ฉันกัดฟันพูดพร้อมกับซูมขยายภาพใบหน้าของคุณพศุตม์ ประธานกรรมการบริหารของบริษัทจนใบหน้าของเขาเต็มจอ 

 

“โอ้โห หล่อชัดเลย” 

 

“ดึงขนจมูกสักทีเถอะ นี่แน่ะๆๆๆ” 

 

ไม่รู้ทำไมเห็นหน้าเขาแล้วยิ่งหงุดหงิดต้องเอาเมาส์ไปคลิกที่รูจมูกของเขาแล้วคลิกๆๆ 

 

“แกเป็นบ้าอะไรของแกวะ ตกลงแล้วเขาเรียกแกไปด่าเหรอ” 

 

“เปล่า” 

 

“อ้าว แล้วทำไมแกดูเจ็บแค้นเคืองโกรธโทษเขาจัง” 

 

“ก็...ช่างเถอะ จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเสียทีเดียวหรอก ไปๆ แกกลับไปถ่ายเอกสารต่อเถอะ ฉันขอสงบสติอารมณ์สักแป๊บ เดี๋ยวจะเร่งเคลียร์งานต่อ” ฉันหันไปบอกกับยัยแพตตี้ด้วยน้ำเสียงที่เบาลง พูดจบก็ถอนหายใจแล้วหันกลับมาจ้องหน้าจอที่ตอนนี้เห็นแต่รูจมูก 

 

ยัยแพตตี้เดินออกไปแต่โดยดีทั้งที่สีหน้ายังดูงงๆ กับอารมณ์ของฉันอยู่พอสมควร มันยังคงหันกลับมามองฉันเป็นระยะๆ แต่ฉันไม่ได้อยากจะหันกลับไปสนใจมันหรอกเพราะเมื่อครู่นี้เหมือนว่าโทรศัพท์มือถือของฉันมันจะสั่นจากการแจ้งเตือนอะไรสักอย่าง ต้องรีบหยิบออกมาดู ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงมากเพราะคิดว่าจะต้องเป็นคุณปูนแอดไลน์มาแน่ๆ ซึ่งพอเห็นการแจ้งเตือนบนหน้าจอเท่านั้นแหละ 

 

“คุณลืมอะไรไว้ในตะกร้ารึเปล่า” 

 

อ่านจบแล้วก็อยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งจริงๆ 

 

               นี่เขาจะไม่แอดไลน์ฉันมาจริงๆ น่ะเหรอ ฉันไม่สวยหรือยังไงกันนะ ท่าทางเขาเองก็เหมือนจะถูกใจฉันอยู่บ้างเหมือนกันไม่ใช่หรือยังไง หรือว่าเขาจะโกรธที่ฉันโกหกเรื่องน้องสาวของเขาจนไม่อยากติดต่อสานสัมพันธ์กับฉันกันนะ 

 

Rrrr~ 

 

“ฮั่นแน่ ยอมแล้วใช่มั้ย” 

 

  

‘พิเศษเฉพาะคุณ รับส่วนลด 30%...’ 

 

  

ข้อความโปรโมชั่นจากร้านเครื่องสำอางที่ฉันเป็นสมาชิก เฮ้อ  

 

“แกจะสิงโทรศัพท์หรือยังไงยัยเบญ” ยัยแพตตี้ถ่ายเอกสารเสร็จแล้ว มันเดินมานั่งลงข้างๆ เพราะว่าโต๊ะทำงานของมันก็อยู่ติดกับโต๊ะทำงานฉันนี่แหละ 

 

“เปล่า” 

 

“แล้วจ้องทำไม หรือว่ารอใครโทรมา” 

 

“เปล่า” 

 

“มองจากดาวหมายังรู้เลยว่า...” 

 

Rrrr~ 

 

ฟุ่บ! 

 

ฉันรีบคว้าโทรศัพท์ที่เพิ่งจะวางบนโต๊ะไปเมื่อครู่กลับขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนอีกรอบ แต่ว่าไม่ทัน เพราะตอนนี้โทรศัพท์ของฉันอยู่ในมือของยัยแพตตี้เรียบร้อยแล้ว นี่มันเร็วกว่าฉันไปได้ยังไงกันนะ 

 

“ปูนเพิ่มคุณเป็น...” 

 

ฟึ่บ! 

 

“เอาคืนมา” ฉันแย่งโทรศัพท์คืนมาพร้อมกับถลึงตาใส่ยัยแพตตี้ไปหนึ่งที ผลักหัวมันไปไกลๆ ด้วยเพราะไม่อย่างนั้นมันต้องสอดรู้แน่ๆ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วยังไงฉันก็จะต้องบอกมันอยู่ดีก็ตามทีแต่ฉันขอรู้คนเดียวก่อนไม่ได้หรือยังไง 

 

ละสายตาออกจากใบหน้าของยัยแพตตี้ ฉันก็รีบก้มมองที่หน้าจอ แล้วสิ่งที่ฉันรอคอยก็เป็นความจริง ในที่สุดคุณปูนก็แอดไลน์ฉันมาแล้ว แม้เขาจะตั้งชื่อไลน์เป็นชื่อจริงของเขาโดยพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษว่า ‘PARIN’ ก็เถอะ แต่รูปโปรไฟล์เขาหล่อมาก ฉันจำได้โดยไม่ต้องกดเข้าไปดู 

 

ตื๊ดๆ 

 

“เยส!”  

 

แอดไลน์มาแล้วตามด้วยการส่งสติ๊กเกอร์มาทักทาย มันเป็นแพทเทิร์นสำเร็จรูปที่ฉันเจอเป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้ฉันถึงรู้สึกดีใจเหลือเกิน ใจเต้นแรงเป็นบ้า 

 

ปั่ก! 

 

“อ้าว ไม่คิดจะทักเขาไปหน่อยนเหรอแก” 

 

“ไม่ว่าง ทำงานอยู่” 

 

“โอ๊ย เชื่อแล้วจะแม่ว่าสวย เบญญภรณ์โซฮ็อตนี่ของเขาแรงจริงๆ” ยัยแพตตี้แซวเมื่อฉันทำทีเป็นก้มหน้าก้มตาทำงานหลังจากที่เพิ่งวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะโดยไม่สนใจจะเปิดดูหรือว่าตอบอะไรกลับไป ฉันหันไปมองค้อน ก่อนจะแสร้งขยิบตา สะบัดผมสวยๆ ใส่มันไปอีกหนึ่งที  

 

แม้ในใจจะอยากเปิดดูสักหน่อยว่าเขาส่งสติ๊กเกอร์อะไรมาแต่ก็ต้องพยายามหักห้ามใจ เพราะไม่งั้นมันจะดูไม่ดี ต่อให้เขาจะรู้ว่าฉันรออยู่ก็ยังต้องไว้เชิงสักนิด 

 

สรุปว่าฉันอารมณ์ดีแล้ว จะละเว้นโทษดึงขนจมูกให้คนที่หน้าจอก็แล้วกัน ชิ! 

 

  


ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ หากสะดวก คอมเม้นต์เป้นกำลังใจให้ขุ่นเจ้ด้วยน้าาา
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว