facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : # 71

คำค้น : ทวงคืนรัก อันหลงลืม ทหาร หมอ ความจำ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 138

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2564 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
# 71
แบบอักษร

เมื่อผู้กองกรรณและปอร์เช่พาบูมมาซื้อสายไหมแล้ว ระหว่างเส้นทางจากเชียงใหม่ ที่มุ่งเข้าสู่กรุงเทพ บูมก็ถูกพานั่งรถตู้คันใหญ่ของปอร์เช่ เพื่อไปรอผู้พันหมอกที่คอนโดของบูมทันที  

           “ ผู้กอง ผมว่าแบบนี้ มันแย่กว่าที่เราคิดกันนะ เหมือนน้องบูมยิ่งใกล้นายใหญ่ ก็ยิ่งทำตัวเองให้หนีห่าง ” 

           “ สิ่งที่หมอราฟโทรคุยกับผมเมื่อเช้า มันไม่ผิดเพี้ยนเลยคุณปอร์เช่ น้องบูมกำลังหนี โลกของความจริง ” 

                       สองหนุ่มพูดขึ้น เมื่ออยู่บนรถยนต์ที่แล่นไปตามทาง โดยมีบูมนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน โดยอยู่ในสภาพนั่งหลับ ภายในอ้อมกอดของผู้กองกรรณ พร้อมกับถุงขนมสายไหมสีชมพูสวย ที่วงแขนเรียวของบูมกอดมันเอาไว้แน่น ราวไม่อยากให้สายไหมนี้หายไป เพราะบูมอาจจะได้เจอกับดวงตามัจจุราชอีกครั้ง 

           “ ผู้กอง … ทำอะไรคับ ” 

                       เสียงกระซิบเบา ๆ ของปอร์เช่ เมื่อมือแกร่งของผู้กองกรรณ เอื้อมหยิบถุงสายไหมป่อง ๆ อันใหญ่ที่บูมกอดไว้แบบคลาย ๆ ออกมาแกะยางวง แล้วจับมันใส่ปาก แบบกะว่าจะกินให้มันหมด ๆ ไปในคราวเดียว 

           “ อ้าปาก แล้วช่วย ๆ ผมกินให้หมด ” 

                       ผู้กองกรรณพูดออกมา พร้อมหยิบสายไหมยื่นมาจ่อที่ปากเรียวของปอร์เช่ ทำเอาคนทั้งรถยนต์ทำหน้างง โดยเฉพาะปอร์เช่ ที่เอียงหน้าหล่อหลบมือแกร่งของผู้กองกรรณแบบปรับอารมณ์ไม่ทัน 

           “ ไม่เอา เดี๋ยวน้องบูมโกรธ ” 

           “ กิน ๆ ไปเถอะน่าคุณ แล้วก็ไม่ต้องมาคิดลึกอะไรกับผมด้วยนะ ผมแค่หาคนร่วมโดนด่าเท่านั้น ” 

                       เสียงพูดตอบกวน ๆ ของผู้กองกรรณ  

                       จนทำให้ปอร์เช่ จำใจเอามือของเขามาหยิบสายไหมสีชมพูจากมือแกร่งของผู้กองกรรณ เข้าปากของตัวเองไป เพราะลูกน้องอีกสองคนในรถยนต์นี้เริ่มหันมามอง ทำให้ปอร์เช่จำต้องรีบ ๆ กินสายไหมเข้าไปอย่างจำใจ เมื่อกลัวจะถูกลูกน้องมองแปลก ๆ มากขึ้นไปกว่าเดิม 

           “ แล้วนี่นึกบ้าอะไรขึ้นมาอีกเนี่ยผู้กอง รู้ก็รู้อยู่ ว่าน้องบูมกำลังมีอาการยังไง เดี๋ยวก็ร้องไห้อีกหรอกคับ ” 

           “ ผมมีวิธีของผมน่าคุณ ขืนปล่อยให้น้องบูมยึดติดกับเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ไปนาน ๆ ผมคงไม่ยอมแน่ ๆ ” 

                       ผู้กองกรรณพูดไป ก็หยิบสายไหมใส่ปากไป แม้มันจะหวานจนรู้สึกว่ากลืนไม่ลงก็ตามที เพราะเขาไม่ได้ชอบทานขนมแบบนี้ แต่ก็เพราะไม่รู้จะทำอะไรดีแล้วเหมือนกัน ที่จะหยุดอารมณ์แปรปรวนของบูมได้ 

                       บูมเริ่มขยับตัวตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ ดวงตาสวยทั้งสองลืมขึ้นมา มองดูคนร่างสูงใหญ่ตระหง่านที่นั่งกอดร่างบางของเขาอยู่ กำลังจับสายไหมที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดใส่ปาก มือเรียวของบูมรีบหยิบคว้าถุงสายไหมกลับคืนมาทันที แม้มันจะไร้ซึ่งสายไหมอยู่ในถุงนั้นแล้วก็ตาม 

           “ พี่กรรณ !! มาแอบกินสายไหมของบูมทำไหมเนี่ย ” 

                       เสียงหวานโวยวายลั่นใส่ผู้กองกรรณ ที่ทำหน้านิ่งหันมาจ้องมองหน้าสวย ซึ่งกำลังเม้มปากขมุบขมิบราวโกรธขึงผู้กองกรรณเอามาก ๆ 

           “ ทำไมคับน้องบูม ก็พี่กรรณหิวข้าวแล้ว แค่ขนมสายไหมถุงเดียว น้องบูมให้พี่กรรณกินไม่ได้รึไง ” 

                       เสียงประชดประชันค่อนขอดของผู้กองกรรณ จนทำเอาบูมนั่งนิ่ง ใบหน้าหวานแดงก่ำ นัยน์ตาเริ่มมีหยดน้ำใส ๆ ออกมาคลอให้เห็นนิดหน่อย ทว่าคราวนี้ผู้กองกรรณ เหมือนไม่ยอมใจอ่อนตามเท่าไหร่นัก แต่ผู้กองกรรณกำลังทนฝืนเล่นบทแข็งขืนใส่บูมบ้าง 

           “ ก็สายไหมอันนี้มันเป็นของบูม ” 

                       เสียงหวานพูดเบา ๆ เครือดูเศร้าหมอง แต่เมื่อผู้กองกรรณทำหน้าเข้มใส่ ก็เหมือนบูมจะอ่อนลง 

           “ สายไหมมันสำคัญกว่าพี่กรรณอีกเหรอคับ น้องบูมถึงหวงมันจัง ” 

                       เสียงประชดพูดออกมาต่อเนื่อง ปอร์เช่นั่งจ้องมองความขึงขังของผู้กองกรรณ และหันมองดูบูม ซึ่งเหมือนจะผูกพันกับผู้กองกรรณคนนี่มากมายเหลือเกิน เมื่อบูมยื่นมือเรียวจับแก้มสากของผู้กองกรรณเบา ๆ  

           “ เปล่าคับ แต่บูมกลัว บูม ... ” 

           “ กลัวว่าคน ๆ นั้นจะมาทำร้าย กลัวว่าคน ๆ นั้นจะไม่รัก หรือกลัวอะไรกันแน่คับ พี่กรรณไม่เข้าใจ ” 

           “ กลัวว่า จะไม่มีใครรักบูมเหมือนเดิม ถ้าบูมโตเป็นผู้ใหญ่ บูมอาจสูญเสียคนที่บูมรักไปหมด บูมไม่อยากให้พี่กรรณหรือใคร ๆ เลิกรักบูม บูมกลัว ... บูมไม่อยากอยู่คนเดียว ” 

                       เสียงหวานตอบเศร้าปนเครือ หน้าสวยก้มลงมองหน้าขาของตัวเอง ปอร์เช่ยื่นมือแกร่งลูบศีรษะมนเบา ๆ เมื่อเขาคิดว่า พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างในอารมณ์ของบูมแล้ว เพราะอาการแบบนี้เขาก็เคยรู้สึกมาก่อน 

           “ น้องบูมกำลังคิดว่า ถ้าน้องบูมโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อไหร่ คนที่เคยรักน้องบูมทุกคน ก็อาจจะไม่ยอมรักน้องบูมเหมือนเดิมอีกแล้ว น้องบูมกลัวทุกคนจะเป็นเหมือนกับคน ๆ นั้น ที่น้องบูมเชื่อว่า เขาเคยรักน้องบูมมาก แต่แล้วอยู่ ๆ คน ๆ นั้น กับหันมาทำร้ายน้องบูมเกือบตาย พี่ปอร์เช่เข้าใจถูกไหมคับ ? ” 

                       ปอร์เช่พูดถามบูมอย่างเข้าใจ ผู้กองกรรณสอดแขนแกร่งยกร่างบางให้ขยับขึ้นมานั่งบนตักแกร่งของตัวเอง แล้วใช้วงแขนกอดร่างบางจนแน่น 

           “ น้องบูมคับ นี่น้องบูมไม่เชื่อใจพี่กรรณรึไง ” 

           “ เชื่อคับ บูมเชื่อใจพี่กรรณที่สุด บูมถึงได้กลัวว่าพี่กรรณจะไม่รักบูมคับ ถ้าวันหนึ่ง บูมกลับไปเป็นคนเดิมก่อนหน้านี้ คนที่บูมก็ไม่รู้เลยคับพี่กรรณ ว่าเคยเป็นคนยังไงมาก่อน แต่บูมคนเก่าคงทำให้ใครคนนั้นเกลียดบูม บูมเลยกลัวพี่กรรณจะรู้สึกแบบเดียวกัน บูมไม่อยากให้พี่กรรณเลิกรักบูม พี่กรรณจะไม่เลิกรักบูมใช่ไหม ” 

                       เสียงเศร้าหมองยังคงเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ช่างชัดเจนทุกคำ ในความรู้สึกของสองหนุ่มหล่ออย่างผู้กองกรรณและปอร์เช่ ว่าบูมไม่ได้กลัวความไม่ปลอดภัยของตัวเองหรอก ทว่าบูมกำลังกลัวความโดดเดียวจากการไม่มีใครรักต่างหาก บูมเลยเลือกกอดสายไหมเอาไว้ เพราะเชื่อว่าสายไหม จะทำให้เขาเป็นเด็กตลอดไป 

           “ คิดมากไปได้ ถ้าน้องบูมคนเก่ามันไม่ดี ไอ้คุณหมอบ้ากามของน้องบูม มันจะตามหาน้องบูมทำไมคับ ” 

                       ผู้กองกรรณยิ้มกว้างออกมา แล้วพูดติดตลกกับบูม เมื่อเขารู้แล้ว ว่าบูมไม่ได้สนใจสายไหมเพราะคน ๆ นั้นที่เคยคิดวางแผนฆ่าบูม ทั้งที่บูมรักคน ๆ นั้นมาก แต่เพราะบูมกลัวคนรอบข้างตอนนี้ ไม่รักบูมคนเก่าต่างหาก บูมที่อาจจะทำอะไรไม่ดี จนคน ๆ นั้นไม่พอใจ และเลิกรักบูมไปนั่นเอง บูมถึงอยากจะเป็นเด็กแบบนี้ 

           “ พี่กรรณจะเลิกรักน้องบูม เพราะน้องบูมหวงสายไหมกับพี่กรรณเนี่ยแหละ เฮ้ออ ช่างเป็นคนคิดมากเหลือเกิน เจ้าตัวแสบของพี่กรรณ พอเลยคับน้องบูม เลิกคิดเรื่องอะไรไร้สาระแบบนี้ได้แล้ว ใครมันจะเลิกรักน้องบูมได้ละคับ พี่กรรณเลี้ยงน้องบูมมาตั้งแต่ 3 ขวบเลยนะเนี่ย ขุนจนแก้มป่องขนาดนี้ เลิกรักไม่ลงหรอกคับ ” 

                       เสียงทะเล้นของผู้กองกรรณ ทำให้บูมใช้วงแขนทั้งสองข้างเอียงหันไปกอดคอหนา แล้วโน้มหน้าสวยซบบ่าแกร่งอีกครั้ง เสียงสะอึกเบา ๆ ดังขึ้น มือแกร่งหนาลูบหลังของบูมเบา ๆ เพื่อปลอบขวัญคนขี้แย  

           “ เลี้ยงอะไรน้องบูม มาตั้งแต่ 3 ขวบคับผู้กอง พูดซะเวอร์วังเชียว ” 

                       ปอร์เช่พูดแขวะด้วยความหมั่นไส้ในความขี้โม้ของผู้กองกรรณยิ่งนัก 

           “ เอ้า ! ก็ตอนน้องบูมฟื้นขึ้นมาใหม่ ๆ นิสัยและอารมณ์นี่ ประมาณเด็ก 2-3 ขวบเองนะคับคุณปอร์เช่ ผมนี่เลี้ยงมากับมือเลยนะ พี่หมอกยังไม่เคยเล่าให้ฟังเหรอคับ ” 

           “ มิน่า น้องบูมถึงหวงผู้กองจัง หวงซะพาเครียดไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว ตั้งแต่เมื่อคืนและ ที่น้องบูมออกมาเดินทั่วเพื่อตามหาผู้กอง จนพวกเราวิ่งวุ่นกันทั้งโรงแรม แล้ว ... แบบนี้ก็เห็นหมดแล้วสิเนี่ย เซ็งจิต ... ” 

           “ แหง๋สิ ” 

                       ผู้กองกรรณ ทำหน้าตายักคิ้วหลิ่วตาใส่ปอร์เช่ที่กำลังทำหน้าหล่อดูเซ็ง ๆ แต่อมยิ้มออกมาเบา ๆ  

           “ เห็น ... แต่ไม่ได้มีโอกาสเสียบ หึหึ ” 

           “ ถ้าผมคิดจะทำละก็ มันคงไม่ยากหรอกคับคุณปอร์เช่ แค่เล่นผีอำกับน้องบูม ง่ายจะตายไป ” 

           “ ผีอำ ? อะไรเหรอคับ เล่นทำไมผีอำ ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวตรงไหนกับเสียบ ” 

                       สองหนุ่มพูดคุยอะไรบางอย่าง จนบูมต้องหันหน้าสวยที่ซบอยู่บนบ่าแกร่งของผู้กองกรรณ เพื่อมองทั้งสองคน เมื่อบูมกำลังรู้สึกได้ว่า เขาถูกแซวในระยะเผาขนอยู่ 

           “ เป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ที่หมอราฟมันชอบเล่นกับน้องบูม ” 

                       ผู้กองกรรณพูดตอบปอร์เช่ แต่กับเป็นคำตอบทำให้บูมหน้าแดงก่ำขึ้นมาเฉยเลย โดยไม่ได้พูดอะไรชัดเจนด้วยซ้ำไป แต่เมื่อบูมพลันนึกถึงการละเล่นชนิดนี้ขึ้นมา มันก็เสียววาบ ๆ เลือดสูบฉีดทันที 

           “ สนุกเหรอคับน้องบูม วันหลังพี่ปอร์เช่เล่นด้วยสิคับ ผีอำอะไรเนี่ย ” 

                       ปอร์เช่ทำเสียงทะเล้นใส่ผู้กองกรรณบ้าง แต่บูมถึงกับก้มหน้าซบอกแกร่งของผู้กองกรรณแบบหลบสายตาของคนจ้องมองทั้งสองคนทันที  

           “ ไม่เอา !! บูมไม่ชอบเล่นผีอำ ” 

           “ ทำไมถึงไม่ชอบเล่นละคับ ไม่สนุกเหรอ ” 

                       ปอร์เช่ ที่ดูเป็นคนฉลาดจริง ๆ แค่เพียงคำตอบอ้อม ๆ ของผู้กองกรรณเท่านั้น เขาก็รู้ลึก รู้จริง จนผู้กองกรรณแอบขำออกมา เมื่อรู้สึกว่าบูมกำลังเขินอาย จนลืมความเครียดและความกลัวในใจไปหมดแล้ว 

           “ นั่นสิคับ พี่กรรณก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าทำไมน้องบูมถึงไม่ชอบเล่น พี่กรรณจะได้ไปบอกหมอราฟให้น้องบูมไงคับ ว่าหมอราฟอย่าเล่นผีอำกับน้องบูมอีกนะ เพราะน้องบูมไม่ชอบ ” 

                       ผู้กองกรรณ กำลังสนุกในการแกล้งคนขี้อายแสนงอน จนลืมความเศร้าไปแล้วด้วยตอนนี้  

           “ ก็มันเจ็บ ” 

                       เสียงตอบหวานแผ่วเบา จนผู้กองกรรณและปอร์เช่พากันหัวเราะเบา ๆ ออกมาเมื่อได้ยิน 

           “ หะ ! อะไรนะ ! พี่กรรณฟังไม่ถนัด ” 

                       ผู้กองกรรณ แกล้งพูดเสียงดังลั่นรถยนต์ บูมถึงกับผละร่างบางออกจากตักของผู้กองกรรณทันที แล้วหันมานั่งซบอกอีกคนข้าง ๆ อย่างปอร์เช่แทน  

           “ พี่กรรณบ้า !! บูมไม่คุยด้วยแล้ว ” 

                       เสียงใสยู้ปากเรียวบ่นดัง ๆ หันหน้าสวยมาทางปอร์เช่ ที่ใช้มือแกร่งลูบหน้าสวยทั้งสองข้างเบา ๆ  

           “ โอ๋ ๆ ไม่ต้องงอนนะคับน้องบูม ผู้กองกรรณมันเป็นพวกปากหมา น้องบูมคุยกับพี่ปอร์เช่คนเดียวก็พอแล้วคับ อย่าไปสนใจคนบ้าบอแถวนี้เลย  ไม่รู้บ้างเลยเน๊อะ ว่าน้องบูมอายแค่ไหน พูดอะไรไม่รู้จักคิด ... ” 

                       เสียงกระแหนะกระแหนของปอร์เช่ ทำเอาผู้กองกรรณยิ้มแยกเขี้ยวใส่ ความเศร้าหมองภายในรถยนต์คันนี้ดูจะหมดไปแล้ว และเหมือนผู้กองกรรณทราบดีอยู่ในใจ ว่าเดี๋ยวอาการแบบนี้ คงต้องกลับมาอีกครั้ง เมื่อบูมต้องเผชิญกับใครคนนั้นเข้าจริง ๆ แต่อย่างน้อยในเวลานี้ บูมก็ดูคลายความทุกข์และสับสนลงได้บ้าง 

           < ติ๋ง ... ติ๋ง ... .... .... > 

           “ ผู้กอง เสียงข้อความดังบ่อยขนาดนั้น มีเรื่องด่วนเหรอคับ ” 

                       ปอร์เช่เอ่ยถามขึ้น ระหว่างที่ได้ยินเสียงข้อความของผู้กองกรรณดังขึ้นต่อเนื่อง โดยผู้กองกรรณเองก็นั่งอ่านข้อความที่มีคนส่งมานั้นด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ไม่แสดงอาการอะไรออกมามากนัก ส่วนบูมเองก็หันไปสนใจแต่เล่นเกมส์ในมือถือ แข่งกับปอร์เช่อย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้รู้สึกสนใจ ในเสียงข้อความที่ดังไม่หยุด  

           “ คุณว่างไหม ” 

                       ผู้กองกรรณเงยหน้าคมขึ้น แล้วหันหน้าที่ก้มลงอ่านข้อความ เพื่อมาพูดถามปอร์เช่สั้น ๆ 

           “ มีอะไรคับผู้กอง ” 

           “ ช่วยไปส่งน้องบูม ที่ระยองตอนนี้เลยได้ไหมคับ เดี๋ยวพี่หมอกจะพาหมอราฟไปส่งตอนเย็น ๆ ที่ระยองด้วยเช่นกัน ส่วนผมคงขอติดรถยนต์คุณกลับไปกรุงเทพต่อเลย พอดีมีงานด่วนนิดหน่อยคับ ” 

           “ ได้สิคับ ผมว่างเสมออยู่แล้ว ถ้าเป็นเรื่องของน้องบูม ” 

                       ปอร์เช่ไม่ปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อผู้กองกรรณมีสีหน้าเรียบเฉย ผิดวิสัยคนทะเล้นอย่างผู้กองกรรณ ทำให้ปอร์เชื่อคิดว่า คงเป็นเรื่องงานสำคัญมากจริง ๆ ผู้กองกรรณถึงมีสีหน้าเคร่งขรึมถึงขนาดนี้ 

           “ ไม่เอานะ ! ไหนพี่กรรณบอกจะอยู่เที่ยวทะเลกับบูมไง ” 

                       บูมวางโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว แล้วหันมาพูดกับผู้กองกรรณ 

           “ พี่มีงานด่วนจริง ๆ คับน้องบูม พี่หมอกก็เช่นกัน แต่พี่กรรณขอสัญญานะ ว่าเดี๋ยวจะรีบไปรับน้องบูมเอง แล้วตอนนั้นพวกเราค่อยเที่ยวกันนะคับ ” 

           “ เฮ้ออ ถ้าเป็นแบบนี้ บูมก็ไม่มีใครให้ขี่หลังสิคับเนี่ย ” 

                       เสียงหวานทำท่าทางเบื่อหน่าย จนผู้กองกรรณยิ้มขำออกมา 

           “ ก็หมอราฟไงคับน้องบูม รายนั้นคงคิดถึงน้องบูมแทบจะบ้าตายแล้วละมั้ง ” 

           “ ราฟชอบบอกบูมอ้วน ให้บูมขี่หลังแปบเดียวก็บ่น ๆ น่าเบื่อ ... ” 

           “ น้องบูมก็กินน้อย ๆ ลงหน่อยสิคับ หมอราฟมันตัวนิดเดียวไง มีแต่ความสูงชะลูดเป็นเสาไฟฟ้า ” 

           “ ไม่เอา บูมชอบกินนี่นา ” 

           “ งั้นก็กินต่อไปคับ เดี๋ยวพอพี่ปอร์เช่ทำงานสำคัญเสร็จแล้ว จะรีบมาให้น้องบูมขี่หลังบ่อย ๆ เลยคับ ” 

                       ปอร์เช่ได้โอกาสเอาใจบูม ที่ยิ้มแฉ่งแก้มปริออกมา เมื่อบูมได้เหยื่อรายใหม่ ไว้ขี่หลังแล้วอีกคน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว