facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : # 30

คำค้น : นายคนนี้ ชวนหลงใหล โรแมนติก น่านฟ้า น้ำริน สตางค์ นนท์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 592

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2564 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
# 30
แบบอักษร

ในวันรุ่งขึ้น ดูจะเป็นวันที่ยุ่งวุ่นวายกันไปทั้งบริษัท เมื่อมีงานล็อตใหญ่เข้ามาอีกระลอก ทั้ง ๆ ที่งานเก่ายังจัดการส่งให้ลูกค้าแทบจะไม่ทัน น่านฟ้าจอดรถเทียบบันไดทางขึ้นบริษัทโดยไม่ได้เอามันไปจอดภายในที่จอดรถยนต์ของตัวเอง เมื่อมีนนท์ เจนนี่ และพนักงานระดับสูงอีก 2 – 3 คนมายืนรอพูดคุยอยู่ตรงบริเวณทางขึ้น ด้วยสีหน้าดูยุ่ง ๆ กันแทบทุกคน 

           < เอี๊ยดด !!!  ... โครมม .... > 

                       เสียงชนโครมเข้าส่วนท้ายรถยนต์หรูอีกคันของน่านฟ้า ทำเอาทุกสายตาของคนซึ่งกำลังพลุกพล่านเดินทางมายังบริษัทของพนักงานหลายต่อหลายคน ถึงกับต้องหยุดยืนนิ่งชะงักหันมามองกันเป็นตาเดียว โดยเฉพาะน่านฟ้าที่ถึงกับยืนอ้าปากหวอ เมื่อรถยนต์คันเดิมจากฝีมือของน้ำรินยังซ่อมไม่เสร็จเลย คันใหม่ก็โดนอีกแล้ว  

           “ อะไรเนี่ย ! รถใครอีกวะนั่น แมร่งขี่รถได้ห่วยแตกมาก ๆ ” 

                       น่านฟ้าพูดบ่นกับนนท์และพนักงานที่เขายืนคุยอยู่ด้วยใบหน้าอย่างเซ็ง แต่พอได้เห็นคนขับรถยนต์ต้นเหตุ ที่ค่อย ๆ เปิดประตูออกมายืนยิ้มหวานให้กับน่านฟ้า ทำเอาน่านฟ้าถึงกับยืนเอามือแกร่งเกาหัวแกรก ๆ ไม่รู้จะโกรธ จะเซ็ง หรือจะทำอะไรกับเด็กดื้อสุดแสบคนนี้ดีกด 

           “ ไอ้น่านฟ้า กูว่าน้องน้ำรินเล่นมรึงแล้วแหละ คงกะให้มรึงไล่ออกให้ได้ละมั้งนั่น  รถยนต์คันเดิมที่ถูกน้องน้ำรินชนก็ยังซ่อมไม่เสร็จเลย โดนไปอีกคันแล้ว กูว่ามรึงได้โหนรถไฟฟ้ามาทำงานแน่ ๆ ” 

                       นนท์พูดไปก็ยิ้มกว้างปนหัวเราะไป 

           “ เออดิ แสบจริงนะน้องน้ำริน แต่ฝันไปเหอะ ... ต่อให้กูต้องซ่อมรถยนต์จนหมดตัว ก็ไม่ไล่ออกโว้ย ” 

                       น่านฟ้าพูดกับเพื่อน แล้วหันไปมองจ้องนัยน์ตาสวยที่ยังคงมองน่านฟ้าดูอารมณ์ราวคนสะใจปนสนุกสนานเสียจริง ๆ พร้อมกับการเดินผ่านน่านฟ้าและนนท์ไปด้านบนเพื่อเข้าสู่ห้องทำงานเล็ก ๆ ของตัวเอง แบบไม่สนใจจะพูดขอโทษสักคำ  

           “ นี่มรึงคงแอบหลงรักน้องน้ำรินเข้าแล้วจริง ๆ สินะไอ้น่านฟ้า ถึงได้นิ่งยอมน้องน้ำรินถึงขนาดนี้ ถ้าคนอื่นทำแบบนี้ละก็ มรึงไล่ออกไปตั้งนานแล้วนะ ไม่ปล่อยให้ทำตัวพยศใส่แบบนี้หรอก ” 

                       นนท์ที่เดินตามน่านฟ้าพูดขึ้น เมื่อน่านฟ้าเดินลงมาจากบันได 5 ขั้นตรงทางขึ้นบริษัท แล้วมาหยุดยืนตรงรถยนต์ของตัวเอง พร้อมกับรถยนต์ของน้ำริน ซึ่งถูกจอดอยู่ทางด้านหน้ารถยนต์ของน่านฟ้าอีกที  

           “ ไม่รู้วะมรึง รู้แค่ตอนนี้ยังอยากเจอหน้าทุกวัน ยังไม่อยากให้หายออกไปจากชีวิตแค่นั้น ” 

                       น่านฟ้าตอบด้วยเสียงเรียบ ๆ สายตาคมมองจ้องท้ายรถยนต์ของตัวเองแล้วยิ้มเบา ๆ ออกมา 

           “ นี่แหละน่านฟ้า ... ที่เขาเรียกกันว่า ความรักวะ ... ” 

                       นนท์พูดบอกเพื่อน ที่กำลังยืนยิ้มพลางหัวเราะพลาง กับสภาพตัวเองตอนนี้ ซึ่งไม่รู้ว่ายอมให้น้ำรินทำตัวเหมือนเด็กดื้อถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน มันดูหมดสภาพความเป็นคนเจ้าชู้ ทั้ง ๆ ที่โดนน้ำรินจัดหนักใส่ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ก็กับไม่เคยรู้สึกโกรธเลยสักนิดเดียว หรือมันจะเรียกว่า ... ความรัก ... จริง ๆ กันนะ 

           “ คุณเจนภพ ” 

                       น่านฟ้าเดินกลับมายังจุดทางเข้าตามเดิม แล้วหันหน้าหล่อไปทางเลขาคนสนิท ที่ยืนยิ้มเจื่อน ๆ มองดูอยู่ โดยไม่กล้าจะพูดอะไรทั้งนั้น  

           “ คับท่านประธาน ” 

           “ จัดการเรื่องรถยนต์ให้ผมด้วย แล้วก็รถของน้องน้ำรินด้วยอีกคัน ” 

                       น่านฟ้าพูดนิ่ง ๆ 

           “ เอ่ออ ... แต่น้องน้ำรินเป็นคนชนรถยนต์ของท่านประธานนี่คับ ” 

           “ ต่อให้เดินถือไม้มาทุบตรง ๆ ผมก็ต้องซ่อมเองอยู่ดี จัดการด้วยแล้วกัน ผมจะไปห้องทำงานแล้ว ” 

                       น่านฟ้าพูดจบก็เดินขึ้นไปบริษัททันที ทิ้งให้ผู้คนมากมายต่างพากันมึนงงต่ออาการเย็นยะเยือกผิดปกติของน่านฟ้ามาก ๆ เพราะถ้าเป็นก่อนหน้านี้ หรือกับคนอื่น ๆ ละก็ ได้มีโดนด่าเละแน่ ๆ ถ้าขับรถยนต์ไวจนชนเข้าเต็ม ๆ อย่างที่น้ำรินทำเมื่อครู่นี้ แต่ทว่าน่านฟ้ากับดูเย็นจนน่าแปลกใจ โดยเฉพาะเลขาอย่างเจนนี่ ที่คงมีเรื่องต้องไปเม้าท์มอยกับบิดาของน่านฟ้าเสียแล้ว ว่าท่านอาจจะได้สะใภ้เร็ว ๆ นี้แน่นอนก็เป็นได้ 

           < ปัง !! ... > 

                       เสียงปิดประตูของห้องทำงานเล็ก ๆ ของน้ำริน ที่เดินเข้ามาภายในห้องทำงานด้วยความรู้สึกย่ำแย่ หลังจากที่ได้สนุกอยู่เพียงชั่วครู่เดียวกับสิ่งที่ทำลงไปกับน่านฟ้าเมื่อครู่นี้ เมื่อพลันนึกถึงข้อความทางโทรศัพท์จากใครบางคนที่พร่ำส่งเข้ามาหาด้วยความอาลัยอาวอนในความรักต่อเขาไม่หยุดยั้ง และดูเหมือนว่ามันจะถี่และบ่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนน้ำรินรู้สึกย่ำแย่  

                       จากการพยายามจะลืมเรื่องราวความผูกพันในอดีตที่ผ่านมาให้ได้ มันกับกลายเป็นทุกอย่างเริ่มล้มเหลว เมื่อใครคนนั้นในอดีตหวนกลับมาอีกครั้งแบบจู่โจม แผนการที่น้ำรินสร้างขึ้นมาเมื่ออาทิตย์ก่อน ซึ่งหวังว่าจะขับไล่ผู้ชายสองคนให้ออกจากชีวิตตัวเองไปแบบพร้อม ๆ กัน ทว่ามันดูจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเลยนี่สิ 

                       ความหวังว่าน่านฟ้า เมื่อได้ตัวของน้ำรินแล้วทุกอย่างก็คงจะจบ น่านฟ้าคงจะปล่อยน้ำรินไปได้โดยง่ายตามวิสัยของคนเจ้าชู้มักมากในกาม แต่มันกับไม่เป็นเช่นดั่งที่น้ำรินคาดหวัง น่านฟ้ากับรุกหนักหน่วงกว่าเดิมอีก จากที่แค่เข้าหาเพราะอยากมีความสัมพันธ์ด้วย ตอนนี้ถึงขนาดจะสานสัมพันธ์ต่อกับน้ำรินเลยทีเดียว แต่น้ำรินในเวลานี้ยังไม่พร้อมรับคนใหม่เข้ามานี่สิ ก็รักครั้งเก่ามันยังเจ็บไม่หายเลย 

                       ส่วนอีกความหวัง ที่อุตส่าห์ติดต่อให้อดีตคนรักเก่ามารับถึงในบ้านของน่านฟ้า ให้มาเห็นสภาพว่าน้ำรินนั้นมีคนใหม่แล้ว จะได้เลิก ๆ ติดต่อมาเสียที แต่ที่ไหนได้หละ อดีตคนรักกับยิ่งต้องการเข้ามาในชีวิตของน้ำรินมากกว่าเดิมเสียอีก ถึงขนาดพูดออกมาว่า ... เขาจะมาทวงน้ำรินคืน  

           “ เซ็งโว้ยย !! ... แมร่งไปหาเมียสักคน แต่งงานเลยดีไหมเนี่ย ” 

                       น้ำรินโวยวายออกมาดังลั่นห้องทำงานเล็ก ๆ ระหว่างที่พยายามจะอ่านเอกสารอะไรสักอย่าง ซึ่งเหมือนสมองจะคิดแต่เรื่องของผู้ชายสองคน ที่กำลังมาปั่นป่วนให้กับความสงบของชีวิตแบบไม่หยุดหย่อน ทำให้งานที่น้ำรินทำไม่คืบหน้าเลยสักนิดเดียว จนเวลาล่วงเลยมาจนเที่ยงวัน ... 

           < โครกก ...  > 

           “ เฮ้ออ หิวซะแล้วสิ จะกินอะไรดีวะเนี่ย ” 

                       เสียงหวานนั่งบ่นดัง ๆ คนเดียวตามเคย แต่เพราะห้องมันเล็กมาก อะไรที่ดังมาก ๆ ก็มักจะเล็ดลอดออกมาภายนอกเสมอ ๆ โดยดูเหมือนน้ำรินจะไม่รู้เลยสักนิด ว่าทุกคำพูดที่น้ำรินตะโกนออกมา มีคนแอบได้ยินแทบจะทุกคำ และในทุก ๆ คำเหล่านั้น มันเป็นเสมือนสิ่งที่สร้างความรู้สึกบางอย่างให้กับคนแอบฟังเสมอ 

           “ กินพี่น่านฟ้าไหมคร้าบบ ... ” 

                       เสียงทุ้มฟังดูกวนประสาท ของคนที่เปิดประตูเข้ามาทันทีเมื่อน้ำรินพูดจบ ทำเอาหน้าสวยที่บึ้งตึงอยู่แล้ว ดูหงุดหงิดงุ้มงอหนักขึ้นไปอีกเท่าตัว เมื่อเห็นหน้าทะเล้น ๆ ของน่านฟ้า ซึ่งยืนทำหน้าระรื่นจนดูน่าหมั่นไส้ชะมัด น้ำรินได้แต่ส่ายหัวไปมาแสดงอาการรำคาญออกมาให้เห็น 

           “ ไม่กิน ! ทั้งเน่าทั้งมั่ว ไปเสนอตัวที่อื่นเลยไป ” 

                       น้ำรินพูดเสียงแข็งปัดความรำคาญ น่านฟ้าเดินเข้ามายืนทางด้านหลังเก้าอี้ที่น้ำรินนั่งอยู่ แล้วโน้มหน้าหล่อลงมาสูดหอมดมซอกคอขาว มือแกร่งโอบกอดจากทางด้านหลังของร่างบาง 

           “ ออกจะอร่อย ไม่สนใจจริง ๆ เหรอคับ ” 

                       น่านฟ้าพูดถามด้วยใบหน้าทะเล้นข้างหูของน้ำรินแล้วใช้แก้มสากคลอเคลียถูไถกับแก้มขาวนวล มือแกร่งข้างหนึ่งก็ผลักหน้าสวยอีกข้างให้ใบหน้าหวานของน้ำรินเอียงมาหาจนสบสายตาคมของน่านฟ้าได้ชัดเจน ว่ามันทั้งน่าหลงใหลและส่อความเจ้าชู้เจ้าเล่ห์ไปในตัวด้วยอย่างไม่น่าไว้ใจเสียจริง 

           “ เหอะ อร่อยตรงไหนกัน สะอิดสะเอียนสิไม่ว่า แล้วนี่เข้ามาห้องทำงานผมทำไม รีบออกไปหาอะไรกินสิคับจะได้กลับไปทำงานของตัวเองต่อ มากวนผมอยู่ได้ รำคาญจะแย่แล้วเนี่ย ” 

                       น้ำรินพูดตอบ ริมฝีปากฉ่ำพูดไปก็รับสัมผัสอุ่น ๆ จากลมหายใจของจมูกโด่งน่านฟ้าไป เมื่อเขายังคงรุกใส่น้ำรินแบบไม่สนใจจะฟังสิ่งที่น้ำรินพยายามจะห้ามปรามเลยสักนิดเดียว  

           “ พี่มาตามเก็บค่าเสียหายจากเด็กดื้อแถวนี้ ” 

           “ ค่าซ่อมรถนั่นหนะเหรอ ซ่อมเสร็จก็เอาบิลมาแล้วกัน ผมจะจ่ายให้ ” 

           “ ไม่เอา ... พี่ชอบเก็บเป็นอย่างอื่นมากกว่า ” 

                       เสียงทุ้มพูดจบ ริมฝีปากหยักหนาก็วาดลวดลายแลบลิ้นเลียเบา ๆ ตามริมฝีปากบางอย่างคนหื่นกระหายตามประสานักล่าเหยื่อตัวร้าย แม้น้ำรินจะอยากเบี่ยงหน้าหนี แต่มือแกร่งก็รั้งไว้จนจำยอมตอบรับมัน 

           “ อื้ออ ... ฮาาา ... ” 

                       เสียงหายใจหอบเหนื่อยของน้ำริน หลังจากถูกขโมยจูบอยู่เนิ่นนาน  

           “ ไปกินข้าวกลางวันด้วยกันนะคับ ” 

                       น่านฟ้าที่ยังคงโน้มตัวลงต่ำก้มกอดร่างบางจากด้านหลัง ออดอ้อนหาคนกินข้าวเที่ยงที่เวลาเดินมาจนเกือบจะเที่ยงครึ่งไปแล้ว 

           “ ไม่ไป คุณไปกินคนเดียวเลยไป หรือไม่ก็ไปชวนใครสักคนข้างนอกโน่นเลย ผมจะสั่งอาหารง่าย ๆ มากินบนนี้ งานยังกองอยู่ตั้งหลายอย่าง ไม่อยากถูกไล่ออก ” 

                       น้ำรินพูดปัดบ่ายเบี่ยงน่านฟ้า เพราะไม่อยากออกไปให้ใครเห็นว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์เกินเลยกันไปไหนต่อไหนแล้วนั่นเอง โดยเฉพาะกับพนักงานหลายต่อหลายคนภายในบริษัท ซึ่งเคยเป็นคู่นอนชั่วคราวของน่านฟ้ามาแล้ว น้ำรินไม่อยากปวดหัวหรือแม้แต่การต้องมาทนเห็นสายตาของผู้คนเหล่านั้นที่มองมายังน้ำริน เสมือนว่าสุดท้ายแล้วน้ำรินเอง ก็คงเป็นแค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวของน่านฟ้าอีกคนเช่นกัน ... 

           “ ใครที่ไหนจะกล้ามาไล่น้องน้ำรินออกละคับ พี่น่านฟ้าคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจ ” 

           “ แล้วตอนไหนละคับ ที่คุณจะตัดสินใจไล่ผมออก ตอนเบื่อเหรอคับ ? งั้นคงอีกไม่นานสินะคับ เพราะคุณมันคนเบื่ออะไรง่าย ๆ อยู่แล้ว ผมจะได้ไปหางานใหม่รอเอาไว้เลย แต่คงต้องหาบริษัทที่มีเจ้าของบริษัทมีลูกมีเมียแล้วดีกว่า และต้องรักเดียวใจเดียวด้วย จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวแบบนี้ ” 

                       น้ำรินพูดเสียงเรียบนิ่งเฉย แต่คำพูดเพียงแค่นี้ กับทำให้น่านฟ้ามีอาการหน้าเสียขึ้นมาทันที เพราะมันเหมือนเขากำลังถูกน้ำรินด่าเรื่องความเจ้าชู้หรือรักใครไม่เป็น มันแสดงให้เห็นว่าน้ำรินไม่มีความไว้วางใจในตัวของน่านฟ้าเลยสักนิด สิ่งนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ยากยิ่งมากมายอย่างแน่นอน ที่น่านฟ้าจะทำให้น้ำรินรู้สึกดี ๆ กับเขาขึ้นมาได้ง่าย ๆ เพราะเรื่องแย่ ๆ ทั้งหมดของน่านฟ้า ดูเหมือนน้ำรินจดจำเก็บเอามาใส่ใจแทบทุกอย่างเลย 

           “ น้องน้ำริน ... พี่น่านฟ้าดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคับ ” 

                       น่านฟ้าหายใจแรง ๆ ออกมาสองสามครั้งดูหวังระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นภายในใจ มือแกร่งที่โอบกอดร่างบางอย่างไม่ยอมปล่อย ถูกขยับข้างหนึ่งขึ้นไปลูบศีรษะมนสวยเบา ๆ ราวอยากปลอบประโลมให้ร่างบางภายในอ้อมแขนคลายความระแวงหวาดกลัวคนอย่างน่านฟ้าคนนี้ลงได้บ้าง 

           “ ไม่รู้สิ ผมยังไม่ได้รู้จักคนอย่างคุณขนาดนั้น ได้แค่ฟัง ๆ คนอื่นพูดกัน ซึ่งมันแทบไม่มีข้อดีอะไรเลยสักอย่าง ที่ผมควรจะเอาตัวเองเข้ามาเกี่ยวพันด้วยกับคนแบบคุณ ผมยังไม่พร้อมเจ็บ ยังไม่พร้อมจริง ๆ คุณน่านฟ้า ” 

                       คำพูดแสนบางเบาของน้ำริน ที่อยู่ ๆ ก็มีน้ำอุ่น ๆ ไหลอาบแก้มนวลแบบไม่รู้เหตุผล น่านฟ้าหัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นตระหนกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อน้ำรินเหมือนคนกำลังเจ็บปวดอะไรบางอย่างอยู่แน่ ๆ น่านฟ้าคลายอ้อมกอดทางด้านหลังออก แล้วขยับมานั่งยองตรงข้าง ๆ เก้าอี้ที่น้ำรินนั่งอยู่ 

           “ คนดี เป็นอะไรไปคับ ” 

                       เสียงทุ้มหวานถูกเอ่ยขึ้นทันที น้ำเสียงเปลี่ยนจากความทะเล้นหยอกเย้าเป็นความห่วงใยสุดหัวใจ มือแกร่งพลางลูบไล้น้ำตาซึ่งกำลังไหลอาบออกมาจากสองนัยน์ตาคู่เศร้าหมองของน้ำรินอย่างแผ่วเบา น้ำรินใช้มือเรียวปัดเอามือแกร่งของน่านฟ้าออก แล้วเอามันมาปาดเช็ดน้ำตาของตัวเอง  

           “ เปล่า ... คุณออกไปได้แล้ว ผมจะโทรสั่งอาหารแล้วจะทำงานต่อ ” 

                       น้ำรินพูดเร็ว ๆ แล้วนั่งนิ่งเงียบก้มหน้าสวยลงพื้น น่านฟ้านั่งยองมองน้ำรินอยู่พักใหญ่ สมองครุ่นคิดวุ่นวายไปหมด ทั้งสงสัยในสิ่งที่น้ำรินกำลังเป็นอยู่ ทั้งเห็นห่วงต่อความเศร้าหมองของน้ำรินตอนนี้ 

           “ เจ็บมากไหมคับน้องน้ำริน บางสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ ” 

                       เสียงทุ้มพูดนิ่ง ๆ แต่แฝงความเครือเล็ก ๆ บ่งบอกถึงความรู้สึกร่วมไปกับอารมณ์ของร่างบางตอนนี้ ว่ามันก็รู้สึกแย่พอ ๆ กัน เมื่อเห็นน้ำรินร้องไห้ออกมา มันเจ็บปวดเหมือนคนกำลังเสียใจด้วยเลย  

           “ เจ็บคับ ... มันเจ็บมาก ๆ เจ็บจนชา แล้วสักพักมันก็เจ็บใหม่อีก มันวนเวียนไปเรื่อย ๆ ซ้ำ ๆ ไม่รู้ว่ามันจะชาชินตอนไหน ผมอยากลืมความเจ็บปวดแบบนี้สักที ผมจะทนไม่ไหวแล้ว ... ” 

                       เสียงหวานเครือกลับมาอีกครั้งเหมือนคนอยากระบายอะไรออกมาให้กับใครสักคนได้ฟัง ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มหวานหูของคนที่นั่งยองอยู่ข้าง ๆ ยิ่งรู้สึกอยากระบายออกมามาก ๆ แต่ทว่ามันพูดออกมาไม่ได้มากกว่านี้ เพราะน่านฟ้ายังเป็นเพียงคนอื่นที่น้ำรินไม่มีความไว้ใจเลยสักนิด ผู้ชายคนนี้ดูน่ากลัวกว่าผู้ชายคนเดิมของน้ำรินมาก ๆ  

                       ก็อดีตคนรักเพียงจากไปเพราะความจำเป็นจากเรื่องของครอบครัว เขาคนนั้นไม่ได้เป็นคนเลวร้ายและไม่ดีสำหรับความรู้สึกของน้ำริน ทว่าตอนนี้น้ำรินก็ไม่สมควรกลับไปรักคน ๆ นั้นอีกแล้ว มันไม่ถูกต้องทั้งทางจริยธรรม และไม่ถูกต้องที่น้ำรินจะทำร้ายคนอีกหลายคนที่อยู่ร่วมกับอดีตคนรัก ซึ่งไม่ได้ร่วมทำผิดอะไรด้วยเลย น้ำรินจึงไม่อยากทำร้ายใครโดยการยินยอมเป็นอีกคนของอดีตคนรักที่แสนดีคนนั้น 

                       ส่วนผู้ชายตรงหน้าอย่างน่านฟ้า ซึ่งกำลังแสดงความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ในเวลานี้ กับมีเรื่องราวอันช่างน่าชวนสยองในการคบค้าสมาคมด้วยสิ้นดี แล้วน้ำรินจะเปิดใจให้น่านฟ้าได้อย่างไรกัน ก็มันไม่น่าไว้ใจเลย 

           “ พี่น่านฟ้าคนนี้ พอจะช่วยอะไรได้บ้างไหมคับ ” 

                       น่านฟ้าพูดถาม พลางใช้นิ้วแกร่งไล่แตะลูบไปเบา ๆ ตามพวงแก้มขาวอาบน้ำตา ซึ่งกลับมาไหลอีกครั้งจนเต็มสองพวงแก้ม น้ำรินนั่งนิ่งเพราะจนปัญญาจะตอบ เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรให้คนอย่างน่านฟ้ามาช่วยคลายความเจ็บให้เขาดีไหม ก็น่านฟ้าคนนี้ อาจจะทำให้น้ำรินเจ็บปวดหนักหว่าเดิมมากกว่าหลายเท่าหนะสิ 

           “ ช่วยอยู่ห่าง ๆ ผมก็พอ ผมไม่อยากให้คนอย่างคุณมาเพิ่มปัญหาให้กับผม ” 

                       น้ำรินเอียงหน้าสวยซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตา หันมาจ้องมองสายตาคมของน่านฟ้า แล้วกดดันน่านฟ้าด้วยสายตาหวานดูจริงจังเหมือนราวต้องการสั่งให้น่านฟ้าออกห่างเขาเสียที แต่เหมือนว่าน้ำรินจะสั่งคนอย่างน่านฟ้าไม่ได้แล้ว เมื่อความรู้สึกของน่านฟ้า มันเดินมาไกลเกินกว่าที่เขาจะถอยหลังกลับไปเริ่มต้นใหม่กับใคร 

                       น่านฟ้ายืดตัวขึ้น แล้วจรดริมฝีปากหนาทาบทับคราบรอยน้ำตาบนพวงแก้มนวลไปเรื่อย ๆ น้ำรินเหมือนคนโดนสะกดอีกครั้ง โดยปล่อยให้น่านฟ้าได้พรมริมฝีปากเร่าร้อนปลุกปลอบไปตามหน้าสวยจนถึงลำคอระหงอย่างหนำใจไร้การห้ามปรามใด ๆ เพราะเหมือนน้ำรินเองก็กำลังต้องการคนปลอบอยู่เช่นกัน 

           “ งั้นพี่คงต้องขอบอกว่า เสียใจนะคับนองน้ำริน เพราะพี่คงทำตามคำขอนั้นไม่ได้ ” 

           “ ทำไม ? มันง่ายจะตายไปสำหรับคนอย่างคุณ ก็แค่เดินออกจากห้องนี้ไป หาคนใหม่มาเป็นของเล่นชิ้นโปรดแทน ทำไมถึงต้องทำให้มันเป็นเรื่องยากด้วยคับ ” 

           “ มันยากตรง ... พี่อยู่ในเขาวงกรตของน้องน้ำรินมั้งคับ เลยยังหาทางออกไม่เจอ ” 

                       เสียงทุ้มตอบพลางยิ้มหวานออกมา น้ำรินทำได้เพียงเบือนหน้าหนีสายตาเว้าวอนของน่านฟ้าเท่านั้น น่านฟ้าถอนหายใจกับอาการของน้ำริน แล้วค่อย ๆ ยืนขึ้น พร้อม ๆ กับการดึงร่างบางของน้ำรินให้ยืนขึ้นตามมาด้วย มือแกร่งดึงร่างบางของน้ำรินเข้ามาโอบกอดอีกครั้ง มือข้างหนึ่งก็เอื้อมไปกำมือเรียวของคนในอ้อมกอดเบา ๆ ก่อนจะส่งสายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวยของร่างบาง พยายามจะสื่อความรู้สึกทุกอย่างให้น้ำรินได้สัมผัสมันให้ได้ จากภายในดวงตาคมคู่นี้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว