email-icon facebook-icon

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านและคอยสนับสนุนนะคะ ทุกคอมเมนท์เป็นกำลังใจก้อนโตให้ไรท์คนนี้ ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ VERMOUTH

ชื่อตอน : จีบครั้งที่15

คำค้น : หมอโฟร์ ลัลลลิลล์

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 599

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2564 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จีบครั้งที่15
แบบอักษร

[นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาสาระค่อนข้างรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน] 

 

15 

 

พี่แพตนี่ก็ร้ายเหมือนกันนะจิกหัวยัยนั่นแล้วลากมาตบข้างนอก โฟร์เองก็เข้าไปห้ามแต่ก็ถูกผลักออกมา ขนาดโฟร์ยังทำอะไรไม่ได้เลยแล้วคนอื่นจะทำได้เหรอ โดยเฉพาะฉันถ้าเข้าไปห้ามมีหวังโดนลูกหลงด้วยแน่ แต่ถ้าปล่อยแบบนี้ยัยนั่นตายคามือพี่แพตแน่ๆ 

เวลาที่ผู้หญิงโมโหน่ากลัวชะมัด ฉันวิ่งเข้าไปที่เกิดเหตุก่อนจะเข้าไปแยกสองคนนี้ออกจากกันทำให้เล็บของพี่แพตข่วนแขนฉันจนมีเลือดไหลซึมออกมา รู้สึกแสบนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ผละออกจากสองคนนี้ ถ้าฉันไม่บอกพี่แพตเรื่องก็คงไม่เกิด  มันเป็นความผิดของฉันเองเพราะงั้นเจ็บตัวแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก 

          “พี่แพตหยุดนะคะฉันบอกให้หยุด” ฉันตะโกนแข่งกับเสียงร้องไห้ของยัยนั่น แต่พี่แพตเองไม่มีท่าทีว่าจะรามือเลย ฉันเลยตัดสินใจใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระชากตัวพี่แพตออกมาก่อนจะเงื้อมือตบหน้าเธอฉากใหญ่เพื่อเรียกสติของเธอกลับคืนมา การที่เธอมาทำแบบนี้มันทำให้ฉันเดือดร้อนมากเลยเข้าใจมั้ยคนที่เธอรักอย่างโฟร์ก็ด้วย 

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบและไม่มีใครขยับตัวไปไหน เหมือนทุกอย่างหยุดเคลื่อนไหวทันทีที่ฉันตบหน้าพี่แพต ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้เธอก็ไม่หยุดก่อความวุ่นวายน่ะสิ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปฉันว่าเราควรเลิกรู้จักกันดีกว่า ฉันเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน สาบานเลยว่าฉันจะเลิกเป็นแม่สื่อให้เธอแล้วอารมณ์เธอมันรุนแรงมากถ้าฉันยังทำต่อฉันคงโดนไล่ออกก่อนแน่ 

          “หยุดบ้าได้แล้ว” ฉันตะโกนใส่หน้าพี่แพตอย่างเหลืออด ต่อให้เธอเก่งแค่ไหนฉันก็ไม่กลัวเธอหรอกเพราะฉันเองก็มีฝีมืออยู่เหมือนกัน “ที่พี่ทำอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ทำให้โฟร์กลับมาหาพี่หรอกนะ เขามีแต่จะรำคาญพี่มากกว่าเดิมน่ะสิ” 

          “...” 

          “เลิกตัวทำเหมือนตัวเองไม่มีค่าได้แล้ว ตีกันเพื่อแย่งผู้ชายเพียงคนเดียวมันดูสวยเหรอ มันทำให้พี่สูงส่งขึ้นมาหรือไง” 

       ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะไม่ยอมตกลงเป็นแม่สื่อให้พี่แพตเลย แต่ในเมื่อปัญหามันเกิดขึ้นมาแล้วฉันก็คงต้องรับผิด ฉันใช้มือขวาปิดบาดแผลเอาไว้ มันรู้สึกแสบขึ้นมาอย่างแรง เล็บของพี่แพตเป็นเล็บต่อมันเลยทำให้แผลมันลึกมาก 

          “รัน” โฟร์วิ่งเข้ามาหาฉันก่อนจะขอดูแขนฉันที่เป็นแผล หน้าของเขาดูกรุ่นโกรธขึ้นมา ใบหน้านี่แดงจัดจนลามไปถึงใบหูเลยล่ะ ไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไรหรือไม่เขาอาจจะโกรธที่ฉันเอาเรื่องของเขาไปบอกแฟนเก่าเขาก็ได้มั้ง โฟร์เงยหน้าขึ้นไปก่อนจะชี้หน้าพี่แพตอย่างเอาเรื่อง “เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ กล้ามากเลยนะที่มาทำร้ายผู้หญิงของผม” 

          “ฟะ...โฟร์” พี่แพตเหมือนไปต่อไม่ถูกเมื่อโดนโฟร์ชี้หน้าด่าแบบนี้ แถมเขายังโกรธจัดอีกด้วย ผู้หญิงที่เขาพูดถึงคงเป็นยัยนั่นที่ถูกกระชากตบอย่างเอาเป็นเอาตาย พี่แพตเองก็คงไม่เคยถูกโฟร์ด่าขนาดนี้สินะถึงได้ทำหน้าถอดสีขนาดนี้ 

          “ออกไปให้หมดทุกคน” เขาตวาดไล่พี่แพตและคนอื่นๆ ออกไปจากห้อง ร่วมถึงผู้หญิงที่เขาเพิ่งร่วมเตียงกันเมื่อกี้ด้วย  

ฉันมองหน้าโฟร์อย่างงงๆ แทนที่เขาจะโกรธฉันที่บอกพี่แพต เขากลับโกรธคนอื่นแทนซะงั้นไหนจะยังมองดูแผลฉันอย่างเป็นห่วง ช่วงนี้ดูเหมือนว่าฉันจะเจ็บตัวบ่อยเหมือนกันนะ ตั้งแต่ที่รู้จักผู้ชายที่ชื่อโฟร์ฉันก็มีเรื่องให้ลุ้นตลอดเวลาเลยว่าตัวเองจะโดนแกล้งเมื่อไหร่ จะเจ็บตัวตอนไหน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะอยู่ห้องกับเชอรี่เหมือนเดิมดีกว่า 

          หลังจากที่ทุกคนยอมล่าถอยออกไปก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ตอนนี้โฟร์ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขานั่งยองๆ ตรงหน้าฉันที่นั่งอยู่ที่เตียงของเขา เขาลูบแผลฉันเบาๆ เพื่อดูว่ามันลึกมากแค่ไหน ที่จริงมันก็ไม่ลึกมากขนาดนั้นหรอก มันก็แค่แสบๆ ตรงบริเวณแผลเท่านั้น นี่ก็ไม่รู้ว่าฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงจุดที่ต้องมายอมให้โฟร์เข้าใกล้ได้มากขนาดนี้ 

          “ไปห้องพยาบาลมั้ย?” 

          “ไม่อ่ะ แผลแค่นี้ไม่เจ็บหรอก” ฉันดึงมือตัวเองออกจากมือของโฟร์ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะเดินไปที่เตียงของตัวเอง แต่โฟร์กลับดึงมือฉันเอาไว้ไม่ยอมให้ไป เขาลุกขึ้นมานั่งข้างฉันที่ไม่ยอมสบตากับเขา ฉันทำหน้าไม่ถูกน่ะสิเวลาที่มองหน้าเขา วันนี้มันเกิดเรื่องราวมากมายจนฉันยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยอะไรกับเขาตอนนี้ 

          “นี่ไม่ต้องทำเป็นเก่งทุกเรื่องก็ได้นะ” ฉันเงยหน้ามองโฟร์ที่พูดเหมือนรู้ทัน ก็เห็นว่าเขาเองก็กำลังมองฉันอยู่เหมือนกัน ฉันไม่เถียงหรอกนะว่าตัวเองไม่เจ็บ เพราะแผลที่หัวเข่าก็ยังไม่หายไหนจะมามีแผลใหม่อีกล่ะ นี่ต้องดวงซวยขนาดไหนถึงจะเจอเหมือนฉันได้ “เป็นห่วงรู้เปล่า?” 

          “ขอบใจ” คิดหาคำพูดที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วอ่ะ ตอนนี้จะว่าโกรธเขาก็โกรธ จะว่าไม่โกรธมันก็ไม่โกรธ ฉันก็งงใจกับตัวเองจริงๆ ว่ารู้สึกยังไงอยู่ตอนนี้ แต่ดีนะที่เมื่อกี้ไม่มีคนมาเห็น ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องใหญ่เลย 

          “แค่นี้?” 

          “จะให้ฉันพูดอะไรล่ะ ก็ขอบใจที่เป็นห่วง” 

          “ไม่เขินเลยเหรอ?” ทำไมต้องทำหน้างงด้วย เขาแสดงความเป็นห่วงก็ต้องขอบใจไง แล้วทำไมฉันต้องเขินโฟร์ด้วยล่ะ ในเมื่อฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา และเรื่องที่เขาเป็นห่วงฉันมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วเพราะเราพักอยู่ด้วยกันการที่มาเห็นคนหนึ่งเจ็บก็ต้องแสดงความเป็นห่วงสิ 

          “ทำไมต้องเขินด้วยอ่ะ?” 

          “เธอนี่มันเย็นชาโคตรเลยว่ะ” 

อ้าว! ฉันไม่ใช่คนเย็นชานะ แค่ฉันไม่เขินเขาแค่นี้ก็กลายเป็นคนเย็นชาแล้วเหรอ โฟร์ทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันและฝังจมูกลงบนแก้มฉันโดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว 

          “นี่นาย” ฉันกำลังจะหันไปด่าเขาที่ลวนลามฉันแบบนี้ แต่พอหันไปเขาก็ก้มลงมาประกบปากกับฉันทันที คำพูดที่จะต่อว่าเขากลืนลงคอไปจนหมด เขาไม่ได้แค่จูบเฉยๆ นะแต่เขายังพยายามแทรกเรียวลิ้นของเขาเข้ามาในปากของฉัน ทำเอาฉันสำลักออกมาเมื่อถูกลุกล้ำแบบนี้ 

          “เบบี๋ชะมัด” โฟร์ส่ายหัวเหมือนดูถูกว่าฉันไม่ได้เรื่องเลย แต่รู้อะไรมั้ยการที่เขาทำแบบนี้มันเป็นการไม่ให้เกียรติฉันเป็นครั้งที่สอง แค่เขาพาผู้หญิงเข้ามานอนในห้องมันก็ไม่ให้เกียรติกันมากพออยู่แล้ว แต่นี่กลับมาทำแบบนี้กับฉัน 

          เพียะ!!! 

          ฉันฟาดมือลงบนหน้าของโฟร์อย่างแรง ก่อนจะลุกเดินไปที่เตียงของตัวเองโดยที่ไม่พูดอะไร การที่ฉันเงียบเขาคงรู้แล้วล่ะว่าฉันตบเขาเพราะอะไร โฟร์หันหน้ามามองฉันก่อนจะตะโกนขึ้นมาคำหนึ่ง มันเป็นคำที่ฉันไม่คิดว่าเขาจะพูดมันออกมาด้วยซ้ำ แอบตกใจเหมือนกันนะเนี่ย 

          “ขอโทษครับ” เขาทำสายตาออดอ้อนเพื่อที่จะให้ฉันยกโทษให้เขา ที่จริงฉันไม่ใช่คนที่ชอบโกรธใครพร่ำเพรื่อหรอกนะ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่จนฉันรับไม่ได้ ถ้าฉันเฉยกับการกระทำของเขาเขาก็จะคิดว่าฉันชอบให้เขาถึงเนื้อถึงตัวฉัน 

อยู่ใกล้กันแค่นี้ทำไมต้องตะโกนด้วยก็ไม่รู้ เขาเดินมานั่งคุกเข่าต่อหน้าฉันพร้อมกับประสานมือไว้ตรงหน้าโค้งคำนับขอโทษฉันเหมือนตัวเองรู้สึกผิดจริงๆ แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดหรอก ดูหน้าก็รู้แล้วว่าไว้ใจไม่ได้ 

          “ทำอะไรของนาย” 

          “ขอโทษเธอไง” 

          “ลุกขึ้นมาเหอะฉันไม่ซึ้ง” ฉันเมินหน้าไปทางอื่นเพื่อที่จะเก็บของให้เข้าที่ให้เรียบร้อย โฟร์เดินข้ามเขตมาหาฉันแถมยังถือวิสาสะนั่งบนเตียงของฉันด้วย ฉันหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างไม่ชอบใจ ฉันยังไม่อนุญาตให้เขานั่งเลยนะ รู้สึกว่าเขาจะไม่ได้ทำตามข้อตกลงของเราเลย 

          “หึงเหรอ?” หน้าอย่างฉันน่ะเหรอจะหึงเขา ใช้ตาอะไรดูว่าฉันแสดงออกแบบนั้น นี่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเขาก็คิดเองเฉยเลยว่าฉันหึงเขา อ้อ! คงจะเป็นตอนที่ฉันร้องไห้ต่อหน้าเขากับผู้หญิงคนนั้นสินะ ก็มันโมโหนี่มันโกรธจนร้องไห้อ่ะ ฉันไม่ได้หึงเขาเลยสักนิด “มันก็แค่อารมณ์พาไปก็เท่านั้นเอง อย่าหึงเลยนะจ๊ะ” 

          “ไม่ตลก” ฉันผลักหน้าเขาให้ออกไปไกลๆ เพราะถ้าเขาเข้าใกล้มากกว่านี้ฉันเองก็กลัวใจตัวเองเหมือนกัน นี่ใจมันก็เต้นใจแรงกับเขายังไงไม่รู้ แค่รู้ว่าตัวเองจะหวั่นไหวกับเขาฉันก็ไม่โอเคแล้วอ่ะ 

          “เธอเคยสังเกตตัวเองมั้ยรันนี่ว่าเธอเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีหัวใจ” น้ำเสียงของโฟร์ติดจริงจังขึ้นมาทำให้ฉันหันไปมองเขา และใบหน้าของเขาก็อยู่ใกล้หน้าฉันไม่ถึงคืบ นี่ถ้าเขาโน้มหน้าลงมาอีกนิดเราได้จูบกันรอบที่สองแน่ “เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีความรู้สึก” 

          “...” 

          “ฉันอยากรู้ว่าหัวใจของเธอมันยังเต้นอยู่หรือเปล่า” ไม่พูดเปล่าแต่โฟร์กลับยื่นมือมาทาบทับที่หน้าอกข้างซ้ายของฉันเพื่อที่จะสัมผัสมันว่าหัวใจฉันมันยังเต้นอยู่หรือเปล่า มันต้องเต้นสิเพราะฉันยังไม่ตายและยิ่งเขาทำแบบนี้มันก็ยิ่งเพิ่มอัตราการเต้นแรงขึ้นและเต้นถี่ขึ้นจนฉันเริ่มกลัวใจตัวเองว่าอาจจะตกหลุมพรางเขา “เต้นแรงซะด้วยว่ะ” 

          “...” 

          “ฉันชอบเธอ” 

 

 

:::สปอยล์ตอนต่อไป::: 

“ผมชื่อต้านะครับเรียนอยู่มอหกแล้ว คือว่าผมน่ะ...” 

“น้องมีอะไรกับพี่หรือเปล่า?” เมื่อเห็นว่าต้าเงียบฉันก็เลยถาม 

ต้าหน้าแดงขึ้นมาจนฉันสังเกตเห็นได้ชัดเจน ไม่บอกก็รู้ว่าเขินมากแค่ไหน ฉันยังไม่ได้อ่อยน้องเขาเลยนะอย่างเพิ่งเขินสิ 

“ผมชอบพี่นะครับ” 

 

 

-โปรดติดตามตอนต่อไป- 

VERMOUTH 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว