facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 372

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2564 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12.1
แบบอักษร

12.1 

  

  

              ยามเย็นวันนี้ห้องนอนกว้างขวางภายในวิลล่า ณ นิวยอร์ก ดูเงียบสงบกว่าปกติ เมื่อรติชาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแต่ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกสบายใจ และปลอดโปร่งมากกว่าปกติเล็กน้อย เพราะหากเจ้าชายโซเดอร์วิลอยู่ด้วยกัน เธอคงไม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือนั่งขีดเขียนวาดรูปเล่นเช่นนี้ 

              “ซุปไก่น้ำใสตามที่สั่งค่ะเลดี้” มาธาเคาะประตู ก่อนจะเปิดเข้ามาในส่วนนั่งเล่นภายในห้องนอนของเจ้านาย และเดินไปมุมที่ตั้งชุดโต๊ะเก้าอี้สองที่นั่ง สำหรับนั่งรับประทานอาหารได้สะดวก พลางวางถาดถ้วยซุปไก่ใส่ผักหลายชนิดชามโต พร้อมแก้วน้ำผึ้งมะนาวอุ่นๆ บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย 

              “ขอบคุณค่ะมาธา...” เอ่ยบอกตามประสาพร้อมรอยยิ้มสดใส “เก็บกระเป๋าหรือยังคะ” 

              “เรียบร้อยแล้วค่ะ ตื่นเต้นเหมือนกัน ดิฉันกับมาตินไม่เคยไปเมืองไทยเลย” บอกเล่าแล้วหล่อนก็ยิ้มในหน้ายืนมองดูคนรักสาวของเจ้าชายของตนเองลุกจากโซฟานั่งเล่นมานั่งรับประทานซุปเงียบๆ 

              “ฉันไม่ได้ไปเมืองไทยนานมากๆ แล้ว จนแทบจะลืมไปหมดเลยว่าเป็นยังไงแบบไหนบ้าง” เธอเอ่ยแล้วก็ยกยิ้มด้วยระลึกถึงมารดา “ถ้าแม่ยังไม่ตายคงได้กลับเมืองไทยสองถึงสามปีครั้งแล้วแหละ...” 

              รติชายิ้มกับมาธาที่ไม่ได้พูดสิ่งใดต่ออีก ผู้อาวุโสกว่าเพียงแค่ยกยิ้มส่งกำลังใจให้เธอเงียบๆ อย่างมีมารยาท และเธอเองก็ไม่มีอะไรจะเอ่ยเช่นกัน เลือดครึ่งหนึ่งในร่างกายก็เป็นเลือดเนื้อจากมารดาที่เป็นคนไทย แต่ท่านก็มาอยู่ที่นี่กับบิดาตั้งแต่ยังสาวแรกรุ่น การไปเมืองไทยของเธอช่วงวัยเด็กที่พอจำได้ก็เพียงไปที่วัดเพื่อทำบุญ และเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่พวกท่านพาไป 

              “เลดี้จำอะไรตอนเด็กๆ ก่อนพ่อแม่เสียชีวิตได้บ้างไหมคะ มีญาติที่เมืองไทยหรือเปล่า” มาธาเอ่ยถามอย่างเรียบร้อย 

              “ไม่มีญาติแล้วค่ะ ฉันจำได้แม่นเลยแหละ แม่บอกว่าไม่เหลือใครแล้วรู้จักกับพ่อผ่านทางโบสถ์ฝรั่งเรื่องช่วยเหลือเด็กกำพร้าสมัยนั้นว่าจะพาไปเป็นลูกบุญธรรมพวกฝรั่งทำนองนั้น แม่เลยคิดว่าถ้าของานทำแล้วมาที่นี่น่าจะหาเงินได้เยอะ แต่พอมาที่นี่ก็แบ่งแยกชนชั้นและเชื้อชาติหนักกว่า แม่บอกว่าโชคดีที่พ่อดูแลและช่วยเหลือกันอย่างดี ก็เลยตกลงแต่งงานกันค่ะ ฉันจำได้ว่าเวลาไปเมืองไทยก็แวะไปวัด แล้วก็เที่ยวปกติ” เธอเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้รับฟังมาจากบุพการีแล้วยิ้มเล็กน้อย “พ่อกับแม่แค่อยากให้รู้ว่าฉันเป็นลูกครึ่ง ก็พยายามเก็บเงินและบินไปเมืองไทยสม่ำเสมอค่ะ ถึงไม่ได้ไปทุกปีแต่ตอนฉันเด็กๆ ก็ได้ไปหลายครั้งเหมือนกัน” 

              “เลดี้จิตใจดีและมองโลกแง่ดี แต่ก็อยู่ในหลักความจริงแบบคุณพ่อคุณแม่นี่เอง” มาธาชมเชยด้วยรอยยิ้มและก้มศีรษะเล็กน้อยให้เจ้านายสาวคนนี้ที่รับรู้ดีว่าเจ้าชายของหล่อนรักใคร่มากเพียงใด และเวลาที่หล่อนได้ดูแลใกล้ชิดก็ทำให้เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวธรรมดาคนนี้ถึงเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้ชั่วข้ามคืน 

  

  

              พระราชวังหลวงแห่งจักรวรรดิคีทเงียบสงบเป็นปกติในยามเย็นหลังเวลาเลิกงานราชการ ดวงอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงไปทางขอบฟ้าส่องแสงสีส้มสว่างจ้าส่งสัญญาณก่อนลาลับเมื่อใกล้หมดเวลากลางวัน ทำให้ภายในห้องทรงงานของเจ้าชายโซเดอร์วิลเริ่มมืดมัวเล็กน้อย จนดวงพระเนตรสีเทาอมฟ้าเหลือบทอดมองเวลาบนนาฬิกาแขวนผนังเรือนโต 

              “เลออนเปิดไฟหน่อย” รับสั่งพลางเหลือบทอดพระเนตรองครักษ์คนสนิทรับคำและลุกจากโต๊ะทำงานมุมห้องก้าวไปทำตาม ก่อนจะก้มพระพักตร์ลงหาเอกสารตามเดิม พระหัตถ์ข้างหนึ่งจับปากกาหมุนเล็กน้อยระหว่างทรงอ่านรายละเอียดต่างๆ และจรดปลายปากกาเซ็นพระนามเมื่ออ่านจบแล้ว “อีกครึ่งชั่วโมงนายเตือนให้ฉันโทร.หาติชาด้วย” 

              “พะยะค่ะฝ่าบาท” รับกระแสรับสั่งแล้วหากก็เบ้ปากหมั่นไส้ 

              “หมั่นไส้ฉันมากๆ ระวังจะหาแฟนไม่ได้และขึ้นคานคนเดียวนะ เลออน” รับสั่งพร้อมยกมุมพระโอษฐ์เยาะไปหาคนสนิท จนอีกฝ่ายก็ทำปากยื่นเล็กน้อย 

              “เรื่องโรงแรมที่เมืองไทยจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เมื่อเงียบไปพักใหญ่ก็รับสั่งถามถึงเรื่องการพักแรมยังเมืองที่ไม่ค่อยถนัดนักอย่างเมืองไทยขึ้น 

              “เรียบร้อยพะยะค่ะ กระหม่อมจองห้องรอยัลสวีต ซึ่งแยกห้องนอน ห้องรับประทานอาหาร ห้องทำงาน และห้องน้ำกว้างมากๆ ให้กับฝ่าบามและเลดี้อแล้ว ส่วนอีกห้องสำหรับกระหม่อมกับมาตินและมาธา ก็เลือกห้องสวีตแบบสองห้องนอนตามที่ฝ่าบาทแนะนำ ซึ่งกระหม่อมระบุกับเจ้าหน้าที่โรงแรมไปแล้วว่าทางเราไปอย่างส่วนตัว” ทูลแล้วเลออนก็ก้มศีรษะพร้อมรอยยิ้ม 

              “ดี...วิวแม่น้ำเจ้าพระยาของโอเรียลเต็ลคงสวยตามภาพโฆษณา และทำให้ติชาผ่อนคลายได้” ตรัสอย่างคาดหวังไว้และสรวลอย่างพอพระทัย พลางทรงงานเอกสารต่อ 

              “อ๋อ...เอกสารที่ฝ่าบาททูลเสนอพระนางเจ้ากระหม่อมเจอคุณเลขาเมื่อเที่ยงเห็นว่าพอพระทัย แต่น่าจะปรับแก้ข้อความระเบียบเล็กน้อยพะยะค่ะ” เลออนทูลเมื่อนึกขึ้นได้ 

              “อือ...ก็คงให้ท่านแม่จัดการต่อไปเลย เพราะยังไงเรื่องเพิ่มทุนการศึกษาเกี่ยวกับการแสดงและงานศิลปะที่นิวยอร์กก็ต้องผ่านท่านแม่โดยตรงอยู่ดี” รับสั่งพลางพยักพระพักตร์เข้าพระทัย 

              “ฝ่าบาทวางแผนไว้รอให้เลดี้ติชามาสานงานทางนี้ต่อใช่ไหมพะยะค่ะ” 

              “ใช่...แต่ก็ยังกังวลว่าติชาอยากจะแต่งงานตอนไหน” รับสั่งจบก็ยักพระอังสาเล็กน้อย ก่อนทอดพระเนตรเอกสารต่อเงียบๆ ไม่นานก็ตรัสขึ้นอีก “ฉันไม่อยากให้ติชาหงอยแบบเมย์เบลนะ” 

              “พระชายาองค์รัชทายาทไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วนะฝ่าบาท จะทรงงานนานๆ และมากๆ ก็ไม่น่าจะไหว” ทูลตามที่คิดแล้วชายหนุ่มก็วางเอกสารเรื่องกองอัศวินลง “ยิ่งทรงพระครรภ์ก็เห็นชัดเลยว่าพระชายาเมย์เบลค่อนข้างน่าห่วงนะพะยะค่ะ” 

              “ก็จริง หวังว่าการคลอดจะผ่านไปด้วยดี และปลอดภัยทั้งแม่ลูก ไม่งั้นท่านพี่คงปวดใจมากทีเดียว” รับสั่งอย่างทรงทราบดีถึงความรักที่พระเชษฐามีต่อพระเชษฐภคินี “โทร.หาติชาบ้างดีกว่า” 

              “อ้าว...รับสั่งถึงพระชายาเมย์เบลอยู่ดีๆ ก็หันไปหาเลดี้ติชาซะได้” เลออนทำบ่นพึมพำ 

              “ฉันก็ต้องรักเมียของฉันสิ ส่วนพี่สะใภ้ฉันก็แค่ห่วงใยตามฐานะคนในครอบครัว” รับสั่งแล้วก็สรวลทะเล้น ระหว่างพระหัตถ์ใหญ่จับเครื่องมือสื่อสารกดรายการวิดีโอคอลไปหาหญิงสาวคนรักทันที “นายก็กลับไปพักได้แล้วไป!” 

              “พะยะค่ะ” เมื่อโดนไล่ก็ทำได้เพียงจัดเก็บเอกสารใส่แฟ้มและหอบออกจากห้องทรงงานของเจ้าชายไปเงียบๆ เพื่อให้มีเวลาส่วนพระองค์ในการสนทนากับคนรักสาว 

  

…… 12.1 …… 

  

เจ้าชายเขาคลั่งรักหนูติชาอะนะเลออน ตัวเองก็ไปหาแฟนบ้างสิ หุหุ 

 

เรื่องนี้เปิดจองเล่มแล้วนะคะ ติดตามรายละเอียดได้ที่เพจติกาหลังค่ะ ^__^ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว