ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : THE END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.2k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2559 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE END
แบบอักษร

 

แก้คำผิดเองนะจ๊ะ ขอโทษแรงๆ

ขอโทษน๊า แก้ไม่ไหวจริงๆ

THE END

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/100371/994550207-member.jpg

 

 

“ไมล์…ไมล์ ไปกินข้าวเย็นกันเถอะ”  เทวินท์เอ่ยปากชวนร่างระหงที่นั่งกอดเข่าพิงต้นไม้ใหญ่ และเธอก็ยังคงไม่หันมาสนใจร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

“ไมล์เอมมี่”  เขาเรียกอีกครั้งเมื่อเธอยังคงนิ่งเฉย เทวินท์ก้าวเท้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ และนั่นก็ทำให้เขาได้รู้ว่าไมล์เอมมี่กำลังร้องไห้ ร่างสูงรีบย่อตัวลงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอทันที เขาใช้นิ้วมือเรียวๆปาดน้ำตาให้เธออย่างแผ่วเบา แต่ทำได้เพียงไม่นานนักเธอก็ปัดมือเขาออก

 

“เราอยากอยู่คนเดียว”  

 

“แต่นี่มันเย็นมากแล้วนะ...อีกไม่นานก็จะมืดแล้ว เธออย่ามาอยู่ตรงนี้เลย...มันอันตราย”  เทวินท์บอกเสียงอ่อน เขาเองก็ไม่ได้มีความสุขนักหรอก ติดจะทุกข์ทรมานใจด้วยซ้ำไปที่ไมล์เอมมี่ไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ ทั้งๆที่เขาก็สารภาพความจริงจากใจให้เธอรับฟังไปหมดแล้ว

 

“เราอยากกลับบ้าน...ฮึก...คิดถึง...ฮึก”  เสียงสั่นเครือของเธอทำให้เทวินท์รู้สึกแย่ ยิ่งรับรู้ว่าเธอไม่มีความสุขที่ต้องมาอยู่กับเขาที่นี่ก็ยิ่งทุกข์ทรมานใจ

 

“แต่ที่นั่นไม่มีใครอีกแล้วนะไมล์...ตอนนี้เธอเหลือแค่ฉันกับฮาโมนี่”

 

“ฮึก…เราไปบอกฮาโมนี่แล้วว่าวาเรนฟลอไม่เหลือใครอีกแล้ว แต่เธอก็ไม่เห็นจะทุกข์ร้อนอะไรเลย...ฮึก...นั่นนะ ท่านพ่อท่านแม่แล้วก็พี่น้องเราทั้งนั้นเลยนะ”

 

“ฮาโมนี่คงเสียใจ แต่ก็ไม่อยากแสดงมันออกมามากจนเกินไป คงกลัวว่าเธอจะรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้น่ะซิ...อย่าคิดมากเลยนะ”  เขาพยายามพูดปลอบใจเธอ ในเวลานี้ไมล์เอมมี่ดูไม่มีความสุขและไม่มีความสดใสอย่างที่เคยเป็นเลยแม้แต่น้อย

 

“เราอยากกลับบ้าน...ฮึก...อยากกลับไปอยู่ที่นั่น...ฮึก...ขอร้องล่ะนะเทวินท์ พาเรากลับไปเถอะ”

 

“เธอไม่อยากอยู่ที่นี่เลยเหรอ?...ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่นี่มีแต่เรื่องเลวร้ายสำหรับเธอซินะ...ฉันขอโทษจริงๆไมล์...แต่ฉันสัญญา จะไม่ทำให้เธอเสียใจหรือต้องเจ็บปวดอีก...อยู่กับฉันเถอะนะ”  เสียงห้าวเอ่ยเบาๆระคนที่กำลังจะหมดเรี่ยวแรง ดวงตาของเขานั้นมีน้ำตาคลอ แต่ก็ต้องพยายามไม่ให้ตัวเองแสดงท่าทีอ่อนแออกมาให้เธอได้เห็น

 

“เทวินท์...ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่ดีหรอกนะ แต่เราอยากกลับบ้าน...บ้านของเราน่ะ”  

 

“เข้าใจหน่อยซิไมล์...ที่นั่นไม่่ปลอดภัยอีกแล้ว และตอนนี้ไฟก็คงลุกลามจนวาเรนฟลอไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้วล่ะ”  

 

“ฮึกๆ…หมายความว่าเรา...ยังไงเราก็ไม่มีทางได้กลับไปที่นั่นอีกแล้วใช่มั๊ย?”  ไมล์เอมมี่เอ่ยถามเขาด้วยความสิ้นหวัง ความหวังที่จะกลับไปบ้านเกิดที่แสนรักของเธอสักครั้ง มันคงจะเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว...เทวินท์ไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่พยักหน้าช้าๆแล้วรั้งร่างระหงมากอดไว้หลวมๆ 

 

“ฉันคงปล่อยเธอกลับไปไม่ได้...แต่ฉันก็จะพยายามเปลี่ยนทุกอย่างของที่นี่ให้เหมือนวาเรนฟลอให้มากที่สุด...ถ้าเธอชอบดอกกุหลาบสีขาว ฉันก็จะทำให้เธอ...อะไรที่เธอชอบ ที่เธอรัก...ฉันจะหามาให้...อยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะนะ”  

 

“เธอไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้...อย่าลำบากเลย เราเข้าใจแล้วล่ะ...เราคงหวังมากเกินไป”  ไมล์เอมมี่ผละออกมาจากอ้อมอกของเขาแล้วเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ไว้

 

“ไม่ลำบากเลยสักนิด...ขอแค่เธอกับลูกอย่าทิ้งฉันไปก็พอ...ฉันเองก็ไม่เหลือใครแล้วเหมือนกัน มีแค่เธอกับลูกเท่านั้น...ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไปไหนเลยนะ”  เขาอ้อนวอนเธอด้วยสายตาเศร้าๆและน้ำเสียงสั่นๆ จนเธอใจอ่อนยวบ

 

“เราไม่ไปก็ได้”  เสียงหวานเอ่ยขึ้นเบาๆ...ร่างสูงรั้งเธอมากอดไว้แนบอกอีกครั้ง เขาพาเธอมาในที่ๆถูกจัดเตรียมไว้เป็นสถานที่สุดโรแมนติคสำหรับใช้ดินเนอร์กับเธอในค่ำคืนนี้ที่เมืองปีศาจ

 

“นั่งลงซิ”  เทวินท์เลื่อนเก้าอี้ให้ร่างระหง เธอก็นั่งลงแต่โดยดี สายตาของเธอทอดมองแสงเทียนที่ส่องสว่างอยู่ทุกมุมของป่าและตรงกลางโต๊ะอาหาร

 

“ไมล์…เธอท้องแล้ว เธอจะกินอย่างเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นลูกจะไม่แข็งแรง”  ร่างสูงพูดพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอ เขาตักอาหารใส่จานของไมล์เอมมี่ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเธอและลูกน้อยในครรภ์ 

 

“เรา…”  ไมล์เอมมี่อึกอัก เพราะรู้ดีตัวเองกินอาหารนอกเหนือจากผักผลไม้ไม่ได้...แต่ก็ไม่อยากจะทำให้เขาเสียน้ำใจ มือบางค่อยๆจับส้อมและใช้มันจิ้มเนื้อไก่ชิ้นเล็กที่วางอยู่ในจาน และพออ้าปากรับเนื้อไก่ชิ้นนั้นเข้าไป ยังไม่ทันจะกลืนลงท้องได้ เธอก็เกิดอาการพะยืดพะอม คลื่นไส้ อาเจียนตามมาเป็นลำดับ จนเทวนิท์ต้องรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วรีบไปลูบหลังให้เธอที่หันไปโก่งคออาเจียนอย่างน่าสงสาร

 

“ไมล์…ไหวมั๊ย ไมล์…ไมล์…เป็นยังไง?”  

 

“เรา…ไม่ไหว...เวียนหัวเหลือเกิน”  เสียงแผ่วๆของเธอทำให้เขาเป็นห่วงจับใจ ร่างระหงทรุดตัวลงกระทันหัน ร่างสูงที่ยืนประคองเธออยู่ด้านหลังต้องรีบโอบกอดเธอไว้แล้วเขาก็จำต้องทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าและชันเข่าขึ้นตั้งฉากกับพื้นข้างหนึ่งเพื่อให้เธอนั่งลงบนหน้าขาแข็งแรง

 

“เรากินไม่ได้หรอก”  เธอบอกเขาด้วยเสียงสั่นเครือ แล้วโน้มหน้าซบไหล่กว้างไว้เมื่อรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนเกินจะทนไหว

 

“ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรนะ กินไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”  เทวินท์พูดพลางส่ายหน้าน้อยๆ เขาเช็ดหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ไหลลงมาจากหน้าผากมนให้เธอด้วยความอ่อนโยน

 

“ดีขึ้นบ้างมั๊ย?”  

 

“นิดหน่อยน่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันพาไปนอนพักนะ”  เขาสรุปแล้วโอบอุ้มร่างระหงกลับเข้ามานอนพักบนเตียงกว้าง เทวินท์หันมาหยิบจานผลไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวกลาง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งลงบนเตียงข้างๆไมล์เอมมี่...ด้วยความเป็นห่วงทั้งเธอและลูก เขาก็อยากให้เธอได้กินอะไรบ้าง แม้ว่ามันจะไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรตกลงไปถึงท้องเธอเลย

 

“องุ่นเปรี้ยวๆแบบนี้คงจะถูกปากคนท้องนะ...ลองดูหน่อยมั๊ย?”  

 

“เรากินเองได้”  เธอบอกเขาด้วยความเกรงใจ ถึงแม้ว่ามือน้อยๆจะสั่นสะท้านไปหมดแล้วก็ตาม

 

“ไมล์…ทำไมเธอตัวเย็นขนาดนี้? นี่เธอไม่สบายหนิ”  เทวินท์รับรู้ความผิดปกติของร่างกายเมียแสนรัก เขาก็ร้อนใจ และคงต้องรีบไปตามฮาเก้นมาดูอาการเธอ แต่จะให้เขาไปตามก็คงจะอดใจรอไม่ไหว...ร่างสูงหลับตาลงแล้วพึมพำเบาๆ ไม่นานนักฮาเก้นก็ปรากฏขึ้นในห้องนอนของเขา

 

“เรียกฉันมามีอะไรเทวินท์?”  ร่างสูงที่เพิ่งมาถึงเอ่ยถามยังหงุดหงิด เพราะเขากำลังสนุกอยู่กับวาเนสซ่า แต่ก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน

 

“ไมล์ไม่สบาย...แกช่วยดูให้หน่อยซิ...ฉันว่า ฉันคงรักษาเธอไม่ได้...รบกวนแกหน่อย”  

 

“ตัวเย็นมาก”  ฮาเก้นเอ่ยขึ้นหลังจากที่สังเกตอาการของเธอเพียงน้อยนิด เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเธอเป็นอะไร

 

“แล้วต้องทำยังไงวะ?”  เทวินท์ร้อนใจและเริ่มอารมณ์เสียเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกวิธีรักษา

 

“มันเป็นอาการของเธอที่เธอจะต้องเป็น...จะว่าปกติก็ปกติ จะว่าไม่ปกติก็ไม่ปกติว่ะ”

 

“ไอ้ฮาเก้น...ฉันไม่ได้ตามแกให้แกมากวนประสาทฉันในเวลานี้หรอกนะ...เมียฉันไม่สบายอยู่”

 

“เออๆๆ...ฉันก็กำลังจะบอกแกนี่ไง ที่ไมล์เอมมี่ไม่สบายแบบนี้ก็เพราะลูกในท้องนั่นแหละ...แม่ที่ไม่ใช่ปีศาจด้วยกัน จะมีผลแบบนี้...ร่างกายของเธอจะเย็นจัด พอสามสี่เดือนผ่านไปก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง”  ฮาเก้นอธิบายรวดเดียวจบ เขาเองก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไร เพราะรู้ดีว่าเทวินท์คงทำให้เธอหายได้ไม่ยาก

 

“สามสี่เดือนเลยเหรอ?...แล้วต้องกินยาอะไร?”

 

“ไม่รู้จะให้กินยาอะไรว่ะ...ในตำราที่พ่อให้ฉันมา บอกว่าแม่แกเคยเป็นแบบนี้...แล้ววิธีรักษา ก็ทำให้ร่างกายเธออุ่น อาการทรมานก็จะทุเลาลง”

 

“นี่ฉันต้องก่อไฟแล้ว...”

 

“เทวินท์...แกช่วยเธอด้วยวิธีที่ง่ายกว่านั้นได้น่ะ...ฉันไปล่ะนะ”  ฮาเก้นพูดจบก็หายตัวไปในอากาศ...เทวินท์ทบทวนกับคำพูดเของเพื่อนได้สักพัก ก็กระจ่างว่าต้องดูแลไมล์เอมมี่ด้วยวิธีไหน

 

“ไมล์…หนาวรึเปล่าหืม?”  เขาขยับเข้าไปใกล้ๆเธอ ร่างสูงโน้มตัวลงไปใกล้ๆร่างระหงจนปลายจมูกแตะลงที่พวงแก้มนุ่มนิ่ม

 

“หนาว” เธอพึมพำในลำคอ...ไมล์เอมมี่พลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเขาเมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมา เทวินท์เองก็ค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆเธอหลังจากที่เขาถอดเสื้อออกไปแล้ว

 

“ฉันอยู่นี่แล้วนะ...อดทนเดี๋ยวเดียวครับ”  สิ้นคำพูดของเขา เขาก็ปลดเกาะอกสีขาวของเธอออก ตามด้วยชุดชั้นในสีอ่อน เทวินท์โอบอุ้มร่างระหงให้เธอขึ้นมานอนเกยอยู่บนแผงอกของเขา อกอวบของไมล์เอมมี่บดเบียดอยู่กับแผงอกที่อุ่นระอุ มันช่วยคลายความหนาวเหน็บให้เธอได้เป็นอย่างดี จนเจ้าหล่อนเผลอกอดคอเขาไว้เพราะต้องการจะกอบโกยไออุ่น

 

“เราหนาว”  เสียงหวานๆที่ติดจะสั่นเครือร้องบอกเขาชิดใบหูของร่างสูง เทวินท์ได้ยินดังนั้นก็ยกมือกร้านๆขึ้นมาลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนของเธออย่างแผ่วเบา เขาชันเข่าขึ้นมาตั้งฉากกับพื้นข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างยังคงเหยียดไว้อย่างนั้น ร่างสูงนอนราบอยู่บนเตียงกว้างโดยมีร่างระหงนอนคว่ำทับร่างของเขาอยู่ด้านบน 

 

“เราหนาว”  ไมล์เอมมี่ร้องบอกว่าหนาวๆ ส่วนเทวินท์กลับรุ่มร้อนไปทั้งร่าง กายแกร่งที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อดีก็เริ่มจะลุกโชนขึ้นมาแล้ว มันดันต้นขาของเธอเพราะด้วยความที่ไมล์เอมมี่สูงไม่เท่ากับเทวินท์ จุดกลางกายของทั้งคู่ก็เลยไม่ตรงกันพอดีนัก

 

“ฉันนี่ร้อนจนแทบจะไหม้อยู่แล้ว...รู้มั๊ย?”  เขาแกล้งถามเธอให้เธอหน้าแดงเล่นๆ มือหยาบเลื่อนต่ำลงไปถึงก้นงอนงามของเธอที่ถูกปิดบังด้วยกระโปรงสั้นสีขาวที่มันพองๆ ซึ่งเทวินท์ชอบที่เธอแต่งตัวแบบนี้ เขาก็เลยให้เธอแต่งตัวสไตล์นี้ในทุกๆวันที่อยู่ด้วยกัน

 

“เราหนาว”  ไมล์เอมมี่ยังคงหนาวเหน็บ ถึงแม้จะมีไออุ่นจากแผงอกล่ำๆของเขาส่งผ่านเข้ามา แต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเธอ...เจ้าหล่อนรู้สึกได้ว่ามีอะไรอุ่นๆแข็งๆดุนดันต้นขาของเธออยู่ และเธอก็รู้ว่ามันคืออะไร ร่างระหงค่อยๆแยกขาออก คร่อมเอวเขาไว้เพื่อไม่ให้ร่างกายไปสัมผัสจุดอันตรายนั้น

 

“ไมล์…”  ร่างสูงเรียกเธอด้วยน้ำเสียงแหบๆ เขาแทบจะขาดใจเมื่อต้องอดทนให้เธอนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนตัวเขา ซึ่งแผ่นอกของเขาก็เปลือยเปล่าเช่นกัน...ร่างสูงทอดมองแผ่นหลังขาวนวลเนียนของเธอ และกระโปรงฟูฟ่องสีขาวที่ตัดกับกางเกงยีนส์สีดำของเขาอย่างเห็นได้ชัด ความขาวนวลของเธอทำให้เขาต้องฝืนกลืนน้ำลายหนืดๆเหนียวๆลงคอไปด้วยความอย่างลำบาก 

 

“เราหนาว...เทวินท์”

 

“ครับ…ฉันอยู่นี่แล้ว อดทนหน่อยนะ...ฉันจะอยู่กับเธออย่างนี้ทั้งคืน จนกว่าเธอจะหาย”  

 

“เราหนาว...มันเริ่มหนาวมากขึ้นทุกทีๆแล้ว”  

 

“แย่ลงกว่าเดิมอีกเหรอ?”  เขาเอ่ยถามด้วยความกลัดกลุ้ม ร่างสูงพลิกกายให้เธอนอนหงายแล้วเขาก็นอนตะแคงอยู่ข้างๆเธอ และโน้มตัวลงไปแนบชิดกับเธออีกครั้ง

 

“หนาว…เราหนาวจริงๆนะเทวินท์”  ไมล์เอมมี่บอกเขาเสียงเบา ราวกับกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อเธอ...แขนเรียววาดไปโอบรอบคอเขาไว้ ส่วนมืออีกข้างที่วางเว้นก็ยกขึ้นวางทาบไว้ตรงแผงอกขาวๆที่ขาวนวลจนแทบจะเป็นสีเดียวกับผิวของเธอ

 

“ฉันเชื่อ...ฉันรู้ว่าเธอหนาว อดทนได้มั๊ยไมล์?...เพื่อลูกของเรา ทนได้มั๊ยครับ?”  ร่างสูงถามเธอเสียงนุ่ม ไมล์เอมมี่พยักหน้าช้าๆ แต่เธอก็หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจจนแทบจะขยับตัวไม่ได้...หยาดน้ำตาที่ไหลซึมออกมาจากหางตาของเธอแข็งตัวเป็นเกร็ดน้ำแข็ง เทวินท์เห็นภาพนั้นเข้าตัวเขาก็ชาดิกไปทั้งตัว 

 

“ฉันขอโทษ...ที่ดีแต่บอกให้เธออดทน ขอโทษนะไมล์”  ร่างสูงพูดด้วยความรู้สึกผิด เขาช่วยเธอได้แต่กลับไม่ยอมช่วยเธอให้ถึงที่สุด เพราะเขาไม่อยากจะแตะต้องเนื้อตัวเธอไปมากกว่านี้ กลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เผลอทำรักกับเธอจนเกินขีดจำกัด ก็เลยให้เธออดทนต่อไป...แต่มาคิดๆดูแล้ว เทวินท์ก็ทนเป็นคนเห็นแก่ตัวและแล้งน้ำใจไม่ได้ สิ่งที่ไมล์เอมมี่ต้องพบเจออยู่ตอนนี้ มันก็ล้วนแต่เป็นความผิดของเขาทั้งนั้น

 

“ฮึก”  ไมล์เอมมี่เริ่มจะเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังทำ เธอเลือกที่จะอดทนและไม่ร้องขอให้เขาต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เธอรู้ดีว่าเทวินท์ทำอะไรๆลึกซึ้งกับเธอแต่ละครั้ง เขาแทบจะหยุดยั้งตัวเองไม่ได้ และหากว่าคราวนี้เขาทำให้ลูกเป็นอะไรไป เขาก็คงทรมานใจ เพราะเขาทั้งรักแล้วก็ห่วงเธอและลูกมาก...ไมล์เอมมี่จึงตัดสินใจผลักเขาออกไปแล้วพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังให้เขา 

 

“ไมล์…ทำแบบนี้ทำไม?...เธอทรมานอยู่นะ”  เขารีบตามไปประกบ โอบกอดร่างระหงเอาไว้ไม่ให้ห่างกาย 

 

“เราไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ”  

 

“ตัวเย็นขนาดนี้ยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก...ฉันจะช่วยเธอเอง อย่ากังวลไปเลยนะ”  

 

“อย่าเลย...เราไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ”  ไมล์เอมมี่บังคับเสียงไม่ให้สั่น ทั้งๆที่ร่างกายเธอหนาวสั่นสะท้านไปทั้งร่างแล้ว...ร่างสูงทนเห็นเธอทรมานต่อไปไม่ไหว เขาบังคับให้เธอนอนหงายแล้วประกบปากจุมพิตปากบางอย่างทะนุถนอม เขาจะเริ่มทุกอย่างด้วยความอ่อนโยน และจบมันด้วยความนุ่มนวลให้ได้

 

“อื้อ…จ๊วบ”  ไมล์เอมมี่ผลักไสใบหน้าหล่อๆออกห่างจากเธอ แต่มือหยาบก็จับปลายคางของเธอเอาไว้ให้เธอน้อมรับจุมพิตปีศาจที่พยายามจะทำทุกอย่างให้เธอหายจากความทรมาน และมีความสุขมากที่สุด

 

“หายหนาวรึยัง...หืม?”  เทวินท์ลากไล้ริมฝีปากลงมาที่ลำคอระหง เขาพึมพำกับเนื้อนวลเนียนและรอฟังคำตอบจากเจ้าของร่างกายเย้ายวน

 

“ดี…ดีขึ้นแล้วล่ะ พอเถอะเทวินท์”  

 

“ยังไม่หายหนิ...ตัวยังเย็นอยู่เลยไมล์ นอนเฉยๆ...อย่ากังวลไปเลย”  เขารู้ว่าเธอโกหก แล้วก็ไม่ยอมถอยห่าง มือหยาบวางทาบลงบนเต้าอวบขาวที่ตรงกลางมียอดสีชมพู เทวินท์นวดเฟ้นมันเบาๆจนยอดสีหวานแข็งเป็นไตเพราะเจ้าหล่อนตอบสนองต่อสิ่งปลุกเร้าได้อย่างเร็วไว

 

“พะ…พอ….พอแล้วเทวินท์”  ไมล์เอมมี่กลัวว่าทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ เธอรีบร้องห้ามเขา มือบางจับมือของเขาออกไปจากทรวงอวบล้นของเธอทันที

 

“พอได้ไง?...เธอยังไม่หายเลยนะ นอนเฉยๆซะไมล์...เชื่อใจฉันเถอะ”  ร่างสูงเอ่ยแกมบังคับ เขาก้มหน้าลงไปหาเต้าอวบอิ่มแล้วอ้าปากดูดกินยอดสีหวานจนมันกลายเป็นสีแดงก่ำ เสียงดังจ๊วบจ๊าบจากการดูดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมันดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของไมล์เอมมี่ ซึ่งในเวลานี้เธออยากจะผลักไสเขาออกไป แต่ทว่า...ลิ้นอุ่นร้อนของเขาที่สัมผัสเธออยู่ มันทำให้เธอรู้สึกอุ่นซ่านจนมิิอาจที่จะทำอย่างที่ใจนึกได้

 

“อื้อ…เทวินท์...อื้ม...พอเถอะ เราจะทนไม่ไหวแล้ว” 

 

“จ๊วบ…ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนซิ ขนาดนี้แล้วเทวินท์ก็ไม่ทนเหมือนกันครับ”  เขาผงกหัวขึ้นมาบอกเธอแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

“แต่ว่า...ถ้าลูก...”

 

“เป็นลูกเทวินท์ต้องอึด...อย่าห่วงเลยนะ ยังไงปีศาจก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์อยู่แล้ว”

 

“แต่เธอก็ห้าม...”

 

“ฉันรู้...ปล่อยตัวตามสบายซะ เธอเกร็งแบบนี้ฉันก็พาลที่จะทำอะไรนุ่มนวลไม่ถูกเหมือนกันนะ”  เขาบอกเธอพร้อมกับลุกขึ้นถอดกางเกงของตัวเองจนเปลือยไปทั้งร่าง และถอดกระโปรงและชั้นในตัวเล็กในเธอด้วย

 

“ไม่เอาแล้วเทวินท์...พอเถอะ!”  ไมล์เอมมี่ยังคงหวาดหวั่น ภาพฉากร่วมรักของเธอและเขาในคราวก่อนๆผุดพรายขึ้นในสมองจนเธอไม่สามารถยอมให้เขาทำตามใจตัวเองได้อีก

 

“เอาเถอะ...เชื่อฉันซิไมล์ ฉันไม่มีวันทำร้ายเธอแล้วก็ลูกของเราหรอกนะ...ถ้าฉันไม่ทำ เธอก็จะไม่หาย...มันทรมานมากนะไมล์ รู้บ้างมั๊ยว่าตัวเองอาจจะไม่รอดน่ะ?...การเป็นแม่ปีศาจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับเธอหรอกนะ”    

 

“แต่เราก็กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไปหนิ”  ไมล์เอมมี่เอ่ยตัดพ้อ ทั้งๆที่เธอพยามทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่เขากลับมองไม่เห็นความดีของเธอ เขาคงจะรู้ซินะว่าเธอรักลูกมากแค่ไหน

 

“เป็นห่วงลูกมาก...รักลูกของเรามากใช่มั๊ย?”  เทวินท์ถามเธอแล้วยิ้ม 

 

“ก็…รักมากน่ะซิ”  

 

“แล้วฉันล่ะ?...รักฉันมั๊ย?”  

 

“ก็รู้อยู่แล้วหนิ”  

 

“ไม่รักซินะ...ฉันก็ไม่น่าถาม เธอก็เคยบอกอยู่ว่าไม่คิดจะรักฉันอยู่แล้ว”  เสียงห้าวเอ่ยตัดพ้อ แววตาคู่คมที่สบตากับเธอรีบเหลียวไปมองทางอื่น

 

“ถ้าไม่เรารักเธอ...ก็คงไม่ยอมอยู่ที่นี่ด้วยกันหรอก”  ไมล์เอมมี่พึมพำแล้วเบี่ยงหน้าหนีใบหน้าหล่อๆและสายตาคมที่กลับมาจดจ้องหน้าเธออีกครั้ง...เทวินท์ได้ยินดังนั้นก็หลุดฉีกยิ้มกว้าง เขาดีใจจนใจเต้นแรงกว่าที่เคยเป็นมาก่อน ร่างสูงรีบลงจากเตียงมานั่งคุกเข่าอยู่ที่ข้างๆเตียงแล้วรั้งขาเรียวเล็กทั้งสองข้างของไมล์เอมมี่ ฉุดรั้งร่างระหงให้ขยับเข้ามาหาเขา ซึ่งไมล์เอมมี่ก็รีบหุบขาฉับทั้งๆที่ถูกเขาจับชันเข่าเอาไว้

 

“ไม่ให้ทำแบบนี้หรอกนะเทวินท์...พอแล้ว”  

 

“ไหนๆก็เข้าใจกัน...เคลียร์เรื่องหัวใจกันแล้ว ก็ถึงทีต้องจัดการกับเธอสักที...รู้มั๊ยฉันแทบจะระเบิดอยู่แล้ว?”

 

“ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมานะเทวินท์...เราจะไม่ให้อภัยเธอเลย”  ไมล์เอมมี่ยังคงห้ามปราม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าคงจะห้ามเขาไม่ได้

 

“ลูกปีศาจแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิดน่ะ”

 

“แต่ถ้ามาเจอปีศาจอย่างเธอ...ลูกก็อาจจะไม่รอดก็ได้หนิ”  

 

“อย่ามาเถียงกันเลย...ฉันอดอยาดปากแห้งมาตั้งหลายวันแล้ว ขอกินสักทีเถอะ”  ร่างสูงตัดบทอย่างเอาแต่ใจ เขาแยกขาเรียวของเธอออก และด้วยความอายของเธอ ไมล์เอมมี่ผลักเขาออกแล้วพลิกตัวหวังจะคลานหนีเขา แต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่คุกเข่าอยู่ด้านล่างเตียง มือหยาบกร้านคว้าข้อเท้าเล็กไว้ทั้งสองข้างก่อนที่เธอจะคลานหนีไป เทวินท์มองรอดใต้หน้าท้องแบนราบไปจนถึงเต้าอวบขาวทั้งคู่ แต่อะไรก็ไม่น่าสะดุดตาไปกว่ากลีบเสียวอวบๆสีระเรื่อตรงหน้าเขาหรอก

 

“เทวินท์!...เราจะโกรธ ถ้าเธอ...”

 

“อย่าโกรธเลย...ฉันทรมานมาหลายวันแล้วนะ”  เขาต่อรอง มือหยาบออกแรงรั้งร่างระหงเข้าหาตัวจนเข่าน้อยๆของเธอเลื่อนมาจนเกือบจะสุดขอบเตียง...เทวินท์ไม่อาจทนรอต่อไปได้ เขาโน้มหน้าเข้าไปหากลีบนุ่มนิ่มนั้นด้วยความกระหาย รีบแลบลิ้นสะบัดใส่กลีบอวบๆทั้งคู่ จนมันแบะแยกออกจากกัน ลิ้นหนาคว้านหาความหวานล้ำจากปากทางร่องหลืบสวาทอยู่หลายนาที ก็ถึงเวลาที่ลิ้นร้อนๆจะแยงเข้าไปในร่องชุ่มน้ำ แต่เทวินท์กลับไม่สอดลิ้นเข้าไปแต่โดยดี เขาเกร็งลิ้นแล้วรั้งสะโพกขาวๆของเธอเข้าหาตัว จนท้ายที่สุดลิ้นอุ้นก็จมหายเข้าไปในร่องหลืบรักคับๆ 

 

“อ๊า…อือ…อ๊ะ…ซี๊ดส์…อือ…อื๊อ”  เสียงครางทรมานเสียวของร่างระหงดังขึ้นอย่างลืมอาย เธอเผลอกัดปากครางระงมเมื่อถูกบังคับให้อยู่ในท่าคลานแล้วเขาก็จับสะโพกเธอโยกเข้าโยกออกจากตัวสลับกับโยกขึ้นโยกลง ในลิ้นของเขาแยงลึกเข้ามาในช่องทางสวาทของเธอ ไมล์เอมมี่ถึงกับสั่นระริกไปทั้งตัว แต่กลับไร้ซึ่งความหยาวเหน็บ เธอรู้สึกอุ่นซ่านจนกลายเป็นรุ่มร้อน

 

“อ่ะ…อ๊า…อ๊าาา”  ร่างระหงแอ่นสะโพกขึ้นแล้วเชิดหน้าสวยๆขึ้นด้วย เธอยังคงถูกเขาปรนเปรอความเสียวซ่านให้ด้วยลิ้นอุ่นๆ มือบางจิกขย้ำผ้าปูที่นอนจนเส้นเลือดที่มือปูดโปน ปลายเท้าน้อยจิกเกร็งจนงองุ้มทั้งสองข้าง เสียงครางเสียวดังลั่นห้องขึ้นทุกทีๆ เช่นเดียวกับหยาดเหงื่อของทั้งคู่ที่ซึมออกมาจากผิวกายขาวๆมากกว่าปกติ

 

“ซี๊ดส์…อ๊า…อ๊ะ…อื๊อ”  ไมล์เอมมี่อดไม่ที่จะก้มหน้าลงมามองเขา ร่างระหงถูกเขาจับโยกขยับถี่เร็วมากขึ้น เธอเสียดสยิวจนทนไม่ไหว ใกล้จุดปลดปล่อยเต็มทีแล้ว แต่เขากลับถอนลิ้นออกมาเสียดื้อๆ แล้วกวาดเลียกลีบอ่อนนุ่มอยู่เพียงด้านนอก 

 

“เทวินท์!”  เธอเรียกเขาเสียงแข็งด้วยความขัดใจ เทวินท์ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าแล้วหัวเราะร่วน 

 

“เอานิ้วด้วยดีมั๊ย?”  เขาแกล้งถาม และไม่ได้รอคำตอบจากเธอ นิ้วเรียวยาวก็สอดแทงเข้าไปในร่องสวาทแสนหวาน เทวินท์เคลื่อนขยับนิ้วแข็งแกร่งนั้นด้วยความรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าไมล์เอมมี่กำลังใกล้จะปลดปล่อยเต็มทีแล้ว ร่องหวานของเธอกระตุกบีบรัดนิ้วของเขาด้วยราวกับจะบีบรัดนิ้วแกร่งให้ขาด และไม่นานนักเจ้าหล่อนก็ปลดปล่อยไปพร้อมๆกับเสียงหวีดร้องดังลั่น

 

“หื้ม…เสียงดีจริงๆ”  เขาแกล้งแซว แต่เธอที่ถูกแซวดันโกรธขึ้นมาจริงๆ เพราะอายเหลือเกินที่เก็บอาการน่าอับอายเอาไว้ไม่อยู่

 

“เอาออกไปแล้วปล่อยเรานะ!”  สิ้นคำสั่งราวกับเด็กเอาแต่ใจของเธอทำให้เขาหัวเราะร่วน แต่เทวินท์ก็ยอมถอนนิ้วออกมาจากร่องฉ่ำน้ำ และสะโพกผายก็ทรุดฮวบลงที่เตียงทันที

 

“อย่าโกรธฉันซิไมล์...เธอท้องอยู่นะ อย่าทำให้ตัวเองเครียดหรือว่าหงุดหงิดซิ”

 

“ที่เราเครียดก็เพราะเธอทำให้เราเครียดนั่นแหละ”  ร่างระหงเถียงไม่ลดละ เขาก็เลยรั้งร่างเธอมานั่งบนตัก ซึ่งเจ้าตัวก็หมุนตัวนั่งพิงเตียงนอนไว้ด้วยความรวดเร็ว

 

“ไม่เห็นจะน่าเครียดเลย...ฉันรักเธอนะ”  

 

“หยุดพูดได้แล้ว...อย่าเอาคำๆนี้มาพูดเพื่อจบเรื่องทุกอย่างนะ”  

 

“รู้ทันอีก...ฮึๆๆ”  ร่างสูงหัวเราะร่วน เขาจับเอวบางไว้ไม่ยอมให้เธอลุกขึ้นยืน แต่ไมล์เอมมี่ก็ขัดขืนสุดแรงเกิด เพราะเธอไม่อยากสัมผัสความแข็งแกร่งที่ดันก้นงอนงามของเธออยู่ในตอนนี้

 

“ไมล์…ให้ฉันเถอะนะ ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ”  เทวินท์กระซิบกระซาบที่ข้างใบหูเล็ก มือหยาบเคล้นคลึงเต้าอวบอิ่มไปพร้อมๆกันทั้งสองเต้า ไมล์เอมมี่ทำได้เพียงเอนหลังพิงอกเขาแล้วจับมือของเขาไว้ หวังจะให้เขาหยุดปลุกเร้าเธอเสียที

 

“แต่ว่าลูก...”

 

“เชื่อใจกันบ้างซิ...ฉันไม่ทำรุนแรงหรอก...นะ”  ร่างสูงต่อรองและอ้อนวอน ไมล์เอมมี่เองก็ใจอ่อนยวบตั้งแต่ที่เขาสัมผัสเธออย่างลึกซึ้งจนเธอหายจากความทรมานแล้ว

 

“ห้ามทำให้ลูกเป็นอะไรก็แล้วกัน”  เสียงหวานเอ่ยปากอนุญาตเบาๆ

 

“ครับ”  เทวินท์รับคำแล้วหอมแก้มนวลไปฟอดใหญ่ จากนั้นก็รั้งเอวกิ่งขึ้นเพื่อจะเริ่มเดินหน้าบุกรุกช่องทางคับแน่นด้วยแท่งกายอุ่นจัด ซึ่งมันทั้งแข็งและขยายตัวจนร้อนระอุไปตลอดแนวยาวแล้ว

 

“อ่ะ…อื๊อ…เทวินท์ อ๊ะ…”   ไมล์เอมมี่หยัดสะโพกขึ้นเมื่อร่องหวานถูกทิ่มแทงด้วยแท่งกายอุ่นจัดที่ขยายตัวเพิ่มขนาดมากกว่าปกติ เจ้าหล่อนหัวใจเต้นรัวเมื่อนึกกลัวกับสถานการณ์ที่กำลังจะเผชิญ

 

“มันคับ...ไมล์...หันหน้ามาหาฉัน”  เทวินท์พูดจบก็พลิกตัวร่างระหงให้เธอหันหน้ามาทางเขา ไมล์เอมมี่ถูกจับให้นั่งคร่อมตักเขาไว้ และพอร่างสูงเดินหน้าต่อ เธอก็รีบยกมือขึ้นคล้องลำคอแกร่งไว้เป็นหลักยึด และเผลอจิกเล็บใส่เนื้อขาวๆของเขาจนเกิดรอยขีดข่วน...เทวินท์ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก แท่งกายระอุก็สอดแทงเข้ามาในช่องทางคับๆได้เกือบครึ่ง 

 

“อ่ะส์…ลำบากชิบ!...ซี๊ดส์”  ร่างสูงเผลอสบถออกมาสั้นๆ หากว่าเป็นเมื่อก่อนที่ไมล์เอมมี่ไม่ได้ตั้งท้อง เขาก็คงจะแข็งใจตอกยัดแท่งกายอุ่นๆใส่เธอไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับทำอย่างใจนึกไม่ได้

 

“อื้อ…เบาๆนะเทวินท์...อ่ะ”  ไมล์เอมมี่ร้องเตือน เธอเองก็ทรมานที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความล่าช้าและฟืดเคืองแบบนี้ ขาเรียวๆของเธอถูกเทวินท์จับให้ถ่างออกจนสุด มิหนำซ้ำเขายังเลื่อนมือไปเคล้นคลึงบั้นท้ายขาวๆของเธอด้วย ส่วนมืออีกข้างก็ไม่ปล่อยว่าง เขาส่งมันไปลูบไล้กลีบเสียวที่แดงระเรื่อไปหมดแล้ว

 

“ไม่ได้เข้าแค่ไม่กี่วันเธอก็ฟิตขนาดนี้...อ่าส์...ถ้าอย่างนั้นคงต้องเข้าทุกวันแล้วล่ะ”

 

“อื้อ!…ทำอะไรสักอย่างซิ อึดอัดจนตายอยู่แล้วนะ”  

 

“ก็มันเข้าไม่ได้...อะไรวะ ของมันก็เคยๆกันอยู่ เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?!”  ร่างสูงเผลอแสดงท่าทีหงุดหงิดออกมาจนได้ ทั้งๆที่พยายามจะใจเย็นแล้ว

 

“เป็น…เป็นเพราะลูกรึเปล่า?...ถ้าทำไม่ได้ เราว่าพอเถอะนะ”  ไมล์เอมมี่บอกเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ กลัวว่าเขาจะอารมณ์เสียที่ทำตามใจตัวเองไม่ได้ แล้วจะมาลงกับเธอ...และท่าทีของเธอก็ไม่รอดพ้นสายตาเทวินท์ พอเขารู้ตัวว่าทำให้เธอรู้สึกกดดัน เขาก็คลายปมที่คิ้วหนาออก

 

“ฉันขอโทษ...ฉันจะใจเย็นกว่านี้นะ...อ่ะส์...ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่ที่เธอท้อง...ทุกอย่างมันก็แปลกๆไปหมดเลย”  ว่าที่ผู้เป็นพ่อเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม ต่อไปนี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะไม่ปกติอีกต่อไป ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับไมล์เอมมี่อีก...อย่างวันนี้ช่องทางเห็นความเป็นหญิงของเธอก็คับแน่นราวกับว่าข้างในมันตันไม่มีโพรง ทำให้เขานึกหวาดหวั่นว่าถ้าเกิดอะไรที่ผิดปกติไปมากกว่านี้ เขาจะทำยังไง?

 

“อื้อ…อ่ะ…อื๊อ…อึ๊ย…ซี๊ดส์”  ไมล์เอมมี่ครางเบาๆเมื่อถูกเขาจับสะโพกหมุนวน เธอเสียวกระสันจนช่องทางหวานผลิดน้ำออกมามากมาย รู้สึกเหนอะหนะไปหมดแล้ว แต่แท่งกายใหญ่ก็ยังคงเข้ามาในตัวเธอได้ไม่หมด ไมล์เอมมี่หลับตาแน่นแล้วเกยคางไว้บนไหล่กว้างราวกับว่าไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวในนาทีต่อมา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาแต่เพียงผู้เดียว

 

“ใกล้แล้ว...เจ็บรึเปล่าไมล์?”

 

“มะ…ไม่เจ็บ”  

 

“งั้นฉันต่อนะ...อ่ะส์...นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็จับเธอกระแทกลงมาแล้วล่ะ...แต่ถ้าตอนนี้ทำแบบนั้น มีเลือดออกและเธอเจ็บแน่ๆ”  ร่างสูงเอ่ยเสียงเครียด นึกหงุดหงิดในใจกับอาการแปลกๆของเธอ

 

“เจ็บ?…ถ้าอย่างนั้น คราวหน้าเราไป...เอ่อ...อ่ะ...ทำที่ลำธารกันมั๊ย?”  ไมล์เอมมี่เอ่ยชวนไม่เต็มเสียงนัก หน้าสวยหวานแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก

 

“ก็เอาซิ...แต่วันนี้คงย้ายไม่ทันแล้วล่ะ ใกล้แล้วไมล์...”

 

“อ๊าา!!!”  ไมล์เอมมี่สะดุ้งโหยงเมื่อเขาดันแท่งอุ่นเข้ามาจนสุดโคน ร่องรักของเธอเกร็งและบีบตัวอย่างรุนแรง จนเจ้าหล่อนรู้สึกได้ว่ามันผิดปกติไปแล้ว และเทวินท์เองก็ทรมาน

 

“ทำไมเป็นแบบนี้วะ!?”  ร่างสูงสบถด้วยความหงุดหงิด และนั่นยิ่งทำให้ไมล์เอมมี่กลัว ทุกอย่างก็พาลย่ำแย่ลงไปหมด จนร่างระหงร่ำไห้

 

“ฮึก…เราเปล่าทำแบบนี้นะ...ฮึก...อ่ะ เราไม่ได้ทำ”  

 

“ฉันรู้...ฉันรู้ไมล์...ไม่ร้องไห้ซิ...ซี๊ดส์...ฉันทนได้”   

 

“ฮือ…เธอออกไปเถอะ พอได้แล้ว”  

 

“ไม่…ฉันทนได้ เธออย่ากลัวไปเลยนะ...เชื่อใจฉันเถอะ เดี๋ยวมันก็คงจะดีขึ้น”  เทวินท์ปลอบประโลมเธอเบาๆ เขาคลอเคลียพวงแก้มนุ่มที่เห่อแดงอยู่นานสองนาน แล้วทุกอย่างก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างสูงค่อยๆโยกร่างน้อยที่นั่งคร่อมทับเขาไว้  

 

“อ๊า…อ๊า…อ๊ะ…เสียว…อ๊าา เทวินท์”  ไมล์เอมมี่ขาสั่นเมื่อช่องทางคับถูกเขาสอดใส่เข้าๆออกๆอย่างเนิบช้า แต่ทว่ามันหนักหน่วงจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเสียดเสียว...เทวินท์ขยับเข้าออกจนความฟืดเคืองเริ่มจางหายลงไปเรื่อยๆ น้ำหล่อลื่นก็ผลิตออกมามากขึ้น ทำให้เขาสอดใส่ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิม แต่ทุกครั้งที่สองกายมันเสียดสีกันทั้งคู่ก็อดกลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่อยู่ทุกที

 

“อื๊อ…อ๊ะๆๆ...อ๊าส์ อ๊าาา อือ”  เสียงครางเสียวที่ฟังดูเหมือนว่าเจ้าหล่อนกำลังทรมานเพราะความเสียดสยิวที่เขามอบให้จนล้นอก ไมล์เอมมี่เกร็งไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่องทางอุ่นๆที่มันบีบรัดตัวตนของเขาราวกับว่าจะดูดจับแท่งกายอุ่นนั้นเอาไว้   

 

“ไหวมั๊ยไมล์?”

 

“เสียว…อ๊ะ อื๊อ…อ๊ะๆ อึ๊ย…เทวินท์...เราเสียว ซี๊ดส์”  ร่างระหงหยัดสะโพกขึ้นอีกครั้งเมื่อถูกเขากดส่วนหัวของแท่งอุ่นๆใส่จุดเสียวกระสันของเธอ เขาไม่เพียงแต่กดกระแทกใส่มันแต่ยังบดขยี้มันไปด้วย ไมล์เอมมี่ร้องครางลั่นแล้วบดเบียดอกอวบเข้าหาร่างกายร้อนรุ่มของเขา 

 

“ทำไมล่ะ?...ไม่ดีเหรอ?”  เทวินท์ย้อนถาม เขาหยุดรอฟังตำตอบจากเธอ

 

“เอา…เอาอีก”  เสียงแหบๆของเธอดังอู้อี้อยู่ที่ข้างหูของเขา เพราะเจ้าหล่อนกำลังซุกไซร้ที่กกหูและลำคอของเขา...และพอสิ้นคำตอบของเธอ เทวินท์ก็ขยี้จุดสวาทอย่างไม่หยุดพัก ไมล์เอมมี่ทำได้เพียงร้องครางระงมและปลดปล่อยไปในที่สุด

 

“อ๊าาา”  สิ้นเสียงครางสุขสมของเธอแล้วเทวินท์ก็หยุดขยับกาย ปล่อยให้เธอพักสักสามสี่นาทีแล้วเขาก็จะทำต่อ

 

“เอาอีกนะ...เดี๋ยวมันจะขาดช่วงนานเกินไป”  ร่างสูงสรุปเองอีกครั้ง เขาหันไปคว้าหมอนบนเตียงมาวางไว้ที่พื้น รั้งร่างระหงขึ้นจากตักแล้วประคองเธอให้คุกเข่าลงบนหมอนนุ่ม ไมล์เอมมี่เองก็รีบโน้มตัวไปด้านหลังเพื่อยึดจับเตียงเอาไว้ สะโพกของเธอถูกเขาช้อนขึ้นมาจนแอ่นล่อตาล่อใจ...เทวินท์แลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อเห็นร่องสวาทที่เปิดเปลือยอยู่ตรงหน้า ซึ่งมันมีน้ำหวานล้ำไหลออกมาจนเปื้อนโคนขาขาวๆของเธอไปแล้ว

 

“อ๊ะ…อ๊ะ”  ไมล์เอมมี่เริ่มจะเสียดเสียวอีกครั้งเมื่อกลีบอ่อนนุ่มถูกปลายนิ้วเรียวๆของบี้คลึง เขาบดบี้ปุ่มกระสันด้านในของเธอจนเธอดิ้นพล่าน โยกสะโพกถี่ๆและปล่อยน้ำหนืดๆออกมาอีกจนล้นทะลักมาถึงปากทางร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำ และเทวินท์ก็ไม่รอช้าที่จะโน้มหน้าเข้าไปดูดกินน้ำหวานล้ำจากซอกหลืบเล็ก เขาทั้งเลียทั้งวนปลายลิ้นใส่จนกลีบเสียวช้ำๆชุ่มไปด้วยน้ำลาย

 

“อ๊า…อื๊อ…ซี๊ดส์…อืี๊ม”  ร่างระหงครวญครางจนน้ำตาไหลริน และผวาอีกครั้งเมื่อแท่งอุ่นจัดสอดแทรกเข้ามาในกายของเธออีกครั้ง  

 

“อู๊ย…อ๊ะ…อ๊า”  ไมล์เอมมี่กัดฟันจนรู้สึกตึงไปทั้งหน้า เขาปรนเปรอให้เธอจนกระสันจนถึงขีดสุด บทรักที่่่อ่อนโยนเท่าที่ปีศาจอย่างเขาจะทำได้ ทำให้เธอเคลิบเคลิ้มและลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น

 

“ยังไหวอยู่ใช่มั๊ย?...ไมล์”  

 

“ไหว”  เธอตอบกลับไปด้วยเสียงแผ่วๆเต็มที และสิ้นคำนั้นความแข็งแกร่งก็ซาดซัดเข้าใส่เธออย่างนุ่มนวลชวนให้เสียดเสียวตลอดเวลา เขาทั้งพรมจูบที่ลำคอระหงของเธอ เรื่อยมาจนถึงขมับและบีบเฟ้นที่เนินสาวอวบอูมสลับกับใช้นิ้วกดคลึงมันเบาๆ และไมล์เอมมี่ก็ไม่รอดจากการถูกส่งไปถึงจุดสุขสม แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้หยุดสอดใส่ ยังคงโยกขยับต่อไปเรื่อยๆทั้งๆที่ไมล์เอมมี่ก็สุุขสมไปอีกครา

 

“อ๊า…อ๊ะ….อ๊าๆ…อ๊าา…อืิอ…อ๊าๆๆๆ!”  ร่างระหงโดนกระแทกจากทางด้านหลังรัวๆ ซึ่งเขาต้องใจให้มันตรงกับจุดเสียวของเธอพอดี เสียงครางของเธอก็เลยดังขึ้นเป็นพิเศษและเร้าอารมณ์ปีศาจหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาถึงกับขบกรามแน่นจนมันเป็นสันนูน ทั้งเมามันและเสียวที่แท่งกายอุ่นจนต้องปล่อยเสียงครางแหบต่ำออกมา

 

“ไหวใช่มั๊ย?...อ๊ะส์...เสียวแบบนี้...ดีใช่มั๊ย?”  เขาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้ว่าเธอมีความสุขกับที่สิ่งที่เขาปรนเปรอให้รึเปล่า

 

“อื้อ…อ๊าๆๆ อ๊าส์…ใกล้อีกแล้ว...อ๊าๆๆ อ๊ะ…อื๊อ”  ไมล์เอมมี่แอ่นสะโพกสู้และขมิบร่องเสียวอย่างรุนแรง และคงคิดว่าเขาก็คงจะใกล้สขสมไม่ต่างจากเธอ แต่ความจริงมันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด เพราะเทวินท์ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย

 

“ชอบ…มั๊ยไมล์?...ซี๊ดส์”  

 

“อ๊าๆ…อ๊ะ อ๊าา…อู๊ยส์…ซี๊ดส์”   เธอเลือกที่จะไม่ตอบแต่ครางออกมาแทน และเธอรู้ว่าเขารู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไร...ไมล์เอมมี่จึงถูกกระทำอยู่หลายสิบนาทีและเธอก็สุขสมไปเกินสามครั้งแล้ว

 

“ทำไมเสร็จง่ายจัง?...หรือมัน...อ๊ะส์...อ่า...เสียวจนทนไม่ไหวเหรอ?”  เขาแกล้งถามให้เธอเขิน รู้สึกมีความสุขล้นอกที่ทุกอย่างลงเอยด้วยดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้

 

“อ๊า อ๊า…อ๊ะๆๆๆ…อื๊อ…กรี๊ด!”  ไมล์เอมมี่ไปแตะขอบความสุขสมอีกครา เธอหมดเรี่ยวแรงจนต้องทรุดตัวลงและยึดเกาะผ้าปูที่นอนเอาไว้ ใบหน้าสวยหวานมีเหงื่อโชกเช่นเดียวกับเนื้อตัวของเธอ เจ้าหล่อนหมดแรงและซบหน้าลงบนที่นอนนุ่ม

 

“ไม่ไหวแล้วเหรอ?...ว่าไง?”  

 

“พอได้รึยัง?...เราเหนื่อยแล้ว อยากนอน”  

 

“ฉันยังไม่เสร็จเลยสักครั้งอ่ะ...จะปล่อยให้ค้างอยู่อย่างนี้เหรอ?”

 

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ?...ไม่ปกติไปอีกคนเหรอ?”  เธอย้อนถามด้วยความเหนื่อยหอบ ทั้งๆที่เธอยอมให้เขากระทำอย่างไม่ได้พักนานเกือบชั่วโมง แต่เขากลับไม่ปลดปล่อยสักที

 

“ฮึๆๆ…ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้นะ แต่ปกติแล้วเมื่อก่อนเวลาที่มีอะไรกับเธอ...ฉันก็ไม่นานแบบนี้หรอก” 

 

“แล้วปล่อยให้เรานอนได้รึยัง?”  

 

“ก็นอนซิ...เธอนอน ฉันก็ทำได้”  แล้วเทวินท์ก็ทำอย่างที่บอกกับเธอจริงๆ เขาโอบอุ้้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงแล้วกอบโกยความสุขล้นจากเธอจนเวลาผ่านไปสี่เกือบจะห้าชั่วโมงโดยที่ไม่ได้พัก และนั่นไม่ได้ทำให้ปีศาจหนุ่มหมดเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย ต่างจากไมล์เอมมี่ที่ดูจะอ่อนแรงเต็มที

 

“เทวินท์...หยุดเถอะ”  ร่างระหงผงกหัวขึ้นมาดูที่ระหว่างของเธอ ซึ่งมีร่างสูงนั่งทับส้นเท้าอยู่และเขากำลังก้มหน้าก้มตาไล้เลียโคนขาของเธอ และลากปลายลิ้นมาที่กลีบเสียวแดงๆถลอกๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รุนแรงกับเธอ แต่การร่วมรักยาวนานแบบนี้ก็ทำให้เธอระบมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

“ฉันเสร็จไปไม่กี่รอบเองนะ...ขออีกหน่อยไม่ได้เหรอ?”

 

“อยากจะทำก็ทำซิ...เราขัดใจเธอไม่ได้อยู่แล้วหนิ”  ไมล์เอมมี่เอ่ยตัดพ้อ และนั่นทำให้หยุดการกระทำ ร่างสูงยืดตัวตรงแล้วมองเสี้ยวหน้าหวานที่มีหยาดเหงื่อและหยาดน้ำตานอง

 

“ไม่ทำแล้วครับ...ไหนมาดูซิ หายตัวเย็นรึยัง?”  เขาว่าพลางลูบไล้ส่วนต่างๆตามร่างกายของเธอไปทั่ว ซึ่งก็รู้ดีว่ามันไม่ได้เย็นจนผิดปกติแล้ว เพราะตั้งแต่ที่เขาปลดปล่อยใส่ช่องทางสวาทของเธอไปแล้ว น้ำอุ่นๆจากกายเขาก็คลายความเย็นยะเยียบในร่างกายของเธอได้มากจนเกินคาด

 

“ฮื้อ…เราอยากอาบน้ำ”  

 

“ถ้าอาบแล้วไม่สบายล่ะ?...ฉันว่าเช็ดตัวดีกว่ามั๊ย?”  

 

“ไม่…เหนียวตัว อยากอาบน้ำ...ตามตัวแล้วก็...มี มีแต่...”  ไมล์เอมมี่ไม่ใจกล้าพอที่จะพูดต่อว่าตามเนื้อตัวและร่องรักของเธอนั้นมีแต่น้ำขุ่นๆจากเขา มันเลอะเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนไปด้วย ได้กลิ่นแต่กลิ่นคาวคละคุ้งไปหมด

 

“ให้อาบก็ได้...แต่คงต้องไปอาบที่ลำธารแล้วล่ะ ฉันกลัวเธอจะไม่สบาย”  เขาโอบอุ้มร่างระหงขึ้นแนบอกแล้วพึมพำกับตัวเองเพื่อจะมายังลำธารด้วยความรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเดินมาให้เสียเวลา ทั้งสองร่างก็นอนแช่อยู่ในลำธารแล้ว

 

“สบายตัวขึ้นมั๊ย?”  ร่างสูงที่นอนอยู่ด้านล่างถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาตักตวงความสุขจากเธอจนข้ามคืนไปแล้ว

 

“อืม…ไม่หนักเหรอให้เรานอนทับแบบนี้?”  

 

“ไม่หรอก...เธอนอนพักไปเถอะ ฉันไม่หนัก กลัวว่าหินมันจะบาดเธอมากกว่า”

 

“แล้วเธอล่ะ?”  ไมล์เอมมี่ถามด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

 

“ผิวอย่างฉัน...ไม่สะทกสะท้านหรอก ฮ่าๆๆ”  

 

“อย่าให้เห็นว่าเป็นรอยก็แล้วกัน”  

 

“หือ?…เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ?”  

 

“ก็รู้อยู่แล้วหนิ...หลอกเรามาหลายเรื่อง เรื่องสงครามบ้าๆนั่นก็ด้วย...รู้ว่าเราเป็นห่วง แต่ก็ชอบแกล้งทำให้ห่วงอยู่เรื่อย”  เธอยังคงไม่ลืมความเจ้าเล่ห์ของเขา เผลอเอ่ยตัดพ้อออกมาอีกจนได้

 

“ก็มันมีความสุขเวลาที่เธอเป็นห่วงฉัน...เธอห่วงฉัน ก็แปลว่าเธอรักฉัน...ยิ่งห่วงมาก ก็ยิ่งรักมาก”  เทวินท์พูดหน้าระรื่น ถึงแม้ว่าในที่นี้จะมีแสงน้อยแต่ไมล์เอมมี่ก็ยังคงเห็น

 

“ไม่ต้องมาพูดแบบนี้เลยนะ เราจะตี...”

 

“จุ๊ๆๆ…ดูนู่น จันทร์เต็มดวง”  ร่างสูงหยุดยั้งมือบางไว้เพียงมือเดียว แล้วพยักหน้าให้เธอหันไปมองที่ท้องฟ้า ซึ่งมีดวงจันทร์ที่ส่องแสงให้ท้องฟ้าในค่ำคืนนี้ดูสว่างมากกว่าปกติ

 

“ที่นี่...มีพระจันทร์ด้วยเหรอ?”  ไมล์เอมมี่ถามด้วยความแปลกใจ

 

“ก็มีน่ะซิ...มาอยู่ที่นี่ตั้งนาน ไม่เคยสังเกตรึไง?”  

 

“ก็เธอขังเราไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลยหนิ”  เธอเอ่ยเถียงไม่ลดละ แล้วก็พาวกกลับมาที่เรื่องเดิมจนได้

 

“วันนี้ก็ดูซะซิ...นานๆทีจะได้ออกมาเห็น...สวยใช่มั๊ย?”  

 

“สวย…เหมือนที่วาเรนฟลอเลย”  ไมล์เอมมี่อมยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ที่วาเรนฟลอ เธอเองก็ชอบนอนดูพระจันทร์และหลับไปพร้อมกับตำราเล่มหนาๆเสมอ

 

“ก็ต้องเหมือนน่ะซิ...ก็มันดวงเดียวกัน ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน...ก็ยังเห็นจันทร์ดวงเดิม ขอให้เธอรู้ไว้ว่าที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเหมือนกัน อย่าอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานใจเลยนะ...อย่าขอร้องให้ฉันพากลับวาเรนฟลอ...ถ้าคิดถึงบ้าน ให้ฉันมาพานอนดูจันทร์แบบนี้ดีกว่า”   

 

“เราเองก็มีความสุขที่อยู่ที่นี่...อยู่กับเธอ”  ไมล์เอมมี่บอกเขาด้วยความเขินอายแล้วทำใจกล้าจุมพิตแก้มขาวๆของเขาเบาๆ

 

“ฉันรักเธอมากนะไมล์เอมมี่...นางฟ้ากุหลาบของฉัน”  เทวินท์พูดจบก็จูบลงที่หน้าผากของเธอ และรอฟังว่าเธอจะบอกรักเขา หรือจะไม่พูดอะไรออกมาเลย

 

“เราก็รักเธอ...ปีศาจเทวินท์สุดหล่อ...ฮึๆๆ...กรี๊ด!!!”   สิ้นเสียงหัวเราะของเธอได้ไม่นาน เธอก็ต้องกรีดร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บที่ต้นแขนขวาที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา 

 

“ไมล์!…หมาป่า…มาจากไหนวะ?!”  เทวินท์ผุดลุกขึ้นเมื่อเห็นเงาของหมาป่าที่ผ่านไปหน้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว และเสียงร้องเจ็บปวดของเธอก็ทำให้เขาหัวใจกระตุกวูบ 

 

“เจ็บแขน”  ไมล์เอมมี่ร้องบอกเขาแล้วกุมที่ต้นแขนไว้ ร่างสูงรีบดูแผลให้เธอ ซึ่งมันก็ไม่ได้เป็นแผลอะไรมากมาย แค่เป็นรอยถลอกๆและมีเลือดไหลซึมออกมา และเพียงแค่เขาใช้นิ้วแตะลงที่แผลนั้น ทั้งเลือดและรอยแผลก็หายไปทันที

 

“ฮึก…มันเกิดอะไรขึ้น?...หมาป่า มาได้ยังไง?”

 

“ฉันว่าเรากลับเข้าไปในถ้ำกันดีกว่า...พรุ่งนี้เช้าคงต้องเคลียร์พื้นที่กันยาว คงเป็นเพราะสงคราม หมาป่าก็เลยหลุดเข้ามาที่นี่ได้...เธอกลัวรึเปล่า?”  

 

“ไม่กลัวหรอก...ก็มีเธออยู่ด้วย เราไม่กลัวอยู่แล้ว...เพราะเทวินท์เก่ง ฮึๆๆ”  เสียงหัวเราะของเธอทำให้โล่งใจ เพราะเขากลัวว่าเธอจะตกใจและหวาดกลัวที่นี่...ร่างสูงหอมแก้มเธอแล้วพากลับมานอนพักและเข้าสู่นิทราไปด้วยกัน โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้เอะใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลย ว่ามันจะมีผลต่ออนาคตมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะ...ชีวิตเล็กๆที่อยู่ในท้องของไมล์เอมมี่   

 

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/100371/994550207-member.jpg

 

จบแล้วน๊าทัณฑ์ปีศาจ แฟนตาซีเรื่องแรกของไรท์ ซึ่งดูไม่เหมือนแฟนตาซีเลย

555 

ปล. ตอนท้ายนี่ไม่ต้องงงนะ อิอิ มันมีอะไร

555 ไม่รู้ค่ะว่าจะได้แต่งอีกเมื่อไหร่ แต่ว่า...อย่าเพิ่งทิ้งกันไปนะ

จะรีบกลับมาคร้าาาาาาาาาาาาาา คิดถึงมากกกกที่สุด

คุยกันในกลุ่มเฟสได้นะคะ มันแปะอยู่หน้าแรกของนิยายทุกเรื่องของเค้าเบย

มาๆเม้ากันได้ อิอิ 

ปล. สุดท้าย ขอบคุณลีดมากๆนะคะท่ีเข้ามาอ่านนิยายของเขา

จะฝึกและพัฒานาต่อไปเรื่อยๆค่ะ รักลีดน๊า

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น