ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น : ประธานยั่วรัก,ท่านประธาน,MyBoss,สองพิชชา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 338

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2564 07:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร

 

บทส่งท้าย 

 

               “วันนี้มีอะไรกินบ้างนะ” ศรุตถามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในครัวที่อาณดารับบทแม่ครัวยืนเฝ้าอยู่หน้าเตา 

 

               “มีข้าวหน้าทงคัตสึกับสปาเกตตีคาโบนาราค่ะ” 

 

               “หอมเชียว ไหนขอชิมหน่อยว่ารสชาติสมราคาเชฟดังจากยูทูปหรือเปล่า” ศรุตเอ่ยแซว พลางชำเลืองหางตามองไปที่หน้าจอไอแพดที่อาณดาเปิดเอาไว้ 

 

               อาณดาหัวเราะเบาๆ ด้วยความเขินอาย ก่อนจะหยิบช้อนมาตักซอสคาโบนาราขึ้นเป่าเพื่อจะให้ศรุตได้ลองชิม  

 

               “นี่ค่ะ อิงค์เป่าให้แล้ว” 

 

สีหน้าของเธอตื่นเต้นมากๆ ทีเดียว 

 

ศรุตยิ้มกว้าง ก่อนจะอ้าปากงับซอสคาโบนาราที่ปลายช้อน พินิจพิจารณาอยู่นานจนอาณดาเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดี 

 

“เป็นยังไงบ้างคะ อร่อยหรือเปล่า” 

 

“อืมมม” 

 

“ไม่อร่อยแน่ๆ เลยอะ ถ้างั้นเดี๋ยวอิงค์ทำใหม่ดีกว่า” 

 

ฟึ่บ!  

 

ศรุตไม่ทันแม้แต่จะได้ร้องห้าม อาณดาก็คว้ากระทะที่มีเส้นสปาเกตตีซอสคาโบนาราเทลงหม้อกรองในซิงค์ล้างจานไปเสียแล้ว 

 

“เฮ้ย!” เสียงโวยวายของศรุตพร้อมกับหน้าตาเหวอๆ ของเขาทำให้อาณดาต้องหันกลับมามอง 

 

“ทำไมเหรอคะ” 

 

“พี่จะบอกว่ามันอร่อยแล้ว โธ่ แกล้งหน่อยไม่ได้เลย เสียดายนะนั่นน่ะ” 

 

“อ้าว” อาณดาทำหน้าตาเสียดายอีกคน เธอยืนมองเส้นสปาเกตตีในหม้อกรองตาปริบๆ เดือดร้อนศรุตต้องรีบตั้งสติแล้วเดินเข้ามาปลอบ 

 

“ไม่เป็นไรๆ พี่กินทงคัตสึอย่างเดียวก็ได้” 

 

สีหน้าผิดหวังของอาณดาทำเอาศรุตรู้สึกผิด เขาเพียงแค่ต้องการจะแกล้งเธอเท่านั้น แต่ไม่คิดว่ามันจะทำให้เธอเสียความมั่นใจไปได้มากขนาดนี้ 

 

“แต่อิงค์ตั้งใจทำมากเลยนะคะ” 

 

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวทำใหม่ก็ได้นี่เนอะ สูตรก็มีอยู่แล้ว ทำตามสูตรเหมือนเดิม ก็อร่อยเหมือนเดิมนั่นแหละ”  

 

“ค่ะ พี่รุตรอแป๊บหนึ่งนะคะ เดี๋ยวอิงค์ทำให้ใหม่นะคะ” อาณดาหันมาส่งยิ้มให้พร้อมกับวางกระทะในมือลงบนเตาอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เตรียมวัตถุดิบใหม่ ศรุตก็รั้งเธอเข้ามากอดเอาไว้เสียก่อน 

 

“พี่ขอโทษที่ทำลายความตั้งใจของอิงค์นะ พี่นี่แย่จริงๆ” 

 

“อิงค์รู้ว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจค่ะ เอาเป็นว่าเรามาช่วยกันทำใหม่ดีไหมคะ” อาณดาเงยหน้าขึ้นบอก รอยยิ้มของเธอพอที่จะทำให้ศรุตรู้สึกเบาใจขึ้นมาได้บ้าง ที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ใจเสียไปมากกว่านี้ 

 

“ได้สิ พี่ยอมเป็นลูกมือของเชฟอิงค์เลย”  

 

“ดีมากค่ะ ถ้าอย่างนั้น เริ่มจาก...” อาณดาพูด พลางหมุนตัวกลับออกจากอ้อมกอดของศรุตเพื่อไปจิ้มหน้าจอไอแพด เปิดดูสูตรอีกรอบ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้หันกลับมาบอกให้ศรุตช่วยหยิบอะไร เขาก็ตรงเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง ทั้งยังเกยคางเอาไว้บนบ่าเล็กๆ ของเธออีกต่างหาก 

 

“พี่รุตคะ” 

 

“พี่จะเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้นะ อิงค์ทำไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน” ศรุตแกล้งว่า  

 

“แล้วถ้าพี่รุตกอดอิงค์เอาไว้แบบนี้ อิงค์จะทำอะไรถนัดได้ยังไงล่ะคะ” 

 

“ได้สิ เชฟอิงค์เก่งมากๆ อยู่แล้ว” ศรุตดึงดันและยังไม่คิดจะปล่อยเธอออก อาณดานึกเหนื่อยใจกับเขาอยู่เหมือนกัน แต่ป่วยการจะเถียง 

 

เธอหยิบนั่นหยิบนี่โดยมีเขาเกาะติดเป็นลูกลิงที่เกาะอยู่ด้านหลังอยู่ตลอด พอเผลอหน่อย เขาก็หอมแก้มเธอ หรือไม่ก็ซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอ เหมือนจะแกล้งให้เธอจักจี้และหัวเราะอยู่ตลอด 

 

“พี่รุตคะ” 

 

“ครบแล้วเหรอ” 

 

“ยังค่ะ แต่อิงค์ว่าถ้าพี่จะยั่วอิงค์ขนาดนี้ เดี๋ยวเราค่อยกลับมาทำอาหารกันต่อก็ได้นะคะ” อาณดาบอกอย่างยอมแพ้ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไรจากเธอ 

 

ศรุตหัวเราะเสียงดังอย่างผู้ชนะ ก่อนที่เขาจะยอมปล่อยมือออกจากรอบเอวของเธอ แล้วช้อนตัวเธอขึ้นจากพื้นในทันที 

 

“พี่นี่เหลือเกินจริงๆ อื้อออ”  

 

ยังไม่ทันได้บ่น ริมฝีปากของเธอก็ถูกศรุตครอบครองเอาไว้เสียแล้ว 

 

เขาวางเธอลงบนเตียง ก่อนจะใช้ร่างกายที่สูงใหญ่ต้อนเธอให้กระเถิบเข้ามาด้านใน เขาคร่อมเธอเอาไว้ใต้ร่างแล้วปิดปากเธอด้วยริมฝีปากที่ร้อนฉ่า มือหนาทั้งสองข้างปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกไป และภายในเวลาไม่กี่วินาที ต่อมา ร่างกายของเขาก็เปลือยเปล่า 

 

แม้จะย้ายมาอยู่กับเขาได้สักระยะแล้ว แต่อาณดาก็ยังไม่รู้สึกคุ้นชินกับท่าทีหิวของเขาสักที บทจะใจดี เขาก็ใจดีเอามากๆ แต่บทจะต้องการ เขาก็ทำเหมือนไม่เคยใจดีกับเธอเลยสักนิดเดียว 

 

“อื้อออ” อาณดาครางแผ่วในลำคอ เมื่อหน้าอกของเธอถูกเค้นเบาๆ เธอยังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ครบทุกชิ้น ทว่าสายตาของศรุตกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเสื้อผ้าบนร่างกายของเธอกำลังจะถูกเขาเผาให้มอดไหม้ 

 

ฟุ่บ! 

 

ไม่นาน เสื้อยืดตัวโอเวอร์ไซส์ที่เธอสวมอยู่ก็ถูกถอดออกไปทางเหนือหัว เผยให้เห็นหน้าอกที่ถูกซ่อนเอาไว้ใต้บราเซียลูกไม้สีม่วง 

 

ศรุตจ้องมองมันอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปใกล้ จูบเบาๆ ที่เนินอก ก่อนจะครอบครองยอดอกของเธอด้วยริมฝีปากที่ร้อนเหมือนไฟ 

 

“อื้อออ” 

 

อาณดาดิ้นพล่าน สองมือของเธอดึงทึ้งผ้าปูที่นอนอยู่ตลอดเวลา หน้าท้องเกร็งจนแบนราบ เมื่อศรุตกำลังลูบไล้ฝ่ามือข้างหนึ่งลงไปเพื่อปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเธอออก ก่อนจะใช้ปลายเท้าถีบมันลงไปทางปลายเท้าของเธอ 

 

ร่างบางเหลือเพียงชุดชั้นในลายลูกไม้สีม่วงที่เข้ากัน เนินอกที่โผล่พ้นขอบบราเซียออกมาผายขึ้นยามเมื่อเธอสูดหายใจเข้า ศรุตจ้องมองมันแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะสบตาเธออีกครั้ง พลางยกฝ่ามือข้างหนึ่งแตะเบาๆ ที่ข้างแก้มของเธอ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากที่เขาเพิ่งจะจูบไปเมื่อครู่ 

 

อาณดาจ้องมองดวงตาของเขาด้วยความปรารถนาที่ถูกเขาปลุกขึ้นมา ก่อนที่เธอจะแลบลิ้นเล็กๆ ออกมาเลียปลายนิ้วของเขาและดูดเบาๆ ก่อนจะเริ่มหนักขึ้น ราวกับอยากจะกลืนมันให้หายเข้าไปในโพรงปาก 

 

“ซี้ดดด” ศรุตสูดปากเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ดึงนิ้วมือออกจากปากของเธอ และโน้มใบหน้าลงไปจูบเธออีกครั้ง พลางล้วงฝ่ามือข้างหนึ่งเข้าไปในชั้นในตัวจิ๋ว สัมผัสเบาๆ ที่กลีบสาวที่เริ่มมีความชื้นแฉะ 

 

“อ๊ะ!” 

 

เพียงแค่เขาแตะปลายนิ้วลงเบาๆ ที่จุดอ่อนไหว ร่างกายของอาณดาก็กระตุกเกร็งราวกับถูกไฟช็อต 

 

“อื้อออ”  

 

ร่างบางบิดเร่า เมื่อเขาค่อยๆ ขยับปลายนิ้วลงบนจุดอ่อนไหวของเธอ ฝ่ามือเล็กๆ ทั้งสองข้างจับอยู่ที่ไหล่กว้างของเขา ยิ่งเขาขยับปลายนิ้วเร็วเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองสูญเสียสติสัมปชัญญะไปแทบหมด 

 

ศรุตยิ้มบาง ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือกลับขึ้นมา แล้วค่อยๆ เคลื่อนร่างกายของเขาลงไปแทน 

 

“พะ พี่รุต” อาณดาร้องเรียก แต่สายตาที่ยั่วยวนของเขาก็ทำให้เธอต้องกลืนทุกเสียงเรียกกลับลงลำคอ สองขาที่พยายามจะหุบเข้าหากันถูกเขาจับแยกออกช้าๆ เขาพรมจูบที่หัวเข่าทั้งสองข้างของเธอ ก่อนจะไล่ลงต่ำไปเรื่อยๆ ตามต้นขาด้านใน แล้วประทับจูบสุดท้ายลงบนกลีบสาวของเธอที่ในเวลานี้ฉ่ำชื้น ทั้งที่ยังไม่ได้ปลดเปลื้องชั้นในออก เขาเพียงแต่ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวมันออกไปให้พ้นทางเท่านั้น 

 

“อื้อออ” อาณดาครวญครางเสียงกระเส่า สะโพกของเธอขยับขึ้นลง ยามเมื่อเขาตวัดปลายลิ้นลงชิมรสชาติของน้ำหวานกลางกลีบสาว ทำเอาเธอหายใจแทบผิดจังหวะ  

 

“พะ พี่รุตคะ” 

 

คล้ายกับว่าเธอละเมออยู่เพียงคนเดียว เพราะไม่มีเสียงของศรุตตอบรับกลับมาเลยสักครั้ง ไม่นาน อาณดาก็รู้สึกเหมือนใจจะขาด ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน กระตุกเกร็ง สะโพกยกลอยเหนือฟูกที่นอนโดยอัตโนมัติ 

 

“อื้อออ” อาณดาแทบลืมหายใจ เมื่อร่างกายของเธอเบาโหวงยามเมื่อได้ปลดปล่อยความอัดอั้นที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน เสียงหอบหายใจของเธอดังจนน่าอาย ยิ่งเมื่อศรุตผละตัวออกแล้วขยับตัวเองขึ้นมาจดจ้องที่ใบหน้าของเธอมันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเขินอายจนไม่กล้าจะสบตาเขา 

 

ทว่าเขากลับรั้งใบหน้าของเธอให้หันกลับไป พลางส่งยิ้มมาให้พร้อมกับปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าของเธอที่ในเวลานี้ชื้นไปด้วยเหงื่อออกอย่างเบามือ 

 

“อร่อยเหมือนกัน”  

 

คำพูดลามกของศรุตทำให้อาณดาเบิกตาโพลง เขาหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะก้มลงมาจูบเธออีกครั้งพร้อมกับขยับร่างกายขึ้นมาคร่อมเธอเอาไว้ เขาแทรกตัวเองไปตรงกลางหว่างขาของเธอ จดจ่อแก่นกายอวบหนาตรงทางเข้าแล้วค่อยๆ ดันเข้ามา 

 

อาณดาเม้มริมฝีปากแน่น สองมือของเธอบีบไหล่หนาของเขาเอาไว้จนสุดแรง เมื่อความคับแน่นในร่างกายของเธอถูกเขาดันกายแทรกเข้ามาจนสุด 

 

“ซี้ดดด” ศรุตสูดปากอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เริ่มขยับเร็วขึ้น ทุกครั้งที่เขาขยับสะโพกเข้าหาเธอ เสียงหลุดร้องที่เธอครางออกมายิ่งเร้าให้เขาเกิดอารมณ์ ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อและแดงเถือกของเธอยิ่งกระตุ้นให้เขาต้องการมากขึ้น 

 

กึก! 

 

“อื้อออ” อาณดาครางกระเส่าอยู่ตลอด ศรุตรับรู้ได้ถึงความต้องการที่กำลังพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ ของตัวเอง เขากอดรัดเธอเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอขยับหนี กระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าไปจนสุดทางทุกครั้ง จนรับรู้ได้ถึงอาการสะท้านของเธอที่ติดอยู่ในอ้อมกอด 

 

“อิงค์” เป็นเขาบ้างที่ร้องเรียกเธอเมื่อใกล้ถึงจุดเสียวเตรียมจะปลดปล่อย อาณดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอนิ่วหน้ายามเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลที่เขากดกระแทกใส่เข้ามา 

 

กึก! 

 

“อื้อออ” 

 

เสียงครางสุดท้ายของอาณดาดังอยู่ข้างใบหูของศรุต เมื่อเขาซุกใบหน้าลงที่ซอกคอของเธอก่อนที่จะเสร็จ เขาขบเม้มซอกคอของเธอเบาๆ เหมือนพวกโรคจิต แต่กลิ่นหอมๆ ที่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคือกลิ่นสบู่ กลิ่นครีมทาผิวหรือว่ากลิ่นน้ำหอมของเธอบริเวณนี้นั้นหอมจนเขารู้สึกเสพติด 

 

ครู่หนึ่งศรุตจึงถอนตัวออก เขาล้มตัวลงนอนข้างกายของเธอก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด พลางจ้องมองร่างกายของเธอที่จนถึงตอนนี้ก็ยังมีชุดชั้นในติดอยู่สองชิ้นอย่างพอใจ เขาหวงแหนและปรารถนาเพียงเธออยู่ตลอด 

 

อาณดาหอบหายใจถี่ เธอยังไม่พูดอะไรเลยสักคำเพราะกำลังปรับลมหายใจอยู่ ปล่อยให้ศรุตตระกองกอดเธอเอาไว้อย่างนั้น เพราะอ้อมกอดของเขามักจะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ถูกรักอยู่เสมอ 

 

“เช้านี้พี่ต้องอดกินสปาเกตตีแล้วแน่ๆ” ศรุตแซว พลางก้มลงจูบที่กลางหัวของอาณดาเบาๆ เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แม้จะแสร้งทำหน้างอ แต่ศรุตกลับมองออกว่าแท้ที่จริงแล้ว เธอกำลังยิ้มอ้อนใส่เขาอยู่ต่างหาก 

 

“เดี๋ยวอิงค์ออกไปทำให้นะคะ” 

 

“อย่าดีกว่า” ศรุตรีบบอก อาณดามีสีหน้าแปลกใจ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็หลุบสายตาลงต่ำ สีหน้าดูคล้ายกับจะเศร้าลง 

 

“อิงค์ว่าแล้วเชียว จริงๆ แล้วอิงค์ต้องทำไม่อร่อยแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ” 

 

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” 

 

“ไม่จริงหรอกค่ะ พี่รุตไม่ต้องโกหกอิงค์ก็ได้นะคะ บอกอิงค์มาตรงๆ คราวหน้าอิงค์จะได้ปรับปรุง แต่ถ้าพี่รุตโกหก อิงค์ก็ไม่มีทางรู้นะคะว่าจริงๆ แล้วอิงค์... อุบ” 

 

ศรุตขยับตัวเองลงไปเล็กน้อย แล้วล็อกใบหน้าของเธอเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอในระหว่างที่เธอกำลังพูดฉอดๆ  

 

“พะ พี่รุต” 

 

“พี่ไม่ได้โกหก อิงค์ทำอร่อยแล้วจริงๆ แต่ที่พี่บอกว่าอย่าดีกว่า เพราะเดี๋ยววันนี้พี่จะทำให้อิงค์กินเองต่างหาก” 

 

“หา!” 

 

“อิงค์นอนพักเถอะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง เสร็จแล้วพี่มาตามแล้วกันนะ” ศรุตพูดพลางจับใบหน้าของเธอหันไปหันมาเบาๆ ดวงตาของอาณดาในตอนนี้มีทั้งความแปลกใจและตื้นตันใจปนกันอยู่ 

 

“เดี๋ยวค่ะพี่รุต” อาณดาเอื้อมคว้าข้อมือของศรุตเพื่อรั้งเขาเอาไว้  

 

เขาที่เพิ่งจะหันหลังให้เธอและกำลังจะก้าวลงจากเตียงต้องหันกลับมามอง 

 

“ว่าไง หรือว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” 

 

“เปล่าค่ะ จริงๆ แล้ว อิงค์ยังไม่หิวเลย พี่รุตกลับมานอนด้วยกันก่อนนะคะ” อาณดาบอกด้วยความเขินอายพร้อมกับตบฝ่ามือลงบนหมอนหนุนของเขาเบาๆ 

 

ศรุตยิ้มบางก่อนจะยอมหันกลับมาทั้งตัว แล้วกลับขึ้นเตียงไปล้มตัวนอนลงข้างๆ เธอ  

 

อาณดาขยับตัวเองเข้าไปกอดเขาเอาไว้ ยกแขนของเขาพาดลำตัวของเธอเบาๆ ซุกใบหน้าลงกับหน้าอกของเขาเหมือนที่ชอบทำเป็นประจำก่อนนอนทุกคืน 

 

“กอดอิงค์แบบนี้ต่อสักพักนะคะ” อาณดาอ้อน 

 

“กอดตลอดไปก็ได้” ศรุตรีบบอกแล้วกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้แน่นขึ้น และแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการกอดรัดกันสองคนอยู่บนเตียง กลิ้งทับกันไปกลิ้งทับกันมาอยู่อย่างนั้น 

 

“พอแล้วค่ะพี่รุต อิงค์หัวเราะจนท้องแข็งไปหมดแล้ว” อาณดาอ้อนวอน เพราะตอนนี้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงจะขัดขืนแล้วจริงๆ 

 

ศรุตยอมคลายอ้อมกอดออกเล็กน้อย และก้มหน้าลงมองเธอที่หัวเราะจนน้ำตาไหลและใบหน้าแดงไปหมด 

 

“ตกลงว่าอิงค์จะยอมให้พี่กอดตลอดไปหรือเปล่า” 

 

               อาณดาแสร้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่แก้มทั้งสองข้างของเธอจะค่อยๆ ป่องออกทีละนิดๆ แล้วพยักหน้าเบาๆ 

 

               “ค่ะ แต่พี่รุตต้องสัญญากับอิงค์ว่าพี่รุตจะกอดแค่อิงค์คนเดียวนะคะ” 

 

คำขอของอาณดาทำให้ศรุตสบตาเธอด้วยสายตาจริงจัง ก่อนจะจับมือของเธอทั้งสองข้างขึ้นมาจูบที่หลังมือ 

 

               “ได้สิ พี่สัญญาว่าต่อจากวันนี้ไปพี่จะกอดแค่อิงค์คนเดียว แล้วก็จะรักอิงค์แค่คนเดียวด้วย” ศรุตให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ 

 

               หัวใจของอาณดาอบอุ่น ไม่ว่าที่ผ่านมาเขาจะเคยเป็นยังไง แต่นับจากวันนี้ไป เธอเชื่อเขาหมดหัวใจว่าเขาจะมีเพียงแค่เธอ มันอาจดูโง่เขลาที่เชื่อคำพูดของเขาโดยง่าย แต่ในเมื่อเธอรู้สึกแบบนั้น เธอก็เพียงแค่ต้องการทำตามความรู้สึกของตัวเอง หากวันข้างหน้าทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นแบบที่เธอหรือเขาคิดเอาไว้ เธอก็อาจจะต้องเสียใจ แต่ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย เพราะวันนี้เขาทำให้เธอรู้สึกว่าการได้ถูกรัก มันมีความสุขมากจริงๆ 

 

               “อิงค์รักพี่ที่สุดเลยค่ะ” 

 

               “พี่ก็รักอิงค์ที่สุดเหมือนกัน” ศรุตย้ำเบาๆ เขาไม่เคยรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองสงบนิ่งได้แบบนี้มาก่อน จากที่เคยรู้สึกว่าชอบอะไรที่ตื่นเต้นท้าทายและทำให้ใจเต้นแรง แต่มาวันนี้ เขากลับรู้สึกว่าเวลาที่ได้นอนกอดใครสักคนแล้วหัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอไปพร้อมๆ กัน มันทำให้เขารู้สึกสบายใจแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน  

 

               “แล้วนี่ตกลงอิงค์ไม่หิวจริงๆ น่ะเหรอ” ศรุตถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ นี่ก็สายมากแล้ว แต่เขาและเธอยังเอาแต่นอนกอดกันอยู่บนเตียง 

 

               “ค่ะ อิงค์อิ่มแล้ว” 

 

               “อิ่มอะไร หรือว่าเมื่อกี้ชิมสปาเกตตีกับทงคัตสึไปแล้วละสิ” 

 

               “เปล่าค่ะ อิงค์ยังไม่ได้ชิมเลย กำลังจะชิม แต่พี่เดินออกไปพอดี อิงค์ก็เลยให้พี่เสี่ยง” อาณดาว่าพลางหัวเราะเสียงดัง พลอยทำให้ศรุตหัวเราะตามไปด้วย 

 

               “แล้วที่บอกว่าอิ่มนี่อิ่มอะไร” 

 

               “อิ่ม... พี่ชายเพื่อนน่ะค่ะ” 

 

               “หืมมม” 

 

               “ตอนแรกก็ว่าจะไม่กิน แต่พอรู้ตัวอีกที อร่อยเฉ้ย” อาณดาบอกเสียงสูง พร้อมกับรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที ท้ายที่สุดแล้ว เธอคงต้องยอมรับว่าเธอกลืนน้ำลายของตัวเองจริงๆ เพราะจากที่บอกว่าพี่ชายเพื่อนเป็นของต้องห้าม ไม่ว่าเราจะหน้ามืดหรือว่าหิวแค่ไหนก็ห้ามกิน แต่สุดท้ายแล้ว เธอกลับติดใจในรสชาติของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น 

 

               ศรุตหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะกอดเธอเอาไว้แน่นๆ ด้วยความมันเขี้ยว เขารู้สึกเหมือนตัวเองได้รับรางวัลอะไรสักอย่างที่เป็นความสำเร็จขั้นสูงสุดของชีวิต และคงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้ทำให้อาณดายิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้อีกแล้ว 

 

               “ถ้าอร่อยจริง ก็ต้องกินเยอะๆ นะ” 

 

               “คะ” 

 

               “ลองชิมตรงนี้สิว่าอร่อยหรือเปล่า” ศรุตแกล้งว่า พร้อมกับชี้นิ้วไปที่แก้มป่องๆ ของตัวเอง อาณดาเห็นแล้วอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เธอสบตาเขาครู่หนึ่งเหมือนกำลังใช้ความคิด ทว่าโดยไม่ทันตั้งตัว เธอก็ขยับกลับขึ้นไปคร่อมเขาเอาไว้อย่างรวดเร็ว จนศรุตยังตกใจ 

 

               “เดี๋ยวอิงค์คิดเองดีกว่าค่ะว่าอิงค์อยากจะชิมตรงไหน” 

 

               “อะ อิงค์” 

 

               “ตรงนี้น่าจะหวานดีนะคะ”  

 

               “อิงค์ อื้อออ” 

 

               “ตรงนี้ รสชาติยังไงนะ” 

 

               “ตะ ตรงนั้น...” 

 

               “เดี๋ยวชิมทั้งตัวแล้วอิงค์จะบอกอีกทีแล้วกันนะคะว่าอร่อยสมคำโฆษณาหรือเปล่า” อาณดาพูดพลางลูบไล้ฝ่ามือไปทั่วแผ่นอกกว้างของศรุต รอยยิ้มของเธอในเวลานี้ดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย โดยเฉพาะเวลาที่สายตาของเธอมองต่ำลงไป ทว่ามันกลับทำให้ศรุตรู้สึกว่าเธอยิ่งมีเสน่ห์ คงเป็นเรื่องยากและไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้วหากว่าเขาจะถอนตัวและหัวใจขึ้นจากเธอ 

 

               “อิงค์ชิมตรงนั้นได้ไหมคะ” 

 

               “อิงค์! โอ้ววว” 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว