email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 35 ผู้สืบทอดบัลลังก์(2)

ชื่อตอน : บทที่ 35 ผู้สืบทอดบัลลังก์(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2564 01:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 35 ผู้สืบทอดบัลลังก์(2)
แบบอักษร

บทที่ 35

 

ผู้สืบทอดบัลลังก์(2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...เลี่ยงหรูทอดมองไปทอดมองไปที่ลานประลองอย่างพึ่งพอใจ ถึงแม้มันจะเกินคาดไปหน่อยที่เจ้าจอมอวดดีนั่นจะแพ้ภายในไม่กี่วินาทีต่อมาหลังจากที่เขาบอกว่าต้องชนะหมอนั้นให้ได้ ไม่นึกว่าจะไก่อ่อนได้ขนาดนี้

 

โดนเจ้าสามีที่ขี้อวดไม่แพ้กันตลบหลังแล้วเตะก้านคอสลบเหมือบอยู่กลางลาน ช่างเป็นอะไรที่น่าขายขี้หน้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

"ผะ ผู้ชนะคือ องค์ชายเทียนโจว!!"ขันทีผู้หนึ่งอ้ำอึ้งก่อนจะร้องตะโกนออกไปจนสุดเสียงประกาศให้เหล่าผู้สูงศักดิ์ได้รับรู้

 

"เฮ!!!"เสียงเฮดังตะโกนลั่นของเหล่าทหารทำเอาภายในห้องโถงสะท้อนกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ มันทั้งแสดงออกถึงความปิติยินดีและการยอมรับในความสามารถของผู้นำคนใหม่ เสียงนั้นดังลั่นไม่มีลดละทำเอาหูอื้ออึงไม่มีที่สิ้นสุด รู้สึกเหมือนจะหูหนวกก็วันนี้แหละ 

 

ไม่นานเกินรอสักพักก็มีองครักษ์ชุดสีขาวสะอาดตามีผ้าคาดหัวสีทองเดินออกมาพร้อมกับแบกผู้สูงศักดิ์ที่สลบไปแล้วในตอนนี้ขึ้นพลาดบ่าแล้วหายวับออกจากลานประลอง 

 

ทำให้เสียงของทหารทุกนายเริ่มเบาลงแล้วสิ้นสุดเสียงของการโห่ร้อง รอขันทีประกาศคู่แข่งขันคนสุดท้ายที่จะมาประลองกำลัง บรรยากาศโดยรอบเริ่มมีแรงกดดันขึ้นมาอีกครั้งราวกับตอนที่เขานั้นเข้ามาที่นี่ครั้งแรก ทุกอย่างดูเงียบกดดันคู่แข่งขันจนน่าขนลุก

 

"ขอเชิญเสด็จองค์ชายใหญ่ขึ้นมาที่ลานประลองด้วยพ่ะย่ะค่ะ"ขันทีคนนั้นหันไปคำนับองค์ขายใหญ่พร้อมกับคุกเข่าลงก้มหน้าจนหน้าผากแนบชิบไปกับพื้น

 

องค์ชายใหญ่ไม่ได้ตรัสอันใดออกมาเพียงแค่เดินลงมาจากที่นั่งใกล้ๆกับฝ่าบาท เป็นเพราะพระองค์คือโอรสคนแรก และมีสิทธิ์ได้ขึ้นบัลลังก์มากที่สุด เลยได้ใกล้ชิดกับฝ่าบาท

 

พอพระองค์เดินลงมาจากอยู่ตรงหน้าของเทียนโจว ทั้งสองคนเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดอย่างแท้จริง ใบหน้าขององค์ชายสองพระองค์นี้คมคาย ล้ำสัน ดูองอาจ สูงส่ง ออร่าจับจนผู้คนต่างกล่าวคำชื่นชมด้วยความที่คล้ายกันมากนัก นิสัยก็ดูจะคล้ายกันไปเสียหมดหากไม่นับรวมก่อนหน้านั้นด้วย แถมผู้ให้กำเนิดยังเป็นถึงฮองเฮา! ช่างเหมาะที่จะเป็นผู้สืบบัลลังก์ทั้งคู่ 

 

ไม่ว่าใครที่ขึ้นครองบัลลังก์ในที่นี้จะไม่มีใครยกมือคัดค้านอย่างแน่นอน!

 

"ถวายบังคมองค์ชายใหญ่"เทียนโจวประสานมือที่ตรงหน้าก่อนจะก้มหัวลงเป็นการนอบน้อม ในความทรงจำเก่าๆแม้พี่ชายจะดูร้ายกาจแต่ก็เป็นคนที่ปกป้องตนเรื่อยมา ดูเหมือนกับพี่ชายใหญ่ในชาติก่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 

 

"ไม่ต้องมากพิธีหรอก"องค์ชายใหญ่ยกมือห้ามคนที่หน้าตาคล้ายๆกัน พร้อมกับยิ้มอ่อนให้ สายตาที่จ้องมองน้องชายของตนมันช่างดูเหมือนคนที่กำลังนึกเอ็นดู และดูเหมือนกำลังชื่นชมในตัวของน้องชายตัวเองเป็นอย่างมาก

 

"เสด็จพี่หมิงโจวเองก็น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าการต่อสู้ในครั้งนี้ตัดสินอย่างไร ก็จงอย่าได้ออมมือให้ข้าเลย"เทียนโจวเอ่ยอย่างจริงจังสายตาแข็งกร้าวมิอาจยอมให้พี่ใหญ่ต้องมาเสียสละอะไรให้อีก เขาไม่ชอบเลยจริงๆ กับการเสียสละที่เหมือนการโยนภาระมาให้แบบนี้ 

 

"ข้ามิได้อยากจะออมมือเสียหน่อย หากชนะก็เป็นเพราะเจ้านั้นแข็งแกร่งมิใช่หรือ"องค์ชายใหญ่ตรัสออกมาด้วยท่าทางที่สบายๆต่างกับที่เจอกับเขาโดยสิ้นเชิง! ตอนนั้นพูดจาน่ากลัวแล้วทำหน้ายักษ์ใส่ ทั้งยังทำหน้าเหมือนจะฆ่าเขาให้ตายอีกต่างหาก!

 

เลี่ยงหรูจ้องมองแล้วนึกอยากจะเดินหนีเห็นท่าทางนี้แล้วก็นึกสงสารคนอื่นที่เคยโดนเจ้าฟิลิกซ์ดุเลย ตอนนี้เหมือนเห็นภาพทับซ้อนของความลำเอียงที่เกิดขึ้นไม่มีผิดเพี้ยน

 

"ครั้งนี้ข้าจะเอาจริง หากเสด็จพี่หมิงโจวแพ้ ข้าจะฆ่าท่านแล้วขึ้นครองบัลลังก์ หลังจากนั้นข้าอาจจะต้องสังหารคนที่บริสุทธิ์ไปมากมาย เพื่อความเจริญของตนเอง"เทียนโจวเอ่ยเสียงกระซิบให้ได้ยินเพียงแค่พวกตนสองคน ที่บอกออกไปเช่นนั้นเพราะองค์ชายชายใหญ่เป็นคนที่ยึดมั่นในคุณธรรมมาก 

 

ตอนเด็กๆองค์ชายใหญ่เจอคนลักขโมย แล้วใส่ร้ายไปให้คนอื่นยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟทั้งยังทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตให้ฝ่าบาทเพิ่มโทษของการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นไปอีกร้อยเท่า คิดว่าการยั่วยุด้วยคุณธรรมนี้คือสิ่งที่น่าจะเป็นผลดีต่อตัวข้า

 

"ข้าไม่เคยคิดว่าพระอนุชาของตนจะกลายเป็นคนเช่นนั้น"

 

"ท่านจะรู้อันใด ตอนที่ข้าไปปราบกบฏข้าได้สังหารเกือบทุกคนโดยไม่สนว่าดีหรือร้าย ตอนนั้นมันทำให้ข้ารู้สึกสนุกขึ้นมาจริงๆ หากข้าได้เป็นกษัตริย์มันก็ไม่แน่นอนอยู่แล้ว นับจากวันนั้นข้าก็ไม่เคยสนใจใครนอกจากพระชายาและลูกของตนเอง"

 

องค์ชายหมิงโจวนิ่งเงียบขุ่นคิดหนักขึ้นมาอีกครา คราวนี้ดูเหมือนว่าเทียนโจวจะยั่วยุสำเร็จเพราะคิดว่ายังไง องค์ชายใหญ่ก็ยอมให้ไม่ได้อยู่แล้ว คิ้วเข้มหนาของคนที่รีบฟังความจริงขมวดลง ใบหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะหายไป

 

"ข้าจะไม่ออมมือให้เด็ดขาด!"องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะจ้องมองน้องชายร่วมสายเลือดอย่างไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง และไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง

 

"หึ...งั้นข้าก็จะไม่ออมมือเช่นกัน"เทียนโจวไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรก็พุ่งเข้าหาตัวประชิดองค์ชายใหญ่ พร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง อาจจะเป็นเพราะแบบนี้องค์ชายหมิงโจวเลยเชื่อสนิทใจว่าพระอนุชาของตนคิดจะสังหารตนจริงๆ 

 

เพราะการส่งจิตสังหารนี้มันจำต้องมีการกระหายอยากฆ่าอย่างรุนแรงจึงจะสามารถปล่อยออกมาได้ และมันมักจะแสดงออกในรูปแบบของแรงกดดันและความรู้สึกที่ไม่ค่อยปลอดภัย สำหรับจิตสังหารนี้แน่นอนว่าตนนั้นต้องทนได้อยู่แล้ว

 

"เป็นอันใดไปพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่...คิดจะยอมแพ้แล้วหรือ?"เทียนโจวเอ่ยยั่วยุอีกครั้งพร้อมกับปล่อยหมัดเข้าโจมตีอย่างไม่ยั้ง แต่องค์ชายใหญ่ก็รับเอาไว้ได้หมด ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ยอมตัดใจสู้งั้นสินะ 

 

"เฮ้อ...ข้าอยากไปหาพระชายาจะแย่"เทียนโจวถอยหลังมาตั้งหลักบ่นออกมาอีกรอบพร้อมกับเหลือบมองไปทางเลี่ยงหรูเพื่อหวังกำลังใจ แต่เลี่ยงหรูไม่ได้มองมาที่ตนซะได้?

 

ชิ้ง!....เทียนโจวดึงดาบสั้นที่ซ้อนไว้ที่ขาก่อนจะสร้างความตกตะลึงให้กับเหล่าผู้คนทั้งหลาย เพราะการแข่งขันในครั้งนี้ไม่อยากให้เกิดรอยแผลฝ่าบาทจึงไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธ แต่ตนเบื่อกับการที่ต้องต่อสู้ด้วยหมัดเสียแล้ว ยิ่งเป็นคนตรงหน้าการตัดสินด้วยหมัดจึงเป็นเรื่องที่ยาก 

 

แล้วอีกอย่างแม้ตนจะมีแผนต้องแกล้งแพ้ แต่ว่าในฐานะของคนที่จะต้องเป็นใหญ่กว่าทุกคนในแผ่นดินจะมาสู้กันแบบอ่อนๆคงไม่มีใครยอมรับกันหรอกนะ มันต้องมีการนองเลือดเสียหน่อย แต่แน่นอนว่าต้องไม่ถึงตาย

 

เคล้ง!...เทียนโจวดึงอีกดาบที่อยู่ขาซ้ายโยนไปให้พี่ชายร่วมสายเลือดของตนเอง เป็นอันว่าใช้สิทธิ์ที่เท่าเทียมเสมอกัน 

 

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ฝะ ฝ่าบาททำอะไรสักอย่างเถอะเพคะ"ฮองเฮาที่เห็นโอรสทั้งสองของนางถืออาวุธก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา นางรักลูกของนางมากเลี้ยงดูด้วยความรักทะนุถนอมมาเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้นางกลับเห็นบุตรชายทั้งสองคนทำท่าราวกับจะฆ่ากันเอง!

 

หัวใจนางเต้นแรงไม่หยุด ทั้งที่นางเป็นคนบอกกับฝ่าบาทให้เข้มงวดกับการแย่งชิงอำนาจ และอย่าให้ใครถืออาวุธเข้ามาในสนามประลอง นางดีใจที่โอรสทั้งสองคนใดคนหนึ่งจะได้ขึ้นครองราชย์ แต่หากมีใครต้องตายนางคงอยู่เฉยมิได้!

 

"ฝ่าบาท!"พระแม่ของแผ่นดินทำท่าจะร่ำไห้เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาตอบรับจากคนที่นางรักและไว้ใจ

 

"ใจเย็นก่อนเถิดฮูหยิน รอดูเถิดว่าลูกของเราจะทำเช่นไร ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเล็กทำร้ายกันมิลงหรอก"ฝ่าบาทกระซิบบอกฮองเฮาด้วยคำเอ่ยไม่เป็นทางการ เมื่ออยู่กันสองคนก็จะเอ่ยเช่นนี้ ถึงแม้ฝ่าบาทจะมีโอรสและธิดามาก แต่ก็มิเคยหลงไหล ปักใจรักใครเท่าฮองเฮาอีกแล้ว

 

ที่พระองค์ทำก็เพื่อครอบครัว เพื่อความมั่นคงของอำนาจ โอรสและธิดาที่ประสูติจากฮองเฮาจึงเป็นที่โปรดปราน และมอบความรักความอบอุ่นให้มากที่สุด 

 

"หม่อมฉันก็ขอให้มันเป็นเช่นนั้นเถิดเพคะ"ฮองเฮาเอ่ยเ้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน นางทอดสายตาจ้องมองไปที่ลานประลองแล้วรู้สึกใจสลาย นางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าบุตรชายจะบาดเจ็บ 

 

องค์ชายหมิงโจวมองดาบสั้นในมืออย่างลังเลนึกหวาดกลัวว่าจะทำให้น้องชายของตนบาดเจ็บ สายตาของความเป็นพี่ฉายชัดมิอาจลงมือต่อสู้ แต่ก็ต้องทำเพื่อราษฎรหากน้องชายได้บัลลังก์อาจจะทำให้บ้านเมืองเดือดร้อนก็เป็นได้!

 

เทียนโจวทอดมองไปยังพี่ชายของตนเองอย่างเรียบนิ่ง ไม่แสดงถึงความรู้สึกอันใดออกมา ในหัวเอาแต่คิดที่จะรีบจบศึกในครานี้ให้เร็วมากที่สุดเพียงเท่านั้น 

 

พรึบ!....เคร้ง!เทียนโจวพุ่งเป้าไปด้วยความเร็วสูงจนมองราวกับหายตัว ดาบสั้นฟาดฟันไปมาราวกับกำลังกระหายเลือด แววตาไร้ความวิตกกังวลไล่ต้อนพี่ชายของตนเองให้จนมุม 

 

เสียงดาบประทะกันจนเกิดประกายไฟการโจมตีรุกหน้าเข้าไปอย่างไม่หยุดหย่อนองค์ชายใหญ่ได้เพียงแต่ตั้งรับและมองดูสถานการณ์ราวกับกำลังหาจังหวะที่จะเข้าจู่โจม แต่เทียนโจวไม่เผยจุดอ่อนใดๆออกมาเลยแม้แต่น้อย

 

นานกว่า 2 เค่อก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าทั้งรับทั้งรุกจนเริ่มมีบาดแผลตามตัวทั้งสองคน มันเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อยเพียงเท่านั้น ก่อนที่เทียนโจวจะเริ่่มเปิดช่องว่างของตนเองทีละนิด จนองค์ชายใหญ่เริ่มเป็นฝ่ายรุกเข้ามาเรื่อยๆ

 

"อึก!..."เทียนโจวเบี่ยงรับดาบเล็กน้อยก่อนจะทำท่าล้มลงกุมแผลของตนเองทั้งที่ไม่ใช่แผลที่ลึกมากอันใด แต่ในอีกมุมมันคงดูเหมือนตนรับดาบเข้ามาเต็มๆเลยกระมั้ง 

 

"เจ้าแพ้แล้ว"องค์ชายใหญ่เอาดาบจ่อที่คอของน้องชายตนอย่างอาจหาญเป็นภาพที่ทุกคนในที่นั้นต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจที่ศึกการต่อสู้ครั้งนี้จบลงได้เสียที 

 

"ผะ ผู้สืบทอดรัชทายาทคนต่อไป คือองค์ชายลำดับที่หนึ่ง!! องค์ชายหมิงโจว!!"ขันทีประกาศดังลั่นผู้คนพากันโห่ร้องอย่างดีอกดีใจก่อนที่เหล่าขุนนางเชื้อพระวงศ์คนชั้นสูง และฮองเต้จะยืนขึ้น

 

"ต่อแต่นี้! เจ้าคือผู้สืบทอดของเรา! เราขอแต่งตั้งเจ้าเป็นรัชทายาท และขอแต่งตั้งให้องค์ชายลำดับที่สามของเราเป็นอ๋องปกครองดินแดนทางตะวันออกแบ่งเบาทุกข์ สุขของราษฎร จบการประลอง!!"พระสุรเสียงของฝ่าบาทตรัสขึ้นอย่างทรงอำนาจ น่าเกรงขาม ทุกคนในที่นั้นได้ยินกันถ้วนหน้า 

 

ก่อนที่จะพากันคุกเข่าต่อหน้าลานประลองพร้อมกับเอ่ยคำสรรเสริญทั้งสองคนดังลั่นไกลทั่วท้องวังหลวง คนที่อยู่นะบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

 

"ทรงพระเจริญหมื่นปี! หมื่นๆปี!! ขอความเจริญให้ประชาชน! ขอความรุ่งเรืองให้แผ่นดิน! ขอให้อายุยืนยาว! แด่องค์รัชทายาทของแผ่นดิน!!

 

ทรงพระเจริญหมื่นปี! หมื่นๆปี!! ขอความเจริญให้ประชาชน! ขอความรุ่งเรืองให้แผ่นดิน! ขอให้อายุยืนยาว! แด่ท่านอ๋องคนใหม่ของแผ่นดิน!!!"

 

ประโยคนี้ร้องวนซ้ำๆเสียงดังไม่หยุดหย่อนก่อนที่จะมีใครบางคนพาตนออกไปจากลานประลองนั้นเขาอยากจะเดินเองแต่เห็นแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยของพี่ชายตัวเองก็คิดว่าควรจะยอมทำตัวเหมือนไม่มีแรงเดินจะดีกว่า เพื่อความสมจริง 

 

ที่ตนทำท่าทางพ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะตนแข็งแกร่งแต่เพราะเห็นว่าพี่ชายไม่ยอมเอาจริงเสียที ลังเลที่จะฟันจุดสำคัญของเขา ทั้งที่อุตส่าห์ปล่อยให้ทำตั้งหลายครั้ง การที่แกล้งรับดาบมาถึงเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว 

 

"เลี่ยงหรู!"เทียนโจวผลักหมอออกจากตัวเมื่อมองไปรอบๆแล้วไม่เจอใครบางคน ทั้งอานจิ้งเองก็ไม่อยู่ ทหารเงาที่ให้ปกป้องอยู่ก็สัมผัสไม่ได้

 

ไม่รู้ทำไมจู่ๆหัวใจมันก็หล่นวูบ!กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาคนที่ตนอยากเจอ พอไม่เห็นหน้าในใจก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก จู่ๆก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

"อะ องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ อย่าทรงขยับเลยพ่ะย่ะค่ะเดี๋ยวแผลจะเปิด"หมอที่กำลังจะทำแผลให้เอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆจู่ๆองค์ชายก็ลุกขึ้นพลวดพลาดขึ้นมาราวกับไม่เจ็บปวด ทั้งๆที่เมื่อกี้ทำท่าทางลุกไม่ขึ้นอยู่แท้ๆ

 

"เอาดาบข้ามา!"เทียนโจวตะโกนลั่น!ก่อนจะร้อนรนมองหาเดินไปที่ที่นั่งของเลี่ยงหรูไวๆแล้วแต่ไม่เห็นเลยออกไปข้างนอก ก็ยังไม่เห็นเช่นกัน! เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้กลับก่อนมันต้องมีอะไรสักอย่าง เขารู้สึกใจเต้นแรงลุ้นระทึกมากกลัวว่าจะเป็นอันตราย กลัวมากถึงมากที่สุด!

 

"แค่กๆ อะ องค์ชาย"เสียงกระแอ่มไอของใครบางคนเอ่ยขึ้นราวกับไม่มีเรี่ยวแรงทำเอาเทียนโจวต้องรีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว!เพราะเสียงนั้นมันคุ้นมาก!

 

อะ อานจิ้งกำลังนอนพิงกำแพงอยู่ทั้งเสื้อผ้ายังเต็มไปด้วยเลือดที่แดงฉาน ริมฝีปากนั้นเต็มไปด้วยเลือดที่สำลักออกมา สายตาดูร้อนรนราวกับรอเขาอยู่ เทียนโจวพุ่งเข้าไปหาไม่สนใจบาดแผลของตนเอง สีหน้าเริ่มซีดเผือก ความกังวลเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนตัวเองสติแตกกระเจิง

 

"เกิดอะไรขึ้น!!"เทียนโจวตะโกนกอกหูคนบาดเจ็บอย่างรีบร้อน องครักษ์เงาคนอื่นๆที่เขาให้ปกป้องภรรยานอนสลบอยู่เกลือนกราด

 

"องค์ชายสี่...เอาตัว..พระชายาไป..."

 

"ว่าไงนะ!!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...........

 

อ้าวๆไอ้น้องจะเอาเหรอเนี่ย อารมณ์แพ้แล้วพานเก่ง5555  คิดว่าน้องจะรอดหรือไม่ รอดกด 1 เกือบตายกด 2 ไปเกิดใหม่อีกรอบ กด 3 🥲 เศร้าาาา 

 

เดี๋ยวกลับมาแก้คำผิดนะเจ้าคะ🥰 ราตรีสวัสดิ์ทุกโค้นนน ไรท์ไม่ไหวแย้ววว🌚⏰

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว