email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 38 ฝันร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 ฝันร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2564 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 ฝันร้าย
แบบอักษร

เฉินอันหลานกำลังฝันร้าย ในฝันนั้นเขาเห็นตัวเองกำลังกัดลิ้นฆ่าตัวตายในขณะที่อยู่บนเตียงกับลานเซลอต แต่ไม่นานภาพนั้นก็หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดจากโคนลิ้นไล่ลามขึ้นมาจนถึงส่วนปลาย เจ็บปวดคล้ายถูกมีดกรีดอย่างไรอย่างนั้น เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน 

ทันใดนั้น เสียงพูดคุยของคนสองคนก็ดังขึ้นมาในห้อง 

“เจิ้งถิง คุณจะส่งเขาไปเรียนข้างนอกจริง ๆ เหรอคะ?” 

“ลูกโตแล้ว เขาควรได้พบเจอกับโลกภายนอกบ้าง” 

“แต่คุณก็รู้นี่คะว่าอันหลานน่ะ...” 

“หรือคุณอยากจะขังเขาไว้ในบ้านตลอดชีวิต?” 

เสียงผู้หญิงเงียบไปในทันที 

เฉินอันหลานจำเสียงของคนทั้งคู่ได้ดี คนหนึ่งคือพ่อของเขา ‘เฉินเจิ้งถิง’ นายใหญ่แห่งบ้านตระกูลเฉิน ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือแม่ของเขาคุณนาย ‘เฉินจิ่งหลาน’ คนทั้งคู่จะถือว่าเป็นผู้ก่อร่างสร้างตระกูลเฉินขึ้นมาก็ว่าได้ ทั้งคุณท่านและคุณนายเฉินต่างก็เกิดในตระกูลใหญ่ หลังจากแต่งงานแล้ว ทั้งสองก็ช่วยกันสร้างอาณาจักรตระกูลเฉินขึ้นมาจนกลายเป็นตระกูลอับดับหนึ่งของประเทศจีน  

พวกเขามีโซ่ทองคล้องใจคือลูกชายทั้งสามคน ตั้งแต่จำความได้ ภาพของแม่ในหัวเฉินอันหลานก็คือคุณนายเฉินที่สง่างาม เป็นแม่และภรรยาที่แสนสุภาพเรียบร้อยเสมอมา ตั้งแต่แต่งงานกับเฉินเจิ้งถิงมาหลายปี สองสามีภรรยาไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่คุณนายเฉินมักปล่อยให้ผู้เป็นสามีเป็นคนตัดสินใจแทบทั้งสิ้น ตัวเธอเพียงคอยสนับสนุนและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็เท่านั้น  

ส่วนพ่อในสายตาของเฉินอันหลานคืออัลฟ่าผู้มีอำนาจ เรื่องทั้งในและนอกบ้านล้วนเป็นหน้าที่ของเขาทั้งสิ้น ในใจของบุตรชายทั้งสามคน พ่อคือต้นไม้ใหญ่ผู้เป็นร่มเงาให้กับคนในครอบครัว ดังนั้นบทสนทนาที่เป็นการขัดแย้งกันระหว่างคุณท่านและคุณนายเฉินเมื่อสักครู่จึงเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นเลย 

จากความทรงจำของเฉินอันหลาน เรื่องนี้เกิดขึ้นในคืนก่อนวันเกิดของเขา และบทสนทนาต่อจากนี้คือเหตุผลว่าทำไมผู้เป็นถึงตัดสินใจส่งเขาออกไปอยู่นอกบ้าน 

 หลังจากเงียบไปพักใหญ่ คุณนายเฉินก็เริ่มเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนกล่าวกับผู้เป็นสามี 

“คุณคะ รออีกสักปีสองปีเถอะ รอให้อันหลานโตเป็นผู้ใหญ่เราค่อยส่งเขาออกไปดีไหมคะ?” 

“รอให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่?” 

“ใช่ค่ะ อย่างน้อยฉันจะได้วางใจได้ส่วนหนึ่ง เพราะถ้าเขาต้องออกไปอยู่นอกบ้านคนเดียวตั้งแต่ยังเด็กล่ะก็...” 

“แต่คุณอย่าลืมสิ ที่บ้านเรายังมีลูกชายอีกสองคน”  

“อันหลานจะไม่สร้างความลำบากให้กับหยิ่นหลินและหยินชิงแน่นอนค่ะ เขาเป็นเด็กดี” 

“เด็กดี?” เฉินเจิ้งถิงเอ่ยเสียงสูงอย่างไม่เห็นด้วย 

“เขาเป็นโอเมก้า และเมื่อฮีทครั้งแรกมาถึง อันหลานจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร แล้วคุณจะหวังให้เขาจดจำหยิ่นหลินกับหยินชิงได้งั้นเหรอ?” 

“แต่อันหลานก็เป็นลูกคุณนะคะ หรือคุณไม่ห่วงเขาตอนออกไปใช้ชีวิตข้างนอกเหรอคะ? แล้วถ้า.....เจิ้งถิง เอาแบบนี้ไหมคะ คุณให้เขาอยู่ที่บ้านอีกสักปีสองปี หลังจากนั้นเราค่อยส่งเขาออกไปก่อนฮีทครั้งแรกจะมาถึง แบบนี้ไม่มีทางส่งผลกระทบต่อหยิ่นหลินและหยินชิงแน่นอนค่ะ คุณว่าดีไหมคะ?” 

ในความทรงจำของเฉินอันหลาน คุณนายเฉินไม่เคยต้องลดตัวลงมาร้องขอหรืออ้อนวอนใครถึงขนาดนี้มาก่อน แม้แต่สามีของเธอเองก็ตาม 

เฉินอันหลานหันไปมองแม่ที่กำลังขอร้องพ่อด้วยสีหน้าเจียนจะขาดใจ ภาพนั้นทำเอาเขาอยากจะลุกขึ้นไปห้ามแทบตาย แต่มือเท้าดันไม่เป็นใจเสียนี่ เฉินอันหลานขยับร่างกายตัวเองไม่ได้เลย แขนขาหนักอึ้งเหมือนถูกตอกตะปูเข้าไว้กับเตียงอย่างไรอย่างนั้น เขาพยายามดิ้นอย่างสุดความสามารถเพื่อจะเข้าไปขวางบุพการีทั้งสองคนให้ได้ 

ที่ข้างเตียง 

หมิงจวงกำลังจะป้อนยาให้กับเฉินอันหลาน แท่งไม้ไผ่บาง ๆ ถูกใช้เพื่อแงะฟันที่ปิดสนิทของคนที่หลับอยู่ให้เปิดออก แต่แท่งไม้โชคร้ายนั้นกลับถูกเฉินอันหลานกัดอย่างแรงจนมันหักออกเป็นสองท่อน แล้วหลังจากนั้นคนที่นอนนิ่งก็ดิ้นพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง เว่ยเชียนเฉินที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างรีบเข้ามาช่วยกดแขนทั้งสองข้างของเฉินอันหลานเอาไว้ทันที 

“เบามือหน่อย อย่าทำให้เขาเจ็บ” 

“เบาแล้วจะกดเขาอยู่ไหมล่ะ?” 

จบคำนั้นเว่ยเชียนเฉินก็ถูกเฉินอันหลานถีบเข้าที่สะโพกอย่างจัง ปลายเท้าเฉียดลูกชายเขาไปแค่นิดเดียวเท่านั้น  

เว่ยเชียนเฉินส่งเสียงฮึดฮัดออกมาอย่างขัดใจ เขากำหมัดแน่น เตรียมเหวี่ยงมันเข้าหาเฉินอันหลาน แต่จู่ ๆ ลานเซลอตก็เดินเข้าห้องมาในจังหวะนั้นพอดี มือที่ค้างอยู่บนอากาศจึงได้แต่ดึงกลับมาเก็บไว้ที่ข้างตัวเหมือนเดิม เว่ยเชียนเฉินเกาหัวตัวเองแก้เก้อ ก่อนจะกลับมากดแขนและขาของเฉินอันหลานไว้เพื่อให้หมิงจวงป้อนยา 

ลานเซลอตเดินเข้ามาใกล้ ๆ เตียงนอน เมื่อเห็นว่าคนหลับยังคงดิ้นอย่างต่อเนื่อง ดวงตาคมคู่นั้นก็หรี่ลง 

หมิงจวงป้อนยาให้กับเฉินอันหลานสำเร็จในที่สุด เขาหันกลับมาหานายน้อยของตนแล้วโค้งตัวลงอย่างสุภาพ 

“นายน้อยครับ” 

“เขาเป็นอะไร?” 

“น่าจะฝันร้ายครับ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วง” 

“ไอ้บื้อจวง อย่ามัวแต่ยืนพูดอยู่อย่างเดียวสิ มาช่วยกันจับเขาหน่อย ฉันถูกหมอนี่เตะไปตั้งหลายครั้งแล้วนะ” 

หมิงจวงหันไปมองเว่ยเชียนเฉินที่ร้องโวยวายออกมา “ทนหน่อย เดี๋ยวเขาก็ดีขึ้น” 

“ฉันทนแค่นายคนเดี...” เว่ยเชียนเฉินหยุดชะงักไปกลางคันเพราะเจอสายตาพิฆาตจากหมิงจวง เขากล้ำกลืนคำสุดท้ายในประโยคลงคอไปและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมด้วยการทำหน้าที่จับคนที่ดิ้นอยู่ในความฝันต่อไป  

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของลานเซลอตทั้งสิ้น หลังจบบทสนทนาของลูกน้องทั้งสองเขาจึงเอ่ยถามขึ้น 

“อาการบาดเจ็บของเขาเป็นยังไงบ้าง?” 

“อาการบาดเจ็บจากการกัดลิ้นตัวเองรุนแรงมากครับ ไม่มีทางหายในเร็ววันนี้แน่นอน” 

“คุณชายคนนั้นล่ะ?” 

“เขายังไม่ไปไหนครับ ตอนนี้น่าจะเริ่มจัดคนเพื่อค้นหาบนเรือแล้ว” 

“พวกนายสองคนไปเฝ้าข้างนอกไว้” 

“ครับ นายน้อย” 

หมิงจวงหันไปโค้งไปลานเซลอตอีกทีหนึ่งแล้วเก็บกล่องยาเตรียมออกจากห้องไป 

เว่ยเชียนเฉินที่เห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยถาม 

“เสี่ยวหมิงหมิง ฉันต้องหาเชือกมามัดไอ้ไก่อ่อนไว้ไหม?” 

“อยากตายก็มัด” 

“ไม่อยาก”  

“งั้นก็ไปได้แล้ว” 

เว่ยเชียนเฉินรีบปล่อยมือทันทีแล้วรีบเดินตามคู่หูออกไป 

เมื่อลูกน้องทั้งสองออกไปจนหมดแล้ว ลานเซลอตก็เดินมานั่งลงที่ข้างเตียง เขาเอื้อมมือไปด้านหน้าและคว้ามือเฉินอันหลานมากุมไว้ 

ไม่นานคนที่ดิ้นอยู่ก็ค่อย ๆ สงบลง 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว