email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 34 ผู้สืบทอดบัลลังก์(1)

ชื่อตอน : บทที่ 34 ผู้สืบทอดบัลลังก์(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2564 10:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 34 ผู้สืบทอดบัลลังก์(1)
แบบอักษร

บทที่ 34

 

ผู้สืบทอดบัลลังก์(1)

 

 

 

 

 

 

 

...เลี่ยงหรูมองคนตรงหน้าด้วยท่าทาง หวาดระแวง ชาติก่อนเคยญาติดีกันก็จริง แต่กว่าจะญาติดีก็ผ่านแบบทดสอบมาหลายรูปแบบเลยทีเดียว พี่แกมันออกไปทางบราค่อนหน่อยๆ บ้าน้องชายแบบที่ไม่ค่อยแสดงออก ต่อหน้าน้องทำเป็นเข้าใจ ลับหลังส่งคนมาคอยลอบมองอยู่ตลอด ทั้งยังเคยแอบเอายาปลุกเซ็กส์ใส่ให้เขากินแล้วส่งผู้หญิงมาในห้อง 

 

ดีที่เจ้าฟิลิกซ์รู้แล้วเข้ามาช่วย ตอนนั้นเขาแทบไม่มีแรงต้านทานผู้หญิงคนนั้นได้เลย ยังไงก็เถอะพอผ่านรอบนั้นมาได้ พี่แกก็เลิกเข้ามายุ่งวุ่นวายเพราะฟิลิกซ์โกรธจัด บล็อกทุกช่องทางการติดต่อ แล้วก็ขู่ว่าจะตัดขาดความเป็นพี่น้อง พี่แกเลยยอมถอยอ่ะนะ

 

ชิ้ง...เสียงของดาบที่ถูกชักออกมาจากฝักพร้อมกับจ่อเข้าที่ลำคอขาว ดีที่มันยังไม่แนบเนื้อไม่งั้นคงมีรอยบาดเป็นแน่ สายตาที่พี่แกมองมานั้นเรียบเฉยเหมือนกับว่าหากสะบั่นคอเขาไปก็คงจะไม่ต้องลำบากอะไรอีก 

 

"เจ้าคิดหวังอันใดอยู่?"พี่ชายบราค่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ไม่ว่าชาติไหนก็เห่อน้องชายไม่เคยเปลี่ยนเลยงั้นสินะ 

 

ยิ่งชาตินี้เจ้าคุณน้องชายแต่ก่อนดูอ่อนแอ และเชื่อคนง่าย คงจะเป็นห่วงตามประสาพี่ชายล่ะมั้ง?

 

"กระหม่อมไม่เคยหวังอะไรจากองค์ชายเทียนโจวพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูทำใจดีสู้เสือจ้องตาคุณพี่ชายไม่กระพริบ รู้อยู่แล้วว่าต้องโดนแบบนี้ ชาติก่อนได้ลูกปืน ชาตินี้ได้ปลายดาบคมกริบ เขาจะเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ยังไงดี?

 

ปลายดาบมีไอรังสีอำมหิตรู้สึกได้ว่ามันผ่านการฆ่าคนมาอย่างโชกโชน แม้ไม่โดนผิวแต่ก็ยังดูสึกแสบๆ คันๆ ทั้งบรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเย็นลงอย่างผิดสังเกต แรงกดดันจากคนตรงหน้าทำเอาตัวเขามันสั่นสะท้านไปหมด เสียงที่เปร่งออกมาดูสั่นๆจนแทบไม่ปกติ

 

"ข้าจะเชื่อเจ้าได้เช่นไร?"

 

"กระหม่อมกับองค์ชายมีใจให้กันมาเสียนานแล้ว ถ้าหากว่ากระหม่อมหวังสิ่งใดจากองค์ชายคงเปิดเผยสถานะของกระหม่อมเสียนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอกพ่ะย่ะค่ะ"

 

เลี่ยงหรูพยายามทำเสียงเข้มขรึม หนักแน่น หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจในจุดประสงค์ของตนเอง แม้ในใจจะนึกหวั่นกับดาบที่อยู่ใกล้ลำคออยู่ไม่น้อยก็ตาม พี่ชายของฟิลิกซ์ชาติก่อนค่อนข้างจริงจัง ถ้าคิดจะทำจริงๆ อะไรก็เอาไม่อยู่ แม้เขาจะเป็นคนรักของน้องชายก็ตาม

 

"หากว่าเจ้าต้องการอำนาจจากน้องชายข้าล่ะ การเปิดตัวของเจ้ามันเหมือนเป็นการประกาศว่าหากเทียนโจวได้เป็นรัชทายาท เจ้าก็จะเป็นพระชายาพอถึงคราวที่ขึ้นครองอำนาจทั้งหมด เจ้าก็จะเป็นฮองเฮา"

 

'หยาง หมิงโจว'ไม่ใช่คนที่เอ่ยสิ่งใดได้ยาวๆ แต่เพราะคนตรงหน้าคือคนที่น้องชายของตนหวังจะให้เป็นชายาหนึ่งเดียว หากมิได้ขู่เข็ญให้รู้ความในใจที่แท้จริงของคนผู้นี้แล้ว ก็คงต้องยอมจำใจเอ่ยประโยคยาวๆออกมา

 

ดาบที่จ่อคอกับการปล่อยไอรังสีอำมหิตออกมาคือการข่มขู่ว่าหากโป้ปลดจะสะบั่นคอมันเสีย แม้จะรู้ว่าน้องชายต้องเสียใจมากแค่ไหนก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนดูแลน้องชายให้อยู่ในสายตาตลอด พวกอิสตรี พวกเกอที่คอยหวังผลประโยชน์กับน้องชายที่ใจดี ข้ามีหรือจะทนอยู่เฉย

 

และที่ตอนนี้เทียนโจวมิได้อยู่ด้วย นั่นเป็นเพราะต้องแข่งกับองค์ชายคนอื่นอยู่ เลยมิได้มาเห็น..

 

นางกำนัล ขันทีขององค์ชายหมิงโจวตัวสั่นก้มหน้าลงไปกับพื้นไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา  กลิ่นอายกดดันรังสีอำมหิตแผ่ออกมา กลิ่นของมันคล้ายกลิ่นคาวของเลือด หูก็เหมือนจะอื้ออึงเหมือนกรีดร้องไม่มีหยุด ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงลงทำได้เพียงคุกเข่าลงไปกับดินแล้วก้มหน้าลงคล้ายไม่อยากมองภาพตรงหน้า ส่วนองครักษ์ของเลี่ยงหรูยื่นจ้องแน่นิ่งมือจับดาบชักออกมาเตรียมเอาไว้ ใบหน้าหวาดกลัวคล้ายคนเจอผีตัวสั่นเทาไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

 

"องค์ชายเทียนโจวไม่ได้มีพระประสงค์ที่จะเป็นรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ ความข้อนี้ข้ารู้มานานเสียแล้ว"เลี่ยงหรูพยายามควบคุมไม่ให้เสียงของตนสั่น บุรุษที่อยู่ตรงหน้านั้นแข็งแกร่งกว่าฟิลิกซ์อยู่ไม่น้อย ดูจากรังสีอำมหิตที่แผ่อยู่รอบๆตัว 

 

ไอกดดันที่ทำเอาเหงื่อไหลท่วมกาย ถึงแม้จะพยายามบังคับให้ร่างกายหยุดสั่นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าข้างในมันจะไม่สั่น แข้งขาแทบจะทรุดเมื่อจ้องไปในตาของผู้สูงศักดิ์ ที่เขาทนได้มันเพราะเขาฝึกมันมาตลอด ถึงจะควบคุมมันยากแต่พอทำปล่อยๆก็เริ่มชินเอง แต่พอมาโดนเองก็ทำเอารู้สึกแย่อยู่ไม่น้อย

 

พี่ชายของฟิลิกซ์คือคนที่ทั้งเก่งกาจ ฉลาดเป็นกรดแต่ที่ผ่านมากลับไม่ยอมสร้างผลงานอันใดให้เป็นที่พึงพอใจแก่ฝ่าบาท ถ้าให้เขาเดาอาจจะเป็นเหมือนชาติก่อนที่คนพี่อยากยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ พยายามอยู่เงียบๆตลอด คอยหลีกทางให้คนน้องได้เป็นผู้นำตระกูล ตอนนั้นฟิลิกซ์ไม่ค่อยมีทางเลือกมากเพราะสถานการณ์บางอย่างบังคับ เลยได้สมใจอยากของคนเป็นพี่..

 

"....ข้าเชื่อใจเจ้าได้แน่หรือ?"เป็นเหมือนคำถามที่ถามขึ้นเพื่อให้มั่นใจ สายตาคมจ้องมองลึกเข้ามาที่ดวงตาของเลี่ยงหรู เขาเองก็จ้องกลับเช่นกัน 

 

"เชื่อได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด"เลี่ยงหรูเอ่ยขึ้นหนักแน่นแววตามุ่งมั่นไม่ยอมลดละจากดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมาเลยแม้เพียงเสี้ยววิ 

 

....ทุกอย่างตกอย่างในความเงียบเสียนานดวงตาของเขาเริ่มแห้ง ระคายเคือง รู้สึกอยากร้องไห้ออกมาให้หายแสบ อยากจะกระพริบตานะ แต่กลัวหลับแล้วไปโลกหน้าเลย เขายังไม่อยากตายในตอนนี้นะ! แข้งขาที่สั่นๆนี้ก็ไม่เอาไหนเอาเสียเลย รู้สึกอยากทรุดตัวลงให้ได้ทุกครั้งไป

 

"หึ...หากเจ้าประลองเสร็จแล้วก็จงไปที่ลานแข่งขันเสีย"อีกฝ่ายชักดาบกลับเข้าฝัก พร้อมกับคายแรงกดดันออกไปหมด ทุกอย่างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่คนน่ากลัวๆจะเดินหนีออกไป

 

"อย่าทำให้ข้าผิดหวัง"แล้วทิ้งท้ายประโยคหนึ่งเอาไว้ให้ได้ยินแบบชัดๆ ไม่รู้ว่ามันคือการให้กำลังใจหรือการขู่ว่าถ้าแพ้จะฆ่ากันแน่

 

"...เข้าใจแล้ว พ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูตอบแบบไม่ดังไม่เบานักก่อนจะมองแผ่นหลังยืดตรงเดินหนีไปเสียไกล 

 

พอเห็นว่าไม่มีคนอันตรายอยู่ใกล้ๆแล้วก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง รู้สึกว่าหลังเปียกโชก เหงื่อไหลออกมาเป็นทาง แรงกดดันที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาทำเอาหายใจไม่ค่อยออกเลยตอนนั้น 

 

"เป็นอันใดรึไม่ขอรับ"อานจิ้งที่มองเหตุดารณ์อย่างลุ้นระทึกข้างๆเอ่ยขึ้น พร้อทกับช่วยประคองให้เลี่ยงหรูยืนขึ้น ไม่ใช่ว่าถามเพราะเป็นห่วงแต่เพราะถามเพื่อเอาไปรายงานเจ้านายอีกคนที่ขู่จะฆ่าน้องสาวอีกที 

 

"ไม่เป็นอะไร ตอนนี้รีบกลับกันเถอะ พวกเราออกมานานมากแล้ว"

 

"ขอรับ"

 

 

 

 

 

 

 

 2 ชั่วยามต่อมา....

 

การแข่งขันที่เขาแข่งไปมีทั้งหมดสองรายการ และชนะเรียบทั้งสองรายการในเวลาอันสั้น แน่นอนว่าตำแหน่งขุนนางฝ่ายบุ๋นถูกจองเอาไว้โดยเขา แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะเขาต้องกลายเป็นพระชายาของใครบางคน 

 

"ที่ลานประลองเป็นเช่นไรบ้าง"เลี่ยงหรูเอ่ยถามเสี่ยวเหมยที่อยู่ข้างๆ เขาใช้นางไปดูการแข่งขันต่างๆของเหล่าองค์ชายและสืบการเคลื่อนไหวต่างๆของสามี 

 

เนื่องจากไม่เจอหน้าทั้งวันก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยบวกกับร้อนใจว่าจะมีแมลงอีกกี่ตัวที่จะมาเกาะแกะสามีเขา มันเลยค่อนข้างอยู่ไม่สุขเท่าไหร่ 

 

แต่ตอนนี้สามีเขาจะต้องขึ้นลานประลองรอบรองแล้ว และครั้งนี้เหมือนว่าจะต้องสู้กับเจ้าอวดดีที่ทำท่าดูถูกเขาว่าเป็นคนชั้นต่ำในวันนั้น มันคือ องค์ชายลำดับที่ 4 'หยาง เฟยหมิง' เจ้าคนปากมากวันนี้ข้าไม่ได้ทุบเจ้า ก็ขอให้สามีเป็นตัวแทนก็แล้วกัน!

 

 

 

เลี่ยงหรูเดินเข้าลานประลองของเหล่าเชื้อพระวงศ์ด้วยความกดดันเล็กน้อย ปกติแล้วลานประลองจะต้องมีผู้คนโฮ่ร้องเพื่อสร้างความฮึกเหิมให้เหล่านักสู้ 

 

แต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยความเงียบสนิท มีทั้งเหล่าขุนนางแม่ทัพที่จ้องมองการประลองที่อยู่ตรงหน้า สีหน้าแต่ละคนดูจริงจัง และเคร่งขรึม คงเพราะเป็นการตัดสินใครจะได้ขึ้นครองราชย์ บรรยากาศเลยเคร่งเครียดถึงขนาดนี้ 

 

ที่นี่เป็นห้องโถงที่ตรงกลางโล่งแจ้งเหล่าทหารก็ยืนเฝ้าตลอดทางเดิน ที่นั่งถูกจัดเตรียมเป็นสองฝั่ง ฝั่งซ้ายคือเหล่าหญิงงาม มีลำดับขั้นอยู่ข้างบนคือเชื้อพระวงศ์น่าจะเป็นเหล่าองค์หญิง ล่างคือเหล่าพระชายาเชื้อพระวงศ์หรือฮูหยินของเหล่าพวกขุนนาง ฝั่งขวาคือเหล่าบุรุษที่มีเกียรติ ยศถาบรรดาศักดิ์ดูสูง ส่วนตรงกลางฝั่งข้างในสุดคือฮ่องเต้ ฮองเฮา และเหล่านางสนม ซึ่งมีเป็นขั้นๆเหมือนเทียบแบ่งแยกชนชั้น 

 

ตรงกลางห้องโถงมีลานประลองที่ยกขึ้นสูงเพื่อให้คนอื่นได้มองเห็นกันชัดๆ และมีเหล่าทหารอยู่เบื้องล่าง

 

"เชิญทางนี้เลยเพคะ ว่าที่พระชายา"นางกำนัลขึ้นหนึ่งเข้ามาเชิญเขาให้เข้าไปนั่งรวมกับพระชายาคนอื่นๆ ที่มาร่วมงาน 

 

ไม่รู้ว่าตรงหน้านี้คือภรรยาขององค์ชายท่านไหน หรือของยศอะไรกันแน่ แต่ดีอย่างหนึ่งที่พวกนางๆนั่งแยกกันเป็นกลุ่มและใส่ชุดคล้ายๆกันพอให้รู้ว่ามาด้วยกันอะไรแบบนั้น คนที่ใส่ชุดคล้ายๆกันก็คงจะมาจากบ้านเดียวกันแต่เขาไม่รู้ว่าใครเมียหลวงหรือใครคือเมียน้อย 

 

"พระชายานั่งตรงนี้เลยนะเพคะ"

 

"อ่า....ขอบใจเจ้ามาก"

 

"มิเป็นอันใดเพคะ"นางว่าด้วยรอยยิ้มคล้ายสายตาดูเปร่งประกายราวกับหวังอะไรสักอย่างและยอมเดินหนีไปอีกทาง

 

ที่นั่งของเขามีเพียงที่เดียวถ้าจะให้เทียบกับกลุ่มอื่นที่มีอย่างน้อยสองคนขึ้นไปแล้ว มันช่างดูโดดเด่นจนน่าจับตามอง พวกนางมีใบหน้าที่สวยงดงามเป็นเอกลักษณ์ แต่เสียอย่างเดียวแต่งหน้าหนาไปหน่อยจนกลบความงามไปเกือบหมด ไม่รู้ว่าพวกนางจะไปแสดงงิ้วกันที่ไหนถึงได้จัดเต็มถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังมีบางนางที่มีหน้าสดเป็นเอกลักษณ์แต่ทำหน้าเศร้าๆ ยกพัดขึ้นมาปิดหน้าซะอย่างนั้น สงสัยคงถูกเมียหลวงบอกไม่ให้แต่งหน้ากระมั้ง 

 

"ถึงไหนแล้วหรือ?"เลี่ยงหรูหันไปถามเสี่ยวเหมยที่นั่งอยู่ด้านหลัง 

 

"รอบนี้หากองค์ชายสามล้มองค์ชายสี่ไปได้ ก็จะต้องเข้าไปแย่งชิงตำแหน่งจากองค์ชายใหญ่เพคะ"เสี่ยวเหมยเริ่มใช้คำท้ายประโยคเหมือนกับนางกำนัลเมื่อกี้ ทั้งที่เขายังไม่ได้ตบแต่งเลยแท้ๆ จะรีบร้อนกันทำไม

 

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ การแข่งรอบนี้เจ้าฟิลิกซ์ต่องวัดใจแล้ว ถ้าชนะอีกฝ่ายได้แล้ว ต้องไปสู้กับองค์ชายใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าหากสู้กันจริงๆจังๆพี่ใหญ่ต้องชนะอย่างไม่ต้องสงสัย แต่พี่บราค่อนจะยอมให้น้องชายขายหน้าแล้วขึ้นครองบัลลังก์คงเป็นไปได้ยาก

 

งานนี้พี่แกต้องแกล้งแพ้ให้ฟิลิกซ์ล้านเปอร์เซน แล้วคนที่จะได้ครองบัลลังก์ก็จะกลายเป็นองค์ชายสาม แต่ถ้าหากฟิลิกซ์แพ้ในรอบก่อนนี้ก็คงจะถือว่าตัดสิทธิ์ได้ขึ้นบีลลังก์อย่างไม่ต้องสงสัย 

 

แต่...ไอ้คนอวดดีนี้มันจะได้หน้ามากเกินไป! แถมคราวก่อนมาว่าให้เขาอีก! แบบนี้จะยอมไม่ได้! ถ้าต้องสู้กะพี่ใหญ่มันก็ต้องมีวิธีให้แกล้งแพ้อยู่แน่นอน!

 

"คารวะท่านพี่สาม ครานี้ก็ขอให้ท่านโปรดออมมือให้ข้าด้วย"เฟยหมิงทำท่าคารวะให้เทียนโจวอย่างนอบน้อม สายตาของอีกฝ่ายดูเจ้าเล่ห์และน่าหมั่นไส้ไม่น้อย การที่จะบอกให้ออมมือให้นี้คงดูถ่อมตนมากเกินไปเพราะองค์ชายสามเคยมีอดีตที่อ่อนแอ แต่ว่าผ่านมาถึงรอบนี้ได้พวกเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่คงจำตามองน่าดู

 

"อืม"เทียนโจวเอ่ยเพียงแค่นั้นทั้งยังยืนกอดอกไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยแม้แต่น้อย มันทั้งเงียบขรึม และมีไอมืดปกคลุมตัวอย่างน่ากลัว 

 

"งั้นข้าจะไม่ขอเกรงใจนะพ่ะย่ะค่ะ"เฟยหมิงแสยะยิ้มอย่างกระหาย ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาตัวของเทียนโจวที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนทุกคน ทั้งทหารที่ยืนล้อมรอบอยู่ ทั้งเหล่าขุนนาง เชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ 

 

เสียงกลองเริ่มตีสนั่นเป็นจังหวะดุเดือด เหล่าทหารที่ถือทวนเคาะมันเป็นจังหวะของกลองและโฮ่ร้องออกมาเป็นบทเพียงอะไรสักอย่าง มันทั้งดูยิ่งใหญ่ ดูศักสิทธิ์จนน่าขนลุกอย่างกับทำพิธีกรรมอะไรสักอย่างอย่างนั้นแหละ ทำเอาหัวใจเต้นแรงลุ้นระทึกกันอยู่ไม่น้อย ตอนแรกที่มีความเงียบและมีไอกดดันตอนนี้เริ่มเป็นเสียงดนตรีน่าขนลุกแล้วพอเพลงนั้นจบลงก็กลายเป็นเสียงเฮกันลั่นเหมือนกับกำลังเชียร์เชื้อพระวงศ์ทั้งสองคนที่สู้กันอยู่

 

"เสียงดังสุดๆ"เลี่ยงหรูยกมือขึ้นปิดหูเล็กน้อยเมื่อเสียงมันดังมากๆจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

 

"ว่าอันใดนะเพคะ!!"เสี่ยวเหมยที่เห็นเลี่ยงหรูพึมพำก็ตะโกนร้องถาม เขาที่ไม่ค่อยได้ยินอะไรเลยโบกมือตอบไปว่าไม่มีอะไร 

 

การประลองดูเหมือนจะเข้าทางองค์ชายสี่เสียไปหมด เพราะองค์ชายสามเอาแต่หลบการโจมตี และไม่ตอบโต้อะไรเลยสักอย่าง ทำเอาเหล่าแม่ทัพ หรือเหล่าองค์ชายที่ให้กับองค์ชายสามรู้สึกหงุดหงิดในใจ

 

เสียงโห่ร้องยังก้องอยู่ในห้องโถง ก่อนที่จะมีใครสักคนที่บอกให้องค์ชายสามต่อสู้เสียที แต่มันก็ไม่เป็นผล 

 

"หยุด!!"เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นกลบเสียงของเหล่าทหาร ทำเอาทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เสียงนั้นมันทั้งดุดันและน่าขนลุก ไม่รู้เป็นเพราะอันใดถึงทำเอาคนที่ฟังอยู่่ถึงกับตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่

 

เทียนโจวมองหน้าบิดาที่มองมาที่ตนอย่างบึ้งตึง แต่ก็ไม่แสดงสีหน้าอันใดออกไป เพราะตนไม่คิดจะสนใจตาแก่ที่คิดจะโยนบัลลังก์มาตนแม้แต่น้อย 

 

"เทียนโจวหากเจ้าไม่ต้องการบัลลังก์ก็จงเห็นแก่หน้าบิดาเจ้า ต่อสู้เสีย!"ฝ่าบาทที่ทนไม่ไหวกับการหลบๆหลีกๆของบุตรชายก็เอ่ยออกมาอย่างเหลืออด

 

"กระหม่อมยอมแพ้ กระหม่อมไม่มีทางชนะพระอนุชาของตนได้พ่ะย่ะค่ะ"เทียนโจวเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่รู้สึกรู้สาอันใด ท่าทางยอมแพ้ง่ายๆของบุตรชาย ทำเอาฝ่าบาทแทบอยากลงไปบีบคอให้ตายเสียสักครั้ง 

 

ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนบุตรชายผู้ว่าง่ายที่สุดของข้าดันกลายเป็นคนเลือดเย็น และดูกวนประสาทไปเสียแล้ว ทั้งๆที่ตนหวังจะให้เป็นผู้ครองบัลลังก์แท้ๆ 

 

"ฮึย! เจ้า!"ฝ่าบาทเดือดดาลจนชี้หน้าบุตรชายอยากจะลงโทษแต่ทำไม่ลงเพราะรักมันเสียเหลือเกิน!

 

"เหอะ!...ถ้าเจ้าไม่เห็นแก่หน้าบิดา ก็เห็นแก่หน้าของพระชายาเจ้าเถิด!"ฝ่าบาทที่ดันเหลือบไปเห็นใบหน้าของว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ก็ตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย รู้ดีว่าบุตรชายกลัวพระชายาของตนมากถึงเพียงใด เพราะได้ข่าวจากองค์รักส่วนพระองค์ที่ไปตามสืบจนได้รู้ข่าวดี 

 

"เลี่ยงหรู"องค์ชายสามที่เห็นภรรยาของตนยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทำเอาคนที่อยู่ดูตั้งแต่การประลองครั้งแรกจนถึงตอนนี้พากันขยี้ตาเป็นแทบๆ เมื่อกี้ยังทำท่าเบื่อหน่ายทั้งยังปล่อยอายน่ากลัวออกมามิใช่หรือ!

 

ตั้งแต่การประลองครั้งแรกพวกตนเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉยและน่าหวาดกลัว ตอนนี้พวกตนคงตาฝาดทั้งงานเป็นแน่

 

"หึ...ชนะให้ได้นะพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรูเอ่ยเพียงแค่นั้นเพราะคิดว่าฟิลิกซ์จะต้องหาทางยอมแพ้พี่ใหญ่ของตนเองได้ หากไม่ก็แค่หนีไปจากที่นี่ก็แค่นั้น เขาอยากอยู่ในที่เงียบๆมานานแล้ว ถ้าเป็นพี่ใหญ่ละก็...ก็คงหาทางปกป้องน้องรักอย่างแน่นอน 

 

"ข้าเข้าใจแล้ว จะทำตามที่พระชายาของข้าต้องการ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..........

 

น่าร๊ากกกก....เป็นสามีที่เชื่อฟังภรรยาจริงๆ🤣 สงสารอีพ่อ คงแบบเบะปากใส่แล้วอ่ะ

 

 

 

เจอกันใหม่✨ รักรี้ดทุกโค้นนน😘💕🥰

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว