email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 33 การประลองครั้งที่ 2

ชื่อตอน : บทที่ 33 การประลองครั้งที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 873

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2564 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33 การประลองครั้งที่ 2
แบบอักษร

บทที่ 33

 

การประลองครั้งที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

....การแข่งขันเริ่มขึ้นเขาชักจะเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะอานจิ้งที่เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำขิงที่ทำให้อาการพะอืดพะอมของเขาดีขึ้น ก็พลอยทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง หายหงุดหงิดนิดหน่อย

 

ใบหน้าเรียบนิ่งหากเป็นคนอื่นอาจมองมันคือความสุขุม และใจเย็น แต่สำหรับเขามันออกจะกวนบาทาไปเสียหน่อย ทั้งที่ชาติก่อนพูดมากแท้ๆ ชาตินี้เหมือนเป็นใบ้ไปซะงั้น ถ้าขอได้ก็อยากให้มันพูดมากเหมือนเดิม 

 

ฟึบ!.."เฮือก!! นะ นี้มันอะไรกัน!"นี้ไม่ใช่เสียงของเลี่ยงหรูแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของเจ้าบัณฑิตปากดีที่เกือบโดนลูกธนูปักหัว ดีที่เจ้าอานจิ้งจับเอาไว้ได้ทัน

 

คงเพราะผ่านการฝึกอย่างหนักหนาสาหัสของคนเป็นพี่ชายเลยเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ถึงขนาดคว้าลูกธนูด้วยความเร็วได้ แบบนี้ค่อยสมกับที่เกือบตายทุกวันหลังการฝึกหน่อย 

 

"คุณชายเลี่ยงหรู...องค์ชายสามทรงบอกว่าต้องการอะไรก็แค่บอกผ่านข้าที่เป็นองครักษ์ประจำตัวของท่านตอนนี้ได้ขอรับ"

 

อานจิ้งเอ่ยหน้านิ่งพร้อมกับพับเก็บกระดาษที่ติดมากับธนูลูกเมื่อกี้ คงเพราะเขาทะเลาะกับฟิลิกซ์เมื่อเช้าเนื่องจากเห็นหน้าแล้วรู้สึกไม่อยากมองเลยสั่งให้ไปไกลๆหลบหน้าหลบตากันบ้าง ไม่งั้นจะโกรธ พี่แกเลยบ่นใหญ่เลยทั้งเข้ามานวยเนียทั้งที่ตัวเหม็นสาบสุดๆ ทั้งยังบ่นว่าจะไม่ทำนั้นนี้ให้กิน จะอยู่ใกล้ตลอด เขาเลยโวยพ่อไปชุดใหญ่ พ่อเลยใช้วิธีนี้สื่อสารกระมั้ง 

 

"อืม"เลี่ยงหรูตอบพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะตั้งสมาธิไปที่การเล่น เกมนี้เขาเล่นแบบเหมือนคนแพ้แต่ที่จริงกะจะจบเกมภายในครั้งเดียว เพราะขี้เกียจนั่งนาน แถมยังต้องแข่งอีกหลายยก หลายคนด้วย

 

"แหมๆไม่นึกเลยว่าองค์ชายจะเป็นห่วงท่านด้วยนะพระชายา แต่การเล่นของท่านดูแล้วไม่น่าจะเกิน 1 เค่อ ก็แพ้เสียแล้ว"เจ้าคนที่สะดุ้งแทบจะวิ่งหนีเมื่อลูกธนูบินเข้ามาหา มีหน้ามาบอกว่าองค์ชายเป็นห่วงเขาเนี่ยนะ? แทนที่ควรจะห่วงตัวเองให้ดีแท้ๆ 

 

แต่ว่า...เกมนี้เขาคือผู้ชนะ เพราะการเดินหมากของอีกฝ่ายเป็นไปตามที่ตนวางไว้ทุกอย่าง และผลสุดท้ายคือกินเรียบ!

 

การแข่งขันจะไม่จบแค่ตานี้เพราะตัดสินกันทั้งหมดคือ 3 ตา ใครที่ชนะมากสุดจะเป็นฝ่ายชนะ 

 

"เจ้ายังไม่รู้สินะ ว่าคนชนะเขาไม่ชอบพูดมาก"

 

"หึ หึ....กระหม่อมก็เห็นว่าพระชายากำลังจะแพ้ ข้าก็ปลอบพระทัยแค่นั้นพ่ะย่ะค่ะ"

 

"งั้นข้าก็คงต้องปลอบเจ้าแล้ว"เลี่ยงหรูแสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินเกมที่สามารถเอาชนะได้รวดเดียวแบบที่คนแข่งไม่สามารถแก้เกมทันได้ 

 

ตึก...เลี่ยงหรูจับวางหมากตัวที่กินเรียบไว้ตรงหน้าของตัวขุนพลตัวสุดท้าย พร้อมกับยิ้มเยาะอย่างไม่ไว้หน้าอีกฝ่าย

 

"เป็นเช่นไร? ต้องการให้ข้าลูบหัวปลอบโยนหรือไม่"เลี่ยงหรูแสยะยิ้มกว้างเงยหน้าขึ้นอย่างผู้ที่อยู่เหนือกว่า หมากตัวที่เดินของอีกฝ่ายถูกกินเกือบหมดกระดาน เหลือเพียงแค่ตัวแม่ทัพใหญ่หรือขุนพลตัวสุดท้าย ถ้าอีกฝ่ายกินขุนนางเล็กของเขา มันก็จะจบเกมนี้ด้วยการที่เรือของเขากินขุนพลของฝั่งตรงข้าม

 

"ปะ เป็นไปได้เช่นไร อ๊าก!?"อีกฝ่ายร้องตกใจเมื่อจู่ๆก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาใกล้ที่ดวงตา! ทำเอากลัวจนแทบฉี่ราด! ตัวสั่นเทายิ่งกว่าปีศาจเข้าสิง เหงื่อไหลโทรมจนซึมออกนอกเนื้อผ้า และเมื่อมันหยุดลง ตนก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเลยด้วยซ้ำ

 

"คุณชายเลี่ยงหรู องค์ชายสามทรงบอกว่าจะเอาขนมเทียนเอ๋อร์ตานให้เป็นรางวัลที่ชนะขอรับ"อานจิ้งรับลูกธนูได้ก่อนที่มันจะปักเข้าดวงตาซ้ายของเจ้าบัณฑิตอวดดี และอ่านจดหมายที่ติดกับลูกธนูให้เลี่ยงหรูฟัง

 

"ข้าขอชาด้วย"

 

"เดี๋ยวข้าจะเขียนส่งไปทูลขอให้ขอรับ"อานจิ้งว่า ก่อนจะขีดๆเขียนๆ แล้วนำมันมัดกับมีดสั้นแล้วปาไปที่ใดที่หนึ่ง

 

 

 

"รอบแรก คุณชายเลี่ยงหรูจากเมืองซานเถาเป็นฝ่ายชนะ!!"เสียงของกรรมการประกาศผลการแข่งรอบแรกทำเอาคนในงานพากันมองหน้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะคนที่เลี่ยงหรูชนะนั้นแข่งตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังมิมีใครล้มบัณฑิตคนนั้นได้เลย แถมการแข่งนี้ไม่สามารถทุจริตการเล่นได้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายชนะด้วยวิธีอันใด 

 

"มาต่อกันดีกว่า คุณชาย หึ หึ"เลี่ยงหรูว่าน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ก่อนจะเรียงหมากรุกของตนเองจนเสร็จแล้วมองหน้าคนที่นั่งตรงข้าม 

 

"อึก ...เจ้าก็แค่ดวงดีเท่านั้นแหละ"อีกฝ่ายทำหน้าขึงขังขึ้นมาก่อนจะเรียงหมากรุกของตนเองเช่นกัน การแข่งเริ่มขึ้นอีกครั้งและใช้เวลานานกว่าเดิมเพราะฝ่ายนั้นคิดเสียนานว่าจะเดินหมากตัวไหน 

 

แต่ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ผลสุดท้ายมันก็ยังเป็นเช่นเดิม ไม่ว่าจะกี่รอบก็เหมือนเดิมทุกครั้ง เลี่ยงหรูที่ชนะรอบแรกได้ก็ใจเย็นลงหลายส่วนเพราะไม่มีหมาตัวไหนสามารถเอ่ยอวดดีได้อีก 

 

 

 

 

 

"รอบสุดท้าย...คุณชายเลี่ยงหรูจากเมืองซานเถาชนะ!!"เป็นการประกาศเสียงดังลั่นของกรรมการที่เฝ้ามองการแข่งขัน และเป็นการประกาศที่ทุกคนที่อยู่รอบรองลุ้นระทึก เพราะคนที่ผ่านรอบรองมาจะต้องไปแข่งขันกับคนที่ชนะอีกครั้งหนึ่ง 

 

"ข้าไม่นึกเลยว่าบัณฑิตผู้นั้นจะแพ้"เสียงของผู้เข้าร่วมเอ่ยขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เพราะคนที่มาจากเมืองซานเถาแพ้ตั้งแต่รอบแรกทุกคน

 

"นั้นสิ หรือว่าเป็นเพราะอยู่กับองค์ชายกัน"เสียงกระซิบเอ่ยขึ้นเมื่อยังไม่อยากเชื่อกับบทสรุปในรอบนี้ 

 

"ข้าก็ว่าเช่นกัน คงเพราะเป็นว่าที่พระชายาเป็นแน่"

 

 

 

เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมาดันทั่วบริเวณ มีทั้งคนที่ยอมรับในความสามารถของเลี่ยงหรู และคนที่คิดว่าเป็นเพาะองค์ชายเป็นคนให้ปรมา จารย์มาสอนเขา แต่ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่คนที่ได้เป็นฝ่ายชนะก็ยังเป็นคนชนะอยู่วันยังค่ำ

 

ก่อนจะตัดกลับมาหาคู่แข่งที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตา การแข่งขันมันจบลงแล้ว และก็แพ้รวดเดียวทั้งสองตาเลยโดยไม่ต้องแข่งต่อเพราะรู้ผลอยู่แล้ว อีกฝ่ายทำหน้าสิ้นหวังกับชีวิต เหมือนกับว่ามันคือทุกสิ่งแล้วในวันนี้

 

"...แพ้ก็คือแพ้ ชนะก็คือชนะ ข้าจะไม่ถือสาเรื่องที่เจ้าเอ่ยขึ้นในวันนี้ก็แล้วกัน"เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉยไม่ได้คิดซ้ำเติมคนแพ้แม้แต่น้อย เพราะหากซ้ำเติมไปเกิดล้มขึ้นมาคนที่หัวเราะเสียงดังมากที่สุด คงเป็นคนที่เราเคยซ้ำเติมไป

 

"หึ...เจ้าอยากจะหัวเราะเยาะข้า ก็หัวเราะมาเถิดข้ามิได้จะว่าอันใดเจ้าเสียหน่อย"เจ้าบัณฑิตหน้าใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวัง และดูเหมือนจะสิ้นหวังมากๆเสียด้วย 

 

"ข้าจะหัวเราะเยาะเจ้าด้วยเหตุอันใด เจ้าแพ้แค่สองตา แต่ข้าเคยแพ้มาแล้วถึงร้อย ถึงพันครั้ง แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังไม่ชนะเลยสักครั้ง ข้ารู้ว่าตอนแพ้รู้สึกยังไง"เลี่ยงหรูเอ่ยออกมาอย่างเรียบเฉยอีกครั้ง ที่เขาบอกว่าตอนนี้ก็ยังแพ้

 

แน่นอนว่าเขาแพ้ให้ฟิลิกซ์ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าถ้าแข่งกันแล้วจะชนะได้รึเปล่า  เพราะฉะนั้นไม่ซ้ำใครจะดีที่สุด

 

"ไม่เคยมีใครทำเช่นนี้กับข้าเลย"

 

"เพราะเจ้าปากเสียเกินทนกระมั้ง"

 

"หึ ....ขอบพระทัยจริงๆพระชายาที่สั่งสอนข้าในวันนี้ ขอบพระทัยจริงๆ"เจ้าบัณฑิตหน้าใสยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะคำนับหนึ่งรอบ ดูแล้วเหมือนจะมาจากใจจริงๆ อย่างกับได้ลูกศิษย์ยังไงอย่างงั้น 

 

พอเจ้าเด็กจอมอวดดีนี้คำนับเสร็จก็เดินออกไปเลย เหมือนจะรีบหนีไปทำใจเสียมากกว่า เขาเองก็ไม่ได้อยากพูดอะไรมากมาย  เพราะต้องเตรียมตัวแข่งอีก 3 รอบเพื่อชนะ และรอบต่อไปของวันนี้คือ....

 

"นี้น่ะหรือคนที่ชนะ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย"เหมยลี่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแสยะ ไม่รู้ว่าชาติก่อนเขาเคยไปทำอะไรกับนางไว้รึเปล่านางจึงได้ตามรังควานเขาไม่เลิกสักที ทั้งตอนวันเปิดพิธี ทั้งตอนนี้นางก็ยังไม่เลิกที่จะเอาชนะเขาให้ได้ 

 

"เจ้านี้มัน...ช่างน่ารำคาญจริงๆ"เลี่ยงหรูเอ่ยออกไปตรงๆเพราะอ้อมค้อมไปไกลสุดขอบฟ้าแล้ว แต่นางก็ไม่เคยเลิกที่จะตอแยเขาไปเรื่อยๆ

 

"เหอะ! นั้นมันคำพูดของข้าต่างหาก"นางเองก็ปากร้ายไม่แพ้กัน สายตาของพวกเขาสองคนฟาดฟันกันไม่ลดละ หากมีเส้นสายฟ้าออกมาได้คงจะระเบิดตายไปข้างหนึ่งแล้ว 

 

"เอาเถอะ  ยังไงเจ้าก็แพ้อยู่ดี"เลี่ยงหรู

 

"ก็ลองดูเถอะ!"แม่นางเหมย

 

 

 

 

 

2 เค่อต่อมา...

 

"คราวนี้ก็เข้าใจรึยัง?"เลี่ยงหรูเอ่ยขึ้นเมื่อผ่านมาสามรอบแล้ว นางชนะเขาได้เพียงตาแรกเพราะเขาต้องการจะไว้หน้าให้นาง เห็นแก่ที่เป็นบุตรสาวของเสนาบดี เลยให้ชนะตั้งแต่ตาแรกเสียหน่อย

 

"อึก....ฮึย!"นางไม่เอยอะไรออกมาเพียงแค่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันที ทุกคนต่างมองนางด้วยสายตาที่เหยียดหยามเพราะนางไม่ได้เอ่ยอะไรก่อนออกจากโต๊ะตามมารยาท 

 

นางที่เห็นแบบนั้นก็รีบหันไปคำนับกรรมการที่ตัดสินให้ และก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอยู่ดี สีหน้าของนางเจ็บแค้น กล้ำกลืนจนแทบน้ำตาไหลออกมา แต่ก็ทำเป็นใจแข็งแล่วเดินออกไป

 

เลี่ยงหรูมองตามนึกสงสารนางอยู่ไม่น้อย ด้วยความที่นางตั้งความหวังเอาไว้มากมาย และพยายามเอาชนะ นางยายามทำทุกอย่างทั้งๆที่รู้ว่ามันไร้ค่า

 

ในหัวของเลี่ยงหรูตอนนี้เริ่มคิดอะไรดีๆออก ก่อนจะมองไปที่อานจิ้งที่นั่งเขียนๆบางอย่างในมือ แล้วจึงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาอนุญาตกรรมการที่ตัดสินบอกว่าจะไปทำธุรส่วนตัวแล้วจะรีบกลับ

 

 

 

 

 

 

 

อีกฝั่ง...

 

"ฮึก...ฮือๆ ข้ามันโง่เอง ฮือๆ"เหมยลี่นางร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างกำแพงใกล้ๆกับพุ่มไม้คนเดียว นางให้สาวรับใช้หนีไปที่อื่นก่อนแล้วมาแอบนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว 

 

ภายนอกนางอาจจะเข้มแข็ง และกล้าหาญ แต่จริงๆแล้วมันอ่อนแอจนไม่สามารถเปิดเผยให้ใครเห็นได้ นางสร้างภาพลักษณ์ที่สูงส่งมากเกินไป หากร้องไห้ต่อหน้าผู้คน คนเหล่านั้นก็อาจจะบอกว่านางเสแสร้ง แกล้งทำ และโดนด่าว่าจนไม่มีที่ยืนก็เป็นได้

 

"ฮึก ...ข้ามันอ่อนแอ ฮือๆ"เหมยลี่ร้องไห้ฟูมฟาย จนแขนเสื้อเปียกแฉะ เครื่องแต่งหน้าที่แต่งมาเริ่มเปื้อนเปอะไปที่แขนเสื้อ และออกจากใบหน้าของนางแทบหมด 

 

"แม่นาง ท่านลืมผ้าเช็ดหน้า"เสียงของอานจิ้งที่เดินตามนางออกมาพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้า ที่นางลืมเอาไว้ ที่จริงมันไม่ใช่ของนางแต่เป็นของเลี่ยงหรู 

 

"ฮึก เจ้าเอามาข้าทำไม"แม่นางเหมยว่าเช่นนั้นแต่ก็ยื่นมือไปรับไม่ได้สนใจว่ามันเป็นของใคร นางเช็ดใบหน้าและสะอื้นเบาๆ ควบคุมตนเองมิให้ทำเสียงน่าอายออกไป

 

"ข้าแค่เอาผ้าเช็ดหน้ามาคืน"อานจิ้งตอบตามความจริงและไม่ได้อยากจะยุ่งอะไร เพราะต้องรีบไปคุ้มกันเลี่ยงหรู 

 

แม่นางเหมยเงยหน้าขึ้นเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อานจิ้งหันกลับมา สายตาของทั้งสองสบกัน เหมยลี่นางคล้ายกับต้องมนต์สะกด นางคล้ายกับเห็นเทพบุตรอยู่ในร่างของอานจิ้ง ใบหน้าคมสันได้รูป ดวงตาคมจ้องมองนางราวกับเหยื่อ ผิวกายสีเข้มช่างดูทรงเสน่ห์เหลือเกิน ชุดที่ใส่เป็นชุดขององครักษ์มันช่างเข้ากันทุกอย่าง นี้ข้าตกหลุมรักแล้วหรือ?

 

"ดะ...เดี๋ยว! จะ เจ้ามีนามว่าอันใดหรือ?"เหมยลี่ยืนขึ้นพร้อมกับเรียกรั้งตัวอีกคนเอาไว้ ในใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะคล้ายกับเรียกร้องหาแต่ชายผู้นี้

 

"อานจิ้ง"เสียงทุ้มนุ่มตอบแบบปัดๆปล่อยให้คนที่ยืนมองนิ่งได้รับรู้ ก่อนจะเดินหนีออกไปเงียบๆ ไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก 

 

"ช่างรูปงามเหลือเกิน ท่านอานจิ้ง.."เหมยลี่เอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว นางคล้ายตกหลุมรักใครอีกครั้ง มันช่างเหมือนพรมลิขิตให้เรามาเจอกัน บุรุษที่เข้ามาตอนที่บ้านั้นอ่อนแอ เข้ามาปลอบโยน และเอาใจใส่ ช่างเป็นความรักที่สุดแสนจะบรรยาย 

 

นางคิดและเหม่อลอยอยู่คนเดียวราวกับเจอรักแรกพบอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

...เลี่ยงหรูที่ลอบมองอยู่ยกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างพอใจ ในเมื่อทำให้นางผิดหวังและล้มเลิกความคิดที่จะครอบครองไม่ได้ ก็จงให้นางได้มีรักครั้งใหม่ก็แล้วกัน! ถึงจะรู้สึกผิดกับอานจิ้งแต่ว่า... มันคงไม่รุนแรงหรอกมั้ง?

 

"ทำอันใดของเจ้า?"เสียงทุ้มต่ำน่าขนลุกเอ่ยขึ้นจากด้านหลังทำเอาเลี่ยงหรูต้องรีบหันไปมอง!

 

...นะ  นี้มันคุณชายใหญ่ไม่ใช่เหรอ? หน้าเหมือนพี่ชายของฟิลิกซ์ไม่มีผิดเลย ท่าทางก็เหมือน ชุดที่ใส่ดูหรูหรา สูงศักดิ์ อย่าบอกนะว่านี้คือองค์ชายลำดับที่หนึ่ง

 

"อะแฮ่ม! ยังมิทำความเคารพหรือ! นี้คือองค์ชายใหญ่หรือพระนามคือ'หยาง หมิงโจว' หากรู้แล้วก็ทำความเคารพเสีย!"ขันทีที่อยู่ข้างๆองค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้น ข้างหลังมีข้ารับใช้อยู่เกือบสิบกว่าคน เดินตามกันเป็นหางเว่า 

 

ที่จริงเจ้าเทียนโจวก็มีเยอะเหมือนกันแต่ไล่หนีหมดเพราะรำคาญ แถมยังไปขู่ว่าถ้าตามมาอีกจะตัดลิ้นตัดนิ้วทิ้งเป็นการลงโทษ เลยมีคนตามแค่คน สองคนอ่ะนะ 

 

"เอ่อ ...คารวะองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"

 

"เจ้า...เป็นน้องสะใภ้ข้าหรือ?"

 

"ตอนนี้ยังเป็นเพียงว่าที่พ่ะย่ะค่ะ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...........

 

โปรดติดตามตอนต่อปายยย....🤣

 

น้องบอกในที่สุดตัวปัญหาก็เลิกตามสักที😆 

 

ไรท์หิวอ่ะทุกโค้นนน ขอหมูกระทะเป็นกำลังใจหน่อย555 ไม่มีตังค์กินหมูกระทะเลยเดือนนี้🤣

 

รักรี้ดทุกโค้นนน🥰😍🌷

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว