ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข้าโชคดีเพราะข้ามีอิสระ

ชื่อตอน : ข้าโชคดีเพราะข้ามีอิสระ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 337

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ค. 2564 00:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้าโชคดีเพราะข้ามีอิสระ
แบบอักษร

บนโต๊ะอาหาร เชสนั่งอยู่ตรงหัวมุมที่นั่งประธาน อีกด้านของหัวมุมโต๊ะยาวเป็นเจ้าชายเอลเลียตจากจักรวรรดิซาเวียร์ สองสามวันมานี้แม้จะทานอาหารเย็นด้วยกันในฐานะแขก แต่พวกเขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก วันนี้เมื่อเห็นเชสวางช้อนส้อมลง เอลเลียตกลับวางช้อนส้อมตาม หยิบผ้าขึ้นมาซับปาก ก่อนถามอย่างแปลกใจ 

"ฝ่าบาท ท่านมีอะไรจะพูดกับข้าหรือครับ"  

ช่วงบ่ายดยุกแทซวาสซาขอเข้าพบ ชายหนุ่มก็ดูแปลกๆไป ครั้งนี้ตอนกินข้าวก็เหลือบมองเขาหลายครั้งเหมือนมีอะไรอยากจะพูด 

เชสมองสบตาเขาเล็กน้อย เห็นเขาเช็ดมือแล้วก็โบกมือให้สัญญาณคนเข้ามายกจานไปเก็บ พอข้ารับใช้คนอื่นออกไปในห้องก็เหลือแค่พวกเขาสองคนนั่งคนละมุมของโต๊ะยาว ด้านหลังมีแค่คนสนิทอีกคนยืนรับใช้ข้างละคนเท่านั้น 

"ตอนแรกว่าจะรอหลังเลิกทานอาหาร ดูท่าข้าจะเก็บอาการได้ไม่ดีนัก ข้ามีอะไรอยากปรึกษากับเจ้าชายจริงๆนั่นล่ะ" 

เอลเลียตไม่ได้พูดอะไร เพียงมองสบตาคนพูดสื่อว่ากำลังฟังอยู่ 

"เข้าเรื่องเลยละกัน ทางเราจับคนร้ายลักลอบนำสารเสพติดเข้ามาได้ที่ชายแดน โชคดีที่มันถูกสกัดจับได้ก่อนที่จะแพร่กระจายออกไป แต่สารเสพติดเป็นสิ่งที่ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ข้าจึงอยากทำลายต้นตอที่ผลิตของมันให้สิ้นซาก" 

เอลเลียตเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจ "ท่านบอกว่าจับได้ที่ชายแดน หรือจะเป็นชายแดนซาเวียร์-บริทาเนีย?" 

พอเห็นเชสพยักหน้า ชายหนุ่มก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น  

"หรือแหล่งผลิตที่ทางท่านสืบได้จะอยู่ในจักรวรรดิ" 

เชส "ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น" 

เอลเลียตเงียบไปครู่ "ในจักรวรรดิเองช่วงก่อนก็มีการระบาดของเฮโรอีนในบางพื้นที่ จักรพรรดิข้าพยายามสืบหาต้นตอแต่กลับไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อยมันในเมืองหลวงและเมืองอื่นๆ ที่แท้หนึ่งในแหล่งผลิตอาจจะอยู่แถวชายแดนสินะ" 

ชายแดนระหว่างบริทาเนียและซาเวียร์เป็นป่ารกทึบ ว่ากันว่ามีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่มากมาย ถึงกับมีข่าวลือว่ามีสัตว์ปีศาจอยู่ในนั้นด้วย ถนนที่เชื่อมต่อระหว่างชายแดนของทั้งคู่จึงจัดว่าเสี่ยงอันตรายสูงเป็นอันดับต้นๆจนเหล่าพ่อค้าต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอ้อมที่ตัดผ่านเมืองโลก้าที่อยู่ข้างๆแทน หรือไม่ก็ต้องจ้างคนคุ้มกันถ้าคิดจะใช้เส้นทางที่สั้นแต่ว่าอันตรายนั้น คิดดูอีกที ด้วยข่าวลือเหล่านั้นจะถูกเหล่าคนร้ายหยิบมาใช้ประโยชน์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก 

"ข้าไม่เคยเจอสัตว์ปีศาจมาก่อน" เสียงทุ้มว่า แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าชายของจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แต่ก็ยังไม่เคยเห็นสัตว์ปีศาจที่คนเล่าลือกันมาก่อน นัยน์ตาคมมองสบดวงตาสีทองของเชส "ฝ่าบาทเคยพบมาก่อนหรือไม่" 

เชสเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้า "ไม่เคย" 

"งั้นนั่นก็คงเป็นแค่ข่าวลือ ข้าจะเขียนจดหมายถึงจักรพรรดิ เขาน่าจะยินดีกับความร่วมมือจากท่าน" 

จักรพรรดิหนุ่มพยักหน้า ด้วยที่พูดขึ้นมาก็เพราะต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว "ข้าก็หวังเช่นนั้น"  

 

หลังจากนั้นสองวัน ตอนที่เชสกำลังอ่านเอกสารในห้องทำงาน อัศวินหน้าห้องก็เข้ามารายงานว่าเอลเลียตมาขอพบเขา  

เรื่องที่เอลเลียตนำมาเป็นสาสน์ตอบรับจากจักรพรรดิแห่งซาเวียร์พี่ชายของเขาจริงๆ เชสอ่านสาสน์ตอบรับจากทางซาเวียร์ก่อนจะพยักหน้า ในนั้นมีจดหมายรับรองการผ่านชายแดนของคนห้าสิบคนแนบมาด้วย 

"นี่ช่วยเราได้มาก" แบบนี้ก็สามารถพาคนเข้าไปได้ห้าสิบคน รวมกับคนของเจ้าชายเอลเลียตอีกประมาณยี่สิบ ก็น่าจะเพียงพอสืบหาแหล่งผลิต เผลอๆอาจสามารถใช้คนจำนวนนี้ทลายแหล่งผลิตเฮโรอีนได้เลยก็ได้ 

"จักรพรรดิของท่านมีน้ำใจไม่น้อย" เชสยิ้มขอบคุณเขา การยอมให้คนของอาณาจักรอื่นที่ติดอาวุธเข้าประเทศพร้อมกันถึงห้าสิบคนนับว่าจักรพรรดิซาเวียร์ใจกว้างไม่น้อย 

"หากข้ามไปทางโน้นจะมีคนของจักรพรรดิส่งมาสมทบอีกสามสิบคน รวมกับทางท่านและข้า หนึ่งร้อยคนน่าจะไม่น้อยเกินไปหรือใหญ่เกินไปจนถูกจับสังเกตได้ แถบชายแดนของเรานับว่ากว้างไม่น้อย บางทีคนหนึ่งร้อยคนอาจจะน้อยเกินไปก็ได้" 

เอลเลียตบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะไปด้วย ถ้าจักรพรรดิจะส่งคนมาคุ้มครองเจ้าชายของจักรวรรดิเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และก็จริงที่แถบชายแดนกว้างมาก ต้องใช้แรงงานคนในการค้นหา เชสเลยไม่ได้ว่าอะไร 

"ถ้าอย่างนั้นอีกสองวันเราน่าจะเตรียมการเสร็จ ข้าจะส่งเรื่องให้แกรนด์ดยุก เขาเป็นกำลังหลักในการสืบเรื่องนี้ ข้าเลยจะให้เขาจัดการเรื่องนี้ เจ้าชายมีข้อเสนอแนะอะไรหรือไม่" 

เอลเลียตนึกไปถึงแกรนด์ดยุกแทซวาสซาที่เคยเห็นวันก่อน ชายหนุ่มคนนั้นดูพึ่งพาได้ไม่น้อย เขาจึงพยักหน้า "ทางซาเวียร์น่าจะส่งคนในพื้นที่กับแม่ทัพสักคนมา ข้าจะบอกให้เขาให้ความร่วมมือกับแกรนด์ดยุก" 

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นจักรพรรดิหนุ่มยังจ้องสาสน์ในมือหลายครั้งเหมือนยังมีเรื่องอะไรอีก "มีอะไรหรือ ฝ่าบาท" 

หรือว่าเจ้าพี่ชายเขาคนนั้นเขียนอะไรแปลกๆลงไปด้วย? 

เชสมองสาสน์ในมือ นัยน์ตาสีทองเหลือบมองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า ก่อนจะวางสาสน์ในมือลง  

"เจ้าชายเอลเลียต ท่านทราบเรื่องที่ทางซาเวียร์ส่งสาสน์ขออภิเษกสมรสกับบริทาเนียหรือไม่" 

เอลเลียตเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "อา เขาเขียนถึงเรื่องนั้นในสาสน์เป็นทางการด้วยเหรอ" เจ้าพี่บ้านั่น 

ศีรษะได้รูปโคลงไปมาเล็กน้อย "อย่าใส่ใจเลยครับ ไม่ใช่แค่ท่าน จักรพรรดินั่นเคยส่งสาสน์ขออภิเษกของข้าไปให้อาณาจักรต่างๆมาไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้ว" 

พอเห็นเชสเลิกคิ้วขึ้น ชายหนุ่มก็เอ่ยต่อ "คนคนนั้นเป็นกังวลว่าข้าจะไม่ยอมแต่งงานจึงได้พยายามส่งสาสน์จับคู่ให้ข้า เขาพยายามเปิดโอกาสให้ข้าได้ทำความรู้จักกับเลดี้ชั้นสูงจากอาณาจักรอื่นๆบ้าง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน" 

เป็นที่รู้กันว่าจักรพรรดิแห่งบริทาเนียให้กำเนิดทายาทได้ ทุกรัชสมัยจึงแต่งงานกับชายหนุ่มด้วยกันเพื่อให้จักรพรรดิให้กำเนิดทายาทเอง ส่วนสนมอาจรับชายหรือหญิงร่วมด้วยก็ได้ตามแต่รสนิยม จึงไม่แปลกถ้าจักรพรรดิของเขาจะส่งสาสน์ขออภิเษกของเขามาให้คนตรงหน้าด้วย 

"ถ้าอย่างนั้นท่านปฏิเสธครั้งก่อนๆยังไง ข้าคิดว่าอาณาจักรอื่นเมื่อได้รับสาสน์ขออภิเษกจากซาเวียร์น่าจะรีบตอบรับกันทันทีซะอีก" ใครๆก็อยากเชื่อมสัมพันธ์กับจักรวรรดิ ยิ่งเชื่อมผ่านอนุชาร่วมอุทรคนเดียวที่จักรพรรดิองค์ปัจจุบันรักที่สุดก็ไม่น่าจะมีคนปฏิเสธ มีแต่จะรีบตอบรับจนมือสั่นล่ะไม่ว่า 

เอลเลียตยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "นั่นเป็นเรื่องที่จักรพรรดิของข้าต้องจัดการ ไม่เกี่ยวกับข้า ข้าไม่ได้ขอให้เขาทาบทามให้สักหน่อย ท่านไม่รู้หรอกว่ามันสนุกไม่น้อยที่ได้เห็นเขาพยายามหาข้ออ้างไม่สมเหตุสมผลแค่ไหนยามที่อีกฝั่งตอบรับกลับมา" ว่าแล้วชายหนุ่มก็หัวเราะในลำคอหึหึ 

คนคนนั้นกลับเหมือนไม่เกิดการเรียนรู้ ยังคงพยายามหาทางจับคู่ให้เขาอยู่เรื่อย แม้จะเคยยกข้ออ้างน่าขำแค่ไหนตอบกลับอีกฝั่งบ้างก็ตาม 

จักรพรรดิหนุ่มเงียบไปครู่ ก่อนจะหัวเราะออกมา รู้สึกเหมือนหินที่กดทับถูกยกออกไปจนโล่งอก การขอแต่งงานจากซาเวียร์สร้างความกดดันให้เขาไม่น้อยจริงๆนั่นล่ะ พอได้ยินแบบนี้เชสจึงค่อยสบายใจขึ้น ใบหน้าจึงประดับรอยยิ้มงดงามจนเจ้าชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้ว 

"พี่ชายท่านรักท่านมากจริงๆ"  

แม้ทุกครั้งคนตรงหน้าจะตอบปฏิเสธแต่จักรพรรดิก็ไม่ได้โกรธเคืองทั้งยังไม่ใช้อำนาจบังคับให้เขาอภิเษก นับว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องของพวกเขาแน่นแฟ้นมากจริงๆ การเกิดเป็นเจ้าชายบางครั้งการแต่งงานก็ถือเป็นผลประโยชน์ต่ออาณาจักรแต่จักรพรรดิซาเวียร์กลับไม่ได้ทำแบบนั้น เขาคาดหวังให้น้องชายได้แต่งงานกับคนที่รักจริงๆ เพียงแค่ช่วยเพิ่มโอกาสเลือกให้เอลเลียตเท่านั้น 

ใบหน้าของโลแกนผุดขึ้นมาในหัวของเชส ส่งให้รอยยิ้มของจักรพรรดิหนุ่มค่อยๆเลือนหายไป 

เทียบกันแล้วพี่ชายของเขากลับไม่เคยคิดจะให้น้องชายอย่างเขาได้แต่งงานกับคนที่รัก ทั้งที่ก่อนหน้าจะเกิดเรื่องนั้นความสัมพันธ์ของเขากับโลแกนก็ดูเหมือนจะดีมากแท้ๆ 

เชสได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ  

"...ท่านโชคดีมาก" โชคดีที่มีพี่ชายที่ดีต่อเขาขนาดนั้น 

เอลเลียตมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "ข้าโชคดีจริงๆนั่นล่ะ นั่นเพราะข้ามีอิสระ" 

นัยน์ตาสองคู่มองสบกัน ไม่ต้องให้เขาพูดมากกว่านี้เชสก็เข้าใจว่าอีกฝ่ายสื่อถึงสิ่งใด 

เพราะเขาเป็นเจ้าชาย จึงมี 'อิสระ' ในการเลือกคู่สมรสมากกว่าจักรพรรดิอย่างเชสหรือพี่ชายของเขา จักรพรรดินีองค์ที่เชสเคยไปร่วมงานอภิเษกสมรสที่ซาเวียร์เมื่อสองปีก่อนเองก็เป็นเจ้าหญิงจากราชอาณาจักรโบรดอนส่งมาเชื่อมสัมพันธ์ เป็นการแต่งงานทางการเมือง ได้ยินว่าจักรพรรดิของซาเวียร์เองก็มีคู่ตุนาหงันที่รักกันมาตั้งแต่เด็กซึ่งตอนนี้เป็นสนมเอกของเขา แต่คนที่เขาแต่งงานด้วยอย่างเป็นทางการ จัดงานอภิเษกสมรสอย่างยิ่งใหญ่ที่ประชาชนของจักรวรรดิ 4 ราชอาณาจักรและ 16 อาณาจักรใหญ่น้อยต่างร่วมแสดงความยินดี ตัวเจ้าสาวกลับเป็นหญิงสาวอีกคน 

"..."  

เพราะอย่างนั้นรึเปล่า จักรพรรดิคนนั้นจึงอยากให้น้องชายที่เขารักได้มีสิทธิ์เลือกแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักจริงๆ  

ถ้าโลแกนเป็นเหมือนพี่ชายของคนตรงหน้า เขาเองก็คงยังมีอิสระที่ว่าเหมือนกัน  

เชสยิ้มหยันออกมาจางๆ  

...เขาคาดหวังให้โลแกนไปรักคนอื่นหรือยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ในขณะที่ตัวเองอยากครองคู่กับคนที่รัก นี่ไม่เรียกว่าเห็นแก่ตัวเหรอ? มิน่าเขาถึงถูกโลแกนเย้ยหยันแบบนั้น 

กับเรื่องความรัก ไม่ว่าใครต่างก็อยากเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นนี่นะ 

หรือว่าที่เจ้าอยากบอกข้า คือให้ข้าเลิกคิดถึงแต่ตัวเอง หักใจยอมแต่งงานกับคนที่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้บริทาเนียสักคน ยิ่งเป็นเจ้าชายเอลเลียตของซาเวียร์ยิ่งเหมือนพวกเขาบุญหล่นทับ แบบนั้นเหล่าขุนนาง ประชาชนของเขาต่างจะยิ่งพึงพอใจ ดูสิ จักรพรรดิซาเวียร์ก็ทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอ รักอีกคนแต่แต่งงานกับอีกคนเพื่อบ้านเมือง...ขอแค่เขายอมเจ็บปวดคนเดียวเท่านั้น ยอมแต่งงาน ยอมมองคนที่รักแต่งงานกับคนอื่น ทุกอย่างก็จะเข้าร่องเข้ารอย คนเป็นจักรพรรดิต้องเสียสละให้ได้ทุกอย่างสิ ต่อให้นั่นเป็นหัวใจของตัวเองก็ตาม อย่างนั้นใช่มั้ย...โคลว์? 

"ฝ่าบาท?" 

นัยน์ตาสีทองที่เหมือนล่องลอยไปไกลกลับมาโฟกัสอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าเอลเลียตยังนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา ใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มขมวดคิ้วน้อยๆมองเขาอย่างแปลกใจ 

จักรพรรดิหนุ่มส่งยิ้มให้เขา 

"ถึงเราจะเจอกันแค่ไม่นาน แต่ข้าปรารถนาเช่นเดียวกับจักรพรรดิของท่าน หวังว่าเจ้าชายเอลเลียตจะพบเจอกับคนที่ท่านรัก ได้แต่งงานครองคู่ จับมือกันจนศีรษะหงอกขาว ข้าหวังว่าท่านจะพบเจอคนคนนั้นในเร็ววัน" 

 

เอลเลียตเดินออกมาจากห้องทำงานจักรพรรดิแห่งบริทาเนีย หัวคิ้วยังคงขมวดมุ่นเล็กน้อย คนนอกอาจดูออกได้ยากแต่กับไอแซคที่เป็นข้ารับใช้คนสนิทของเขามานานกลับดูออกได้ไม่ยากนัก 

"เจ้าชาย เกิดอะไรขึ้นเหรอขอรับ" ตั้งแต่ออกมาจากห้อง เจ้านายเขาก็เอาแต่เงียบเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอด หรือว่าจักรพรรดิเชสจะพูดอะไรแปลกๆกับชายหนุ่ม? 

เอลเลียตเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขา ชายหนุ่มเดินไปพลางครุ่นคิดเงียบๆไปพลาง เนิ่นนานถึงจะเอ่ยออกมาไม่ดังไม่เบา  

"คนคนนั้น..." 

"ขอรับ?" 

"รอยยิ้มของคนคนนั้นเมื่อครู่เหมือนตอนที่พี่ชายข้าพูดกับข้าวันนั้นเลย" 

ไอแซค "???" 

ร่างสูงเดินไปตามระเบียงทางเดิน ภาพรอยยิ้มของจักรพรรดิเชสยังคงติดตาเขา มันคล้ายกับรอยยิ้มของพี่ชายเขาในคืนก่อนอภิเษกสมรส คืนนั้นจักรพรรดิที่สมควรเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้นกลับเชิญเขาเข้าไปนั่งดื่มด้วยกันจนดึกเหมือนปรับทุกข์ ตอนที่เขาลากลับยังยิ้มแบบนั้นให้เขาเหมือนกัน 

'เอลเลียต เจ้าสนุกกับการปฏิเสธสาสน์ตอบรับที่ข้าทาบทามให้อีกแล้วสินะ เจ้าเด็กนี่ อย่างน้อยก็ควรไปเจอเลดี้คนนั้นสักครั้งก็ยังดี ใครจะรู้ เจ้าอาจจะชอบเขาก็ได้ ไปเป็นทูตสักช่วงหนึ่งก็ได้เผื่อจะได้รู้นิสัยใจคอเขา เห้อ ถ้าเจ้ามีคนที่ชอบแถวนี้ข้าคงไม่ต้องลำบากลำบนขนาดนี้หรอก เอาเถอะ สักวันเจ้าจะรู้ว่าข้าหวังดีกับเจ้าแค่ไหน' 

นั่นเป็นรอยยิ้มที่ปรารถนาให้เขาได้พบเจอสิ่งนั้นจากใจจริง ขณะเดียวกันก็เป็นรอยยิ้มที่เผลอแสดงความเจ็บปวดลึกๆในใจเพราะตัวเองคงไม่สามารถมีสิ่งนั้นได้อย่างเขาออกมา 

"จักรพรรดิเชส..." 

"ขอรับ?" 

"จักรพรรดิเชสเคยมีคนรักมาก่อนรึเปล่า" 

ไอแซคชะงัก หันขวับมองซ้ายมองขวา โชคดีที่แถวนี้มีแค่เขากับเจ้านายของเขาสองคนเท่านั้น "เจ้าชาย เรื่องนั้น เอ่อ ทำไมถึงสนใจขึ้นมาล่ะขอรับ" ก่อนหน้านี้เจ้านายเขายังไม่เห็นจะมีท่าทีสนใจคนที่จักรพรรดิอยากให้หมั้นหมายเลย 

เอลเลียตหันมามองข้ารับใช้คนสนิทที่โตมากับเขาข้างๆ แค่มองแวบเดียวชายหนุ่มก็รู้ว่าไอแซคกำลังคิดอะไรอยู่  

"มีสินะ" 

ไอแซคเหงื่อแตกพลั่กๆ เรื่องที่จักรพรรดิอยากให้เจ้านายของเขากับจักรพรรดิเชสดองกันก็ไม่ใช่ความลับ พอถูกนัยน์ตาสีม่วงจ้องมากเข้า ชายหนุ่มก็ได้แต่พยักหน้าอย่างจำยอม มือแทบจะยกขึ้นปาดเหงื่อข้างขมับ 

"แกรนด์ดยุก?"  

เสียงนั้นเรียกให้ไอแซคเงยหน้าขวับ เบิกตากว้างมองเขา "ท่านรู้อยู่แล้วยังมากดดันเอาคำตอบจากข้าเหรอขอรับ" 

เอลเลียตพยักหน้าเล็กน้อย "ก็พอเดาได้"  

จักรพรรดิเชสและแกรนด์ดยุกต่างก็มีสีหน้าแปลกๆตอนที่มองกัน ถ้าสังเกตสักนิดก็เดาได้ไม่ยาก แม้แกรนด์ดยุกคนนั้นจะดูสีหน้าออกได้ยากมากกว่าก็ตาม 

"เรื่องนี้ เอ่อ ข้าได้ยินขุนนางที่นี่คุยกันว่าพวกเขาเป็นคนรักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่เพราะจักรพรรดิเชสขึ้นครองราชย์ทำให้ไม่อาจแต่งงานกับแกรนด์ดยุกแทซวาสซาได้ ข้าไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะเลิกกันมาหลายเดือนแล้วขอรับ เจ้าชาย ท่านไม่ต้องกังวล" 

เอลเลียตเลิกคิ้วขึ้น "ข้าต้องกังวลอะไร?" 

"ไม่ใช่ว่าท่านสนใจจักรพรรดิเชส?" ไม่งั้นทำไมต้องสนใจว่าอีกฝ่ายเคยมีคนรักมาก่อนรึเปล่าด้วยล่ะ 

เจ้าชายหนุ่มหันตัวกลับ พูดเสียงเรียบ "แค่สงสัย ก็เลยถาม" เงียบไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยออกมาอีกประโยค "แต่ไม่เหมือนคนที่เลิกกันแล้วเลยนี่" 

"เจ้าชาย?" ประโยคหลังชายหนุ่มเหมือนพึมพำกับตัวเองเท่านั้น เขาเลยได้ยินไม่ชัด 

"ไม่มีอะไร" ว่าแค่นั้นชายหนุ่มก็ไม่พูดอะไรอีก ไอแซคเลยได้แต่เดินตามไปเงียบๆ 

วันนี้เจ้านายเขาดูแปลกไปจริงๆ ปกติเคยสนใจข้อมูลของใครที่ไหน หรือว่าครั้งนี้ที่จักรพรรดิพวกเขาเฉดหัวส่ง แค่กๆ หมายถึงยินยอมส่งท่านเอลเลียตมาเป็นทูตที่นี่จะคิดถูกจริงๆกันนะ ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัวเบาๆกับตัวเอง ก่อนจะเร่งเดินตามไป 

.... 

ไรท์จะอัพเรียงกันคือ my husband(s) >>> prince consort >>> outsider นะคะ พรุ่งนี้เป็น outsider ตอนแรกค่ะ ^-^ outsider คือปกนี้ค่ะ >< เพิ่งได้มาเลยมีกำลังใจขึ้นเลย  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว