ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 02 ใครทิ้งใครก่อน Part ll Loading…100%

ชื่อตอน : บทที่ 02 ใครทิ้งใครก่อน Part ll Loading…100%

คำค้น : ประธานยั่วรัก,ท่านประธาน,MyBoss,สองพิชชา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 194

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2564 20:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 02 ใครทิ้งใครก่อน Part ll Loading…100%
แบบอักษร

 

บทที่ 02 

ใครทิ้งใครก่อน Part ll Loading…100% 

 

“กัดไม่ปล่อยจริงๆ เอาไงดีวะเนี่ย”  

 

“ฉันจะไปรู้แกเหรอ เสนออะไรให้ก็ไม่เอา ก็ตัดสินใจเอาเองก็แล้วกัน” ศริณย้ำเพื่อกดดันพร้อมกับยื่นหน้าออกไปมองหาธัชพล เจ้าของร่างสูงโปร่งที่เธอเห็นว่ากำลังเดินมาทางนี้เมื่อครู่ ซึ่งปรากฏว่าเขาก็ยังคงเดินตรงมาอย่างตั้งใจเหมือนเดิม 

 

“เอาวะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชนแม่งไปเลยแล้วกัน ให้มันรู้กันไปเลยว่ามันจะพูดภาษาคนกันไม่รู้เรื่อง” อาณดาบอกอย่างมุ่งมั่น ทว่าศริณกลับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ 

 

“แกไปเอาความคิดว่าจะพูดกับคนพันธุ์นั้นรู้เรื่องมาจากไหนวะ ถ้าฟังภาษาคนรู้เรื่องจริง คงไม่กล้าโผล่หัวมาหรอก” 

 

“แล้วจะทำยังไง หลบวันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องเจออยู่ดี” อาณดาบอกอย่างหงุดหงิดและจนปัญญา  

 

“ไม่รู้โว้ย แต่ฉันว่าแกค่อยๆ คิดดีกว่า อย่าเพิ่งชนอะไรทั้งนั้นตอนนี้ เดี๋ยวเผื่อหมอนั่นมีแผนอะไรไม่ดี หรือยัยผู้หญิงคนนั้นผ่านมาเห็นเข้า แกจะซวยไปกันใหญ่” 

 

“เออว่ะ ลืมยัยบ้านั่นไปเลย” อาณดาตาโตเมื่อเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ เพราะความจริงแล้ว ผู้หญิงที่เธอเห็นว่านุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอยู่ในห้องน้ำของธัชพล ก็คือรุ่นพี่ที่เธอเองก็เคยเห็นว่าเรียนอยู่ที่คณะเดียวกันกับเธอ 

 

“งั้นฉันไปรอฝั่งโน้น แกไปเอารถ เดี๋ยวเจอกันที่ข้างหอสมุด” 

 

“เดินไกลเลยนะแก” 

 

“เออน่า ต่อให้ต้องไปถึงดาวอังคาร ถ้าหนีเรื่องเวรๆ นี่พ้น ฉันก็จะไป ว่าแต่ แกรู้นะว่าต้องทำยังไง” 

 

“แหม รับรองว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง แล้วเจอกันย่ะ” ศริณบอกยิ้มๆ 

 

หลังจากที่ตกลงกันเสร็จสรรพ อาณดากับศริณก็รีบแยกย้ายกันไปทันที  

 

อาณดาเดินตรงออกมาทางหน้าตึกก่อนจะรีบวิ่งข้ามถนนไปยังฝั่งตรงกันข้าม เธอตัดสินใจเลือกเดินอ้อมตัวอาคารเพื่อไปโผล่ที่ด้านหลังหอสมุดตามที่ได้นัดแนะกับศริณเอาไว้ 

 

ในขณะที่ศริณเดินออกมาที่ลานจอดรถด้านหลังอาคาร พยายามทำตัวให้เหมือนปกติ ทั้งที่เธอรู้ดีว่าหากคนที่อาณดาต้องการหลบหน้าอยู่ในตอนนี้เห็นเธอเข้า เขาจะต้องถามหาเอาจากเธอแน่ๆ 

 

“ริบ” 

 

คิดผิดเสียที่ไหน  

 

ศริณยกมุมปากยิ้มกลายๆ ก่อนจะทำทีเป็นเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงทุ้มที่เพิ่งจะตะโกนเรียกเธอเมื่อครู่ 

 

“นายนี่ก็กล้าดีเหมือนกันนะ” ศริณเอ่ยปากทักด้วยการประชดใส่คำโตพลางยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตากระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะไม่ว่าจะมองยังไง ผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีอะไรเทียบพี่ชายของเธอได้เลยสักอย่างเดียว 

 

“อิงค์ล่ะ” ธัชพลถามเสียงเรียบ เขาพยายามจะยิ้มแม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจอยากจะพบหรือพูดกับเขาสักเท่าไร 

 

“กลับไปแล้ว” 

 

“ไม่จริง” 

 

“เอ้า ถ้าบอกแล้วเชื่อ แล้วนายจะมาถามฉันทำไม อยากได้คำตอบแบบไหนก็คิดเอาเองเลยสิ” ศริณแสร้งตีรวน พูดจบเธอก็เตรียมจะเดินหนี ทว่าธัชพลกลับก้าวเท้าออกมาขวางเธอเอาไว้เสียก่อน 

 

ศริณช้อนตาขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกหนักๆ พร้อมกับดึงหน้าใส่ 

 

“ฉันอยากคุยกับอิงค์” 

 

“ก็โทรหามันสิ อยากคุยกับมัน แต่มาบอกฉัน ชาติหน้าบ่ายสามนายจะได้คุยกับมันไหม หรือคิดว่าฉันกับยัยอิงค์ถอดวิญญาณไปใส่ร่างอีกคนได้งั้นเหรอ”  

 

“เธอเลิกทำเป็นไขสือสักทีเถอะน่า ฉันรู้นะว่าเธอไม่พอใจกับสิ่งที่ฉันทำลงไป แต่…” 

 

“ฉันว่านายกำลังสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยนะ ไทม์ ทำไมฉันต้องไม่พอใจนายด้วย ตรงกันข้าม ฉันดีใจจะตายที่ยัยอิงค์มันตาสว่างรวดเร็วแบบนี้” ศริณว่าใส่อย่างไม่คิดจะเกรงใจ 

 

“แต่เพื่อนเธอก็ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวเหมือนกันนั่นแหละ” ธัชพลโพล่งออกมาบ้าง พูดจบเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา พร้อมกับเปิดรูปที่อาณดาเพิ่งจะส่งให้เขาเมื่อวันก่อนขึ้นโชว์ให้ศริณดู 

 

“บอกฉันมานะว่าไอ้เวรนี่มันเป็นใคร” 

 

หนังตาศริณถึงขั้นกระตุกถี่เมื่อได้ยินธัชพลเอ่ยปากเรียกพี่ชายของเธอด้วยคำหยาบ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อดที่จะรู้สึกสะใจไม่ได้ 

 

“ยิ้มบ้าอะไรของเธอ นี่แปลว่าเธอรู้ใช่ไหมว่ามันเป็นใคร บอกฉันมานะว่าอิงค์สวมเขาให้ฉันมานานเท่าไรแล้ว” ธัชพลถามด้วยความเดือดดาล เขาเกือบจะคว้าไหล่ของศริณได้ แต่เพราะเธอมีไหวพริบดีกว่าก็เลยก้าวออกห่างได้ทันเวลา 

 

“อย่าแม้แต่จะคิดว่าคนอย่างนายจะทำอะไรฉันได้นะ ไทม์” 

 

“นี่พวกเธอรวมหัวกันงั้นเหรอ” 

 

“จุ๊ๆๆ น้อยๆ หน่อย อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะเลวเหมือนนายหน่อยเลย” ศริณเย้ยพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะแสร้งชำเลืองหางตามองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของธัชพลอีกครั้ง 

 

“ถ้าเป็นฉัน ฉันก็เลือกพี่คนนั้นน่ะ เขาหล่อกว่านายตั้งเยอะแถมยังดูมีสง่าราศีกว่า มีความเป็นผู้ใหญ่กว่า และที่สำคัญ ฉันว่าเขาน่าจะทำให้ยัยอิงค์มีความสุขมากกว่านายแน่ๆ” ศริณเอ่ยปากชมพี่ชายของตัวเองเต็มปากอย่างภาคภูมิใจ 

 

คำเปรียบเทียบที่เธอพูดออกมาทำธัชพลกำหมัดแน่นจนสั่น แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ศริณดีใจที่เห็นอีกฝ่ายร้อนรนใจเสียบ้าง 

 

“เสียใจด้วยนะไทม์ แต่เท่าที่ฉันรู้เนี่ย เป็นนายเองนั่นแหละที่นอกใจมันก่อน” 

 

“ฉันไม่…” 

 

“โกหกตกนรกนะไทม์ อะไรเป็นอะไรเราต่างรู้กันดีอยู่แก่ใจ บอกตามตรงว่าตั้งแต่เกิดมา ฉันก็เพิ่งเคยเห็นนายนี่แหละที่ทิ้งเพชรในมือไปกำขี้ เป็นไงล่ะ ตอนนี้พอจะหันกลับมา เพชรก็ถูกคนอื่นเก็บไปแล้ว ว้า น่าเสียดาย” ศริณแสร้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยก่อนจะเดินผ่านร่างสูงที่กำลังโกรธจนตัวสั่นออกมาเงียบๆ ทิ้งให้คนที่ถูกเย้ยหยันยืนเจ็บใจอยู่เพียงลำพัง 

 

บรื้นนน~ 

 

เมื่อขึ้นรถได้ เธอก็รีบขับออกมาทันทีโดยไม่คิดจะหันกลับไปสนใจคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีก แต่ระหว่างที่กำลังขับรถไปรับอาณดาที่ด้านข้างหอสมุดตามที่ได้นัดแนะกันเอาไว้ ศริณก็ตัดสินใจโทรหาศรุตไปพร้อมกัน 

 

[ฮัลโหล] 

 

“สวัสดีค่ะพี่รุต ยุ่งอยู่หรือเปล่าคะ” ศริณแสร้งถาม ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสาม เดาว่าพี่ชายคนเก่งของเธอน่าจะยังอยู่ที่บริษัทแน่นอน 

 

[นิดหน่อย เพิ่งประชุมเสร็จ มีอะไรหรือเปล่าล่ะ] 

 

“มีค่ะ” 

 

[ว่ามาสิ] 

 

“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมง ริบกับยัยอิงค์น่าจะไปนั่งกินชาบูกันที่ร้านที่ริบเคยพาพี่ไปกินเมื่ออาทิตย์ก่อน” ศริณบอกใบ้ยิ้มๆ 

 

[อีกสิบนาทีพี่ต้อง…] 

 

“บริหารเวลาเอาเองนะคะ ได้ข่าวว่าโดนปฏิเสธหน้าหงายมาไม่ใช่เหรอ ช่วยได้แค่นี้ค่ะ บาย” พูดจบศริณก็กดวางสายพร้อมกับแตะเบรกเพื่อจอดรับคนที่กำลังยืนคอยเธออยู่ 

 

ปัง! 

 

อาณดารีบเปิดประตูรถพร้อมกับก้าวขึ้นรถมาอย่างรวดเร็ว เธอปิดประตูลงเสียงดังก่อนจะหันไปมองทางด้านหลังให้แน่ใจว่าไม่ได้มีใครขับรถตามมา 

 

ฟู่! 

 

เสียงถอนหายใจดังยาวเหยียดด้วยความโล่งอกจนศริณต้องหันไปมอง 

 

“แกลุ้นขนาดนั้นเลยเหรอวะ” 

 

“ก็เออน่ะสิ ว่าแต่ เมื่อกี้เขาได้พูดอะไรกับแกหรือเปล่า” อาณดารีบถามทันที 

 

“นิดหน่อย” 

 

“พูดอะไร” 

 

“ก็ถามว่าแกอยู่ไหน แล้วก็บอกว่าอยากคุยกับแก” ศริณบอกไปตามความจริง แต่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่พูดความจริงทั้งหมดเพราะบางเรื่องก็ไม่ใช่สาระสำคัญ ที่เธอทำไปก็เพื่อความสะใจของตัวเองล้วนๆ 

 

“เหอะ กล้าที่จะบอกว่าอยากคุย” 

 

“เอาน่า แกก็อย่าไปสนใจเลย เว้นเสียแต่แกยังรอที่จะกลับไปคืนดีกับเขาน่ะนะ” 

 

“แกเห็นฉันเป็นควายหรือไงล่ะ” อาณดาอดไม่ได้ที่จะถามประชด แต่ศริณกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ 

 

“ไม่เป็นก็ดี แต่ใครจะไปรู้วะ ตอนนี้แกอาจจะยังโกรธเขาอยู่ แต่พอทิ้งระยะเวลาไว้สักหน่อย พอแกใจเย็นลง เริ่มหายโกรธ แกก็อาจจะให้อภัยเขาก็ได้นี่ ถึงเวลานั้นถ้าแกเป็นควาย ฉันก็คงเป็นหมาเหมือนกัน” ศริณพูดขำๆ แต่อาณดากลับไม่ขำด้วย เธอมองค้อนกลับไปหนึ่งทีก่อนจะเริ่มชั่งใจว่าทุกคำพูดของศริณมีโอกาสเกิดขึ้นจริงมากแค่ไหน ซึ่งไม่ว่าจะทบทวนเรื่องนี้อีกกี่ครั้ง เธอก็มั่นใจมากว่าเธอจะไม่ยอมกลับไปคืนดีหรือให้โอกาสธัชพลเด็ดขาด 

 

สำหรับอาณดาแล้ว หากเป็นเรื่องอื่น เธอมั่นใจมากว่าเธอพร้อมที่จะให้อภัยเขาได้แน่นอน คนเราทุกคนมีเหตุผลและมีโอกาสผิดพลาดกันได้เสมอ แต่ถ้าเป็นเรื่องของการนอกใจ มันเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจได้เสมอเช่นเดียวกัน 

 

“เป็นคนสวยกันอยู่ดีๆ ก็ไล่ไปเป็นควาย แล้วบอกตัวเองจะเป็นหมา ยัยประสาท” 

 

“อ้อ ที่แกเงียบไปตั้งนาน นี่คิดคำด่าฉันอยู่หรือยังไง” 

 

“เปล่า คิดว่าจะกินอะไรต่างหาก” อาณดาแสร้งเฉไฉ  

 

“แกไม่ต้องคิด เพราะฉันคิดมาแล้ว” 

 

“คิดอะไร” 

 

“ฉันอยากกินชาบู” ศริณถือโอกาสบอก ก่อนจะเร่งความเร็วของรถขึ้นเล็กน้อยเพื่อตรงไปยังห้างสรรพสินค้า ในขณะที่อาณดาทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ ไม่ได้นึกเอะใจหรือสงสัยกับท่าทีของศริณสักนิดเพราะศริณชอบกินชาบูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  

 

“ในอนาคต ฉันจะต้องฉี่ดำเพราะกินแต่ชาบูน้ำดำแน่ๆ” เธอทิ้งท้ายด้วยการประชดเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะต่างฝ่ายต่างยิ้มออกมา 

 

คนหนึ่งยิ้มเพราะไม่ทันคิดอะไร คิดเพียงแค่ว่าการได้กินอะไรอร่อยๆ สักมื้อคงพอช่วยทำให้สบายใจขึ้นและคงจะหยุดคิดกังวลไปได้สักช่วงระยะเวลาหนึ่ง 

 

ในขณะที่อีกคนยิ้มเพราะมีบางอย่างแอบแฝงเอาไว้กับชาบูมื้อนี้ ขอเพียงแค่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ชาบูมื้อนี้น่าจะเป็นมื้อกระชับมิตรที่ดี เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าพี่ชายคนดีของเธอจะปลีกตัวออกมาจากบริษัทได้หรือเปล่าเท่านั้น  

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว