facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2564 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 5
แบบอักษร

Chapter 5

 

หลังจากสิงห์ลงโทษคนเอาแต่ใจเสร็จ จนร่างโปร่งบางของคุณชายสูงศักดิ์สลบเหมือดคาเตียง เขาก็แต่งตัวลุกเดินออกมานอกห้อง เป็นเวลาเดียวกันกับที่รุ่นน้องคนสนิทเดินมาตาม

 

“เอ่อ…” เจน้องรหัสที่พ่วงตำแหน่งลูกกระจ๊อกคนสนิทตกใจ เมื่อเขาที่กำลังจะขึ้นมาตามพี่สิงห์เพื่อไปดูรถลูกค้า แต่กลับได้ยินเสียงบางอย่าง ที่บ่งบอกว่าลูกพี่กำลังเข้าได้เข้าเข็ม จนเขาไม่กล้าที่จะเข้าไปขัดจังหวะ เลยยืนเก้ๆ กังๆอยู่หน้าประตูมาร่วม10นาที

 

“ลูกค้ามาพี่ ดูคาติมอนสเตอร์ พวกผมดูไม่เป็นเลยจะขึ้นมาเรียกพี่ไปช่วยดู”

 

“เออ เดี๋ยวกูอาบน้ำก่อนจะลงไป” สิงห์ตอบ ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนที่อยู่ข้างๆ เพื่อไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาอาบน้ำ “เออ ไอเจ มึงออกไปซื้อโจ๊กมาให้หน่อย แล้วก็ยาลดไข้ด้วย” แต่ก่อนที่เขาจะเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้องนอน ก็หันไปสั่งรุ่นน้องให้ออกไปซื้อของบางอย่างมาให้

 

“ไม่สบายหรอพี่ จะเอายา?” เจถามพี่รหัสอย่างแปลกใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนนี้จะเจ็บป่วย ร่างกายแข็งแรงผิดมนุษย์มนาซะขนาดนั้น ทำไมจู่ๆ ถึงอยากได้ยาลดไข้

 

“กูไม่ได้กินเอง รีบไป บอกลูกค้าด้วยให้มันทิ้งรถไว้เลยก็ได้เดี๋ยวกูจัดการเอง” ว่าจบก็พาดผ้าเช็ดตัวขึ้นบ่าเดินเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้น้องรหัสยืนเกาหัวด้วยสงสัย

 

“ไม่ได้กินเอง? แล้วใครจะกินวะ” เจพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะเดินลงไปซื้อโจ๊กร้านดังตามที่ได้รับมอบหมาย

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

หลังจากเจขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อโจ๊กกับยาลดไข้ที่หน้าปากซอย เจก็ขับรถกลับมาที่อู่ของรุ่นพี่คนสนิทอีกครั้ง

 

“ได้แล้วพี่” เขาชูถุงข้าวของที่ถูกฝากซื้อให้คนเป็นเหมือนเจ้านายดู

 

“มึงเอาเทใส่ถ้วยแล้วยกขึ้นไปให้มันหน่อย” สิงห์สั่งในขณะที่มือยังคงสาละวนกับบิ๊กไบร์คันใหญ่

 

“มันไหนพี่?” เจถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“พ่อกูมั้ง” สิงห์ละมือจากเครื่องมือช่าง ก่อนจะหันไปส่งสายตาไม่พอใจให้รุ่นน้อง “บนบ้านมันมีหมาตัวไหนอยู่ มึงก็เอาไปให้มันนั่นแหละ อ่อ เอาน้ำไปให้มันด้วย เดี๋ยวแดกยาแล้วติดคอตายยุ่งยากอีก” ว่าจบก็หันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ

 

“จ้ะพี่” เพราะกลัวหากลีลาจะถูกกระทืบเข้า เจจึงรีบหันหลังวิ่งเข้าครัวจัดการทำทุกอย่างตามที่สิงห์สั่ง จากนั้นก็ยกของทุกอย่างขึ้นไปข้างบน

 

เจวางถาดอาหารในมือลงพื้น ก่อนจะเลื่อนกลอนปลดล็อกประตูเปิดออกแล้วก้มลงยกถาดอาหารเดินเข้าไปข้างใน

 

ความจริงห้องนี้เป็นห้องที่ไม่ค่อยมีใครใช้ พี่สิงห์เอาไว้ให้พวกลูกน้องที่ร้านไว้นอน เพื่อต้องทำงานดึกดื่นหรือดื่มสังสรรค์จนกลับบ้านไม่ไหว แต่ตอนนี้กลับถูกจับจองโดยไอ้คนร้ายที่แย่งคนรักของพี่สิงห์ไปซะแล้ว

 

ไม่เข้าใจจริงๆ ทำไมพี่สิงห์ถึงยังเก็บมันไว้ แถมยัง…พามันมาที่นี่ ถึงจะบอกว่าเพื่อแก้แค้น แต่เขากลับมองว่ามันยุ่งยาก ยิงทิ้งไปเลยคงจะง่ายกว่า

 

“เฮ้ยตื่น” เจตะโกนปลุก ก่อนจะวางถาดอาหารไว้ตู้ลิ้นชักข้างเตียง

 

“…” แต่คนบนเตียงกลับนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหว

 

“เฮ้ยตื่น!!” เจเลยยื่นมือไปเขย่าตัวคนนอน จนคนที่สลบไปเพราะความเหนื่อยจากบทลงโทษ ลืมตาขึ้นมา

 

“อะไร” เสียงแหบแห้งถามอย่างอิดโรย ดวงตาใสจ้องมองไปที่คนไม่คุ้นเคยอย่างงุนงง

 

“ลุกมากินข้าวกินยา พี่สิงห์สั่ง”เจตอบ

 

“กูไม่หิว” ว่าจบก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงแล้วหลับต่ออย่างไม่สนใจ

 

“เรื่องของมึง” พอเห็นแบบนั้นเจเลยไม่สนใจบ้าง เดินออกมาจากห้องโดยไม่ลืมล็อกกลอนที่ด้านนอกเข่นเดิม

 

“มันว่าไง” พอเห็นรุ่นน้องที่สั่งงานเดินลงมาจากชั้นสอง สิงห์ก็ถามถึงภารกิจที่เขามอบหมาย

 

“ผมเอาไปวางไว้ให้มันแล้วพี่ แต่มันบอกไม่หิว ผมก็เลยวางไว้แบบนั้น” เจรายงาน

 

“…” สิงห์นิ่ง ก่อนจะถอนหายใจอย่างหงุดหงิดหลังจากได้ยินรายงาน “เออช่างแม่งมัน! มึงมาถ่ายน้ำเครื่องให้กูซิไอ้เจ” สิงห์ยืดตัวลุกขึ้นยืน สลับให้รุ่นน้องมาทำงานแทน จากนั้นก็เดินไปดูลูกน้องที่เหลือทำงาน

 

หลังจากสั่งงานลูกน้องในอู่เสร็จ สิงห์ก็เดินขึ้นบ้านไปขั้นบน

 

“พี่สิงห์จะไปไหนพี่” เจหันไปตะโกนถามเมื่อเห็นรุ่นพี่เตรียมเดินขึ้นชั้นสอง

 

“กูจะไปดูแม่งมันหน่อย เดี๋ยวมาตายคาบ้านกูแล้วจะยุ่งยาก” สิงห์ตอบแบบรำคาญใจ

 

“ใช้ผมไปดูมันแทนไหมพี่ พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” เจเสนอตัว เขาไม่อยากให้พี่สิงห์คนที่เป็นทั้งพี่รหัส ทั้งเจ้านาย และยังเป็นผู้มีพระคุณของเขาต้องลำบากเพราะไอ้คนที่แย่งคนรักของพี่สิงห์ไป

 

“ไม่ต้อง กูขึ้นไปเองจะไปเอาของด้วย มึงทำงานของมึงไปไม่ต้องหาเรื่องอู้ กูรู้นะว่าเวลากูไม่อยู่มึงแอบอู้ประจำ” สิงห์ว่าขึ้นอย่างคาดโทษ

 

“อู่เอ่ออะไรพี่ไม่มี๊” เจหัวเราะแห้ง ก่อนจะรีบหันกลับไปทำงานต่อ

 

“อย่าให้กูได้ยินอีกว่ามึงโยนงานตัวเองให้คนอื่น แล้วมานั่งกระดิกตีนมอง ไม่งั้นมึงเจอตีนกูกระดิกบนหน้ามึงแน่” เขาเอ่ยข่มขู่ สายตาดุดันจ้องมองมาที่รุ่นน้องคนสนิทอย่างคนมีอำนาจ

 

“จ้ะพี่” เจจึงทำได้แต่รับคำ แล้วก้มหน้าทำงาน เพื่อป้องกันตัว ไม่ให้ผ้าห่มของพี่สิงห์มากระดิกอยู่บนหน้าของมันจริงๆ

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“ตื่น”

 

แปะ แปะ

 

สัมผัสเย็นชื้นกระทบที่ใบหน้าพร้อมเสียงร้องเรียกที่ปลุกให้ผมตื่น

 

“อื้อออ” ผมครางอย่างรำคาญ รู้สึกปวดระบมไปทั่วร่างกาย หัวก็รู้สึกหนักอึ้งจนไม่อยากจะลืมตา

 

“ลุกมากินข้าวกินยา อย่ามาตายในบ้านกู”

 

“ไม่” ผมครางตอบด้วยเสียงที่แห้งแหบ รู้สึกเจ็บคอราวกับมีเข็มนับร้อยทิ่มแทง

 

“มึงจะลุกขึ้นมาดีๆ หรืออยากให้กูจัดอีกรอบห๊ะ!”

 

“เออไอ้เหี้ย! แค่กๆๆ” ผมจำยอมต้องพยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ต้องกัดฟันฝืนความปวดร้าวของร่างกายลุกขึ้นมานั่ง ตามที่ไอ้เหี้ยนี่สั่ง

 

“กินข้าว แดกเป็นใช่ไหมโจ๊กหมูอ่ะ” ทันทีที่ผมลุกขึ้น มันก็เอาถ้วยที่มีโจ๊กหมูใส่ไข่มาวางบนตักผม ผมก้มมองอาหารพื้นๆ ที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็คงมาจากร้านข้างทางถูกๆ ที่ดูแห้งจนไม่มีความน่ากิน

 

“กูไม่กิน” ผมบอก ยกถ้วยโจ๊กออกจากตัก

 

“ทำไม หรือแดกไม่เป็น” มันกอดอกหรี่ตามองผมอย่างจับผิด

 

“กูไม่ได้ปัญญาอ่อนถึงขณะกินโจ๊กแห้งๆ นี่ไม่เป็น” ผมหันไปตอบ ต่อให้เป็นเด็กสองขวบก็ต้องรู้จักวิธีกินโจ๊กอยู่แล้ว ก็แค่ตักใส่ปากแล้วก็กลืนเอง

 

“แล้วทำไมไม่กิน” มันถามต่อ ตาคมจ้องมองมาที่ผมอย่างสงสัย

 

“กูไม่กินของข้างทาง” ผมบอกเหตุผล

 

จะกินเข้าไปได้ยังไงของแบบนี้ ไม่รู้สกปรกหรือเปล่า ขายข้างถนนมีรถขับผ่านไปผ่านมาฝุ่นก็กระเด็นลงไปแล้ว

 

“หึ กูลืมไปว่ามึงมันเป็นคุณชาย เป็นผู้ดีตีนแดง ที่ไม่เคยกินของข้างทางราคาถูกๆ” มันว่าอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเดินมาจับถ้วยโจ๊กวางไว้บนตักผมอีกครั้ง “ถึงมึงจะไม่เคยกิน แต่กูสั่ง มึงก็ต้องกิน”

 

“…” ผมหันไปมองหน้ามันอย่างไม่พอใจที่ถูกทำเหมือนตัวเองเป็นทาส ที่ไม่ว่ามันจะสั่งอะไรผมก็ต้องตาม

 

“กินไปมึงไม่ตายหรอก เพราะถึงจะเป็นของข้างทาง แต่ก็สะอาดไม่มีเชื้อโรคอะไรทำให้มึงตาย” มันสั่งเสียงต่ำ

 

“กะ…!” ผมก็ตั้งใจจะหันไปบอกปัดต่อต้าน แต่ยังไม่ทันได้พูด สายตาดุดันก็จ้องมองมาอย่างข่มขู่ 

 

แล้วมันก็ไม่ใช่แค่คำขู่อย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะหลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ร่างกายผมได้รู้ซึ้งถึงทุกคำพูดของมัน ผมจึงต้องยกมือที่อ่อนแรงขึ้นมาจับช้อน ก่อนจะเขี่ยดูอาหารในชามอย่างหวาดระแวง

 

“รีบกิน เสร็จแล้วก็กินยา ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงกูขึ้นมายังเห็นโจ๊กอยู่เหมือนเดิม ไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ามึงจะเจอกับอะไร” พูดจบมันก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างคับแค้นใจอยู่คนเดียว

 

“สักวันกูจะฆ่ามึงให้ได้” ผมตั้งมั่นในใจ ก่อนจะก้มมองโจ๊กในมือ

 

ความจริงผมก็อยากแอบเอาไปทิ้ง แต่เพราะตั้งแต่เมื่อวานยังไม่มีอาหารอะไรตกถึงท้องนอกจากเหล้ากับเบียร์ ตอนนี้ท้องผมจึงร้องหิวอย่างหนัก

 

“เอาวะ ตายเป็นตาย” ผมพยายามปลุกใจตัวเอง ก่อนจะตักโจ๊กเหลวเข้าปาก และทันทีที่ได้รับรสอาหารมื้อแรกในรอบสอบวัน ด้วยรสชาติที่ดีกว่าที่ผมคิด บวกกับความหิว ทำให้ผมหยุดมือที่ตักกินไม่ได้ รู้ตัวอีกทีโจ๊กหมูชามใหญ่ก็หมดเกลี้ยงจนไม่มีเหลือ

 

เมื่อท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มหนัก ทันทีที่กินเสร็จผมก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลียเพราะถูกกระทำชำเรามาสองวันติด

 

แต่หลับไปได้ไม่นานก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ลุก!” เสียงเข้มสุดเผด็จการเอ่ยสั่ง ไม่ต้องลืมตามองก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนี้เป็นใคร

 

“…” แต่ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าใครคือคนที่มารบกวนการพักผ่อน แต่เพราะความง่วงงุนทำให้ผมไม่อาจจะลืมตาขึ้นมาได้

 

“มึงจะลุกดีๆ ไหม” น้ำเสียงต่ำแสดงออกถึงความอดกลั้นที่ใกล้หมดลง ก่อนจะบังคับให้ผมตื่นขึ้นมา

 

“อื้ออ กูจะนอน!” ผมส่งเสียงร้องบอกอย่างรำคาญ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง

 

“ไม่ลุกใช่ไหม ได้!” เสียงต่ำเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน ก่อนที่ผมจะสัมผัสได้ว่าผืนเตียงนอนข้างตัวยุบวาบ เนื่องจากน้ำหนักตัวของคนแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญ

 

“เฮ้ย! กูลุกแล้วๆ” ผมดีดตัวลุกขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจ เห็นไอ้เหี้ยสิงห์กำลังจะคร่อมตัวผมพอดี ผมรีบขยับถอยหลังหนี ก่อนจะกระชับผ้าห่ม ที่เหมือนวัตถุชิ้นเดียวที่ช่วยปกป้องร่างกายที่เปลือยเปล่าเข้าแนบตัว ด้วยความหวาดระแวง “มะ…มีอะไรอีก กูง่วง” ผมขยับตัวหนีจนชิดหัวเตียง ก่อนจะถามออกไปด้วยเสียงที่สั่นเครือ

 

จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมเจอ ทำให้ผมรู้ว่าการต้องอยู่บนเตียงกับไอ้เหี้ยนี่ เป็นสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยที่สุดแล้ว

 

“หึ ทีนี้ทำมาเป็นลุกได้นะ” มันยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ “กูสั่งว่าไง” มันลุกออกจากเตียงไปยืนกอดอกจ้องหน้าผม

 

“อะไร” ผมถามอย่างไม่ไว้ใจ เดาอารมณ์ของแม่งนี่ไม่ออกจริงๆ

 

“กูบอกให้มึงกินข้าวกินยา” มันตอบ สายตายังคงจับจ้องมาที่ผมอย่างระงับอารมณ์

 

“กูก็กินแล้วนี่ไง” ผมบอก หันไปมองถ้วยโจ๊กที่ว่างเปล่า ที่แม้กระทั่งเศษผักชีก็ไม่มีเหลือติดถ้วย

 

“แล้วยาล่ะ ทำไมไม่แดก"มันมองเลยไปที่ถุงยาที่ยังไม่ถูกใช้งาน

 

“กู…” ผมเกลียดยาครับ อาจจะเพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายกับการกินยา ทำให้ผมไม่กินยาเด็ดขาด เวลาไม่สบาย ผมจะฉีดยาเท่านั้น “กูกินยาไม่ได้” ผมบอก นึกถึงความทรงจำเลวร้ายในวัยเด็ก

 

“ทำไม่กินไม่ได้? นี่อยากบอกนะว่าโตจนหมาเลียตูดไม่ถึงอย่างมึง แดกยาเม็ดไม่เป็น” มันว่าอย่างขบขัน หัวเราะเยาะผมอย่างไม่มีมารยาท

 

“…” ผมได้แต่นั่งกัดฟันแน่นอย่างใช้ความอดทน ไม่อยากบอกเหตุที่แท้จริงออกไป เพราะถึงพูดไปคนอย่างมันก็มีแต่จะสมน้ำหน้าผมก็เท่านั้น

 

เลยได้แต่เบนหน้าหนีท่าทีเย้ยหยัน

 

“สรุป ยังไงมึงก็จะไม่กินใช่ไหม?” มันหยุดหัวเราะกลับมายืนกอดอกมองผมอย่างใช้ความคิด

 

“เออ! กูไม่กิน” ผมบอก ล้มตัวลงนอนหันหลังให้มัน

 

“ไม่กินแล้วมึงจะหายได้ยังไงสัส!  อยากตายหรือไง!”มันตวาดอย่างอารมณ์เสียกับท่าทีของผม

 

“เรื่องของกู! จะตายจะอยู่มันก็เรื่องของกู!” ผมหันไปบอก ก่อนจะล้มตัวลงนอนไม่สนใจมันอีกต่อไป

 

“ก็ได้ ถ้าพูดดีๆไม่ฟัง กูคงต้องใช้กำลังบังคับ!” ตัวผมถูกฉุดกระชากให้ลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง โดยน้ำมือของไอ้เหี้ยตรงหน้า

 

“ไอ้เหี้ยปล่อยกู มึงจะทำอะไร!” ผมพยายามดิ้นรนขัดขืน ต่อต้านการกระทำป่าเถื่อนอย่างคนถ่อยของมัน

 

แต่ร่างกายที่สะบักสะบอมของผมหรือจะสู้แรงควายป่าอย่างมันได้

 

มันจับผมลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปซีกยาพาราเซตามอลออกจากซอง แล้วตรงมาบีบปากผมให้อ้าออก แล้วยัดเม็ดยาสีขาวเข้ามาในปากของผม ก่อนจะตามด้วยกรอกน้ำตาม

 

ผมสำลัก ร่างกายต่อต้านเม็ดยาที่เหมือนวัตถุอันตราย และทันทีที่มันปล่อยมือจากปากผม เพราะคิดว่าผมกลืนยาลงไปแล้ว ผมก็พ่นยาออกมาใส่หน้ามัน

 

“นี่มึง!” มันขยับตัวหนีอย่างรังเกียจ ก่อนที่สายตาคมดุจะจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ

 

“กูไม่กิน” ผมบอกอย่างสะใจที่สามารถต่อต้านมันสำเร็จได้เป็นครั้งแรก ก่อนจะล้มตัวนอนอย่างผู้ชนะ

 

แต่ยังไม่ทันที่หัวจะถึงหมอน ไอ้เหี้ยสิงห์ก็ฉุดกระชากแขนผมให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง มือข้างหนึ่งจับที่ต้นคอของผม ส่วนอีกข้างก็โอบรอบเอวประคองแผ่นหลังไม่ให้ผมขยับหนี “จะทำ…อื้อออออ” และกว่าจะรู้ตัวว่าการกระทำทั้งหมดหมายถึงอะไร ริมฝีปากร้อนก็ประกบทาบทับลงมา

 

บดเบียดแนบชิดจนรู้สึกเจ็บ ก่อนที่ของเหลวเย็นไร้รสชาติจะถูกถ่ายเทเจ้ามาในปากของผม พร้อมกับวัตถุรสขมที่สอดแทรกตามเข้ามา

 

ทันทีที่รู้ว่าถูกบังคับให้กินยาด้วยวิธีการหยาบโลน ร่างกายผมก็ต่อต้าน ผมดิ้นพยายามใช้สองมือผลักไสร่างใหญ่ตรงหน้าออกห่าง แต่มันกลับไม่ขยับเขยื้อน ราวกับเป็นรูปสลักหินที่กรุงโรม

 

มันบดเบียดริมฝีปากร้อนเข้าใส่ บีบบังคับให้ผมกลืนยารสขมลงคอ และเพราะไม่มีอากาศจะหายใจ ในที่สุดร่างกายผมก็ต้องจำยอมกลืนยาเม็ดนั่นลงคอ

 

“แค่กๆ ทำเหี้ยอะไร!” ผมสำลักทันทีที่ริมฝีปากหนาผละออก แม้ร่างกายจะจำยอมรับยาเม็ดนั้นเข้าไป แต่ผมก็ไม่อาจทำใจยอมรับได้ พยายามจะไอเพื่อจะเอาเม็ดยาออกมา แต่ดูเหมือนจะสายเกินไป เมื่อยาลดไข้เคลื่อนตัว ไหลลงคอไปแล้ว

 

“หึ มึงรู้เอาไว้เลย ว่าตั้งแต่ที่ของของกูเข้าไปในตัวมึง ทุกเรื่องของมึงจะไม่ใช่ของของมึงอีกต่อไป” มันบีบที่ต้นคอผมแน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับมัน เพื่อตั้งใจฟังสิ่งที่มันกำลังพูด

 

“ชีวิตนี้ทั้งชีวิตมึงเป็นของกู จะอยู่หรือตายก็ขึ้นอยู่กับกู” มันจ้องมาที่ผมอย่างจริงจัง เพื่อย้ำเตือนว่าสิ่งที่มันพูดไม่ใช่แค่การอ้างสิทธิ์

 

ผมตัวสั่นรู้สึกถึงอำนาจจากทุกคำที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า

 

“ถ้ากูไม่อนุญาต ต่อให้ความตายก็เอามึงไปไม่ได้!”

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

 

“อือออ” ผมขยับตัวบิดขี้เกียจหลังจากนอนจนเต็มอิ่ม

 

เมื่อคืนหลังจากถูกไอ้เหี้ยสิงห์บังคับให้กินยาด้วยวิธีสุดอุบาทว์ผมก็นั่งสาปแช่งมันอยู่พักใหญ่ พอเหนื่อยก็ล้มตัวลงนอน และก็หลับทั้งแบบนั้น ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่แสงแดดจากหน้าต่างไม้ที่มีเหล็กดัดป้องกัน ลอดเข้ามาแยงตา

 

“ตื่นเองได้แล้วหรอ” ผมหันขวับไปตามเสียงที่ดังขึ้นจากหน้าประตู ก็เห็นร่างใหญ่คุ้นตากำลังยืนกอดอกไขว้ขาพิงกรอบประตู “นึกว่าต้องรอให้กูมาลาก ไม่สิ มาปลุกแบบทุกทีซะอีก” มันเหยียดปากยิ้มอย่างดูแคลน ก่อนจะเดินหันหลังออกไป ไม่ทันที่ผมจะได้โล่งใจ มันก็เดินเปลือยท่อนบนกลับมาอีกครั้ง

 

“เอานี่ เสื้อผ้ามึง ลุกออกไปอาบน้ำ แล้วลงไปกินข้าวข้างล่าง” มันโยนเสื้อผ้าเก่าๆ ในมือมาให้ผมที่นอนอยู่บนเตียงก่อนจะเอ่ยสั่งการเสียงเรียบ แล้วเตรียมหันหลังเดินออกไป

 

“กูไม่…!” ผมกะจะบอกปัดไม่ยอมทำตามที่มันสั่ง แต่พอพูดว่าไม่ มันก็หยุดขาที่กำลังก้าวเดิน หันมาส่งสายตาข่มขู่ให้ผม “กะ…กูไม่มีแปรงสีฟัน” ผมบอกออกไป เมื่อถูกสายตาดุดันจ้องเขม็ง

 

“อยู่บนตู้ในห้องน้ำ มีอันใหม่ที่ยังไม่ใช้อยู่ กูให้10นาที ถ้ากูต้องขึ้นมาตาม มึงจะไม่มีวันออกจากจากห้องนี้อีกเลย” มันหันมาขู่ส่งท้าย ก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่ปิดประตูอย่างทุกที

 

“เออไอ้เหี้ย!” ผมด่าตามหลัง เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปไกล “สักวันกูจะฆ่ามึงให้ได้!” ผมตั้งเป้าหมายไว้ในใจ

 

ถ้ามีโอกาส ต่อให้มือต้องเปื้อนเลือดด้วยตัวเองผมก็จะฆ่ามัน!

 

TBC.

 

ยอมแล้วทูนหัว อยากมีผัวโหดแบบพี่สิงห์ กร๊ากๆๆๆๆๆๆ

 

ทำไมเขียนเรื่องนี้แล้วไรท์หวีดพระเอกมาก คือไม่สนใจน้องซีนเลยอ่ะ อยากให้น้องถูกรังแกหนักๆ 55555 (โรคจิต)

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะ และขอบคุณที่โดเน็ตเป็นกำลังใจให้ด้วย 

 

ปล.มารอดูว่าตอนหน้าน้องจะโดนรังแกอย่างไงอีก หึหึหึ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว