Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 365 days. | 04

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2564 20:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
365 days. | 04
แบบอักษร

 

 

04

 

_______________________

 

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี้ย” ฉันลุกขึ้นยืนพลางสะบัดเสื้อที่เปียกเล็กน้อย หมดกันโรงอาหารอันแสนเงียบสงบแย่ไปกว่านั้นคือต้องมาเลอะน้ำหวานของยัยนี่อีก-..-

“แกไปอ่อยท่าไหนให้พี่พายัพมาสารภาพรักกับแกได้ แกรู้ไหมว่าฉันแอบชอบพี่เขามานานแค่ไหนแล้วจู่ๆทำไมผู้หญิงหน้าตาป้าๆแบบแกถึงได้ใจพี่เขาไปห้ะ” ฉันยืนฟังยัยนั่นพ่นคำพูดออกมาด้วยท่าทีเฉยๆแต่ในใจนี่คือกระโดดกัดหัวยัยบ้านี่นาสแล้วคนบ้าอะไรวะพาลคนอื่นไปทั่ว เป็นคนหรือ้ป็นหมาบ้ากันแน่เนี้ย

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าเธอจะรักจะชอบใคร ฉันไม่ได้เกาะอยู่ใต้เตียงเธอนะ อีกอย่างพูดอะไรออกมากรุณาให้เกียรติกันด้วย ฉันไม่เคยไปวิจารณ์หน้าของใครเพราะฉะนั้นกรุณาอย่ามาวิพากษ์วิจารณ์หน้าฉัน” ยัยบ้านี่ฉันจะไปรู้ได้ไงไม่ทราบว่าใครแอบชอบใครวันๆเอาแต่วาดรูปส่งอาจารย์

“ทำไม!! ทำไมจะวิจารณ์แกไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหนเหรอ? อีร่า*” ○_○ ฉันกำหมัดแน่นเมื่อผู้หญิงคนนั้นเริ่มพูดจารุณแรงขึ้น ทนไวเดลท่องไว้นับ 1 2 3...

“หยุดว่าเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ แกเป็นบ้าอะไรมาพาลหาเรื่องคนอื่นแบบนี้ผู้ชายเขาไม่เอาก็เลยหาเรื่องคนอื่นไปทั่วหรือยังไงห้ะ!!” เป็นโฮบที่มายืนขวางฉันไว้และโต้ตอบพวกนั้นกลับไป

“ทำไมเพื่อนมึงมัน…”

ขวับ

ยังไม่ทันที่จะพ่นคำด่าออกมาอีกครั้ง ฉันตรงเข้าไปจิกผมยัยหมาบ้าพร้อมกับกดหน้าให้แนบกับโต๊ะอาหารเพื่อนๆยัยนี่เตรียมจะเข้ามาช่วยแต่โดนฉันชี้หน้าใบหน้าเป็นอันบ่งบอกว่าอย่าได้เข้ามายุ่ง

“ปล่อยนะ”

“ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ผู้หญิงคนอื่นเธออาจจะทำอะไรเขาก็ได้แต่สำหรับฉันถ้าเธอขืนยังมาพ่นคำหยาบคายไร้การศึกษาแบบนี้อีกฉันไม่รับประกันว่าเธอจะได้กลับไปแบบปกติอย่างครั้งนี้อีกไหมแล้วเธอจะรู้ว่าคนแบบฉันเวลาเอาจริงมันน่ากลัวแต่ไหน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแน่^_^” ฉันก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูยัยนี่เบาๆด้วยน้ำเสียงปกติแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว

“….”

“ฉันหวังว่าจะเข้าใจที่พูดนะ^_^”

“….”

“ไปกันเถอะโฮบ” เมื่อเคลียร์จบฉันก็ปล่อยมือออกจากหัวยัยบ้านั่นพลางหยิบกระเป๋ามาสะพายพร้อมกับถือกระดานสเก็ตภาพไว้ในมือเตรียมออกไปจากจุดนี้

“เมื่อกี้มึงน่ากลัวมากเดล กูนี่ขนลุกเลย=_=” โฮบทำท่าขนลุกหลังจากเดินออกมาจากโรงอาหาร

“น่ากลัวไปเหรอ;__;”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ยัยพวกนั้นสมควรโดนทำตัวเป็นหมาบ้าไล่หวงคนอื่นไปทั่ว” ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะกดหัวยัยนั่นลงบนโต๊ะแบบนั้น

“แกก็รู้ว่าฉันยอมคนที่ไหน”

“แต่ครั้งสุดท้ายที่มึงฟิวขาดนี่คือตั้งแต่สมัยปีหนึ่งนู้นที่อีรุ่นพี่ให้พวกเราซ่อมจนไอ้ลันมันเป็นลมเข้าโรงพยาบาลไปหลายวัน”

“ครั้งไหนวะ-..-”

“ก็ที่มึงไปต่อยรุ่นพี่จนหน้าแหกเพราะให้รุ่นน้องซ่อมตั้งแต่เช้ายันเย็นเพราะเหตุผลแต่ซ้อมเชียร์ไม่พร้อมกันไง หลังจากนั้นอีรุ่นพี่ก็ปล่อยตรงเวลาเป๊ะๆอะ” พอจำได้ลางๆละช่วงนั้นอยู่ปีหนึ่งรุ่นพี่ก็ข่มรุ่นน้องอะเนอะเข้าใจ แต่การที่รุ่นน้องเป็นลมล้มทับไปละยังให้ซ้อมต่อนี่เกินไปแดดก็ร้อนคนนะเว้ยไม่ใช่กระบองเพชรถึงจะถึงแดดทนฝนเหมือนสีทนได้=..= พอฉันทักทวงก็วางอำนาจเป็นรุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ อยากให้คนไหว้ขนาดนั้นไม่บวชเป็นพระไปเลยละย๊ะ พ่อแม่เขาส่งลูกมาเรียนไม่ใช่มากราบไหว้ใคร ถ้าฉันเคารพเดี๋ยวฉันไหว้เองจบนะ

“นี่ยังจำได้อยู่เลยวันที่มึงขึ้นไปบนสแตนแล้วถีบรุ่นพี่หงายหลังก่อนจะซัดหน้าตาแหก” ฟังดูบ้าดีแหะ ก็วันนั้นมันโมโหจริงๆนี่รุ่นน้องสลบไปไม่มีใครพาไปห้องพยาบาลจนฉันต้องแบกยัยลันเตาขึ้นหลังวิ่งไปห้องพยาบาลอะ คิดละขึ้นห่วยแตกชะมัด-.-

“เลิกพูดเรื่องนี้เหอะคิดละอยากกลับไปต่อยไอ้รุ่นพี่นั่น”

“เออหน่า เขาจบไปละนิเรื่องผ่านมาปีสามปีละจนตอนนี้เราปีสามแล้ว”

“ยะ=_=”

“วันนี้ขอกลับก่อนนะมึงบังเอิญแฟนมารับ(>~○)” พอพูดถึงแฟนก็ทำตัวร่าเริงเลยนะ

“แกเสียซิงยัง?”

“ไอ้บ้าเดล เสียบ้าอะไรละไม่เอาเขิน”

“จ้ะ!!!” ทิ้งฉันไปหาแฟนกันหมดไอ้ลันก็กลับไปกับแฟนแล้ว

“ไปก่อนนะ”

“บาย” ฉันโบกมือให้โฮบเมื่อถึงเวลาแยกกัน ไปไหนต่อดีเนี้ย

ตึ้ง

P.Yupp : มาหาที่สนามฟุตบอลหน่อย

เดี๋ยวนะตาพี่พายัพแอดแชทส่วนมาตอนไหนไม่ทราบ-..- คิดไปคิดมาไปทำแต้มสักหน่อยดีกว่าวันนี้

Dell : เดี๋ยวไปค่ะที่รัก😉

P.Yupp : ขนลุก

Dell : เดี๋ยวก็ชิน ไม่ต้องเขิน

P.Yupp : ใครเขิน?

Dell : แหนะปากแข็งนะเรา คิดถึงก็บอกอย่าเล่น

P.Yupp : อืม…คิดถึง

○///○ บะ...บ้า ฉันยกมือขึ้นมาจับหน้าตัวเอง ใจเย็นเดลท่องไว้มันเป็นเกม ท่องไว้แกมีคุณพลาสเตอร์แล้ว ฟู่~~

P.Yupp : ฉันล้อเล่น ไม่ต้องคิดไปไกลละ

ชิ๊ ฉันถอดเคสโทรศัพท์ออกมาปาลงพื้นจริงๆอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งแต่ยังผ่อนไม่หมดบังเอิญเป็นคนจนเลยต้องปาทิพย์ไปก่อน;__;

สนามฟุตบอล

ฉันเดินเนียนๆเข้ามาในสนามบอลที่เป็นแหล่งรวมพลชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ร่างกายนักกีฬาอาหารตาสาวโสดแบบ…กระแฮ่มเข้าเรื่องๆ ฉันสอดส่องสายตาหาที่นั่งจนเจอในมือกระชับแก้วชานมไข่มุกกับถุงลูกชิ้นปิ้งเอาไว้พลางเบียดเสียดผู้คนเข้ามานั่งตรงที่ว่าง ดีจังที่ตรงที่นั่งไม่ค่อนมีคนส่วนใหญ่เขาจะนั่งจับกลุ่มอะนะ-..- เมื่อได้ที่นั่งปฎิบัติการต่อไปคือยัดของกินที่ซื่อมาลงท้อง

“อ่า สดชื่นจัง” ชานมไข่มุกเยียวยาทุกสิ่งจริง หลังจากดูดชานมไข่มุกได้สองสามอึก ฉันก็หยิบลูกชิ้นปิ้งมาใส่ปากทันที

หมับ

○.○

เมื่อปริศนาคว้ามือของที่ถือแก้วชานมไปดูดหน้าตายเฉยในขณะที่ฉันยังคาบลูกชิ้นด้วยความอึ้ง

“อึก…อึก”

“นี่!! พอแล้วจะหมดแก้วแล้วT^T” เจ้าของมือจะเป็นใครได้นอกจากอีตาพี่พายัพ เขาอยู่ในชุดนักบอลของมหาวิทยาลัยปล่อยผมเซอร์ๆตามสไตล์ แต่แค่นี้สาวๆในสนามก็มองเต็มละ เหงื่อมากมายไหลออกมาตามไรผมไม่บอกก็รู้ว่าเพิ่งมาพัก

“ชื่นใจจัง” หึ มันก็ต้องชื่นใจอยู่แล้วไหมเล่นดูดจนจะหมดแก้ว เอ๊ะ!! ดูดหลอดเดียวกันเหรอ-///-

“จ่ายมาด้วยเลยค่าชา”

“ขี้งกวะ เธอก็ดูดไปแล้วปะ” แค่อึกสองอึกเอง!

“แค่ไม่กี่อึก”

“เท่าไร?”

“ซื้อมายี่สิบสี่หักที่ดูดไปขายต่อยี่สิบบาทจ่ายมา”

“นี่งกหรือบ้านจน=_=”

“ยี่สิบบาทก็เงินซื้อลูกชิ้นได้สี่ไม้”

“ไม่มีกระเป๋าตังติดตัวมา=_=”

“ค่อยจ่ายก็ได้;__;” นี่ใจดีสุดแล้วนะเนี้ย

“อืม”

“ค่อยว่าง่ายหน่อย” ฉันยกมือขึ้นมาเกาคางคนตรงหน้าเบาๆก่อนจะหยิบลูกชิ้นมากินต่อ

หมับ

มือหนาจับไม้ลูกชิ้นที่ยังคาปากฉันพลางงับลูกชิ้นที่คาอยู่เอาไว้ริมฝีปากอุ่นแตะที่ปากบางเล็กน้อยย้ำ!!!ว่าแค่เล็กน้อยเท่านั้น ฉันจำใจอ้าปากปล่อยลูกชิ้นให้เขาไป เมื่อเห็นว่าตัวเองจะได้ลูกชิ้นไปครอบครองเขาก็จัดการใช้ปากงับลูกชิ้นแล้วรูดมันออกจากไม้ พร้อมกับเคี้ยวอย่างอเล็ดอร่อย

“ลูกชิ้นก็อร่อยเหมือนกันเนอะ ซื้อที่ไหนเหรอ?”

“ปีศาจ!!!”

“คิดรวมกับค่าชานมละกันนะ” พายัพยกยิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ

“คอยดูจะคิดแพงๆเลย”

“เลือดเธอนี้เป็นของเหลวหรือของแข็ง?”

“ของเหลวสิ” เลือดใครเป็นของแข็งบ้าหรือเปล่า=..=

“ฉันว่าของแข็ง”

“ทำไม?”

“ก็มันเป็นเกลือไง ยัยขี้งก=..=”

“○.○” ผู้ชายอะไรปากคอเราะร้าย

“ได้กลิ่นอะไรหรือเปล่า”

“กลิ่นอะไร” ฉันพยายามชูแขนขึ้นดมรักแร้ตัวเอง ก็ไม่เหม็นนี่ เมื่อดมของตัวเองไม่เจอเป้าหมายต่อไปคือคนตรงหน้า ฉันยื่นหน้าเข้าไปทำจมูกฟุดฟัดใส่ร่างสูง กลิ่นคุ้นๆแหะ

“เอาหน้าออกไปเลย” มือหนาดันหน้าออกพลางเบือนหน้าหนี

“ก็ไม่มีกลิ่นอะไรนี่”

“แต่ฉันได้กลิ่น=..=”

“กลิ่นอะไรละ?”

“เหม็นกลิ่นเค็มเกลือจากตัวเธอไงยัยนาเกลือ” ไม่ว่าเปล่าแถมยังยกมือไปปิดจมูกอีก ตั้งแต่รู้จักกันมาชื่อฉันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…

“เค็มที่ไหน เขาเรียกคนประหยัด”

“งก(-_-)” เปล่างกสักหน่อย

“ค่าลูกชิ้นห้าบาทบวกค่าชานมไข่มุกยี่สิบเป็นยี่สิบห้าบาท จดไว้ในสมองแล้วจะเป็นเงินสดหรือโอนก็ได้แม่ค้าไม่เรื่องมาก”

“แม่ค้าหน้าเลือดแล้วนะครับ”

“ไม่นะ แม่ค้าหน้าสวย”

“สาบานว่าที่บ้านมีกระจก” เขาเลิกคิ้วถาม

“มี ส่องอยู่ทุกวัน”

“แล้วคิ้วไปไหนอะ” คิ้ว? ชิ๊ คนอะไรตาต่ำใครๆก็บอกคิ้วฉันสวยทั้งนั้นแหละถึงจะไม่เขียนก็เหอะ

“ฝากไว้ที่ดินสอเขียนคิ้ว”

“ฮ่าๆ”

“หยุดบูลลี่คิ้ว=_=”

“เค๊”

“-__-” แล้วทำไมถึงชอบเถียงเขาไม่เคยชนะเลยเนี้ย น่าหงุดหงิดชะมัด

“ทั้งหมดยี่สิบหน้าบาท?”

“ใช่ค่ะคุณลูกค้า”

“เดี๋ยวเอาเงินสดให้แต่ต้องรอซ้อมเสร็จก่อน”

“เป็นนักฟุตบอลมหาวิทยาลัยเหรอ?”

“ฉันแต่ชุดนี้คงเป็นหลีดมั้ง”

“เป็นหลีดเหรอ เข้าอยู่นะ”

“เป็นนักฟุตบอลสิยัยนาเกลือ” นาเกลือ…คิดละกลิ่นเกลือลอยมาเลยแหะ

“แล้ว…จะกินอีกไหม?” เห็นว่ามันจะเหลือหรอกถึงได้ชวนกิน

“ไม่ เดี๋ยวเธอหน้าเลือดใส่ฉันอีก”

“ไม่!! อันนี้ให้กินฟรี” บังเอิญเป็นคนสวยละมีน้ำใจ

“เธอกินเถอะ ฉันต้องไปซ้อมต่อ”

“อืม…”

“รอละกันเดี๋ยวไปส่ง” มืออุ่นขยี้หัวฉันเบาๆก่อนวิ่งลงไปยันสนาม นี่คือเขากำลังจะเริ่มเกมใช่ไหม ไม่ได้ๆฉันต้องเดินเกมบ้างแล้วละ!!!!!

 

 

______________________

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว