ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 01 ของต้องห้าม Part ll Loading…100%

ชื่อตอน : บทที่ 01 ของต้องห้าม Part ll Loading…100%

คำค้น : ประธานยั่วรัก,ท่านประธาน,MyBoss,สองพิชชา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 212

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2564 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 01 ของต้องห้าม Part ll Loading…100%
แบบอักษร

 

บทที่ 01 

ของต้องห้าม Part ll Loading…100% 

 

“เมาเละเหมือนกันนะเมื่อคืน” ศรุตพูดพลางชำเลืองหางตามองไปที่เสื้อผ้าของอาณดาที่ถูกโยนออกไปไว้นอกระเบียง 

 

อาณดามองตามสายตาของเขาออกไป เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มยิ้มแห้งเมื่อภาพจำเมื่อคืนค่อยๆ แวบกลับเข้ามาในหัวทีละนิดๆ บวกกับน้ำเสียงของศรุตที่เหมือนจะตั้งใจตำหนิเธออยู่กลายๆ  

 

“ค่ะ อิงค์จำอะไรไม่ได้เลย ขอโทษด้วยนะคะถ้าอิงค์ทำอะไรให้พี่ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย” อาณดาบอกพร้อมกับยกมือไหว้เขาในทันที  

 

แม้จะยังจำไม่ได้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง แต่ดูจากสีหน้าและคำว่า ‘เมาเละเหมือนกัน’ ที่ศรุตบอก รวมถึงเสื้อผ้าที่กองอยู่ริมระเบียงด้านนอก เธอก็พอจะเดาได้ว่าเหตุการณ์เมื่อคืนน่าจะหนักหนาอยู่เหมือนกัน 

 

“ช่างเถอะ”  

 

แต่ศรุตกลับบอกอย่างไม่ใส่ใจ นั่นจึงพอจะทำให้คนที่เมาเละอยู่เมื่อคืนพลอยรู้สึกใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง 

 

“แล้วนี่ยัยริบมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะคะ” 

 

“เพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เองน่ะ ริบฝากให้พี่ช่วยดูแลเราแทน ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องดูแลให้ดี” ศรุตถือโอกาสบอกพร้อมกับย้ำคำว่า ‘ดูแลให้ดี’ เพื่อทำคะแนนให้ตัวเองในทันที  

 

“นี่ยัยริบมันไปเรียนแล้วเหรอคะ ไหนมันบอกว่าวันนี้จะไม่ไปไง”  

 

แต่อาณดากลับไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพยายามย้ำเลยสักนิด ตรงกันข้าม เธอกลับโวยวายทั้งยังทำสีหน้าหงุดหงิดที่ถูกเพื่อนทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง 

 

ศรุตไหวไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธไม่รู้เหตุผล เฝ้ามองท่าทีสับสนของหญิงสาวอย่างใจเย็น น่าแปลกที่ไม่ว่าเธอจะแสดงสีหน้าออกมาแบบไหน ใบหน้าของเธอก็ดูดีไปเสียหมด มันทำให้เขานึกสงสัยว่าเธอเคยทำหน้าตาไม่สวยบ้างหรือเปล่า 

 

Rrrr~ 

 

ยังไม่ทันที่เขาและเธอจะได้พูดอะไรกันต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน  

 

อาณดากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบมัน ทว่าทันทีที่เธอขยับ อุณหภูมิเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศที่ศรุตเพิ่งจะเดินไปปรับให้เมื่อครู่ก็ทำให้เธอขนลุก และรีบกระชับผ้าห่มเอาไว้กับตัวให้แน่นขึ้น  

 

ศรุตรีบหันหลังให้เธอเพื่อรักษามารยาท ตัดสินใจเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าของศริณ เปิดมันออกแล้วเลือกเสื้อยืดออกมาหนึ่งตัวก่อนจะเดินถอยหลังกลับมาที่เตียงแล้วยื่นมันให้เธอ 

 

ฟุ่บ! 

 

อาณดารับเสื้อตัวนั้นไปอย่างรวดเร็ว เธอเข้าใจถึงเจตนาของศรุตตั้งแต่แรก จึงรีบมุดกลับลงไปใต้ผ้าห่มแล้วสวมเสื้อของศริณเอาไว้ ก่อนจะโผล่หน้ากลับขึ้นมาอีกครั้ง  

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอบอกพร้อมกับส่งยิ้มขื่นๆ ให้เขาที่ค่อยๆ หันหน้ากลับมา สายตาของเขาที่ดูระอาเธอนิดๆ ทำให้เธอรู้สึกอายจนใบหน้าร้อนฉ่า 

 

Rrrr~ 

 

โทรศัพท์มือถือของอาณดาดังขึ้นอีกรอบ และครั้งนี้เธอก็ไม่รอช้า รีบเอื้อมมือไปหยิบมันมากดรับในทันที 

 

แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อชื่อของ ‘ธัชพล’ ที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้อาณดารู้สึกชาวาบขึ้นมาที่หัวใจ ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายของวันก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัว ราวกับเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เท่านั้น ส่งผลให้สมองของเธอมีอาการปวดจี๊ดขึ้นมาฉับพลัน พลางกำโทรศัพท์เอาไว้ในมือแน่น  

 

หากไม่ติดตรงที่ศรุตยังอยู่ในห้อง เธออาจจะเขวี้ยงมันใส่ผนังระบายอารมณ์หงุดหงิดไปแล้ว ติดตรงที่ตอนนี้เธอทำแบบนั้นได้เสียที่ไหน ไม่อย่างนั้นคงถูกมองว่าเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องทั้งที่เจ้าตัวหยิบมันขึ้นมาถือเอาไว้ได้หลายนาทีทำให้ศรุตนึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงยังไม่กดรับสาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแอบเฝ้ามองท่าทีของเธอเงียบๆ ไม่คิดจะก้าวก่าย ในทางกลับกัน ก็ยังไม่มีสักเสี้ยววินาทีที่เขาคิดจะเดินออกไปจากห้องนี้ 

 

หากต้องเลือกระหว่างเสียมารยาทกับเสียโอกาส เขายอมกลายเป็นคนเสียมารยาทอย่างไม่ต้องสงสัย ในหัวของเขามีข้ออ้างมากมายที่พอจะใช้อ้างกับเธอ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองสามารถยืนอยู่ในห้องนี้ได้อย่างไม่ต้องรู้สึกผิด แม้จะดูหน้าไม่อายแต่เขาสนใจเรื่องนั้นเสียที่ไหนกัน 

 

“พี่รุตคะ” 

 

คนถูกเรียกสะดุ้งเฮือก  

 

ศรุตหันกลับไปมองอาณดาเต็มตาหลังจากที่แอบมองเธอจ้องหน้าจอโทรศัพท์ในมืออยู่นานหลายนาที เขาเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถามว่าเธอเรียกเขาทำไม ซึ่งคำตอบที่เขาคาดเดาเอาไว้ในใจก็คือเธออาจจะเรียกเพื่อเอ่ยปากไล่เขาออกไปจากห้อง 

 

“ช่วยรับสายให้อิงค์หน่อยได้ไหมคะ” 

 

ทว่าคำตอบของเธอกลับไม่ใช่แบบที่คิดเอาไว้ และมันทำให้เขาอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ 

 

“คือว่าแฟนเก่าอิงค์โทรมาค่ะ แต่อิงค์ไม่อยากพูดกับเขาแล้ว รบกวนพี่ช่วยรับสายให้หน่อยได้ไหมคะ” อาณดาถามย้ำอีกรอบ น้ำเสียงของเธอดูจะหงุดหงิดรำคาญกับเสียงโทรศัพท์ของตัวเองเต็มทน 

 

ศรุตจำได้ว่าเมื่อคืนศริณเองก็เพิ่งจะบอกกับเขาว่าอาณดาเพิ่งเลิกกับแฟน แต่เขาเองก็ยังไม่ทันจะได้ถามถึงเหตุผลเหมือนกัน 

 

“จะดีเหรอ” 

 

“ดีค่ะ” อาณดาตอบอย่างมั่นใจพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือส่งให้ศรุตด้วยท่าทีกระตือรือร้น 

 

“แล้วจะให้พี่บอกกับเขาว่าอะไร”  

 

แต่ศรุตยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ที่ส่งมาให้ และยังคงพยายามถามอย่างรอบคอบ  

 

“บอกเขาว่าอิงค์ยังไม่ตื่นก็ได้ค่ะ” 

 

“แล้วถ้าเขาถามว่าพี่เป็นใคร ทำไมถึงมารับโทรศัพท์อิงค์ล่ะ” 

 

“บอกเขาว่าพี่เป็นผู้ชายที่อิงค์นอนด้วยเมื่อคืน”  

 

คำตอบที่ได้ยินทำเอาศรุตแทบสำลักน้ำลาย หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น อีกทั้งมือไม้ยังสั่นจนไม่กล้าพอจะยื่นออกไปเพียงเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ทันว่าเขากำลังดีใจจนเนื้อเต้น 

 

“แน่ใจเหรอ” 

 

“ค่ะ อิงค์ไม่อยากให้เขามายุ่งกับอิงค์อีก พี่รุตช่วยอิงค์ทีนะคะ” อาณดาย้ำอีกรอบ สายตาและน้ำเสียงของเธอในเวลานี้ดูมุ่งมั่นและเด็ดขาด  

 

ศรุตพอจะเข้าใจว่าบางทีเธออาจทำลงไปเพราะกำลังโกรธ และมีความเป็นไปได้ว่า ถ้าหากเธอใจเย็นลงกว่านี้ ก็มีโอกาสที่เธอจะยอมคุยเพื่อปรับความเข้าใจกับแฟนเก่าของเธอ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะปิดโอกาสนั้นซะ 

 

เมื่อคิดได้ ศรุตก็ไม่รอช้าที่จะรับโทรศัพท์จากมือของเธอมาแล้วสไลด์หน้าจอเพื่อรับสาย 

 

นอกจากจะมีโอกาสได้จีบเธอแล้ว นี่ยังถือเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ตัดคู่แข่งที่เป็นถึงแฟนเก่าเธอออกไปจากชีวิตของเธอด้วย ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะปฏิเสธ 

 

“ฮัลโหล” ศรุตรับสายแล้วกรอกเสียงเข้มๆ ลงไป แอบมองอาณดาอยู่เป็นระยะๆ เผื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ยังพบว่าสายตาของเธอยังคงมุ่งมั่นอยู่เหมือนเดิม 

 

[นั่นใครน่ะ]  

 

ปลายสายถามกลับมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจทันที 

 

“แล้วคุณจะโทรหาใครล่ะครับ” 

 

[ผมจะโทรหาอิงค์ แฟนของผม] 

 

“อ้อ อิงค์ยังไม่ตื่นเลยครับ” ศรุตพูดเต็มเสียง พลางขยิบตาให้กับอาณดาที่นั่งลุ้นอยู่บนเตียง สังเกตได้จากการที่เธอจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นจนแทบไม่เห็นสี 

 

“มึงเป็นใครวะ แล้วอยู่กับแฟนกูได้ยังไง” 

 

“แค่แฟนเก่าหรือเปล่าครับ” ศรุตย้อนถาม เส้นเลือดบริเวณขมับเต้นตุบๆ ในทันทีเมื่อถูกอีกฝ่ายพูดจาไม่ให้เกียรติ เพราะหากไม่ใช่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดจากับเขาแบบนี้มาก่อน 

 

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็แค่นี้แล้วกันนะครับ ผมจะนอนต่อ” 

 

[กูไม่เชื่อ มึงเรียกอิงค์มาคุยกับกูเดี๋ยวนี้นะไอ้สัตว์] 

 

คำหยาบที่ได้ยินทำให้ศรุตนึกหงุดหงิด ตัดสินใจจบการสนทนาด้วยการกดวางสายเสียเฉยๆ เพราะดูท่าทางแล้วไม่น่าจะพูดจากันดีๆ รู้เรื่องแน่ๆ 

 

“อะ” 

 

“ขอบคุณค่ะ” 

 

Rrrr~ 

 

                

ยังไม่ทันที่อาณดาจะรับโทรศัพท์คืนไป โทรศัพท์ก็สั่นขึ้นมาอีกรอบเมื่อปลายสายไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ ตามที่ศรุตคิดเอาไว้ เขามองหน้าเธอครู่หนึ่ง ในขณะที่เธอเองก็ยังจ้องมองแต่ชื่อแฟนเก่าของตัวเองที่โชว์อยู่บนหน้าจอ 

 

               “พี่ว่าเขาคงไม่เชื่อน่ะ เมื่อกี้บอกว่าจะขอคุยกับอิงค์ให้ได้เลย” ศรุตอธิบายพลางยิ้มให้กำลังใจเมื่อสีหน้าของอาณดาในตอนนี้ดูหนักใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

 

               ฟึ่บ! 

 

เธอคว้าโทรศัพท์ในมือของเขาและกดตัดสายทิ้งด้วยตัวเอง 

 

               “พี่รุตคะ” 

 

               “ครับ” 

 

               “อิงค์ขอรบกวนอีกครั้งได้ไหมคะ” 

 

               “ยังไงล่ะ จะให้พี่รับสายให้อีกน่ะเหรอ” ศรุตถามอย่างงงๆ เพราะยังดูไม่ออกว่าเธอกำลังคิดจะทำอะไร ในเมื่อตอนนี้โทรศัพท์ก็อยู่ในมือของเธอแล้ว และเธอเองที่เป็นคนตัดสายทิ้ง มิหนำซ้ำ ตอนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะส่งมันให้กับเขาด้วย 

 

               “ขอถ่ายรูปคู่ด้วยรูปหนึ่งค่ะ” 

 

               “หา” 

 

               “นะคะ แค่รูปเดียว เดี๋ยวเสร็จแล้วอิงค์ลบให้เลย ไม่เก็บไว้แบล็กเมลพี่แบบที่ยัยริบมันชอบทำหรอกค่ะ” อาณดารีบบอก แต่ศรุตกลับไม่คิดอย่างนั้น ในหัวของเขาไม่มีความกลัวว่าจะถูกเธอใช้รูปคู่แบล็กเมลเลยสักนิด ในทางกลับกัน เขากลับรู้สึกว่าอยากจะถูกเธอแบล็กเมลด้วยรูปคู่รูปนั้นจนตัวสั่น 

 

               “นะคะ อิงค์ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายกับอิงค์อีก พี่รุตช่วยทีนะคะ” เธออ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ศรุตเพิ่งจะเข้าใจคำว่าใจเหลวเป็นน้ำก็ตอนที่ถูกเธอมองด้วยสายตาออดอ้อนนี่แหละ 

 

               “ถ้าอย่างนั้นก็ได้”  

 

เขาตอบกลับด้วยความยินดี ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปนั่งลงข้างเตียง ส่วนอาณดาก็รีบขยับเข้ามาใกล้เขาอย่างลืมตัว ในหัวของเธอตอนนี้น่าจะมีแค่ความตั้งใจที่จะทำให้แฟนเก่าหายออกไปจากชีวิตเท่านั้นเอง 

 

               “รบกวนพี่เป็นคนถ่ายให้ด้วยค่ะ อิงค์แขนสั้นกว่าพี่ เดี๋ยวหน้าใหญ่”  

 

               “อะ อืม”  

 

เป็นอีกครั้งที่ศรุตเกือบหลุดขำ เพราะรู้สึกตลกกับท่าทีที่กำลังอยากเอาชนะของเด็กผู้หญิงตรงหน้า ทั้งที่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะจบการศึกษาแล้วด้วยซ้ำไป 

 

ศรุตรับโทรศัพท์มือถือที่อาณดาส่งมาให้พร้อมกับเปิดกล้องหน้าเอาไว้ ก่อนจะยื่นมันออกไปสุดแขนเพื่อเตรียมถ่ายรูปคู่ระหว่างเขากับเธอ และนี่นับว่าเป็นการได้ใกล้ชิดกันครั้งแรกที่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย 

 

               “ขอโทษนะคะ” อาณดาบอกเบาๆ  

 

ศรุตที่กำลังจะหันไปมองว่าเธอขอโทษเขาทำไม ต้องอึ้งไปอีกรอบเมื่อเห็นว่าเธอกำลังยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ และเกยคางเอาไว้บนไหล่ของเขา พร้อมกับเอนใบหน้าซบลงเบาๆ ก่อนจะพริ้มตาหลับทั้งที่ริมฝีปากกำลังยิ้มแป้น 

 

               ก้อนเนื้อในอกของศรุตแทบจะเต้นผิดจังหวะ เมื่อไม่คิดว่าทุกอย่างจะเข้าทางเขาอย่างรวดเร็วขนาดนี้ เร็วขนาดที่ตัวของเขาเองก็เกือบจะตั้งตัวไม่ทัน 

 

               “พี่รุตถ่ายหรือยังคะ” 

 

               “เอ่อ แป๊บนะ หามุมก่อน” ศรุตอ้างออกไปอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองภาพของตัวเองและเธอบนหน้าจอแล้วกดถ่าย แต่นอกจากจะใช้โทรศัพท์มือถือของเธอถ่ายเอาไว้แล้ว เขายังอาศัยช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่เธอยังไม่ลืมตาขึ้นมา แอบหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองในกระเป๋ากางเกงออกมาถ่ายเอาไว้อีกรูปหนึ่ง 

 

               “เรียบร้อย”  

 

เมื่อได้ภาพตามที่ต้องการ เขาก็ยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้กับอาณดาที่ผละตัวออกไป สายตาของเธอจ้องมองที่รูปถ่ายคู่กันระหว่างเขากับเธอที่เขาเป็นคนถ่ายให้บนหน้าจอ  

 

               “ขอบคุณค่ะ” อาณดาบอกยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากดส่งรูปถ่ายนั้นให้แฟนเก่าของเธอทันที 

 

               ตุ้บ!  

 

               เมื่อส่งรูปหลักฐานเรียบร้อย เธอก็กดปิดเครื่องแล้วโยนโทรศัพท์มือถือไปที่หัวเตียง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าศรุตที่ยังยืนมองเธออยู่ตั้งแต่ต้น 

 

“อ้าว ลืมลบรูป” 

 

               “ยังไม่ต้องรีบหรอก เปิดเครื่องตอนนี้เดี๋ยวก็โทรมาอีก” ศรุตรีบอ้าง เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะให้เธอลบรูปนั้นออกจากเครื่องแต่แรกอยู่แล้ว 

 

               “จริงด้วยค่ะ เดี๋ยวถ้าเปิดเครื่องเมื่อไร อิงค์จะรีบลบให้ทันทีเลยนะคะ อิงค์ไม่ขายพี่แน่นอน สัญญาค่ะ” อาณดาบอกยิ้มๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าไม่ได้กลัวไอ้สิ่งที่เธอกำลังกังวลอยู่เลยสักนิดเดียว 

 

               “จะนอนต่ออีกหรือเปล่า” 

 

               “ค่ะ อิงค์รู้สึกปวดหัวมากเลย เดี๋ยวถ้าตื่นแล้วจะรีบกลับก็แล้วกันนะคะ พี่รุตรีบไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย” 

 

               “พี่ไม่ได้จะไล่ แค่จะบอกว่าถ้าจะนอนต่อ พี่จะเอาข้าวต้มลงไปก่อน แล้วเดี๋ยวเราตื่นค่อยให้ป้ามะลิอุ่นมาให้กินใหม่น่ะ” ศรุตรีบอธิบาย  

 

               “มีข้าวต้มเหรอคะ” 

 

               “อืม ข้าวต้มกุ้งน่ะ” 

 

               “งั้นอิงค์ขอกินก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวค่อยนอนต่อ” 

 

ศรุตแทบกลั้นขำไม่อยู่ ในใจนึกเอ็นดูเด็กเห็นแก่กินคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ 

 

“อิงค์ฝากพี่รุตขอบคุณป้ามะลิด้วยนะคะ ป้ามะลินี่รู้ใจอิงค์ตลอดเลย” อาณดาบอกอย่างดีใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าเหตุผลที่เมนูในเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มกุ้ง ก็เพราะเขาเป็นคนสั่งป้ามะลิเอาไว้เองต่างหาก 

 

               “ไปอาบน้ำก่อนดีไหม” 

 

               “หิวนี่คะ ในท้องตอนนี้น่าจะไม่หลงเหลืออะไรอยู่แล้ว เพราะเมื่อคืนคงอ้วกออกไปหมด เดี๋ยวถ้าเจอหน้ายัยริบ มันต้องด่าอิงค์หูชาแน่ๆ เลยค่ะ” อาณดายังคงพูดไปยิ้มไป สายตาที่ไม่ได้คิดอะไรของเธอดูไร้เดียงสาจนศรุตตกหลุมรักเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

               “เรื่องนั้นตัวใครตัวมันก็แล้วกัน กับยัยริบพี่ก็ไม่สู้เหมือนกัน” ศรุตบอกยิ้มๆ ในขณะที่อาณดากำลังทำตาลุกวาวเมื่อเธอขยับตัวไปนั่งอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของเตียง แล้วเปิดฝาชามข้าวต้มกุ้งออก 

 

               ศรุตนึกอิจฉากุ้งตัวโตในชามเสียจริง นอนอยู่เฉยๆ แต่ดันดึงความสนใจจากเธอไปได้ ทั้งที่เขากำลังใช้ความพยายามอย่างมาก แต่เธอกลับไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษเท่าไอ้กุ้งตัวนั้นเลย 

 

จริงๆ ตอนนี้ศรุตคิดว่าตัวเองควรจะเดินออกไปได้แล้ว เพียงแต่มันก็มีเหตุที่ทำให้เขาห้ามใจที่จะอยู่พูดคุยกับเธอต่ออีกสักนิดสักหน่อยไม่ได้ทุกที 

 

               “พี่รุตไม่ไปทำงานเหรอคะ” 

 

               “โอเคๆ พี่ไปก็ได้หรอก ไม่เห็นต้องรีบไล่ มองเหมือนกลัวพี่จะแย่งกินเลย” 

 

               ในที่สุดก็โดนเธอไล่จนได้ แม้จะไม่ได้ไล่ตรงๆ แต่ความหมายก็เหมือนกันนั่นแหละ 

 

               “อ้อ จริงสิคะพี่รุต” 

 

               “ว่าไง อยากได้อะไร ดื่มอะไรร้อนๆ สักหน่อยไหม พี่จะลงไปบอกป้ามะลิให้” 

 

               “ไม่เป็นไรค่ะ แค่จะบอกว่าขอบคุณนะคะที่ช่วยอิงค์เมื่อกี้ ทั้งเรื่องที่รับโทรศัพท์ แล้วก็เรื่องที่ยอมให้อิงค์ใช้รูปของพี่ไปอ้างกับไทม์ด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” อาณดายิ้มกว้างพร้อมกับยกมือไหว้ แม้จะต่อปากต่อคำเก่ง แต่เธอก็อ่อนน้อมกับเขาเสมอ 

 

               ศรุตยกมือขึ้นรับไหว้พร้อมกับเริ่มชั่งใจ ถึงเธอกับเขาจะดูสนิทกันก็จริง แต่ลึกๆ แล้วเขาเองก็รู้ว่าเธอมองเขาเป็นเพียงพี่ชายของเพื่อนที่ต้องเคารพมาตลอด ซึ่งตอนนี้เขาไม่อยากจะเป็นเพียงแค่นั้นอีกแล้ว สองเท้านี้อยากจะก้าวล้ำเส้นของความเป็นพี่ชายเพื่อนนั้นไปเหลือเกิน 

 

               “อิงค์” 

 

               “คะ” เธอขานรับพร้อมกับยิ้มกว้าง 

 

“ถ้าตอนนี้อิงค์โสดแล้ว พี่จีบอิงค์ได้ไหม” 

 

ในที่สุด ศรุตก็ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ทว่าคำถามของเขากลับทำให้อาณดาตาโตขึ้นในฉับพลัน ช้อนข้าวต้มในมือที่เพิ่งจะตักขึ้นมาค้างอยู่กลางอากาศ 

 

“พี่รุตล้ออิงค์เล่นเหรอคะ” 

 

“เปล่า พี่พูดจริงๆ ใครจะเอาเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้มาล้อเล่นกันล่ะ” ศรุตแกล้งว่า ในขณะที่อาณดานิ่งไปเหมือนจะช็อกไปแล้ว 

 

“พี่ชอบอิงค์จริงๆ นะ” 

 

 “มะ ไม่ได้ค่ะ พี่จะจีบอิงค์ไม่ได้”  

 

น้ำเสียงตื่นตระหนกกับการรีบวางช้อนข้าวต้มลงในชามของเธอทำให้ศรุตรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ 

 

“ทำไมล่ะ หรือว่ามีตรงไหนที่พี่สู้แฟนเก่าอิงค์ไม่ได้งั้นเหรอ” 

 

“มะ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แต่อิงค์… อิงค์ว่าอิงค์ไปอาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวค่อยกลับมากินก็แล้วกัน” อาณดาพยายามหาทางเลี่ยง  

 

“แต่เรื่องนี้ได้รับคำอนุญาตจากยัยริบแล้วนะ”  

 

ตรงกันข้าม ศรุตรีบทำทุกวิถีทางเพื่อจะเปิดโอกาสให้ตัวเอง อาณดาอึ้งไปนานหลายนาที นั่งนิ่งเหมือนถูกสตัฟฟ์ 

 

               “ยะ ยัยริบเนี่ยนะคะพูดแบบนั้น” 

 

               “ใช่ ไม่เชื่อเหรอ” 

 

               “ชะ เชื่อค่ะ แค่รู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ ยัยริบมันคิดอะไรบ้าๆ แบบนั้น สงสัยมันจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ” อาณดาปากไวพูดออกมาเสียตรง  

 

แต่ความจริงแล้วก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เสียเมื่อไรว่าศรุต พี่ชายของเพื่อนสนิทเธอคนนี้คิดยังไงกับเธอ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่เคยแสดงออกชัดเจน หรือว่ามีทีท่าว่าจะจีบเธอเลยสักครั้งเดียว นอกจากนั้นแล้ว เท่าที่เธอรู้มาจากศริณก็คือเขาไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แล้วอยู่ๆ จะมาบอกว่าอยากจะจีบเธอได้ยังไง 

 

               ผีอะไรเข้าสิงให้เขาคิดจะจีบเธอ แถมยังบอกว่าได้รับอนุญาตจากน้องสาวคนดีของเขาแล้วอีกต่างหาก 

 

               “อาจเพราะยัยริบแน่ใจแล้วก็ได้มั้งว่าพี่จริงใจกับอิงค์จริงๆ” ศรุตถือโอกาสหยอด สายตากรุ้มกริ่มของเขาทำให้อาณดาต้องเสมองไปทางอื่นในทันที รวบรวมสมาธิอยู่นานกว่าที่จะกล้าหันกลับไปสู้สายตาของเสืออย่างเขา 

 

               “ขอโทษนะคะพี่รุต แต่อิงค์ว่าเราเป็นแค่พี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า” 

 

               “ทำไมล่ะ”  

 

ถ้อยคำปฏิเสธของเธอทำให้ศรุตรู้สึกเสียหน้าอยู่ไม่น้อย แม้จะรู้แต่แรกว่าเธอคงไม่ยอมเปิดใจให้กับเขาง่ายๆ ไหนจะเพิ่งอกหักมา ไหนจะยังประวัติของเขาที่ไม่ได้ดีมากมายนัก แต่ก็ไม่คิดว่าจะกล้าหักหน้าเขาด้วยการปฏิเสธเสียตรง  

 

“คืออิงค์ไม่ได้รังเกียจพี่นะคะ แต่สำหรับอิงค์ มีผู้ชายต้องห้ามอยู่สองข้อที่อิงค์จะไม่ยอมเสียเวลาด้วยเด็ดขาด” 

 

ผู้ชายต้องห้ามที่เธอจะไม่ยอมเสียเวลาด้วยงั้นเหรอ ศรุตได้ยินแล้วเกิดความสนใจขึ้นมาทันที 

 

“ข้อแรกคือแฟนเก่าของเพื่อนค่ะ ส่วนข้อสองก็คือพี่น้องของเพื่อน ไม่ว่าเราจะหน้ามืดหรือว่าหิวแค่ไหนก็ห้ามกิน” อาณดาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง พูดจบเธอก็ลงจากเตียงแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำ พร้อมกับปิดประตูเสียงดังจนศรุตสะดุ้งตกใจ 

 

ศรุตได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของอาณดาออกไปจนเห็นว่าเธอตั้งใจจะปิดประตูห้องน้ำใส่ ภาพนั้นทำให้เขาทั้งอึ้งทั้งนึกขำ แต่ไม่มีความรู้สึกอยากจะยอมแพ้เลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับมีความมั่นใจที่จะเดินหน้าต่อมากขึ้นเพราะอย่างน้อยๆ ตอนนี้เขาก็ได้บอกความรู้สึกของเขากับเธอไปแล้ว  

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นกลายๆ ที่บริเวณมุมปาก  

 

“เพราะแบบนี้เราก็เลยไม่รู้น่ะสิว่าของต้องห้ามน่ะ รสชาติมันดีแค่ไหน” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว