Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 365 days. | 02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2564 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
365 days. | 02
แบบอักษร

 

02

 

_______________________

 

หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ฉันก็ไม่ได้เจอเจ้าของเสื้อตัวนั้นสักที จนขนาดเวลาล่วงเลยมาเกือบจะสองเดือน ฉันไม่ได้เศร้าเสียใจกับชีวิตโสดเหมือนอย่างวันแรกแต่กลับกลายเป็นสบายใจขึ้นมากกว่าตอนมีไอ้คนเฮงซวยเข้ามาเกี่ยวพันธ์ในชีวิตซะอีก

“โอ้โห้ แกดูดิเดลเพิ่งเลิกกับแกไม่ถึงสองเดือนไอ้บ้าเก้าเปลี่ยนแฟนไปแล้วสามคน” ลันเตาสกิดไหล่ให้ฉันหันไปมองคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน เหอะ!เห็นแล้วอยากจะหัวเราะออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศส

“ชั่งเหอะ” ฉันส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตาสเก็ตภาพต่อแก้เป็นรอบที่ล้านแปด หมดเครื่องดื่มชูกำลังไปตั้งหลายขวดกว่าอาจารย์พวกฉันนี่แทบจะซื้อกิจการเครื่องดื่มชูกำลังเป็นของตัวเอง

“ทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ โชคดีของแกที่หลุดพ้นจากไอ้บ้าเก้ามาได้” ลันเตาส่ายหัวให้สองคนนั้น

“ถือว่าเป็นบุญของฉันละกันที่ได้เห็นความเลวของนายนั่นก่อนจะถลำใจไปมากกว่านี้” ยังถือว่าเป็นโชคที่ดีจริงๆ

“แล้วถ้านายเก้ามาขอแกคืนดีล่ะ?”

“ฉันไม่มีทางกลับไปอยู่ในสถานะการณ์แบบนั้นอีกแน่ แกไม่ต้องห่วงลัน”

“เห็นแกตัดใจได้มันก็ดี แสดงว่าตอนนี้มีใครในใจแล้ว” จึก!! นี่มันประโยคแทงใจดำชัดๆ-..-

“จะ…บ้าเหรอ”

“แกมีพิรุธ”

“บ้า!! พิรุธอะไรไม่มี๊” จะเสียงสูงทำไมเนี้ยฉัน

“ไม่ได้แอบชอบหนุ่มที่ไหนเหรอ”

“มั่ว รีบสเก็ตภาพไปเถอะน่า”

“มีอะไรถามได้ เพราะฉันน่ะสำนักข่าวแห่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะบอกให้”

“งั้นฉันขอถามหน่อย” ฉันวางดินสอในมือลงบนสมุดสเก็ตแล้วจ้องหน้าลันเตาอย่างจริงจัง

“ว่ามา ไม่มีอะไรที่คนอย่างลันเตาไม่รู้”

“แก…”

“??”

“แกรู้จักคนชื่อพิชญุตม์ที่เรียนคณะวิศวะบ้างมั้ย”

“วิศวะไหนอะ?”

“ฉันถามแกอยู่มั้ยละ-..-“

“แอมซอด้วงค่ะมายเฟรน” สรุปวันนี้จะได้คำตอบไหมเนี้ย

“เอ๋อ!!!”

“เขาเป็นใคร เรียนสาขาอะไร อายุเท่าไร มีแฟนแล้วหรือยัง?” ○×○ พะ…พูดอะไรไปเนี้ยฉัน

“ชื่อจริงฉันไม่รู้หรอก”

“แล้วแกจะทำเหมือนรู้ทำไม”

“ให้ดูตื่นเต้นไง”

“ยัยบ้าเอ้ย!” ฉันคว้ายางลบเขวี้ยงใส่ยัยลันเตาเบาๆ

“อย่างมากฉันก็รู้จักแค่ชื่อเล่นเท่านั้นแหละ แต่…ชื่อดูคุ้นๆนะเหมือนเคยไม่ยินที่ไหน”

“จริงเหรอ?”

“อืม…ว่าแต่แกอยากจะรู้ไปทำไม แอบปิ๊งเขาเหรอ?”

“บ้า ปิ๊งอะไรไม่มีแค่ชื่อเขาแปลกๆอะแฮะๆวาดรูปต่อดีกว่าเนอะ” ใช่ต้องวาดรูปต่อ

“นึกว่ามีความรักซะอีก”

“คะ…ความรักอะไรมั่วแล้วฮ่าๆ”

“มีพิรุธนะแกอะ” ฉันนี่นะมีพิรุธไม่มีทาง

“หยุดเลย พอได้แล้วพิรงพิรุธอะไรไม่มี(-..-`)”

“จ้ะๆ”

“ว่าแต่…ไอ้โฮบจะมามั้ยอะวันนี้” โฮบคือเพื่อนอีกคนในแก๊ง ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็นหน้าสักเท่าไรเพราะมัวแต่ติดผู้ใหม่อยู่

“นู้นมานู้นละ ยิ้มหน้าบานเป็นจานข้าวหมามาเลย”

“ไอ้เดล!!! อย่าหันไปมองฝั่งนั้นนะ” โฮบหุบยิ้มแล้ววิ่งตรงมาจับหน้าฉันที่นั่งอยู่หลังจากเห็นแฟนเก่าที่สุดแสนจะห่วยของฉันนั่งสวีทหวานกับผู้หญิงคนใหม่

“อะไรของแกไอ้โฮบ-..- เอามือออกจากหน้าฉันด้วยยะ”

“แกอย่าหันไปมองนะ”

“ไอ้โฮบเดลมันเห็นนานแล้ว เอามือออกจากหน้ามันเถอะ ตา จมูก ปาก มันจะรวมกันอยู่ละ” ลันเตาเอื้อมมือมาสะกิดไหล่โฮบก่อนจะบอกให้โฮบเอามือออกจากหน้าฉัน

“แกเห็นแล้วเหรอ ไม่ได้ๆต้องเอาน้ำมนต์ล้างตาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย”

“เว่อร์หน่า”

"ย้ายที่กันมั้ย ดูทรงถ้ายังทำงานตรงนี้ต่อมีหวังกูได้เดินไปตบเเน่ๆ" โฮบชวนให้ย้ายที่อ่านหนังดูจากท่าทางคงอดจะเดินเข้าไปตบไม่ได้ ซี่งฉันก็เข้าใจเพื่อนเพราะคงโกรธไม่น้อยกว่าฉันเเน่นอน

"อยู่ได้เเค่นี้เอง ทำอะไรคนเเซ่บๆอย่างฉันไม่ได้หรอก" ในเมื่อจะมูฟออนก็ต้องตัดให้ขาดเเค่นี้จิ๊บๆ

"ย้ายเหอะไปนั่งเเถวคณะวิศวะกัน" โฮบยังชวนต่อ ลานวิศวะเหรอถ้าไปอาจจะได้สืบเรื่องผู้ชายคนนั้นเพิ่มเติมก็ได้

“เดี๋ยวหินมาไม่เจอกูทำไงอะ” หินคือแฟนของยัยลันเตา

“สมัยนี้เขามีการสื่อสารไร้สายเเล้วมั้ยเเชทไปหามันสิจ๊ะ อย่าทำตัวโง่ขอร้อง”

“โฮบขอให้พี่โอมผัวมึงไม่รัก” พี่โอมก็คือเเฟนของไอ้โฮบนั่นเเหละ

“เสียใจผัวกู รักกู หลงกูสุดๆ”

“มั่นหน้า!!”

“เเน่นอนจ้ะ”

“งั้น...ย้ายไปนั่งที่ใต้ตึกวิศวะก็ได้” ฉันเป็นฝ่ายชวนสองคนนั้นเองเพราะตึกสถาปัตย์กับวิศวะอยู่ห่างกันนิดเดียวเดินไม่ถึงห้านาทีก็ถึง เวลามีกิจกรรมคณะสถาปัตย์ก็มักจะไปขอยืมลานกิจกรรมของฝั่งคณะวิศวะตลอด เด็กสถาปัตย์อย่างพวกฉันเลยเคยเเอบๆไปนั่งวาดภาพเเถวคณะนั้นบ่อย อีกอย่างเผื่อจะเจอผู้ชายคนนั้นบ้าง

“ดีเลยเห็นว่าวันนี้วิศวะมีกิจกรรมตัวพ่อของคณะอยู่ด้วย” ไอ้โฮบพูดทำหน้าเพ้อฝัน พ่อของคณะคือใครทำไมไม่เห็นรู้เรื่องเลย

“ใครวะ” ฉันถามด้วยความไม่รู้

“ก็พี่พายัพไง”

“พายัพไหนวะ”

“นี่มึงไม่รู้จักพี่พายัพพ่อของคณะวิศวะได้ไง”

“มึงก็เเต่ก่อนเดลมันไปรับรู้อะไร นอกจากไอ้เก้ามันก็ไม่ได้สนใจใครมากมายขนาดนั้นถึงจะมีเเซวผู้ชายบ้างเเต่มันก็ไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรมากหรอก” ลันเตาพูดเเต่กลับฟังดูเเปลกๆ ไอ้ที่ว่าเเอบเเซวผู้ชายมันก็ต้องมีบ้างแหละสีสันชีวิตไง

“ทำไมวันนี้คณะวิศวะคนเยอะจังวะ” ฉันหันไปคุยกับเพื่อนปกติคณะนี้คนก็เยอะอยู่หรอกแต่วันนี้มันมีมากกว่าทุกวันไง โดยเฉพาะตรงม้าหินอ่อนบริเวณหน้าตึก นักศึกษาสาวๆสวยๆเดินล้อมเต็มไปหมด

‘แค่เพียงได้เห็นคุณยิ้มทีไร ก็หวั่นไหวทุกที ใจไม่ค่อยดี ก็คุณน่ารักไป แค่คุณยิ้มทีไร ก็หวั่นไหวทุกที ใจไม่ค่อยดี หยุดน่ารักสักวันจะได้ไหม’

Cr. เพลงคลั่งรัก-เฟิร์ส อนุวัต

เสียงเพลงเคล้าเสียงดีดกีตาร์ดังแว่วออกมาจากกลุ่มฝูงชนตรงนั้น น้ำเสียงฟังละดูนุ่มนวลชวนฟังจังแฮะ ว่าแต่ฉันคุ้นเสียงนี้จังเหมือนเคยได้ยินที่ไหนตามช่องทางcoverเพลงหรือเปล่าไม่แน่ใจ

“อุ๊ย!! นี่มันเสียงพี่ยายัพนี่”

“พายัพคนที่เป็นตัวพ่อวิศวะอะไรเนี้ยน่ะเหรอ?”

“ใช่ คนนี้อยากได้เป็นพ่อของลูกมากมาย”

“โฮบ…มึงไม่มีมดลูกค่ะ” ลันเตาเรียกสติคนที่กำลังทำหน้าเพ้อฝันอย่างโฮบ

“อย่าดับฝันค่ะ เดี๋ยวแช่งให้ผัวไม่รักนะ”

“ปากเหรอ!!”

“แบร่ เดี๋ยวพวกแกไปจองที่นั่งก่อนเลยนะ ขอไปส่องพี่พายัพแป๊บนึงเดี๋ยวมา”

“เดี๋ยวมานี่คือกี่ชั่วโมงเอ่ย?” เวลาไปส่องผู้ชายทีไรโฮบมักจะหายไปเป็นชั่วโมงนู้น

“แหม่ เพื่อนเดลก็…”

“รีบไปรีบมา-..-”

“ค่ะคุณเดลเพื่อนเลิฟ มาจุ๊บที” ยังไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรไอ้บ้าโฮบก็รีบยื่นแากมาจุ๊บแก้มทันที

“หยึ๋ ฟ้าผ่า”

“เพื่อนไปหาผู้แป๊บเดียว รอก่อนนะคะ”

“เฮ้อ-..-” คิดผิดคิดถูกเนี้ยที่เดินมาคณะนี้

“ไปนั่งตรงนั้นก็ได้เดล” ลันเตาชี้ไปตรงที่ยังเหลือที่ว่างอยู่ ซึ่งตรงนั้นค่อนข้างจะเงียบและลมโชยเบาๆ ชั่งเหมาะกับการวาดภาพซะเหลือเกิน

“อืม…ตรงนั้นก็ได้”

.

.

.

.

17:35

“ฉันตัดเส้นกับเพิ่มรายละเอียดตรงนี้แล้วนะเดล โอเคมั้ย? เหลือส่วนของโฮบกับซื้อของมาประกอบก็น่าจะเสร็จแล้ว” ลันเตายื่นแผ่นงานที่แบ่งกันทำให้ดู

“อืม…ครั้งนี้ไม่โดนแก้แล้วคงใกล้เสร็จแล้วล่ะ” กว่าจะผ่านมาได้โดนไปหลายรอบมาก

Rrrrr

“ฮัลโหลค่ะพี่หิน”

(….)

“ลันเสร็จงานแล้วอะ นั่งเป็นเพื่อนเดลอยู่รอโฮบกลับมาจากดูผู้ชาย”

(….)

“โอเคค่ะ รอลันที่ลานจอดรถก่อนนะ”

“พี่หินมารับแล้วเหรอ?” ฉันถามลันเตาหลังจากวางสาย

“อ่าห้ะ”

“แกกลับก่อนเลยเดี๋ยวพี่หินรอนาน งานเสร็จละด้วยเหลือแค่ซื้อของมาประกอบโม”

“ไม่เอาอะแกนั่งคนเดียว”

“ฉันอยู่ได้ นั่งวาดรูปไปเรื่อยๆ”

“แต่…”

“ไปเหอะ”

“ทำไมถึงดื้อจัง งั้นเดี๋ยวฉันโทรตามโฮบมันให้นะ”

“อืม…ไปเหอะ”

“แน่ใจนะว่าอยู่คนเดียวได้”

“ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย”

“ฉันห่วงแกนะเดล ชอบทำตัวแข็งแกร่งอยู่เรื่อย แกโกหกสายตาเพื่อนๆไม่ได้หรอกนะ”

“ฉัน…โอเคแล้วจริงๆ อยู่ได้แน่นอน”

“งั้น…ฉันกลับก่อนนะมีอะไรรีบโทรหาโฮบเลยนะ”

“โอเคค่ะคุณเพื่อน”

“ไปก่อนนะ เจอกันวันจันทร์”

“บาย” ฉันโบกมือลาเพื่อนพร้อมกับวาดภาพต่อโดยมีแบบเป็นคนที่นั่งดีดกีตาร์ท่ามกลางผู้คนตรงนั้น ไม่รู้หรอกว่าทำถึงวาดเขารู้ตัวอีกทีก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาซะแล้ว

“อุ๊ย นั่นแฟนเก่าพี่เก้าหรือเปล่าคะ”

“เอ่อ…” อุส่าห์หนีมาคณะวิศวะแล้วยังตามมาทำตัวเป็นเจ้ากรรมนายเวรอีกเหรอเนี้ย ฉันหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบใส่หูเพื่อตัดความรำคาญ รีบๆไปให้พ้นสักทีเถอะ

“พี่เก้าคงไม่กลับไปหาพี่เขาอีกแล้วใช่มั้ยคะ”

“อืม…”

ปึก!!

สุดท้ายคงเป็นตัวเองที่ทนไม่ไหวลุกขึ้นเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋าแล้วรีบเดินหนีออกมาจากตรงไหน วันอะไรวะเนี้ย

หมับ

มือหนาอุ่นคว้าข้อมือฉันเอาไว้แน่น จะมีเรื่องให้ได้เรื่องใช่มั้ย

“ปล่อยนะเว้ย ไม่งั้นตะ…เอ๊ะ” เจ้าของมืออุ่นไม่ใช่แฟนเก่าจอมเฮงซวยแต่กลายเป็นคนที่นั่งดีดกีตาร์เมื่อกี้ เขามาทำอะไรตรงนี้แล้วจับมือทำไม-///-

“เอ่อ…มีอะไรคะ?”

“ฉันชอบเธอ” ห้ะ!!! บ้าหน่า

________________________

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว