email-icon facebook-icon Twitter-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ

ตอนที่ ๒๔ – งานแต่งงาน

ชื่อตอน : ตอนที่ ๒๔ – งานแต่งงาน

คำค้น : omegaverse,EnigmaXAlpha,เมะxเมะ,Mpreg,20+,18+,NC20+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2564 19:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๒๔ – งานแต่งงาน
แบบอักษร

ตอนที่ ๒๔ – งานแต่งงาน 

 

ในที่สุดวันพิธีการสำคัญก็มาถึง แม้จะบอกว่าเชิญเพียงแขกคนสนิทมาร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เซเวียสตื่นเต้นน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้แต่งงาน แถมยังเป็นเจ้าสาวไม่ใช่เจ้าบ่าวอีกต่างหาก

เซเวียสนอนไม่หลับมาตั้งแต่เมื่อคืน นี่ขนาดแม่มานอนด้วย เล่าให้ฟังถึงวันแต่งงานของแม่กับพ่อช่วยทำให้สบายใจขึ้นบ้างแล้วนะ แต่ความตื่นเต้นมันไม่ยอมลดลงเลย ยังดีที่ลูกรู้งานไม่ทำให้แพ้ท้องหนักแบบก่อนหน้านี้ ไม่งั้นสภาพวันนี้คงดูไม่ได้

“เซเวียส มีคนอยากเจอลูกน่ะ”

“ใครเหรอครับแม่”

โอเมก้าร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ากำลังนั่งบีบเมือเย็นเฉียบของตัวเองหันไปมองประตูห้องแต่งตัวเปิดออก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เมื่อเห็นเพื่อนรักคนเดียวในชีวิตเดินเข้ามา

“ลูอิส...กูคิดว่ามึงจะไม่มาแล้วซะอีก”

“ไม่มาได้ไงวันสำคัญของมึงทั้งที”

ลูอิสตอบพลางคลี่ยิ้มให้เซเวียสที่มีอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเย็นบีบเบาๆ และเซเวียสก็บีบมืออุ่นตอบ

“ไม่รู้สิ กูกลัวว่ามึงจะหายไปแล้วไม่กลับมาอีกเลย”

“เพื่อนรักคนเดียวจะแต่งงาน ถ้าไม่มากูคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่”

“ขอบใจนะมึงมากนะ ขอบใจจริงๆ”

เซเวียสสวมกอดเพื่อนอย่างโล่งใจ ดูจากสีหน้าและแววตาของลูอิสแล้วระยะเวลาที่ผ่านมาอาจจะช่วยชะล้างความรู้สึกแย่ๆ จนเบาบางจางหายลงไปบ้าง เซเวียสดีใจที่ได้เพื่อนรักกลับมา

“แล้วนี่หลานกูสบายดีใช่มั้ย แพ้ท้องมากรึเปล่า”

“ก็ดีขึ้น ช่วงนี้แพ้น้อยลงแล้ว ว่าแต่ทำไมมึงรู้ได้ล่ะ” เซเวียสเลิกคิ้วถาม วันก่อนเขาถามแม่เรื่องลูอิส แม่ยังตอบว่าช่วงนี้ลูอิสเงียบๆ เรื่องท้องเขาก็ไม่ได้บอกใครด้วย

“สะใภ้ตระกูลดีไวเลอร์ทั้งคน ใครจะไม่รู้บ้าง” ลูอิสตอบเพื่อนพลางคิดอยู่ในใจ จะให้ตอบว่ารู้มาจากไอ้หมาล่าเนื้อได้ยังไงล่ะ  

“ลืมไปว่ามึงกับท่านอาของจากัวร์ทำธุรกิจกัน”

“แต่กูคิดถึงตอนที่เที่ยวเตร่ไปวันๆ อยากทำอะไรก็ได้ทำ ไปไหนไปกันกับมึงมากกว่า”

“ไว้มึงว่างเมื่อไหร่ก็ลองหาเวลาไปพักผ่อนบ้าง ทำแต่งานเหนื่อยตายชัก” เซเวียสพูดพลางนึกถึงเมื่อก่อนนี้พวกเขาไปไหนไปกันตลอด ใกล้ชิดกันเกินไปเสียด้วยซ้ำ

“นั่นสินะ”

“เอ้อ จะว่าไปกูส่งการ์ดเชิญไปให้มัมมาเนียด้วย ไม่รู้ว่าวันนี้จะมามั้ย”

มัมมาเนียที่พูดถึงก็คือมาดามเพียซเจ้าของ ‘มาเนียโฮสต์คลับ’ ถ้าพูดชื่อนี้ขึ้นมา พวกในวงสังคมไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน ที่นั่นเป็นโฮสต์คลับชื่อดังที่สุดในย่านโรดคิงส์ มีแต่ลูกค้ารวยๆ ระดับนักการเมือง ดารา นักธุรกิจ มาใช้บริการ

แถมยังมีให้เลือกทั้ง โฮสต์อัลฟ่า โฮสต์โอเมก้า เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของพวกใช้เงินเป็นเบี้ย ก่อนหน้านี้ทั้งเซเวียสและลูอิสเคยทำงานอยู่ พวกเขาก็สนิทกับมัมมาเนีย แต่หลังจากเกิดเรื่องราวต่างคนก็ต่างแยกย้าย ไม่ได้ติดต่อกลับไปเลย

“กูเห็นมากับเด็กใหม่อยู่ข้างนอก”

“เด็กใหม่?”

“เด็กใหม่ที่คลับไง ช่วงนี้กำลังฮอตในหมู่โอเมก้าเห็นว่าชื่อ เอิร์ล แม็กควีนส์ อะไรสักอย่าง มัมเห่ออย่างกับอะไรดี”

ตอนเดินเข้ามาในงานก็พอได้ทักทายบ้าง ลูอิสตอบเพื่อนพลางล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงตัวเองและหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกมาถ่ายรูปเซเวียสขณะที่คนถูกถ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“งั้นเหรอ เสร็จพิธีคงต้องไปทักทายมัมสักหน่อย ดะ เดี๋ยวดิ หน้ากูเหวอปะเนี่ย”

“สวยออก”

ลูอิสคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย มองรูปเพื่อนในชุดแต่งงานบนจอโทรศัพท์เครื่องบางของตัวเอง จะว่าไปก็ไม่เห็นเซเวียสดูมีความสุขแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน น่าอิจฉาไอ้จากัวร์ชะมัด

เซเวียสคุยกับลูอิสเพลินจนกระทั่งเสียงระฆังวิวาห์แว่วมาจากหอนาฬิกาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโบสถ์ เพียงเท่านั้นก้อนเท่ากำปั้นในอกของเจ้าสาวมันก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง ถึงเวลาเข้าพิธีแล้วสินะ...

“ได้เวลาแล้วนะลูก พร้อมรึยัง”

เซเวียสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกพยักหน้าตอบแม่เบาๆ แม้ว่าจะตื่นเต้นจนขาแทบก้าวไม่ออกแล้วก็ตามที

ณ โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งนี้ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ด้านหน้าเป็นหอคอยทรงสูง ยอดแหลมขนาบทั้งสองด้านของอาคาร ตกแต่งด้วยปูนปั้นลวดลายวิจิตรบรรจงสีขาวรอบโบสถ์ ด้านในสวยงามด้วยจิตรกรรมแบบเฟรสโก เพดานทรงโค้งยกสูงบรรยากาศโปร่ง บริเวณพระแท่นตกแต่งหรูหราโอ่อ่า

บรรยากาศรอบๆ ในพิธีศักดิ์สิทธิ์มีแต่ความปิติยินดี บรรดาแขกที่มีเพียงคนสนิทและญาติต่างยืนขึ้นรอให้หัวขบวนเดินนำ เด็กตัวเล็กๆ ถือเทียน แหวน และโปรยดอกไม้นำทาง เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเข้ามาตามทางเดินระหว่างเก้าอี้ทั้งสองฝั่ง ลูอิสอยู่ในฝั่งเพื่อนเจ้าสาวปรายตามองฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ถัดจากตัวเองด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ขณะที่บรู๊คลินยิ้มมุมปาก จนกระทั่งเดินเข้ามาถึงแท่นพิธีตรงกลาง

เซเวียสถือช่อดอกกุหลาบสีขาวแซมด้วยดอกซ่อนกลิ่นควงแขนพ่อเข้ามาในพิธี เสียงเพลงบรรเลงไพเราะก้องกังวานทำให้ความรู้สึกตื่นเต้นเปลี่ยนเป็นตื้นตันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต สายตาของอดีตอัลฟ่าซึ่งตอนนี้เป็นโอเมก้าเต็มตัวและเต็มใจจ้องมองตรงไปยังบุคคลเดียวที่ยืนสูงสง่ารออยู่ปลายทาง

ในสายตาเซเวียส วันนี้จากัวร์ดูดีมากสง่างามจนละสายตาไม่ได้ ไหล่กว้างๆ รับกับสูทเจ้าบ่าว ตรงอกเสื้อติดประดับดอกซ่อนกลิ่น ทรงผมถูกเซ็ตเปิดหน้าผากอย่างดีเผยโครงหน้าหล่อเหลาคมคาย รอยยิ้มดีใจค่อยๆ เผยออกมาทีละนิด เฉกเช่นเดียวกัน จากัวร์กำลังมองว่าที่คุณนายดีไวเลอร์ไม่วางตา วันนี้เซเวียสสวยเหลือเกิน สวยยิ่งกว่าใครทั้งนั้น มีเสน่ห์ไปหมดทุกกิริยาท่าทาง แม้แต่ขณะประหม่าอายตอนที่คุณพ่อมาส่งให้ถึงมือเขาอย่างดี เซเวียสตรึงสายตาทุกคู่เอาไว้ที่ตัวเองเพียงคนเดียว

พิธีการดำเนินไปจนถึงช่วงเอ่ยคำปฏิญาณครองคู่ ทั้งสองสายตาสบประสานกัน จ้องมองลึกเข้าไปจมสู่ห้วงภวังค์ราวกับทั้งโบสถ์ภายในพิธีศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขาแค่สองคน เรื่องราวมากมายก่อนหน้านี้ทั้งทุกข์ทั้งสุขมันหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด จากวันแรกจนถึงวันนี้พวกเขาจะไม่แยกจากกัน

“ผม...จากัวร์ ดีไวเลอร์ ขอรับคุณ เซเวียส เฮย์ส เป็นภรรยา ผมขอให้คำสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขยามยาก ในยามเจ็บไข้และสบายดี ผมจะรักคุณให้เกียรติคุณไปตลอดจนชั่วชีวิตของผม”

เซเวียสรู้สึกร้อนหน้าแก้มเมื่อต้องตอบรับคำปฎิญาณ คนตรงหน้ากำลังรอฟังคำตอบจากปากเขาเช่นกัน ริมฝีปากขยับเอื้อนเอ่ยตอบรับ...

“ผม...เซเวียส เฮย์ส ขอรับคุณ จากัวร์ ดีไวเลอร์ เป็นสามี ผมสัญญาว่าผมจะเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขยามยาก ในยามป่วยไข้และสบายดี ผมจะรักคุณ...ให้เกียรติคุณไปตลอดชั่วชีวิตของผม”

ได้ยินแค่นั้นคนหลงเมียเข้าขั้นก็เกือบจะลืมพิธีการที่เหลือเลยทีเดียว มือหนาหยิบแหวนแซฟไฟร์ประดับด้วยเพชรขนาดกำลังดีออกมาสวมเข้าไปที่นิ้วนางเรียวของเซเวียสช้าๆ เจ้าบ่าวแอบคิดในใจมานานแล้วว่ามือสวยๆ คู่นี้เหมาะกับบลูแซฟไฟร์เป็นที่สุด เซเวียสเองก็สวมแหวนให้จากัวร์เช่นกัน

“บัดนี้ทั้งคู่ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์แล้ว ขอแสดงความยินดีด้วยครับ”

และใช่ หลังจากประโยคนั้นคุณสามีป้ายแดงก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาประทับจูบบนริมฝีปากเซเวียส มอบจูบหวานต่อหน้าสักขีพยานทุกคนในงาน ส่วนคุณภรรยาก็เงยหน้าขึ้นรับจูบตอบและยกแขนขึ้นกอดต้นคอหนา จนกระทั่งเสียงปรบมือแห่งความปิติยินดีดังขึ้นอีกครั้ง

จากนั้นพิธีการก็ดำเนินมาถึงลำดับสุดท้าย เป็นช่วงที่บรรดาสาวโสดหนุ่มโสดรอคอย ใครก็อยากจะได้ช่อดอกไม้จากเจ้าสาวทั้งนั้น เผื่อมีความหวังได้แต่งงานเป็นคนถัดไปบ้าง

แต่ขอเว้นเอาไว้คนหนึ่งแล้วกัน... 

ลูอิสกำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองและรับโทรศัพท์สายด่วนอยู่ด้านหลังกลุ่มที่กำลังรอรับช่อดอกไม้กัน ในจังหวะที่เจ้าตัวกำลังขมวดคิ้วหงุดหงิดกับปลายสายอยู่นั้น

ไอ้เจ้าช่อดอกไม้สีขาวผูกริบบิ้นยาว ที่เซเวียสกำลังหันหลังและนับถอยหลัง สาม...สอง...หนึ่ง ก็ดันปลิวตามแรงโน้มถ่วงพุ่งมาทางนี้ซะงั้น

“ผมบอกแล้วไงว่าวันนี้ผมมางานแต่งงานเพื่อน--”

ทำเอามาเฟียในคราบนักธุรกิจหนุ่มอัลฟ่าเบิกตากว้างสบถตกใจ จำต้องใช้มือข้างที่ล้วงกระเป๋าอยู่นั้นอ้ารับมันไว้แบบไม่ทันตั้งตัว สีหน้าเหวอๆ ทำเอาทุกคนในงานหันไปมองตาม รวมทั้งเอฟบีไอหนุ่มร่างใหญ่ที่กอดอกมองลูอิสอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลด้วย

ลูอิสรีบกดวางสายแล้วหันไปมองหน้าเจ้าสาวเพื่อนรักของตัวเองที่กำลังยืนยิ้มกว้างและหันไปขำอยู่กับเจ้าบ่าวที่โอบเอวอยู่ไม่ห่าง

ยังมีหน้ามาขำอีก! ลูอิสบ่นในใจ ขมวดคิ้วก้มลงมองช่อดอกไม้ตัวการในมือตัวเองประมาณว่า แล้วจะให้เขาทำยังไงกับมัน

เซเวียสจึงป้องปากทำท่าพูดปากเปล่ากับลูอิสอยู่ไกลๆ จับใจความเป็นประโยคได้ว่า...

 

‘Your Turn Now’ (ถึงตามึงแล้ว)  

 

“ทำไมเจ้าสาวของกูโยนแม่นขนาดนี้”

“เปล่าสักหน่อย กูหันหลังอยู่นะ”

เซเวียสทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ตอบคนข้างๆ แต่มันก็จริงนะ ไม่ได้ล็อคเป้าสักหน่อย ดวงคนมันจะได้ยืนตรงไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ...มั้ง

“นึกว่าได้กลิ่นแปลกๆ จากคู่นั้นเหมือนกัน”

“หา!? ลูอิสน่ะเหรอ กับเพื่อนมึง” เซเวียสมองตามสายตาจากัวร์ที่กำลังมองไปยังบรู๊คลินเหมือนส่งซิกอะไรกันบางอย่าง “ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“สักพักแล้ว” จากัวร์ยิ้มขำแล้วก้มลงจูบข้างขมับเจ้าสาวของตัวเองไม่ห่าง “มารอดูคนตีกันดีกว่า”

“พูดเป็นเชียร์มวยไปได้...แต่กูลงข้างลูอิสนะ”

เซเวียสตอบจากัวร์พลางยิ้มกว้างแค่คิดภาพตามก็ขำแล้ว รู้ตัวอีกทีก็ปวดกรามไปหมดทั้งคู่ยืนถ่ายรูปกับคนสนิทและญาติที่มาแสดงความยินดีอย่างถ้วนหน้า จากัวร์เดินเข้าไปทักทายผู้ใหญ่โดยเฉพาะฝั่งเซเวียสที่ขนกันมาเกือบทั้งหมู่บ้าน ไหนจะเพื่อนสมัยเรียนและเพื่อนที่คลับมาเนียด้วย เล่นเอายืนถ่ายรูปจนปวดเท้าเลยทีเดียว

พอแขกเริ่มน้อยลงจากัวร์ก็พาเซเวียสมานั่งพักเพราะห่วงว่ายืนมากไปแล้วจะเหนื่อยทั้งแม่ทั้งลูกในท้อง รีบหาน้ำท่ามาให้ภรรยาดื่มอีกด้วย ร่างสูงใหญ่ย่อตัวนั่งลงบนส้นเท้าพลางจับน่องขาเซเวียสบีบให้เบาๆ จนคนดื่มน้ำอยู่ท้วงในลำคอออกมา

“ไม่เป็นไรน่า เดินแค่นี้สบายมาก”

“ถ้าท้องโตกว่านี้อีกหน่อยเท้ามึงคงบวมแน่”

ดีที่ได้แต่งกันตอนที่ท้องยังไม่โตเท่าไหร่ จากัวร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ยิ่งช่วงนี้เขาต้องเข้าบริษัทบ้างทำให้ไม่มีเวลาว่างเยอะแบบเมื่อก่อน นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ห่วงว่าเซเวียสจะต้องอยู่บ้านคนเดียว

“ตอนนี้ยังไม่บวมหรอก วันแต่งงานไม่ขมวดคิ้วตกลงกันแล้วไง”

นิ้วเรียวดันปมคิ้วเข้มให้คลายออกจากัน เจ้าของมือหนาจึงจับมือข้างซ้ายที่สวมแหวนแต่งงานไว้แทนแล้วก้มลงจูบลงไปบนนิ้วเรียวสวยใกล้กับแหวน เซเวียสยกมืออีกข้างขึ้นเกาแก้มมองพลางคิดในใจ ไม่นึกเลยว่านักโทษหน้าโหดในห้องขังฝั่งตรงข้ามก็มีมุมนี้ อยู่ด้วยกันมาขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ชินสักที

“ดูสิ ข้าวใหม่ปลามันหวานกันจริงๆ”

ทั้งสองคนหันไปมองตามเสียงคนที่เดินเข้ามาทักและเห็นฉากหวานเข้าเต็มตา จะเป็นใครเสียอีกนอกจากดีไวเลอร์คนพี่กับภรรยา

“อ้าว เจสันกับพี่สะใภ้”

“ฉันแวะมาแสดงความยินดี” เจสันยื่นของในมือตัวเองให้น้องชายต่างแม่รับไว้ “เอ้านี่”

“อะไรล่ะนั่น”

“ของขวัญที่บอกอยากได้”

จากัวร์เลิกคิ้วก้มมองกุญแจรถแบรนด์โปรดของตัวเองในมือ มาเซราติคันหรูซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดจอดรอเซเวียสกับจากัวร์อยู่ตรงหน้าโบสถ์พร้อมขับกลับบ้านได้ทันที รอยยิ้มพอใจผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าบ่าว

“เล่นใหญ่ใช้ได้ แต่ผมชอบ ขอบคุณสำหรับของขวัญแล้วก็ขอบคุณที่มา”

“ขอบคุณครับ”

จากัวร์พูดกับพี่ชาย เซเวียสเองก็ไม่ลืมกล่าวขอบคุณเช่นกัน

แต่ทว่าดวงตาคู่สวยก็เอาแต่มองคนข้างๆ เจสันมาเป็นนาทีแล้ว จะว่ายังดีล่ะ...ถ้าเซเวียสจะบอกว่าภรรยาพี่ชายจากัวร์โคตรสวยเลย โอเมก้าหน้าหวานกับผมสีน้ำตาลอ่อนหยักศก ตัวเล็กกว่าเจสันสูงแค่ระดับคาง กำลังยืนควงแขนหนาอยู่ไม่ห่าง สวยอย่างกับหลุดออกมาจากเทพนิยายกรีก

“อ่อ ลืมแนะนำไป นี่ ‘วาเลนเทีย’ ภรรยาฉันเอง” ดูท่าเจสันคงจะเห็นว่าเซเวียสมองภรรยาตัวเองตาไม่กระพริบ “เทีย...ส่วนนี่เซเวียส”

“ยินดีที่ได้พบนะครับ”

“เช่นกันครับ”

เซเวียสยิ้มให้และทางนั้นก็ยิ้มตอบรับ พวกเขาทั้งหมดถ่ายรูปร่วมกัน นับว่านี่เป็นการเจอกับครอบครัวทั้งสองฝั่งครบเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงพ่อของเจ้าบ่าว

-

หลังจากงานแต่งงานผ่านไปอายุครรภ์ของเซเวียสเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เห็นผลอัลตร้าซาวน์ว่าลูกเป็น ‘แฝดสาม’ คนที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าใครเลยก็คือจากัวร์ แล้วยิ่งพอได้รู้ว่าเพศลูกคือ... อัลฟ่าชายสองและโอเมก้าชายหนึ่ง เซเวียสแทบจะไม่ต้องลุกเดินเองเลยด้วยซ้ำ

เอาแค่ขยับตัวตอนนอนนิดเดียวไอ้คนพ่อยังห่วงแทบแย่ กลางคืนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำก็ต้องเดินตามประกบหลัง บางทีแค่เผลอเดินเร็วเกินไปยังโดนดุเลย ก็พอเข้าใจว่าไอ้การอุ้มท้องแฝดมันมีความเสี่ยงสูงทั้งแม่และลูกแต่ห่วงขนาดนี้มันเกินไปไหม!

ซึ่งนั่นก็นับเป็นเหตุผลใหญ่เมื่อครรภ์เข้าสู่เดือนที่เจ็ดทั้งจากัวร์ทั้งท่านอาก็ขอร้องให้เซเวียสย้ายเข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์ดีไวเลอร์ เพื่อที่จะได้มีคนดูแลเซเวียสอย่างใกล้ชิดทุกฝีก้าว ถึงจะไม่ค่อยอยากเข้ามาอยู่สักเท่าไหร่แต่พอเห็นจากัวร์ไม่เป็นอันทำงานทำการเซเวียสเลยยอมตกลง

อีกอย่างตอนนี้ท่านใหญ่ของตระกูลดีไวเลอร์ก็อาการหนักจนไปไหนไม่ได้แล้ว ยิ่งหลังรู้ข่าวว่าเมียลูกชังกำลังจะให้กำเนิดทายาทอัลฟ่าทีเดียวถึงสองคนในเวลาไม่ถึงเดือนข้างหน้าท่านก็อาการทรุดหนักตรอมใจถึงขั้นหมอบอกว่าคงอยู่ได้ไม่ถึงกำหนดเซเวียสคลอดด้วยซ้ำ

“วันนี้ออกไปดูงานเสร็จกูจะรีบกลับมาหา”

ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ แต่ดันมีงานด่วนเข้ามาให้ไปดูที่ทางที่บริษัทจะร่วมลงทุน จากัวร์เลยหัวเสียอยู่นี่ แทนที่จะได้พาเมียไปหาหมอตามนัด

“อื้ม มีคนช่วยดูหลายคนไม่ต้องห่วง”

“ลูกห้ามดื้อกับแม่เข้าใจมั้ย ห้ามทำแม่เจ็บตัวอีกล่ะ”

“นี่ อย่าดุลูกสิ”

จากัวร์ก้มลงพูดกับลูกแฝดในท้องแบบนี้ทุกวัน หลังจากมีอยู่ครั้งหนึ่งเซเวียสหน้ามืดในห้องน้ำจนหัวโขกกับราวแขวนผ้า พ่อคุณกลับมาเจอเซเวียสหัวปูดเป็นลูกมะนาวก็โมโหด่าเสียงดังจนคนรับใช้หน้าซีดไปตามๆ กัน เอาเป็นว่าสำหรับเซเวียสแล้ว จากัวร์สอบผ่านฉลุยเรื่องความพร้อมเป็นพ่อคนล่ะนะ

ทั้งอยู่ข้างๆ กันไม่เคยขาดตกบกพร่อง แม้ว่าพักหลังมาฮอร์โมนจะเล่นงานจนเซเวียสสติแตกบ่อยๆ แบบว่าทั้งหงุดหงิดจนร้องไห้บ้าบอ บางทีก็ไร้สาระจนรำคาญตัวเอง เอาเป็นว่าสภาพตอนนี้แทบดูไม่ได้ถ้าไม่รักกันจริงคงบ้านแตก ไหนจะท้องที่ใหญ่กว่าครรภ์ปกติสองสามเท่า ทั้งปวดหลังปวดขา ปวดไปทั้งตัว แทบอยากจะพบจิตแพทย์สามเวลาหลังอาหารทีเดียว

“กูไปไม่กี่ชั่วโมง กลับมาจะพาไปหาหมอตามนัด”

เซเวียสพยักหน้าตอบและหลับตารับจูบที่หน้าผาก ก่อนภาพจากัวร์ก้มลงจูบท้องผ่านเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ที่มีกระดุมด้านหน้าจะทำให้เซเวียสยิ้มออก ตอนนี้เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายแล้ว หมอบอกให้สวมเสื้อที่มีกระดุมข้างหน้าเผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้แอดมิดเลย เพราะเซเวียสแทบจะลุกเดินไปไหนมาไหนลำบากแล้ว

“กูรักมึงเซเวียส อดทนอีกนิดเดียว”

“รีบกลับมานะ”

พอจากัวร์ออกไปได้ไม่นานเซเวียสกลับรู้สึกว่าจิตใจตัวเองมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแปลกๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยผิดปกติจนเริ่มปวดท้องเกร็งนิดๆ ว่าแต่นี่มันเข้าสัปดาห์ที่ 34 แล้วไม่ใช่เหรอ หมอบอกว่าต้องกี่สัปดาห์ถึงจะคลอดนะ...

“ข้างนอกน่ะเรียกหมอเร็ว คุณท่านใหญ่อาการทรุดแล้ว!”

โอเมก้าท้องแก่นอนพักอยู่บนเตียงคิดอะไรเพลินๆ พลางกุมท้อง แต่หูก็ได้ยินเสียงพยาบาลพิเศษกับคนรับใช้คุยกันแตกตื่นอยู่ข้างนอกตรงระเบียงทางเดิน ถึงเซเวียสจะอยู่ห้องด้านล่างก็ได้ยินเสียงจากข้างบนชัดเลย

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ”

“เอ่อ คุณนายคะ ดิฉันขอรีบขึ้นไปดูคุณท่านสักครู่นะคะ”

“ดะ เดี๋ยวสิ อ...โอ๊ยย!”

เซเวียสนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมาตอนที่จะขยับตัวยันขึ้นนั่ง แต่ทว่าคนรับใช้ที่คอยดูแลเขาดันรีบวิ่งหลังไวๆ ออกไปดูคุณท่านใหญ่แล้ว ถึงจะไม่ได้ปวดมากจนทนไม่ไหวแต่มันก็เจ็บจุกใช่เล่นแถมยังปวดถี่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสิ

ใจเย็นน่าเซเวียส อาจจะแค่ขยับผิดท่าก็ได้มั้ง 

ว่าแต่น้ำอะไรมันไหลแฉะๆ เขาตั้งสติแล้วมือเรียวก็ค่อยๆ เอื้อมลงไปจับที่ระหว่างขาตัวเอง เพราะอยู่ในท่านอนเลยไม่รู้สึกว่าน้ำมันไหลออกมาจนเปียกผ้าปูเตียงไปหมดแล้ว

“ระ หรือว่าลูก...”  

!!! 

 

อัปเดต ๑๐๐% 

#คุกทดลองอัลฟ่า 

 

 

ทอล์ค

เอาแล้ว พ่อก็จะตายเมียก็จะคลอด จากัวร์ !!!!

ป.ล.1 รู้ชะตากรรมนายเอกคนต่อไปกันแล้วนะ... ลูอิสเตรียมตัวไว้ให้ดี เห็นสายตาไอ้หมาล่าเนื้อตัวนั้นมั้ย???

ป.ล.2แอบเปิดตัว เอิร์ล แม็กควีนส์ & วาเลนเทีย ดีไวเลอร์ ตัวเอกในเรื่องของเจสันพี่ชายจากัวร์ค้าบ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว